/>

ทำไมไอดอลต่างชาติได้เงินน้อยกว่าคนเกาหลี? : รู้จัก 'Royalty' ระบบรายได้ของศิลปิน KPOP []

วิว
        สวัสดีชาว Dek-D ทุกคนค่ะ น้องๆ หลายคนที่ตาม  K-POP คงจะเคยได้ยินน้องสร จากวง CLC ออกมาพูดเรื่อง ค่า Royalty หรือค่าสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญากันมาบ้างใช่ไหมคะ? อย่างไม่กี่วันก่อนน้องสรก็มาอัปเดตข่าวดีให้แฟนๆ ได้รู้กันก็คือทางไทยได้ลงนามในข้อตกลงกับทางเกาหลีแล้ว ทำให้ศิลปินไทยในเกาหลี ได้เงินค่าสิทธิเท่ากับชาวเกาหลีนั่นเองค่า วันนี้พี่ภัทรเลยจะมาอธิบายเกี่ยวกับค่า Royalty ในเกาหลีให้ชาว Dek-D ได้รู้กันค่ะ ^-^//
 
        น้องๆ บางคนอาจได้ยินเรื่องเกี่ยวกับปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ และการแบ่งรายได้ระหว่างค่ายกับศิลปินใน K-POP กันมาบ้างใช่ไหมคะ? ที่ผ่านมามีข่าวเยอะมากที่บรรดาไอดอลขอยุติสัญญากับค่าย เพราะการแบ่งรายได้ที่ไม่เป็นธรรม ยิ่งกับชาวต่างชาติยิ่งแล้วใหญ่ อย่างข่าวดังๆ ในช่วงที่ผ่านมาก็คือข่าวของคังแดเนียล (ชาวเกาหลี) และไลควานลิน (ชาวไต้หวัน) อดีตสมาชิกวง Wanna One ที่ต่างก็มีปัญหาเรื่องสัญญาไม่เป็นธรรมกับค่ายถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลกันเลย! ซึ่งต้องบอกเลยว่า เรื่องของรายได้ที่ไม่แฟร์ต่อศิลปินนั้นก็ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญเลยทีเดียว 
 

photo credit: soompi
 
        สร ชลนสร สัจจกุล ไอดอลสาวชาวไทยในวงเกิร์ลกรุ๊ป CLC  ก็เป็นอีกคนที่สังเกตว่า รายได้ของตัวเองได้ไม่เท่าเมมเบอร์คนอื่นๆ ในวง ซึ่งในตอนแรกเธอก็คิดว่าโดนค่ายโกงเงินแล้วแน่ๆ! จึงทำให้เธอสงสัยว่าเงินที่เธอสมควรได้เท่ากับเมมเบอร์คนอื่นๆ มันหายไปไหนล่ะ!? 
 

ปัญหาค่า Royalty ที่ไอดอลต่างชาติได้ไม่เท่าคนเกาหลี!?
 

        ย้อนกลับไปช่วงปี 2017 น้องสร CLC ได้ออกมาพูดถึงประเด็นนี้เกี่ยวกับปัญหารายได้ที่ไม่เท่าเทียม รวมถึงปัญหาค่า Royalty ที่เหล่าไอดอลต่างชาติในเกาหลีเผชิญกัน สรได้อธิบายว่า หลายๆ ค่ายเพลง จะเปิดบัญชีธนาคารไว้ให้ศิลปินแต่ละคนหนึ่งบัญชี ศิลปินสามารถเข้าไปเช็กเงินในนั้นได้ ซึ่งเงินในบัญชีนี้จะเป็นเงินที่ได้จาก Royalty fee หรือ ค่าสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ทุกครั้งที่เพลงถูกเปิดในที่สาธารณะ เงินจะเข้ามาในบัญชีนี้ 
 
