/>

รู้หนึ่งได้ถึงสอง! ส่อง 20 ศัพท์ที่คล้ายกันในภาษาเกาหลี-ภาษาญี่ปุ่น []

วิว
       อันยองชาว Dek-D ทุกคนค่ะ! เชื่อว่าน่าจะมีน้องๆ หลายคนเลยที่กำลังเรียนภาษาที่ 3 อย่างภาษาญี่ปุ่นหรือภาษาเกาหลีอยู่ หรือบางคนอาจจะแอดวานซ์มากขึ้นด้วยการเรียน 2 ภาษานี้ไปพร้อมๆ กัน แม้ระบบการเขียนในภาษาญี่ปุ่นและเกาหลีจะต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่จริงๆ แล้วมีคำศัพท์หลายคำเลยค่ะที่ออกเสียงคล้ายกันมาก ดีไม่ดีเหมือนกันเป๊ะๆ อีกต่างหาก เป็นเพราะทั้งคู่ได้รับอิทธิพลมาจากภาษาจีนเหมือนกันนั่นเอง เพราะฉะนั้นวันนี้ พี่เยลลี่ ก็เลยจะพาน้องๆ ไปดูกันว่ามีคำศัพท์คำไหนบ้างที่ออกเสียงคล้ายกัน เพื่อจะได้ช่วยในการจำคำศัพท์ได้มากขึ้น ตามมาดูกันเล้ย!

 

Photo Credit: https://unsplash.com/
 

1. かばん (คะบัง) vs 가방 (คาบัง) 


       เริ่มกันที่คำง่ายๆ กันก่อนดีกว่า คำนี้ออกเสียงเหมือนกันเป๊ะๆ ทั้งในภาษาเกาหลีและญี่ปุ่นเลยค่ะว่า かばん (คะบัง) และ 가방 (คาบัง) หมายถึง “กระเป๋า” นั่นเอง เป็นการเรียนกระเป๋าโดยรวมๆ จำแค่ 1 คำแต่ได้ถึง 2 ภาษาเลยนะเนี่ย  

 

2.  やくそく (ยะคุโซคุ) vs 약속 (ยักซก)


       คำถัดมาแปลว่า “การสัญญา” หรือ “คำสัญญา” ภาษาญี่ปุ่นจะอ่านว่า やくそく (ยะคุโซคุ) ในขณะที่ภาษาเกาหลีอ่านว่า 약속 (ยักซก) น้องๆ ที่เป็นแฟนเพลงเคป็อปก็น่าจะได้ยินบ่อยๆ เพราะคำนี้เจอในเนื้อเพลงเยอะมาก ที่ชัดๆ เลยก็คือท่อนฮุคเพลง I.P.U ของ Wanna One นั่นเองค่ะ (ส่วนฝั่งญี่ปุ่นพี่ได้ยินจากเพลง harukana yakusoku ของ Kat-Tun น่าจะเก่าเกินไปแล้วแหละ…)

 

3. しゃしん (ฉะชิน) vs 사진 (ซาจิน) 


       ภาษาเกาหลีและภาษาญี่ปุ่นมีคำศัพท์ที่ใช้เรียกคำว่า ภาพ ค่อนข้างหลากหลาย แต่คำว่า “ภาพถ่าย” นั้นออกเสียงคล้ายกันมากๆ เลยค่ะ ภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า しゃしん (ฉะชิน) ในขณะที่ภาษาเกาหลีเรียกว่า 사진 (ซาจิน) จำไม่ยากเลย แต่ต้องระวังสับสนนะ!  

 

Photo Credit: https://pixabay.com/
 

4. りょうり (เรียวริ)  vs 요리 (โยรี)


       คำว่า “อาหาร” ในภาษาญี่ปุ่นคือ りょうり (เรียวริ) ส่วนภาษาเกาหลีคือ 요리 (โยรี) ดูแล้วเป็นศัพท์ที่มีความคล้ายคลึงกันมากๆ แต่ถ้าพูดถึงตัวอาหารนี่คนละเรื่องเลยค่ะ 5555 อาหารญี่ปุ่นจะเน้นรสจากวัตถุดิบ ในขณะที่อาหารเกาหลีนิยมปรุงรสเผ็ด คนที่ชอบรสนัวๆ หน่อยก็อาจจะชอบอาหารญี่ปุ่น ส่วนคนที่ชอบรสเผ็ดก็อาจจะถูกจริตกับอาหารเกาหลีมากกว่า อร่อยกันคนละแบบ (ส่วนพี่ชอบหมดค่ะ เพราะชอบกิน แหะ) 

 

