/>

'ไนน์' เด็กทุนคิง กับการเรียนใน 'Brown University' มหา’ลัยดังในกลุ่ม Ivy League []

วิว

          สวัสดีค่ะ น้องๆ ชาว Dek-D ช่วงนี้หลายคนกำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยและเตรียมเอกสารสมัครทุนไปเรียนต่อต่างประเทศกันอยู่ใช่ไหมคะ? ตอนนี้การรับสมัครทุนเล่าเรียนหลวงหรือทุนคิงก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว (ใครยังไม่ได้อ่านรายละเอียด คลิกที่นี่) วันนี้พี่เลยมีบทสัมภาษณ์จากรุ่นพี่ที่ได้ทุนปี 2558 มาฝากค่ะ รับรองว่ามีแต่คำแนะนำและประสบการณ์ดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อน้องๆ แน่นอน ไปลุยกันเลยยย
 

 

แนะนำตัวหน่อยจ้า
 

          สวัสดีค่ะ ชื่อ ‘ไนน์ - ธนนันท์​ ประเสริฐทรัพย์’ ได้รับพระราชทานทุนเล่าเรียนหลวง ปี 2558 ตอนนี้เรียนอยู่ที่ Brown University เมือง Providence รัฐ Rhode Island ประเทศสหรัฐอเมริกา กำลังจะขึ้นปี 3 ไนน์เรียนด้าน Computer Science และ Economics ค่ะ 
 
          (แอบเสริมข้อมูลนิดนึง ><) Brown University เป็นหนึ่งใน Ivy League (ไอวี่ลีก) กลุ่มมหา’ลัยเอกชนชั้นนำของสหรัฐอมริกาที่มีชื่อเสียงด้านเศรษฐศาสตร์ระดับโลก เรียกได้ว่าเข้ายากมากกกกก อ่านเพิ่มเติม  
 
          ถ้าย้อนไปตอน ม.ปลาย ไนน์ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร รู้แค่ว่าไม่อยากเป็นหมอ แล้วพอดีรุ่นพี่ที่รู้จักเขาก็แนะนำให้ลองสมัครทุนไปเรียนต่างประเทศดู พี่เขาบอกว่าเราจะมีโอกาสไปค้นหาตัวเองได้อีกปีสองปี ไนน์เห็นว่าทุนนี้น่าสนใจ เงื่อนไขก็โอเค เพราะเขาให้กลับมาใช้ทุนโดยทำงานที่ไหนก็ได้ตามจำนวนปีที่ได้รับทุน สำหรับไนน์รู้สึกว่าทุนนี้ไม่มีข้อผูกมัดมาก ไนน์ก็เลยลองสมัครดูค่ะ
 
เก็บทุกวิชาให้แน่น & ทำข้อสอบเก่าย้อนไปหลายปี
 
          ทุนนี้การแข่งขันสูงมาก เพราะรับแค่ปีละ 9 คน เขาจะมีสอบข้อสอบเฉพาะของทุน ไม่ได้ใช้ผลสอบวัดระดับภาษาเหมือนทุนอื่นๆ ไนน์ก็เลยเตรียมตัวตั้งแต่ก่อนขึ้น ม.6 อ่านบทเรียนทั้งหมดของวิชาที่จะสอบ อย่างไนน์สอบสายศิลป์-คำนวณ ก็ต้องสอบวิชาอังกฤษ ภาษาไทย สังคม เลข ไนน์ก็พยายามอ่านทุกวิชานี้ให้แน่น ทำข้อสอบเก่าหลายๆ ปี อ่านบทวิเคราะห์ข่าวต่างๆ ในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ตามข่าวการเมือง พยายามอ่านบทความเยอะๆ เพื่อดูวิธีการวิเคราะห์ ดูหลักความคิดของคนอื่นเป็นแนวทางในการเขียนของไนน์ค่ะ
 
          นอกจากนี้ไนน์ก็ต้องศึกษาระบบสอบเข้าด้วย ระบบอเมริกาจะต่างกับไทยตรงที่เราต้องยื่นโดยตรงกับทางมหาวิทยาลัย โดยใช้คะแนน SAT และ TOEFL เราก็ต้องดูว่าคะแนนเราเหมาะกับมหาวิทยาลัยไหน แล้วทุกแห่งจะมีใบสมัครที่ต้องใช้ เรียกว่า “Common Application” เราต้องใช้ใบสมัครนี้ควบคู่กับเอกสารที่มหาวิทยาลัยกำหนด ส่วนมากจะให้เขียนเรียงความส่งค่ะ
 