        แต่ต้องขอบอกก่อนว่าถึงทางค่ายเพลงจะเปิดบัญชีให้ก็จริง แต่ทางค่ายจะไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเงินกองนี้  เพราะเงินกองนี้เป็นเงินที่เข้าถึงตัวคนสร้างสรรค์ผลงานเพลงชิ้นนั้นทุกคนโดยตรง ไม่ต้องแบ่งให้ค่าย ค่ายไม่สามารถเข้าไปยุ่งกับเงินกองนี้ได้
 
        แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า น้องสรสาวไทยคนเก่งของเรา เข้าไปเช็กเงินในบัญชีนี้ แต่ปรากฏว่าเงินที่สรและเอลกี้สมาชิกชาวฮ่องกงได้รับมันน้อยกว่าเพื่อนร่วมวงที่เป็นชาวเกาหลีถึง 6 เท่า!!
 

เกิดอะไรขึ้นทำไมเงินถึงไม่เท่ากัน!?
 

        ทางค่ายก็ให้คำตอบมาว่า ค่า Royalty จะแบ่งเป็นหลายส่วน ได้แก่ ส่วน A, B, C, D ซึ่งน้องสรกับเอลกี้ซึ่งเป็นชาวต่างชาตินั้น จะได้รับเงินแค่ส่วน A เท่านั้น ในขณะที่ชาวเกาหลีจะได้ทั้ง A, B, C และ D ที่เป็นแบบนี้เป็นเพราะว่า ประเทศไทยและฮ่องกงยังไม่มีกฏหมายรองรับเกี่ยวกับรายได้ของศิลปินต่างชาติ ทำให้ทางองค์กรที่ดูแลเรื่องนี้ไม่สามารถทำข้อตกลงกับทางไทยและฮ่องกงได้ เงินที่สรควรจะได้ก็เลยไปกองไว้อยู่ที่นึง และได้เงินไม่เท่าเพื่อนชาวเกาหลี
 

FKMP องค์กรที่ช่วยปกป้องศิลปินในเรื่องค่า Royalty
 

        “แล้วกฏหมายมันคืออะไร สรต้องทำอะไรให้มันมีกฏหมายตัวนี้ เพราะถ้ามันมีอะไรที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในประเทศเราเอง เพื่อที่เราจะได้มีความเท่าเทียมเท่าเพื่อนเขา เราก็ต้องอยากทำ ถ้าเราไม่ได้ตรงนี้สรว่ามันค่อนข้างที่จะเสียเปรียบเขาเยอะเหมือนกัน”
 
        แน่นอนว่าน้องสรก็สู้ค่ะ ถึงขั้นหาข้อมูลเลยทีเดียวว่าต้องทำอะไร ติดต่อที่ไหน ถึงจะได้สิทธิ์เท่ากับเพื่อนชาวเกาหลี เพราะเงินตรงนี้ถือว่าเยอะมากๆ เลยนะ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสัญญาที่สรทำไว้กับค่ายตั้ง 5-6 ปี 
 
        น้องสรเลยทำการหาข้อมูลเพิ่ม (โดยไม่บอกค่าย 5555) ซึ่งน้องสรก็บอกนะคะว่า
 
        “ไม่ใช่ค่ายไม่ยอมบอกรายละเอียดแต่เขารู้ข้อมูลแค่นี้จริงๆ เนื่องจากเงินส่วนนี้ไม่ใช่ส่วนที่ทางต้นสังกัดต้องดูแล”
 
        น้องสรเลยติดต่อกับบริษัทที่ดูแลเรื่องค่า Royalty ชื่อ Federation of Korean Music Performers (FKMP) ซึ่งเป็นองค์กรที่ช่วยปกป้องศิลปินในเรื่องค่า Royalty และเพิ่มความเท่าเทียมให้กับศิลปินโดยเฉพาะ เขาจะคอยหาข้อมูลอยู่ตลอดว่ามีศิลปินหรือนักแต่งเพลงที่เสียเปรียบอะไร ยังไงบ้าง 
 

องค์กรที่ดูแลเรื่องค่า Royalty ในเอเชียมีน้อยมาก!
 