5. かぞく (ขะโซขุ) vs 가족 (คาจก)


       เวลาเรียนภาษาใหม่ ชุดคำศัพท์ที่น้องต้องเจอแรกๆ จะต้องมีเรื่อง “ครอบครัว” แน่นอน ซึ่งคำว่าครอบครัวในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า かぞく (ขะโซขุ) ส่วนภาษาเกาหลีคือ 가족 (คาจก) ค่ะ ก็ไม่รู้ว่าช่วยคนที่เรียน 2 ภาษาไปพร้อมๆ ให้จำได้ง่ายขึ้นหรือสับสนกว่าเดิมเหมือนกัน 5555

 

Photo Credit: https://unsplash.com/
 

6. しんぶん (ชิมบุน) vs 신문 (ชินมุน)


       เดี๋ยวนี้เวลาจะติดตามข่าวสารอะไรสักเรื่อง แค่เปิดอินเตอร์เน็ตขึ้นมาก็สามารถอ่านได้ทันใจแล้วใช่มั้ยล่ะคะ แต่สมัยก่อนจะอัปเดตข่าวแต่ละทีต้องรอหนังสือพิมพ์ออกก่อน เกริ่นขึ้นมาแบบนี้ เพราะคำว่า しんぶん (ชิมบุน) ในภาษาญี่ปุ่น หรือ 신문 (ชินมุน) ในภาษาเกาหลี มีความหมายว่า “หนังสือพิมพ์” นั่นเองค่ะ
 
       พี่ขอบอกต่อเกร็ดความรู้ให้กับน้องๆ นิดนึง บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมตัว ん ถอดเสียงออกมาแล้วมีทั้ง /ง/ และ /น/ แถมคำว่า しんぶん (ชิมบุน) ยังกลายเป็นเสียง /ม/ อีก!? ปกติแล้วตัว ん ของญี่ปุ่นจะใช้เป็นตัวสะกดอย่างเดียวเท่านั้นค่ะ ซึ่งถ้าถอดเป็นตัวโรมันจิจะได้เป็นตัว n อย่างเดียว แต่จริงๆ แล้วการออกเสียงจะขึ้นอยู่กับพยัญชนะตัวหลัง เช่นในกรณีนี้ถ้าเจอกับพยัญชนะที่มีเสียง /บ/, /ม/, /พ/ ตัว ん ก็จะกลายเป็นตัวสะกดเสียง /ม/ ไป 

 

Photo Credit: https://unsplash.com/
 

8. おちゃ (โอฉะ) vs 차 (ชา)


       คำนี้เดาไม่ยากเลยค่ะ เพราะในภาษาไทยเองก็ยืมจากภาษาจีนมาใช้เหมือนกันเป๊ะ คำว่า おちゃ (โอฉะ) ในภาษาญี่ปุ่น หรือ 차 (ชา) ในภาษาเกาหลี แปลว่า “ชา” ที่เป็นเครื่องดื่ม ถ้าลองสังเกตดูจะเห็นว่ามีร้านชานมไข่มุกร้านนึงมีคำนี้อยู่ พอเติมคำว่า や (ยะ) ที่แปลว่าร้านเข้าไป ก็หมายถึง ร้านขายชา นั่นเองค่ะ เรียนภาษาต้องหมั่นสังเกตสิ่งรอบตัวไว้ล่ะ! 

 

9. じゅんび (จุนบิ) vs 준비 (จุนบิ)


       ข้อนี้ใครที่ชอบดูรายการวาไรตี้เกาหลีจะต้องคุ้นเคยแน่นอน เพราะก่อนมีการแข่งขันอะไร เค้าจะชอบพูดว่า 준비 시작 (จุนบิ ชีจั๊ก) เป็นการให้สัญญาณ คำว่า 준비 (จุนบิ) จึงหมายถึงว่า “เตรียมตัว” หรือ “เตรียมพร้อม” นั่นเองค่ะ ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นก็เรียกเหมือนกันเป๊ะๆ เลยว่า じゅんび (จุนบิ)

 

Photo Credit: https://en.wikipedia.org/
 

10. とうふ (โตฟุ) vs 두부 (ดูบู)


       มีใครชอบกิน “เต้าหู้” บ้างมั้ยคะ? เต้าหู้นี่ถือเป็นวัตถุดิบในอาหารเกาหลีและอาหารญี่ปุ่นหลายเมนูเลย สำหรับภาษาญี่ปุ่นจะเรียกกันว่า とうふ (โตฟุ) ส่วนในภาษาเกาหลีจะเรียกว่า 두부 (ดูบู) แต่มีจุดแตกต่างกันอยู่นิดนึงตรงที่ 두부 (ดูบู) ของเกาหลีจะหมายถึงเต้าหู้แข็ง แต่ถ้าเป็นเต้าหู้อ่อนต้องเติมคำเพิ่มเป็น 순두부 (ซุนดูบู) ในขณะที่ とうふ (โตฟุ) จะหมายถึงเต้าหู้โดยรวมไปเลย