          ในการสมัครจะมีค่าใช้จ่ายทุกมหาวิทยาลัยค่ะ ส่วนตัวสมัครไป 10 กว่าแห่ง โดยดูจากคะแนนตัวเอง ดูหลักสูตร ดูบรรยากาศมหาวิทยาลัยว่าเป็นยังไง แล้วเราจะชอบเลือกอะไรที่อยู่ในเมืองมากกว่าเพราะเดินทางสะดวก หรืออย่าง Brown University ที่ไนน์เรียน ก็เลือกเพราะชอบที่เขาให้อิสระกับนักศึกษา ไม่มีกฎเกณฑ์ในการเรียน เน้นให้รับผิดชอบตัวเอง แล้วไนน์เองชอบเลขมากๆ เลยเลือกคณะคณิตศาสตร์ประยุกต์ (Applied Mathematics) ค่ะ
 

Brown University
 

รีวิวสอบข้อเขียน & สัมภาษณ์ เจอความท้าทายอะไรบ้าง?
 

          สอบข้อเขียน
 
          สำหรับปีไนน์ ข้อสอบวิชาเลขก็จะมีโจทย์มาให้แสดงวิธีทำทั่วไป  ภาษาไทยก็มีหัวข้อให้เขียนเรียงความ และก็มีบทความมาให้วิเคราะห์และสรุป  สังคมมีให้วิเคราะห์ปัญหากับเหตุการณ์ปัจจุบันตามหัวข้อที่ให้มา  ส่วนข้อสอบภาษาอังกฤษจะแบ่งเป็น 2 ชุดคือ ชุดที่ทุกสายต้องสอบ อันนี้จะเป็นช้อยส์ กับชุดสำหรับของสายศิลป์-คำนวณโดยเฉพาะ

          อันนี้เท่าที่ไนน์จำได้คือเขาให้เขียนเรียงความตามหัวข้อและมีวิเคราะห์บทความด้วย ถ้าให้สรุปก็คือ โดยรวมข้อสอบเป็นคำถามปลายเปิด เราต้องคิดวิเคราะห์มาเขียนโต้แย้งหรือบรรยายโดยต้องให้เหตุผลสนับสนุน ซึ่งเราสามารถขอกระดาษคำตอบได้ไม่จำกัดค่ะ
 
          สอบสัมภาษณ์
 
          หลังผ่านข้อเขียนแล้ว เขาก็จะเรียกมาสอบสัมภาษณ์ค่ะ มี 2 แบบคือแบบกลุ่มและเดี่ยว ตอนสอบกลุ่ม เขาจะเอานักเรียนที่ผ่านรอบแรกทั้งหมดมานั่งรวมกันแล้วให้ถกประเด็นปัญหาอย่างรอบไนน์ได้หัวข้อ “ปัญหาการศึกษา” พอสอบแบบกลุ่มเสร็จก็ไปสัมภาษณ์เดี่ยว  กรรมการก็จะถามเรื่องทั่วไปว่าทำไมอยากได้ทุนนี้ มีประสบการณ์เคยทำอะไรมาบ้าง สไตล์การถามจะจี้ๆ หน่อย เหมือนวัดว่าเราจะรับความกดดันได้มากแค่ไหน
          
          ภาษาที่ใช้ในการสัมภาษณ์จะแล้วแต่สายวิชาที่เลือกสอบค่ะ (เขาจะแบ่งเป็น 3 หมวดคือวิทย์-คณิต, สายภาษา และศิลป์-คำนวณ) เช่น ถ้าเลือกสอบสายภาษาก็เน้นพูดภาษาอังกฤษ แต่ถ้าสายวิทย์จะพูดไทยเยอะหน่อย ถ้าของไนน์สอบสายศิลป์-คำนวณ ก็จะผสมอย่างละครึ่งๆ เลย
 
Philips Exeter Acamedy
 

รีวิวช่วงปรับพื้นฐานที่ได้ฝึก Critical Thinking แบบเน้นๆ
 

          ก่อนเริ่มเรียนจริง ทางทุนจะให้เราเรียนปรับพื้นฐาน 1 ปีที่ Prep School (โรงเรียนเอกชนเตรียมตัวก่อนสำหรับมหาวิทยาลัย) ตอนนั้นไนน์เรียนที่ Exeter (Philips Exeter Acamedy) รัฐ New Hampshire การเรียนที่นู่นแตกต่างจากที่อื่นมากๆ เพราะเขาเน้น discussion อย่างวิชาพวกมนุษยศาสตร์ก็จะให้งานไปอ่าน พวกคณิตศาสตร์ก็ให้โจทย์ก่อน พอถึงเวลาเรียนครูจะยกคำถามมาถาม​ตามเนื้อหาที่ให้ไป นักเรียนก็จะ discuss กันเอง คือเน้น critical thinking (คิดวิเคราะห์) สุดๆ ระบบนี้ที่โรงเรียนเรียกว่า "Harkness discussion" ค่ะ
 
