/>

ชีวิตแลกเปลี่ยนของ ‘จิมมี่’ ที่ 'Sciences Po' ม.ดังในฝรั่งเศส & รีวิวฝึกงานที่สถานทูตไทยในปารีส! []

วิว
          สวัสดีค่า ชาว Dek-D~ ไหนขอเสียงคนชอบด้านรัฐศาสตร์หน่อยเร็วววว~ ในวงการนี้พี่เชื่อว่าน้องหลายคนคงรู้จักสถาบันชั้นนำของฝรั่งเศสอย่าง “Sciences Po” อยู่แล้ว (ตอนนี้กำลังเปิดรับสมัครอยู่ด้วยนะคะ แถมมีทุนด้วย อ่านรายละเอียด) ข่าวดีคือพี่มีโอกาสพูดคุยกับนักเรียนที่เคยไปแลกเปลี่ยนในสถาบันชื่อดังที่ว่านี้ แถมยังได้ฝึกงานที่สถานทูตไทย ณ กรุงปารีสด้วยค่ะ โพรไฟล์แน่นขนาดนี้ ประสบการณ์จะสนุกและท้าทายขนาดไหน อย่ารอช้า รีบไถลงไปอ่านกันเล้ยยย!
 

 

ทำความรู้จักกันหน่อยจ้า
 

          สวัสดีครับ ชื่อ นายกษิดิ์เดช สมบูรณ์กิตติชัย ชื่อเล่น จิมมี่ อายุ 21 ปี ตอนนี้เรียน ปี 3 คณะรัฐศาสตร์ ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีที่แล้วได้ไปแลกเปลี่ยนที่ Sciences Po เป็นเวลา 1 ปี และได้ฝึกงานที่สถานทูตไทย ณ กรุงปารีสเป็นเวลา 2 เดือนครับ
 

แลกเปลี่ยนผ่านโครงการมหา’ลัย
 

          ผมไปผ่านโครงการแลกเปลี่ยนของจุฬาฯ ชื่อว่า โครงการแลกเปลี่ยนนิสิต/นักศึกษากับมหาวิทยาลัยคู่สัญญาในต่างประเทศ (Outbound Exchange Student) โครงการนี้ให้ทุนการศึกษาเป็นค่าเทอม ไม่มีการสอบใดๆ ทั้งข้อเขียนและสัมภาษณ์ แต่จะพิจารณาจากเอกสารเท่านั้น สิ่งที่ต้องใช้คือ 1. คะแนนสอบภาษาอังกฤษ (IELTS/TOEFL) 50% และ 2. เกรดเฉลี่ย 50% ซึ่งเงื่อนไขคือทั้ง 2 ส่วนรวมกันแล้วต้องได้มากกว่า 75% นอกจากนี้ต้องมีจดหมายแนะนำจากอาจารย์ 2 ฉบับ
 
          ตอนสมัครเขาก็จะให้เราเลือกมหาวิทยาลัยไว้ 3 อันดับ ผมก็เลือก Sciencs Po เป็นอันดับที่ 1 เลย เพราะเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงติดท็อปโลกด้านรัฐศาสตร์ ตัวผมที่มีความสนใจด้านนี้และเรียนคณะนี้อยู่แล้ว ผมคิดว่าคงเป็นโอกาสดีถ้าได้ไปเรียนที่นั่นครับ ^^
 
วันแรกที่ Sciences Po
 

รู้จักเพื่อนจากทุกมุมโลก

แถมได้ฝึกภาษาจากงานพาร์ตไทม์
 

          ถ้าในมหา’ลัยผมเลือกเรียนเป็นภาษาอังกฤษ เพราะคลาสฝรั่งเศสยากเกินไปและไม่ค่อยมีเด็กต่างชาติด้วยครับ ส่วนตัวผมก็คุ้นเคยกับภาษาอังกฤษอยู่แล้ว แล้วตอนอยู่ไทยก็ได้เรียนศัพท์เฉพาะเป็นภาษาอังกฤษเหมือนกัน เลยไม่มีปัญหาในส่วนนี้ แต่ถ้าในชีวิตประจำวันจะใช้ภาษาฝรั่งเศส โชคดีที่ตอน ม.ปลาย เรียนศิลป์-ฝรั่งเศส ที่ รร.เตรียมอุดมศึกษา เลยพอมีพื้นฐานบ้างครับ ตอนอยู่ที่นั่นก็ทำงาน Part-time ที่ร้านอาหารไทยในฝรั่งเศส และสอนเลขเด็กประถมด้วย ภาษาฝรั่งเศสก็เลยพัฒนาขึ้นมามากๆ
 
