/>

4 เคล็ดลับการเรียนภาษาจาก ‘Lýdia Machová’ หญิงสาวที่พูดได้ถึง 8 ภาษา! []

วิว
       สวัสดีค่ะชาว Dek-D เราอาจมองว่าการเรียนภาษาใหม่ๆ จนใช้ได้คล่องเหมือนเจ้าของภาษา ดูเป็นเรื่องยากไม่น้อยเลยใช่มั้ยล่ะคะ? แค่ 2 ภาษาก็หนักเกินพอแล้ว ภาษาที่ 3 ภาษาที่ 4 นี่เก็บพับไปได้เลย แต่วันก่อนพี่ไอซ์ไปเจอคลิป TED Talk คลิปนึงซึ่งคุณ Lýdia Machová ที่พูดได้ถึง 8 ภาษา มาแนะนำวิธีการเรียนภาษาอย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด วันนี้พี่เลยอยากจะมาแบ่งปันเคล็ดลับดีๆ ที่เธอคนนี้ได้บอกเอาไว้ ใครพร้อมแล้วก็ตามพี่มาเลยจ้าาา


Photo Credit: TED

       คุณ Lýdia Machová ซึ่งเป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านภาษา (language mentor) และสามารถพูดภาษาอังกฤษ สเปน รัสเซีย ฝรั่งเศส เยอรมัน โปแลนด์ คิสวาฮีลี (ภาษาของประเทศเคนย่า) และเอสเปรันโต (ภาษาที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในระดับสากล) ได้เล่าว่า เธอพยายามแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับอีกหลายคน เพื่อค้นหาคำตอบว่าอะไรที่ทำให้เธอและคนอีกจำนวนหนึ่ง สามารถพูดได้หลากหลายภาษามากกว่าคนอื่นๆ?

       คุณเบนนี่ ชาวไอร์แลนด์ซึ่งพูดได้ถึง 10 ภาษาบอกกับเธอว่า เขาเริ่มหัดพูดตั้งแต่เรียนภาษาวันแรกเลย เขาจำ 2-3 ประโยคจากเพจเฟซบุ๊กหนึ่งและเริ่มบทสนทนากับเจ้าของภาษาทันที นอกจากนี้เขายังบอกอีกว่าเขาไม่สนใจว่าในหนึ่งวันนั้นเขาพูดผิดไปแล้วกี่ครั้ง เพราะสิ่งที่เขาสนใจคือ ข้อเสนอแนะ (feedbacks) จากชาวต่างชาติเหล่านั้นเพื่อนำไปพัฒนาตัวเองต่อไป

*ทุกวันนี้เราไม่ต้องถึงกับเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเจอชาวต่างชาติ เพราะเราสามารถคุยกับพวกเขาทางออนไลน์ได้เหมือนกัน ดังนั้นการฝึกฝนทักษะการสื่อสารกับเจ้าของภาษาจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปค่ะ ^^


Photo Credit: TED

       คุณลูคัสจากบราซิลเล่าให้เธอฟังว่า เขาใช้วิธีสุ่มเพิ่มคนที่สามารถพูดภาษารัสเซียได้เป็นเพื่อนกว่า 100 คนบน Skype หลังจากนั้นก็ทักคนๆ นึงด้วยคำว่า ‘Hi! (สวัสดี)’ เป็นภาษารัสเซีย และเมื่อคนๆ นั้นตอบกลับมาว่า ‘Hi, how are you? (สวัสดี คุณเป็นอย่างไรบ้าง)’ ลูคัสก็คัดลอกประโยคนี้ไปตอบคนอีกคนหนึ่ง ซึ่งคนนั้นก็เลยตอบเขากลับมาว่า ‘I’m fine. Thank you and you? (ฉันสบายดี ขอบคุณ แล้วคุณล่ะ)’ และลูคัสก็ทำเช่นเดิม เขาคัดลอกคำตอบของคนๆ นี้ไปส่งให้อีกคนหนึ่ง ด้วยวิธีการนี้ ลูคัสจึงรู้ว่าคนรัสเซียเริ่มบทสนทนากันอย่างไร (อื้อหืออ เป็นวิธีที่น่าสนใจมากๆ เลยนะคะเนี่ย!)


Photo Credit: TED

       นอกจากคุณเบนนี่และคุณลูคัส ก็มีคนอื่นๆ ที่บอกเล่าอีกหลายวิธี เช่น การเลียนเสียงภาษา การจำศัพท์ 500 คำที่ใช้บ่อยๆ ในภาษานั้นๆ การเริ่มต้นจากแกรมมาร์ ฯลฯ ทำให้เธอรู้ว่าใน 100 คน ก็มี 100 วิธีเรียนภาษาในแบบฉบับของตัวเอง เช่น บางคนอาจชอบเรียนจากแฟลชการ์ด สูตรการทำอาหาร หนังสือนิยาย หรือดูทีวี ซึ่งผลลัพธ์ในท้ายที่สุดก็คือพวกเขาพูดได้คล่องแคล่วเหมือนกัน