          สำหรับไนน์ที่เป็นเด็กต่างชาติและไม่คุ้นเคยกับระบบแบบนี้ ไนน์รู้สึกค่อนข้างเหนื่อยหน่อย เพราะไนน์อยู่ชั้น Senior หรือ Grade 12  เพื่อนๆ ในคลาสเขาก็เก่งและมีประสบการณ์กันอยู่แล้ว เราเลยต้องพยายามกว่าคนอื่น อ่านหนังสือเยอะๆ ถ้าไม่เข้าใจก็ปรึกษาครูหลังคลาส แต่โชคดีหน่อยที่เวลา discussion เราไม่จำเป็นต้องเข้าใจหมด เขาเน้นการมีส่วนร่วมมากกว่า ไนน์ก็เลยพยายามเลือกประเด็นที่น่าสนใจหรือประเด็นที่ตัวเองสงสัยไปคุยกับเพื่อนๆ ไม่ก็พยายามเสริมสิ่งที่เราเข้าใจเวลาเพื่อนพูดแทน อันนี้ก็ช่วยได้เยอะค่ะ
 
ไนน์ตอนเรียน Prep School
 

ระบบ “Open Curriculum” จุดเด่นมหา’ลัยที่ให้อิสระกับนักศึกษา!
 

           มหาวิทยาลัย ไนน์เรียนที่ Brown University อย่างที่บอกที่นี่ให้อิสระกับนักศึกษามาก หลักสูตรเขาจะต่างจากไทยหน่อย เป็น Open Curriculum คือจะเรียนอะไรก็ได้ ไม่ได้มีกำหนดว่าใน 1 ปีต้องเรียนอะไร ขอแค่ตอนเลือกคณะต้องเก็บหน่วยกิตให้ครบตามที่คณะนั้นกำหนดไว้ก็พอ ตัวไนน์เองตอนนี้ยังไม่มีคณะ ไนน์เน้นเรียนวิชาที่อยากเรียน ไม่ใช่ดูว่าคณะไหนต้องเรียนอะไร ตอนนี้ก็เรียนเน้นไปที่ Computer Science กับ Economics ค่ะ
 
          ถ้าให้พูดถึงวิชาเรียน ที่นี่เขาก็จะเน้นให้คิดและปฏิบัติจริง อย่างตอนปี 1 จะมีวิชา Object-Oriented Programming เหมือนเรียนเขียนเกม อาจารย์ก็กำหนดมาให้ว่าต้องมีฟังก์ชันอะไร เราก็ต้องออกแบบ ดีไซน์เกมเอง โดยที่เพิ่ม features อื่นๆ ด้วยก็ได้
 
           ส่วน Economics ไนน์ชอบวิชา Industrial Organization อันนี้เรียนเกี่ยวกับการตั้งราคาสินค้า การให้คำปรึกษาต่างๆ อย่างกรณีศึกษาที่ไนน์ทำก็เป็นเรื่องของแท็กซี่ในนิวยอร์ก เราก็เอาข้อมูลของบริษัท Uber กับ Lyft มาเทียบดูปริมาณลูกค้า รายได้ต่างๆ และวิเคราะห์ดูว่าควรรวมบริษัทเข้าด้วยกันไหม ถ้าทำแล้วจะมีข้อดีข้อเสียอะไรต่อทั้งเจ้าของบริษัทและลูกค้าบ้าง
 
ไนน์กับเพื่อนๆ คนไทยที่มหาวิทยาลัย
 
           แล้วนอกจากเรียนในห้อง ไนน์ก็มีโอกาสทำกิจกรรมบ้างค่ะ ตอนอยู่ Prep School ไนน์อยู่ชมรมของนักเรียนต่างชาติ ก็จะช่วยเวลามีงาน International Festival และก็ช่วยคิดประเด็นมาให้เพื่อนๆ ถกกันเวลามีประชุมแต่ละสัปดาห์ ส่วนตอนมหาวิทยาลัย ไม่ค่อยได้ทำเยอะเท่าไร เพราะเรียนหนัก ไนน์อยู่แค่ชมรมคนไทย เป็นหัวหน้าฝ่ายการเงิน ก็จะดูแลช่วงที่มีกิจกรรม ว่าจะขายอาหารราคาเท่าไร ปริมาณไหน มีหน้าที่ช่วยเตรียมงานและหาคนมารับผิดชอบในส่วนนั้นๆ มากกว่าค่ะ
 