 

11. かしゅ (คะฉุ) vs 가수 (คาซู)


       ต้องยอมรับว่าวงการเพลงทั้งทางฝั่งเกาหลีและญี่ปุ่นล้วนมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมาก และก็มีนักร้องคุณภาพคับแก้วมากมายหลายคนเลยค่ะ ซึ่งคำว่า “นักร้อง” ของทั้ง 2 ภาษาก็คล้ายกันอีกต่างหาก โดยภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า かしゅ (คะฉุ) ในขณะที่ภาษาเกาหลีคือ 가수 (คาซู)   

 

Photo Credit: https://unsplash.com/
 

12.じゅうしょ (จูโช) vs 주소 (จูโซ)


       มาต่อกันที่คำว่า “ที่อยู่” กันดีกว่าค่ะ คำนี้ในทั้ง 2 ภาษาคล้ายกันมาก เพราะภาษาญี่ปุ่นอ่านว่า じゅうしょ (จูโช) ส่วนภาษาเกาหลีเรียกว่า 주소 (จูโซ) ใครที่จำไม่ได้ลองนึกถึงคำว่าโซจูดูค่ะ แค่สลับพยางค์กันเลย กินโซจูแล้วจำจูโซให้ได้ด้วยเด้อ (แถมาก /เลิ่กลั่ก)

        

13. むりょう (มุเรียว) vs 무료 (มูรโย)


       พูดถึงของฟรีใครๆ ก็ชอบใช่มั้ยละคะ คำว่า “ฟรี” ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า むりょう (มุเรียว) ส่วนเกาหลีอ่านว่า 무료 (มูรโย) เห็นคำนี้แล้วก็พุ่งตัวไปได้เลยค่ะ /โปรยเงิน 

 

Photo Credit: https://unsplash.com/
 

14. うんどう (อุนโด) vs 운동 (อุนดง)


       อีก 1 คำที่ออกเสียงคล้ายกันมากๆ คือคำว่า “การออกกำลังกาย” คนญี่ปุ่นจะเรียกว่า うんどう (อุนโด) ส่วนคนเกาหลีจะอ่านว่า 운동 (อุนดง) ค่ะ เป็นคำที่เจอบ่อยและจำไม่ยากด้วย

 

15. すいようび (ซุยโยบิ) vs 수요일 (ซูโยอิล) 

     もくようび (โมคุโยบิ) vs 목요일 (โมกโยอิล) 

     どようび (โดะโยบิ) vs 토요일 (โทโยอิล) 


       ศัพท์เรื่องวันเป็นอีกชุดศัพท์ที่พี่ไม่ชอบท่องมากที่สุดเลยค่ะ 5555 แต่ถ้าคนที่รู้ภาษาญี่ปุ่นหรือภาษาเกาหลีอยู่ก่อนแล้ว และไปเรียนอีกภาษาเพิ่มเติมก็จะจำได้เร็วขึ้น เพราะว่าบางวันนั้นออกเสียงคล้ายกันมากกก
 
- “วันพุธ” ภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า すいようび (ซุยโยบิ) ส่วนภาษาเกาหลีคือ 수요일 (ซูโยอิล) 
- “วันพฤหัส” ภาษาญี่ปุ่นอ่านว่า もくようび (โมคุโยบิ) ในขณะที่ภาษาเกาหลีคือ 목요일 (โมกโยอิล) 
- “วันเสาร์” ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า どようび (โดะโยบิ) ส่วนเกาหลีอ่านว่า 토요일 (โทโยอิล)   

 

Photo Credit: https://unsplash.com/
 

16. としょかん (โถะโชะคัง) vs 도서관 (โทซอกวาน) ห้องสมุด


       เวลาถึงมรสุมฤดูสอบทีไร บรรดานักเรียนนักศึกษาต้องพากันไปสิงสถิตอ่านหนังสือกันที่นี่ พอจะเดากันได้มั้ยคะว่าแปลว่าอะไร? としょかん (โทโชคัง) ในภาษาญี่ปุ่น หรือ 도서관 (โทซอกวาน) ในภาษาเกาหลี มีความหมายว่า “ห้องสมุด” นั่นเอง 

 

17. ひふ (ฮิฟุ) vs 피부 (พีบู) 


