/>

เปิดเบื้องหลังพัฒนา 'เวียดนาม' จนกลายเป็นประเทศน่าจับตามองที่สุดแห่งยุค! []

วิว

 
          สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D พี่เชื่อว่าหลายคนสนใจข่าวต่างประเทศและเห็นการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามกันบ้างแล้ว เวียดนามเคยเป็นหนึ่งในประเทศยากจน แต่ตอนนี้กำลังพัฒนาบ้านเมืองจนจะแซงประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนกันหมด ทำไมเขาถึงพัฒนาประเทศได้รวดเร็วขนาดนี้นะ? วันนี้ลองมาวิเคราะห์สาเหตุกับพี่กิ๊ฟกันดีกว่าค่ะ
 
cr. ​unsplash.com
 
          ก่อนอื่น เราต้องเกริ่นย้อนไปในอดีต ประเทศเวียดนามเคยถูกจัดเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกเพราะเศรษฐกิจในประเทศได้รับผลกระทบจากปัญหาสงครามเวียดนามที่ยาวนานถึง 20 ปี ตั้งแต่ปี 1955 ถึง 1975 เวียดนามปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ บริหารเศรษฐกิจของประเทศจากส่วนกลาง แต่วิธีนี้ไม่ได้ผลเพราะผลิตภัณฑ์รวมในประเทศ (GDP) ยังอยู่ที่ 200-300 ดอลลาร์ต่อคน (~6,000-9,000 บาท) แต่เมื่อปีที่แล้ว GDP ต่อคนอยู่ที่ 2,525 ดอลลาร์ (~77,000 บาท) เรียกว่าเศรษฐกิจเติบโตขึ้นมากกว่า 10 เท่าภายในระยะเวลาไม่กี่ปี! ถึงขนาดที่ว่างานวิจัยของธนาคาร DBS ในสิงคโปร์คาดการณ์ว่า เวียดนามจะเติบโตแซงสิงคโปร์ในอีก 10 ปี !! ตอนนี้หลายคนอาจสงสัยแล้วว่ารัฐบาลของเวียดนามเขาพัฒนาประเทศกันยังไงนะ?! เราลองมาเจาะลึกรายละเอียดกันเลยยย
 

1.  การปฏิรูปเศรษฐกิจและการลงทุนจากต่างชาติ
 

          ในปี 1986 เวียดนามได้เปลี่ยนระบบเศรษฐกิจให้เป็นระบบตลาดสังคมนิยม (Socialist-Oriented Market Economy) คือ การกระจายอำนาจออกจากส่วนกลาง เพิ่มความเสรีให้ตลาด เอกชนสามารถทำการค้าได้ (ส่วนใหญ่เน้นทำการเกษตร) นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างประเทศเข้ามาทำธุรกิจ ต้องบอกว่าจุดนี้เป็นจุดเริ่มต้นและเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจเติบโตเลยก็ว่าได้ เพราะก่อนหน้านี้ประเทศเวียดนามไม่มีนโยบายการลงทุนระหว่างประเทศ ซึ่งการเปิดให้นักลงทุนเข้ามานั้นก็ทำให้เม็ดเงินไหลเข้ามาในเวียดนามมากขึ้น โดยแผนปฏิรูปเศรษฐกิจนี้มีชื่อว่า โด่ยเหม่ย (Đổi Mới) ค่ะ
 
cr. pixabay.com
 

2.  การค้ากับต่างประเทศ
 

          นอกจากเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติแล้ว เวียดนามก็ชอบทำการค้าระหว่างประเทศด้วย โดยประเทศหลักๆ ที่เวียดนามทำข้อตกลงการค้าด้วยก็มี สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเวียดนามยังเป็นสมาชิกอาเซียน (ASEAN), องค์การการค้าโลก (WTO) และ CPTPP ที่มีข้อตกลงการค้าเสรี สนับสนุนการลงทุน ด้วยการลดภาษีนำเข้าและส่งออกระหว่างประเทศ  ข้อตกลงแบบนี้ทำให้การค้าระหว่างประเทศทำได้ง่ายขึ้น ต้นทุนการผลิตต่างๆ ก็ลดลง ส่งผลให้ปริมาณการผลิตมีมากขึ้น นักลงทุนก็อยากลงทุนมากขึ้น รายได้ของแต่ละประเทศก็จะเพิ่มขึ้นไปด้วย นับว่าเป็นข้อดีสุดๆ ในการพัฒนาประเทศเลยค่า~