       เธอยังบอกอีกว่าคนเหล่านี้ไม่ได้เป็นอัจฉริยะหรือมีทางลัดใดๆ หรอก เพียงแต่เขามีวิธีให้ตัวเองเพลิดเพลินกับการเรียนได้ต่างหาก ทำให้การเรียนภาษาที่น่าเบื่อกลายเป็นกิจกรรมสนุกๆ ที่ทำได้ทุกวัน เช่น เปลี่ยนจากการฝึกการฟังผ่านเทป มาเป็นฟัง Youtube หรือ Podcast แทน หรือแทนที่จะคุยกับเจ้าของภาษา ก็พูดกับตัวอย่างหรือบรรยายรูปภาพในมือถือให้เพื่อนในจินตนาการฟังแทนก็ได้ค่ะ ถ้าเราสนุกขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็จะอยากเรียนรู้และพัฒนาตัวเองเสมอ

       นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้การค้นหาความเพลิดเพลินในกระบวนการเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญค่ะ อย่างไรก็ตาม เธอบอกว่าแค่ความสนุกอย่างเดียวไม่เพียงพอค่ะ หากเราต้องใช้ภาษาต่างประเทศได้อย่างคล่องแคล่ว เราต้องใช้หลักการอีก 3 ข้อดังต่อไปด้วย ^^


Photo Credit: TED


1. เราต้องมีวิธีเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ


       การจำศัพท์ในคืนนี้สำหรับการสอบวันพรุ่งนี้ไม่ใช่การเรียนที่มีประสิทธิภาพค่ะ เพราะมันจะถูกบันทึกเป็นความจำระยะสั้น (Short-term memory) ดังนั้นในอีก 2-3 วันถัดมา เราก็จะลืมคำศัพท์เหล่านั้นไป วิธีที่จะทำให้น้องจดจำศัพท์ได้นานๆ ก็คือการทบทวนคำศัพท์ซ้ำๆ  เป็นเวลา 2-3 วันค่ะ (วิธีการนี้เรียกว่า ‘space repetition’) แต่ถ้าน้องๆ คนไหนที่คิดว่าวิธีการนี้ไม่น่าใช้ได้กับเรา ก็อาจจะลองไปดูช่อง Youtube ของคนที่พูดได้หลากหลายภาษาว่าเขามีวิธีการเรียนรู้แบบไหนอีกบ้าง เพื่อเป็นไอเดียหาวิธีที่คิดว่าจะได้ผลกับเรามากที่สุดก็ได้นะคะ


2. เราต้องสร้างระบบการเรียนรู้ของเราเองด้วย


       คนส่วนมากมักจะพูดว่าพวกเขายุ่งมากๆ จนแทบไม่มีเวลาเรียนภาษา แต่ว่าในความเป็นจริงนั้น เราสามารถแบ่งเวลาได้นะคะ ถ้าหากว่าเรามีการวางแผนล่วงหน้าสักนิดนึง เช่น เราสามารถตื่นก่อนเวลาปกติเป็นเวลา 15 นาทีเพื่อทบทวนคำศัพท์ได้ เราสามารถฟัง Podcast ตอนขับรถได้ หรือฟัง Youtube ตอนกินข้าวเช้าก็ได้ เห็นมั้ยล่ะคะว่าสิ่งที่สำคัญคือการวางแผน พอการเรียนภาษาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันแล้ว เราก็ไม่จำเป็นต้องหาเวลาเพิ่มเพื่อเรียนภาษาแล้วค่ะ ^^


3. เราต้องอดทน!


       ในการเรียนภาษา สิ่งที่ทุกคนต้องมีคือความอดทนค่ะ เพราะเราจะไม่ได้รู้ทุกอย่างภายใน 2 เดือนหรอก เพียงแต่ถ้าเราค่อยๆ เรียนรู้ทีละเล็กทีละน้อย ต่อเนื่องทุกๆ วัน เราจะเห็นพัฒนาการตัวเองชัดเจนแน่นอนค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีอะไรเป็นแรงกระตุ้นให้เราได้ดีกว่าการเห็นตัวเองพัฒนาหรือประสบความสำเร็จแล้วล่ะ > <

       พี่ไอซ์เองก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เคยประสบปัญหาการเรียนภาษาที่ 3 ค่ะ เพราะว่าพี่รู้สึกไม่มีความสุขกับวิธีการเรียนที่พี่ใช้อยู่เลยจนทำให้ภาษานั้นไม่พัฒนาไปไหนสักที แต่พอพี่ได้ลองหาวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองและรู้สึกสนุกไปกับมัน พี่รู้สึกเลยว่าว่าทุกๆ อย่างมันดีขึ้น พี่เจอวิธีของพี่แล้ว พี่ก็ขอให้ชาว Dek-D ที่กำลังเรียนภาษาอยู่ทุกๆ คนเจอวิธีที่ใช่ของตัวเองเช่นกันนะคะ พี่เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆ  > <





Source:
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=ice___

พี่ไอซ์ - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #DekCult #TED #TEDTalk #Language #Howto

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?