          ส่วนเรื่องเพื่อน ผมเองเป็นคนชอบสังสรรค์ (hang out) อยู่แล้วครับ เลยได้รู้จักเพื่อนจากทุกมุมโลกเลย เพราะคนที่นู่นมีหลากหลายชาติ ทั้งจากฝรั่งเศส จีน ฮ่องกง อิสราเอล ฯลฯ ที่สำคัญคือพวกเขา nice มากกกกก ถึงตอนแรกจะดูนิ่งๆ แต่ถ้าเราเข้าไปคุยด้วย เขาจะ friendly เป็นกันเองมากๆ
 
ร้านอาหารไทยที่ทำงาน
 

สถาบันที่ติดท็อปโลกรัฐศาสตร์

กับระบบการศึกษาที่นักเรียนทุ่มสุดตัว!
 

          ระบบการเรียนที่ฝรั่งเศสค่อนข้างต่างจากที่ไทย เขาจะเน้นการมีส่วนร่วม (Participation) นักเรียนกระตือรือร้นแย่งกันพูดแสดงความคิดเห็น ผมคิดว่าระบบที่นี่ดีมากคือ อาจารย์ให้เราไปอ่านก่อน พอถึงเวลาเรียน เขาจะให้คำถามมาให้คิด นักเรียนก็จะแบ่งกลุ่มเล็กๆ นั่งคุยหาคำตอบกัน พอสรุปเรื่องได้ก็ไปเสนอหน้าห้องให้เพื่อนกลุ่มอื่นฟัง วิธีการนี้ผมชอบมาก เพราะเราได้ฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย เป็นการเรียนรู้ที่ดีจริงๆ ครับ
 
          ตอนสอบมีหลายรูปแบบมากครับ ทั้งพรีเซนต์งาน เขียนเปเปอร์ หรือจำลองสถานการณ์ อย่างผมจะชอบการจำลองสถานการณ์มาก เพราะรู้สึกเหมือนได้ทำงานจริงๆ มีครั้งหนึ่งผมเรียนเรื่องปัญหาในตะวันออกกลาง (Middle East Conflicts) อาจารย์เขาให้บทบาทสมมติแต่ละคนมาเจรจาปัญหากัน มีทั้งฝ่ายเสนอ ฝ่ายค้าน และ UN ซึ่งมันสนุกมากๆ
 
          อีกสิ่งที่ผมรู้สึกว่าน่าสนใจ วิธีการเขียนและนำเสนองานครับ คือเขาจะเรียงลำดับจาก Key Terms (คำสำคัญ) > Problématique (ปัญหา) > Arguments (ข้อโต้แย้ง) เวลาเขียนก็ต้องทำให้ทุกส่วนสมมาตรกัน เช่น ถ้าเขียนหัวข้อนี้ 3 เรื่อง หัวข้อต่อไปก็ต้อง 3 เรื่องเหมือนกัน  สำหรับผมวิธีนี้เป็นทำงานที่แปลกใหม่มาก ไม่เคยเจอมาก่อนเลยครับ
 
กลุ่มเพื่อนสนิท
 

รีวิวฝึกงานที่สถานทูต

(เดินดิ่งไปสมัครจนเจ้าหน้าที่ถึงกับงง!)
 