 

3.  แหล่งผลิตและส่งออกสินค้าอันดับต้นๆ ของโลก
 

          เวียดนามเป็นประเทศที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ เพราะมีตลาดแรงงานที่ใหญ่ ต้นทุนถูก และมีอุปกรณ์ เครื่องมือที่ทันสมัย บริษัทต่างชาติใหญ่ๆ อย่าง Samsung, LG, Olympus, Pioneer ก็ตั้งโรงงานผลิตที่ประเทศเวียดนาม น้องๆ ลองหยิบข้าวของเครื่องใช้หรือเสื้อผ้ามาลองพลิกป้ายดูสิคะ น่าจะเจอคำว่า Made in Vietnam อยู่บ้างแน่ๆ เลย! เพราะปัจจุบันเวียดนามเป็นแหล่งผลิตเสื้อผ้าอันดับ 1,  แหล่งผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อันดับ 2 ในอาเซียนรองจากมาเลเซีย และที่น่าติดตามที่สุดคงเป็นเรื่องการส่งออกข้าว! ด้วยความที่เวียดนามมีเป้าหมายจะส่งออกข้าวทั่วโลก รัฐบาลจึงออกนโยบายช่วยเหลือชาวนา พร้อมทั้งสนับสนุนการวิจัยข้าวให้มีคุณภาพและหาวิธีที่จะประหยัดเวลาในการเพาะปลูก ปัจจุบันข้าวหอมมะลิของเวียดนามได้รับความนิยมมากในต่างประเทศจนเวียดนามขึ้นเป็นประเทศส่งออกข้าวอันดับ 3 ของโลก ตามไทยที่อยู่อันดับ 2 มาติดๆ! (อันดับ 1 คืออินเดียค่า)
 
cr. pixabay.com
 

4.  การเมืองที่มั่นคง
 

          อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เศรษฐกิจของเวียดนามเติบโตได้รวดเร็วคือ เสถียรภาพทางการเมือง ถึงแม้เวียดนามปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ แต่ต่างชาติก็ไม่ปฏิเสธที่จะทำธุรกิจกับเวียดนาม เพราะสถานการณ์ในประเทศเวียดนามมั่นคงมากกก ถึงขนาดที่มีการยืนยันว่าการถึงแก่อสัญกรรมของประธานาธิบดี Tran Dai Quang เมื่อปีที่แล้วก็ไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อประเทศเวียดนามสักนิดเลยค่ะ! ดังนั้น การจะพัฒนาประเทศก็เป็นเรื่องง่าย ไม่มีอุปสรรคอะไรมาขัดขวางเลยค่ะ ~

 

5.  การพัฒนาการศึกษาและโครงสร้างพื้นฐาน
 

          เวียดนามมีการพัฒนาประเทศอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องทรัพยากรมนุษย์ รัฐบาลลงทุนกับระบบการศึกษามากๆ เขาเน้นให้คนเห็นถึงความสำคัญของการเรียน คนรุ่นใหม่จึงมีคุณภาพและเป็นทรัพยากรชั้นดีของประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น รัฐยังลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ด้านอื่นด้วย เช่น พัฒนาระบบอินเตอร์เน็ตให้มีราคาถูกและทุกคนสามารถเข้าถึงได้
 
 cr. pixabay.com
 

6.  ปัญหาการค้าสหรัฐ VS จีน
 

          จากเหตุการณ์สงครามการค้าที่มีการแบนสินค้ากันไปมาระหว่างสหรัฐกับจีน น้องๆ รู้ไหมคะว่าประเทศที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดคือ เวียดนาม ค่ะ เพราะว่าทางสหรัฐขึ้นภาษีสินค้าจากจีนทั้งหมด ทำให้บริษัทนำเข้าต้องหันไปหาทางเลือกอื่นเพื่อป้องกันการขาดทุน ซึ่งประเทศที่ได้รับความสนใจมากที่สุดก็คือ เวียดนาม ทำให้ยอดส่งออกของเวียดนามในปีนี้เติบโตมากๆ นั่นเอง! (แต่ยังไงก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์บอกว่านี่อาจเป็นแค่ผลดีระยะสั้นเท่านั้น ยังไงเราก็ต้องมาจับตาดูกันต่อค่ะ)