       เวลาพูดถึง “ผิว” ทีไรต้องนึกถึงคนเกาหลีและคนญี่ปุ่นทุกที เพราะทั้ง 2 ชาตินี้ผิวดีกันมากๆ แบบว่าเนียนละเอียดขาวใสวิ้งๆ ; _ ; นอกจากผิวจะดีเหมือนกันแล้ว คำศัพท์ก็ยังคล้ายกันอีกต่างหาก เพราะในภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า ひふ (ฮิฟุ) และในภาษาเกาหลีเรียกว่า 피부 (พีบู) ค่ะ   

 

18. きぶん (คิบุน) vs 기분 (คีบุน) 


       ถัดมาที่คำว่า きぶん (คิบุน) ในภาษาญี่ปุ่น หรือ 기분 (คีบุน) ในภาษาเกาหลี คำนี้แปลว่า “ความรู้สึก” หรือ “อารมณ์” ค่ะ เป็นอีกคำนึงที่ออกเสียงเหมือนกันเลย แถมสามารถเจอได้บ่อยๆ ด้วย อย่างเพลงของ IZ*ONE ที่ชื่อว่า 기분 좋은 안녕 (Happy Farewell) 

 

Photo Credit: https://m.post.naver.com/
 

19. やきゅう(ยะคิว) vs 야구 (ยากู) เบสบอล


       ที่ประเทศไทย “เบสบอล” อาจไม่ใช่กีฬาที่คนนิยมเล่นหรือเชียร์กันสักเท่าไหร่ แต่ที่ญี่ปุ่นเรียกได้ว่าเป็น 1 ในกีฬาที่ยอดฮิตฮิตเลยค่ะ ซึ่งคำว่าเบสบอลที่ญี่ปุ่นจะเรียกว่า やきゅう(ยะคิว) ส่วนที่เกาหลีเองก็เรียกคล้ายๆ กันว่า 야구 (ยากู) ถือเป็นกีฬาที่นิยมเล่นในเกาหลีอีกเหมือนกัน อย่างเมื่อไม่นานมานี้ก็มีไอดอลไปขว้างบอลเปิดการแข่งขันกันหลายคนเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น แดเนียล ซองอู มินฮยอน แจฮวาน (แต่ละคนใส่ชุดเบสบอลแล้วน่ารักมาก y _ y)

 

20. あるばいと (อะรุไบโตะ) vs 아르바이트 (อารือบาอีทึ)


       ปิดท้ายบทความกันด้วยว่า あるばいと (อะรุไบโตะ) ในภาษาญี่ปุ่น หรือ 아르바이트 (อารือบาอีทึ) ในภาษาเกาหลี ที่แปลว่า “งานพาร์ทไทม์” น้องๆ เคยสงสัยมั้ยคะว่าคำนี้มันมีที่มาจากไหนกันแน่ เพราะดูแล้วน่าจะเป็นคำทับศัพท์จากภาษาต่างประเทศมากกว่า แต่ก็ไม่ใกล้เคียงกับคำไหนๆ ในภาษาอังกฤษอีก คำตอบคือมันมีที่มาจากคำว่า Arbeit ในภาษาเยอรมันที่แปลว่า งาน นั่นเองค่ะ แต่คนญี่ปุ่นนำมาใช้ในความหมายของงานพิเศษ ส่วนเกาหลีก็ยืมญี่ปุ่นมาอีกทีค่ะ ซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากๆ 55555

 
       หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้น้องๆ ที่กำลังเรียน 2 ภาษานี้อยู่จำศัพท์ได้ง่ายขึ้นนะคะ จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายคำเลยที่ออกเสียงคล้ายกันเพราะมีรากมาจากคำเดียวกัน พี่ว่าเรื่องนี้ถือเป็นเสน่ห์อย่างนึงของการเรียนภาษาเลยล่ะค่ะ ไม่ใช่แค่ภาษาเกาหลีและญี่ปุ่น แต่ยังรวมไปถึงภาษาในรากอื่นๆ ด้วย ใครสังเกตเห็นศัพท์คำไหนที่คล้ายกันก็สามารถมาแชร์เป็นความรู้ให้กับเพื่อนๆ ชาว Dek-D ได้เหมือนกันนะคะ ^^

 
Sources:
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=jelly

พี่เยลลี่ - ผู้เขียน

อักษรศาสตร์ เอกมโน โทติ่ง หิวชานมตลอดเวลาและเป็นทาสลูกน้องแมว

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #ภาษาเกาหลี #ภาษาญี่ปุ่น #ศัพท์คล้ายกัน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?