        ที่น่าตกใจคือที่อเมริกามีองค์กรนี้มาตั้งนานแล้ว แต่ในเอเชียมีแค่ไม่กี่ประเทศเท่านั้น แม้แต่ในเกาหลีก็เข้ามาได้ไม่นานค่ะ ไม่ถึง 8 ปีด้วยซ้ำ ทำให้ศิลปินเกาหลีที่เดบิวต์ก่อนที่จะมีองค์กรนี้เข้ามาเปิด ส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อยรู้เรื่องนี้ ซึ่งถือว่าเสียเปรียบมาก! เพราะระบบนี้ตัวศิลปินจะต้องสมัครเองค่ะ ค่ายจะไม่เกี่ยวเลย (แบบนี้ถ้าใครไม่รู้ ก็อาจคิดว่าตัวเองเสียเปรียบหรือโดนโกงนั่นเองค่ะ) นี่ก็เป็นอีกเหตุผลว่าทำไมเมื่อก่อนศิลปินถึงได้รับเงินน้อย ระบบ Royalty fee จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยปกป้องไม่ให้ศิลปินโดนเอาเปรียบจากค่ายนั่นเอง
 
        อย่างที่บอกว่าทางค่ายไม่จำเป็นต้องดูแลเรื่องนี้เลย เพราะเขาไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย จริงๆ ค่ายไม่ต้องสนใจส่วนนี้เลยก็ได้เพราะเขาก็ได้เงินค่าลิขสิทธิ์ไป 90% แล้ว แต่ค่ายที่คิดถึงตัวศิลปินอย่าง Cube ต้นสังกัดของน้องสร ก็ให้พนักงานในค่ายสมัครในระบบไว้ให้เลย 
 

1 เพลงแบ่งเป็น Copyrights 90% และ Royalty 10%
 

        น้องๆ รู้มั้ยคะว่าทุกครั้งที่เพลงของศิลปินที่เราชอบนั้นถูกเปิดไม่ว่าที่ใดก็ตาม จะเป็นห้างสรรพสินค้า ร้านหนังสือ หรือคาเฟ่ ค่ายเพลงจะได้ค่าลิขสิทธิ์ในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์ 90% ส่วนอีก 10% ที่เหลือคือค่าสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ที่คนสร้างสรรค์ผลงานเพลงชิ้นนั้นทุกคนจะต้องมาแบ่งกันค่ะ 
 
        ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ เลยนะคะ เพราะส่วนแบ่งใน 10% นี้ บรรดานักแต่งเพลง PD คนร้องคอรัส ฯลฯ จะได้ไปแบ่งกัน 5% ส่วนอีก 5% คือส่วนแบ่งของวง CLC ที่ต้องเอามาแบ่ง 7 คนตามจำนวนสมาชิกอีก เรียกได้ว่าสมาชิกหนึ่งคนได้รับเงินแค่ 0.XX% จาก 100% เท่านั้น!!! (แต่เงินที่ วง CLC ต้องได้จากค่าย ก็จะได้ตามปกตินะคะ) 
 
        ถามว่าแล้วเขาจะเช็กได้ยังไงว่าเพลงถูกเปิดที่ไหนบ้าง เพราะบ้านเราอาจจะเคยชิน กับการเปิดเพลงจาก Youtube ฟรี แต่ที่เกาหลีต่อให้เปิดตามร้านเขาก็ต้องซื้อเพลงถูกกฏหมายไปเปิดนะ! อย่างห้างสรรพสินค้านำเพลงไปเปิดเขาก็ต้องเซ็นสัญญากับทางบริษัทแล้วจ่ายค่าเพลงเป็นรายเดือนค่ะ 
 
        ก่อนที่ทางไทยจะออกกฏหมายมารองรับระบบนี้ สรได้ค่า Royalty แค่แบบ A คือได้จากเงินค่าสตรีมมิ่ง ที่จะได้เวลามีคนไปฟังเพลงใน Itunes หรือแอปพลิเคชันฟังเพลงที่ต้องจ่ายแบบรายเดือน เงินที่ได้จากการขายอัลบั้มเวลาแฟนๆ มาซื้อ และอย่างสุดท้ายคือ เงินที่ได้จากการที่น้องสรไปร้องเป็นคอรัสให้เพลงต่างๆ ก็จะได้เงินในฐานะนักร้องคอรัสด้วยเหมือนกันค่ะ
 

แล้ว Royalty แบบ B,C,D ล่ะไปอยู่ที่ไหน?
 