 

7.  การท่องเที่ยว
 

          สำหรับยุคนี้ การท่องเที่ยวของเวียดนามเรียกได้ว่ามาแรงมากกก ด้วยความที่เวียดนามเป็นประเทศที่มีหลากหลายทางธรรมชาติ ทั้งภูเขา ทะเล ทะเลทราย อากาศก็มีทั้งหนาว (ถึงขั้นมีหิมะ) และร้อนสุดๆ แถมค่าครองชีพยังถูกมากๆ รัฐบาลเล็งเห็นข้อได้เปรียบนี้เลยพยายามรณรงค์โปรโมตการท่องเที่ยวในเวียดนามอย่างหนักเพื่อที่เงินต่างชาติจะได้ไหลเข้าประเทศเยอะๆ ซึ่งการตอบรับได้ผลดีมากกก เพราะยอดนักท่องเที่ยวในเวียดนามเพิ่มขึ้นทุกปี นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ที่นิยมไปพักผ่อนช่วงฤดูร้อน โดยสถานที่ยอดฮิตก็คือ ดานัง เพราะทะเลที่นั่นยังใส สะอาดและสงบเหมาะกับการพักผ่อนมากค่า
 
cr. unsplash.com

 
          เรียกได้ว่าตอนนี้เวียดนามเป็นประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่น่าจับตามองจริงๆ ค่ะ เพราะแค่ครึ่งปีแรก GDP ก็สูงถึง 6.8% แถมมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนอาจจะเป็นประเทศพัฒนาในปี 2563  สุดท้ายแล้วเวียดนามจะเติบโตขึ้นไปอีกแค่ไหน ยังไงน้องๆ ก็อย่าลืมเกาะติดหน้าจอ คอยอัปเดตข่าวเรื่องนี้ด้วยนะค้าาา ><

 
Sources:
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=giftt

พี่กิ๊ฟ - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #เวียดนาม

บทความที่นิยมอ่านต่อ

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      3 ไม่มี ของเราเห็นแต่จีน

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ต้องทำอีกเยอะ
      Guest IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      โครงสร้างพื้นฐานกับการศึกษานี่เค้าพัฒนาได้เท่าเมืองไทยแล้วเหรอครับ? เท่าที่รู้ๆมานี่เมืองใหญ่ๆในเวียดนามรถเยอะไม่ต่างจากกรุงเทพบ้านเราเลยนะ บีบแตรกันทั้งวัน รถไฟฟ้าตัวเมืองก็มีแค่สองสายในฮานอยเอง(เทียบกับบ้านเราคือ2020เราจะมีเพิ่มอีก 4-5 สายทั่วกรุงเทพฯ ขณะที่เวียดนาม2030ขึ้นไป) ส่วนระบบแท็กซี่นี่เผลอๆเจอมิจฉาชีพง่ายกว่าบ้านเราอีก ชาวเว็บเด็กดีที่ไปเรียนมายังบอกเลยว่าให้ใช้แอพเรียกมาปลอดภัยกว่ามาก ส่วนเรื่องเงินเดือนต่อหัวยังแอบเหมือนลาวรึเปล่าอันนี้น่าคิดนะครับ แบบว่าค่าครองชีพสูงกว่าเงินเดือนที่พนักงานคนนึงควรได้ เทียบกับไทยเราแล้วเวียดนามยังไงก็ตามหลังเราอยู่พอสมควรครับ แถมคอรัปชั่นนี่จัดว่ามีเยอะแถมมั่นคงพอๆกับการเมืองบ้านเค้าด้วยนะ อ่อ ใช่ด้วยความที่ดำเนินงานแบบคอมมิวนิสต์ โซเชี่ยลเน็ตเวิร์คหลายๆตัวก็โดนแบนและสอดส่องได้ง่ายๆครับ

      ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?