          ช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา ผมเห็นเพื่อนๆ ฝึกงานกันหมดเลยครับ แล้วส่วนใหญ่จะฝึกที่สถานทูตด้วย ผมก็เลยอยากฝึกบ้าง และสังเกตว่าไม่มีใครฝึกที่ปารีสเลย เพราะที่นี่เขาไม่ค่อยรับเด็กฝึกงานกัน ผมก็เริ่มเสิร์ชข้อมูลในอินเทอร์เน็ตว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง เท่าที่จำได้ก็มี Statement of Purpose, Motivation Letter และ CV
 
          พอเตรียมเอกสารเสร็จผมก็ตรงดิ่งไปสถานทูตและยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ พี่เขาก็งงๆ เพราะว่าที่นั่นไม่รับเด็กฝึก แต่พี่เขาก็รับไว้และให้ช่องทางติดต่อมา ซึ่งโชคดีมากเพราะผ่านไปไม่กี่วันก็มีพี่ที่สถานทูตติดต่อกลับมา
 
          หลังจากนั้นพี่เขาก็นัดผมไปสัมภาษณ์ ถามเป็นภาษาไทยว่าทำไมถึงอยากมาฝึกงานที่สถานทูต อยากฝึกด้านไหน ซึ่งตอนนั้นผมบอกไปว่าผมอยากฝึกสายงานกระทรวงต่างประเทศ หรือ UN  ผลสุดท้ายผมก็ได้ฝึกงานที่นั่นครับ ตอนนั้นที่สถานทูตมีเด็กฝึกงานแค่ 2 คน คือผมกับเป็นเพื่อนคนไทยอีกคนที่ได้สัญชาติฝรั่งเศส (เพื่อนจะฝึกด้านการแปล)
 
  
จิมมี่และข้าราชการในสถานทูต
 
          สำหรับผม ชีวิตการฝึกงานที่สถานทูตเป็นอะไรที่เกินคาดหมายมาก ด้วยความที่เด็กฝึกมีไม่กี่คน ผมเลยได้ทำงานหลายส่วนสลับไปมา  เริ่มจากฝ่ายกงสุล ผมดูแลทุกอย่างตั้งแต่เรื่องวีซ่า พาสปอร์ต การแจ้งเกิดแจ้งตาย การเปลี่ยนที่อยู่ นิติกร รวมถึงช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ที่โดนโกงในปารีสด้วยครับ
 
          ผมยังได้ไปช่วยในส่วนพิธีการ ช่วยจัดเตรียมงานและสถานที่ อย่างตอนวันเกิดท่านทูต ผมก็ได้มีโอกาสเตรียมงานรับท่านว.วชิรเมธี  และก็มีโอกาสได้เตรียมงานใหญ่ “The Networking Reception 2019” จัดโดย Board of Investment (BOI) กับสถานทูต เป็นงานที่ประธานของสายการบินและบริษัทด้านการบินระดับโลกอย่าง Airbus, Air France รวมถึงบริษัทการบินไทยมาเจรจากัน ซึ่งผมคิดว่ามันสุดยอดมากในฐานะฝึกงาน
 
จิมมี่และท่านว.วชิรเมธี
 
           นอกจากนี้ก็มีไปช่วยเรื่องแก่งกระจานที่จะจดเป็นมรดกโลก ผมทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยพี่ที่ดูแลเรื่องนี้ ช่วยหาข้อมูล เตรียมเอกสารให้ครับ และก็ยังได้ไปช่วยในงานรวมตัวของเหล่า Startups ที่อยากเริ่มทำธุรกิจ ผมมีหน้าที่สรุปข้อมูล รายละเอียดก็เกี่ยวกับการวางแผนขยายธุรกิจว่าควรทำที่ไทยไหม ถ้าทำจะมีข้อดี ข้อเสียอย่างไร ประมาณนี้ครับ
 
รูปถ่ายกับท่านเอกอัครราชทูต นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ
 

เรียนรู้วัฒนธรรมที่ต่างจากบ้านเรา
 

          ตอนอยู่ที่นั่นก็มีบางอย่างที่ผมไม่ชิน เช่น ทุกอย่างปิดเร็วมาก อย่างห้าง ร้านสะดวกซื้อปิดตั้งแต่ 2 ทุ่ม ซึ่งกว่าผมจะกลับบ้านก็ทุ่มกว่าแล้ว อีกอย่างคือคนที่นั่นจะชอบทานอะไรเย็นๆ อย่างแซนด์วิช ผมไม่ชอบทานเวลาเย็นๆ ผมชอบตอนร้อนๆ มากกว่า 555
 