สังคมอเมริกา ช่วยเปิดมุมมองความหลากหลาย
 

          สังคมทั้งที่ Exeter และ Brown มีความหลากหลายมากค่ะ เพราะนักเรียนต่างชาติเยอะมากๆ ไนน์คิดว่าที่มหาวิทยาลัยน่าจะมีถึง 30% เพราะไนน์เองก็มีเพื่อนหลากหลายสัญชาติมาก ทั้งอเมริกัน ไทย กัมพูชา เวียดนาม จีน  เรื่องเหยียด ส่วนตัวก็ไม่เคยเจอนะคะ แต่เพื่อนที่รู้จักก็เคยโดนบ้าง น่าจะเป็นเพราะที่อเมริกาเขาให้ความสำคัญเรื่องนี้ บางคนเลยมักจะคุยเล่นกันในกลุ่มมากกว่าจะมาพูดในที่สาธารณะค่ะ
 
ไนน์กับเพื่อนๆ ต่างชาติที่ Prep School
 
          สิ่งที่ไนน์รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไป น่าจะเป็นความคิดต่อเรื่องการเหมารวม (Stereotype) การเหยียดเชื้อชาติ (Racism) และก็การกีดกันทางเพศ (Sexism) ค่ะ เพราะสังคมอเมริกาเขาจะให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้มาก หลังจากไปเรียนที่นู่น ไนน์ก็ค่อนข้างอ่อนไหวกับเรื่องนี้มากขึ้นกว่าเดิม เช่น ตอนเพื่อนเห็นไนน์ไม่กลัวเวลาแมลงบินมาใกล้ แล้วเพื่อนถามว่า ทำไมไม่กลัว? เป็นผู้หญิงเปล่า? ไนน์จะรู้สึกว่าเขากำลังกีดกันทางเพศ แบบกำหนดว่าเพศนี้ต้องทำสิ่งนี้เท่านั้น
 
          แต่ถ้าถามถึง Culture Shock ชีวิตทั่วไปไนน์ไม่เจอนะ แต่ถ้าเป็นที่มหาวิทยาลัยก็มีอยู่ คือทุกเทอมเขาจะมีวันที่เรียกว่า Naked Donut Run ก็จะมีคนมาเดินแจกโดนัทรอบมหาวิทยาลัย แต่ที่พีคคือเขาจะแก้ผ้าทั้งตัว อันนี้ก็รู้สึกช็อคหน่อยๆ ไม่ชินสักที (หัวเราะ)
 

อยากศึกษางานแล้วกลับไปพัฒนาประเทศ
 

          ตอนนี้ยังไม่มีแพลนเรียนต่อเพราะยังไม่รู้ว่าชอบอะไร  ส่วนเรื่องงาน ไนน์อยากกลับไปทำงานที่ไทยเพราะส่วนตัวคิดว่าไทยยังมีอะไรให้พัฒนาอยู่ ไนน์เลยอยากกลับไปทำอะไรให้สังคม แต่ถ้ามีโอกาสก็อยากลองทำงานที่ต่างประเทศก่อนสัก 1-2 ปีจะได้เรียนรู้งาน เทคโนโลยีต่างๆ เรื่องสายงานตอนนี้ยังไม่แน่ใจ แต่จากที่ไปฝึกงานมาก็สนใจด้าน Software Engineering มากที่สุดค่ะ
 

ฝากอะไรถึงน้องๆ ที่กำลังจะสมัครทุนเล่าเรียนหลวงหน่อยจ้า
 

          ทุนนี้เป็นโอกาสดีมากๆ ที่ทำให้เราได้เรียนอะไรก็ได้โดยไม่มีเงื่อนไข ถ้าเราได้รับโอกาสก็อยากให้ทำเต็มที่เลย ซึ่งอันนี้รวมถึงไนน์เองด้วย แต่ถ้าใครไม่ได้ทุนนี้ก็ไม่เป็นไร ทุนนี้ไม่ใช่ทุกอย่าง เพราะเราคิดว่าสังคมปัจจุบัน สามารถเข้าถึงทุกอย่างได้ทั่วโลก เรียนรู้ได้ทุกที่ ถึงไม่ได้ทุนไปเรียนต่อนอกก็ไม่ใช่ข้อจำกัดในการพัฒนาตัวเอง สิ่งสำคัญคือตัวเราจะพัฒนาได้แค่ไหนมากกว่าค่ะ

 
          เป็นยังไงบ้างคะ? อ่านบทสัมภาษณ์ของพี่ไนน์น่าจะเพิ่มพลังให้น้องๆ ไม่น้อยเลย สำหรับน้องๆ ที่กำลังจะสอบทุนเล่าเรียนหลวงในปีนี้ก็เตรียมตัวให้ดี ตั้งใจอ่านหนังสือ และอย่าลืมฝึกคิดวิเคราะห์ตามที่พี่ไนน์แนะนำด้วยนะคะ ขอให้ทุกคนโชคดีค่าา :)

 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=giftt

พี่กิ๊ฟ - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #ทุนเล่าเรียนหลวง #ทุนคิง

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?