        น้องสรไปคุยกับทางองค์กร KFMP ซึ่งทางองค์กรก็บอกว่าไม่ต้องห่วงนะ เงินส่วนที่เหลือ เขาเก็บไว้ให้แล้วไม่มีใครไปยุ่งแน่นอน ที่ต้องรอก็คือให้ทางไทยกับทางเกาหลีเซ็นสัญญาร่วมกันเพื่อให้มีกฏหมายมารองรับ แล้วสรจะได้เงินส่วนนี้
 
        ต้องขอบอกว่าโชคดีมากๆ เพราะช่วงที่น้องสรเข้าไปติดต่อทางองค์กรเขากำลังติดต่อกับทางไทยเรื่องการเซ็นสัญญาอยู่พอดี! น้องสรเลยได้ไปเป็นเคสตัวอย่างพอดี ทำให้กฏหมายนี้ผ่านได้เร็วขึ้น (พอแก้ได้ ศิลปินต่างชาติก็จะได้รับเงินแบบแฟร์ๆ นั่นเอง!)
 
        ซึ่งค่า Royalty ในส่วนที่น้องสรไม่ได้รับก็คือ เงินที่จะได้จากเพลงที่เปิดในที่สาธารณะ ตามห้าง ตามคาเฟ่ ซึ่งมันก็เยอะนะคะ เพราะร้านกาแฟในเกาหลีมี 200-300 ร้านเลย! 
 
        ถ้าถามว่าแล้วเงินที่ได้จากตรงนี้มันเยอะแค่ไหนน้องสรก็อธิบายแบบเข้าใจง่ายๆ ไว้ว่า
 
        อย่างไมเคิล แจ็คสัน ถึงแม้ว่าเขาจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ทุกครั้งที่เพลงของเขาถูกเปิดตามสาธารณะเขาก็ยังได้เงินจากตรงนั้นอยู่ วันวันนึงเขาได้กี่ล้านบาท เขาเอาเงินตรงนั้นไปเลี้ยงลูกหลานเขาได้ หรือศิลปินที่เขาดังแค่เพลงเดียว เขาก็ใช้ชีวิตจนถึงทุกวันนี้จากเงินที่เขาได้เพลงนั้นเพลงเดียว ถ้าวันนี้เราไม่สนใจเรื่องนี้ แล้วเกิดวันนึง CLC ดังขึ้นมา ยอดฟังเพลงเป็นร้อยล้าน แล้วเราไปดูเงินที่ได้เทียบกับเพื่อนเกาหลีซึ่งต่างกัน 6 เท่าล่ะ? ถึงตอนนั้นเราจะนั่งเฉยๆ เหรอ? เพราะงั้นตอนนี้ที่เราสามารถสร้างความเท่าเทียมได้เราก็ควรทำ”


 
        พอเห็นแบบนี้แล้วก็ต้องนับถือ สร CLC เลยนะคะ เรียกได้ว่าทั้งสวยทั้งเก่งเลย แล้วก็ต้องขอแสดงความยินดีกับเหล่าไอดอลชาวไทยในเกาหลีด้วยค่ะที่แม้ว่าจะต้องใช้เวลายาวนานถึง 2 ปี แต่ในที่สุดกฏหมายนี้ก็ผ่านสักทีนะคะ ^^

 
source:
https://twitter.com/ZEXIONOXIOUS/status/1159343288068890625
https://www.youtube.com/watch?v=X7RX0Xyhepk
https://www.youtube.com/watch?v=6pfeZj0SDo8
https://pantip.com/topic/36934086
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pat___

พี่ภัทร - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #วัฒนธรรมต่างประเทศ #เกาหลี #K-POP #CLC #Sorn #สร #สร CLC #เคพอป

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?