          พูดถึงเรื่องวัฒนธรรม มีเรื่องหนึ่งที่ผมนึกขึ้นได้คือ ความพิถีพิถันในการทานอาหาร คือเขาทานเป็นลำดับขั้น เริ่มจาก Entrée (อาหารเรียกน้ำย่อย) > Plat (จานหลัก) > Dessert (ขนมหวาน) ด้วยความที่ผมทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้านอาหารไทย ผมต้องระมัดระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษ ต้องคอยถามก่อนเสมอว่าจะให้เสิร์ฟอะไรก่อน หรือจะไม่ทานจานไหนรึเปล่า อีกอย่างที่ห้ามลืมเลยคือต้องเสิร์ฟเครื่องดื่มก่อน Entrée เสมอ มีครั้งหนึ่งที่ผมเสิร์ฟทีหลัง ก็คือโดนลูกค้าบ่นเลยครับ T.T
 
งาน The Networking Reception 2019
 

ประสบการณ์ 1 ปีที่สอนให้เป็นผู้ใหญ่ขึ้น
 

          หนึ่งปีที่ผ่านมา ผมเรียนรู้อะไรเยอะมาก ผมเป็นผู้ใหญ่ขึ้น รู้จักรับผิดชอบตัวเอง เพราะเรียนที่นั่นไม่ได้มีเพื่อนคอยสรุปเลกเชอร์ให้ ผมก็ต้องหาข้อมูล พึ่งตัวเอง และที่สำคัญคือผมต้องรอบคอบขึ้นเพราะการส่งงานที่นั่นคือส่งแล้วส่งเลย อาจารย์ไม่มีอนุโลมให้เอากลับมาแก้อีกรอบได้เหมือนที่ไทยครับ
 
           และด้วยความที่ผมทั้งเรียน ทำงาน และฝึกงาน แต่ละที่ก็มีสภาพแวดล้อมต่างกันครับ ผมได้รู้จักการปรับตัว การประนีประนอม ผมเรียนรู้ว่าเราไม่สามารถมี ego ตัวเองได้ขนาดนั้น ในสังคมนี้เรายังต้องรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นอยู่เสมอ 
 
          นอกจากนี้ผมยังได้ค้นหาตัวเองด้วย เพราะผมอยู่กับตัวเองเยอะ ต้องตัดสินใจทุกอย่างเอง รู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการค้นหาตัวเองจริงๆ และตัวเราก็เปลี่ยนไปด้วย เรากล้ามากขึ้น ไปเที่ยวแบ็กแพ็กคนเดียว และกล้าที่จะเข้าหาคนอื่นก่อน ต่างจากที่เมื่อก่อนเรารอให้คนอื่นเข้าหาเสมอ
 

ฝากถึงน้องๆ ว่า “อย่ากลัวการเริ่มต้น”
 

          อย่ากลัวที่จะริเริ่มทำอะไรก็ตาม เพราะอย่างผมก็ไม่เคยคิดว่าจะได้ไปเรียนที่นั่นหรือฝึกงานที่ปารีสเพราะสำหรับเรามันเป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่มากๆ เพราะงั้นก็อยากให้ทุกคนลองทำ อย่ากลัว อย่าคิดว่าตัวเองจะทำไม่ได้ ถ้ามีอะไรก็มาปรึกษา ไม่ว่าจะเรื่องเรียนหรือเรื่องภาษาก็ติดต่อผ่านเฟซบุ๊กผมได้นะครับ Kasidech Somboonkittichai
 

 
           รีวิวของพี่จิมมี่สุดยอดไปเลยใช่ไหมคะน้องๆ พี่อ่านเองยังรู้สึกว้าวและอยากมีประสบการณ์แบบนี้บ้างจัง ยังไงน้องๆ ที่มีความฝันแบบพี่จิมมี่ก็อย่าลืมลงมือทำแบบพี่จิมมี่บอกนะคะ อย่ากลัวที่จะเริ่ม ทำให้เต็มที่ไปเลยค่ะ ลุย !

 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=giftt

พี่กิ๊ฟ - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #Sciences Po

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?