/>

รวม 10 สำนวนอังกฤษเจอบ่อยพร้อมที่มา จำได้แบบไม่ต้องจด! []

วิว
       สวัสดีค่าชาว Dek-D ทุกคน กลับมาพบกับ พี่เยลลี่ ในคอลัมน์ English Issues กันอีกเช่นเคย ใครที่กำลังฝึกฝนภาษาอังกฤษโดยการคุยกับชาวต่างชาติ พี่เชื่อว่าน่าจะเคยเจอปัญหาไม่เข้าใจในสิ่งที่เค้าพูด เพราะสำนวนที่เค้าใช้มันแปลกเกินกว่าที่เราจะเก็ตได้ด้วยคอมมอนเซนส์ เพราะฉะนั้นวันนี้พี่เลยจะพาน้องๆ ดูสำนวนที่ฝรั่งใช้ในชีวิตประจำวันกันค่ะ อย่าลืมจดกันเอาไว้ด้วยนะ!

 

Break a leg



Photo Credit: https://unsplash.com/

       เวลามีคนพูดสำนวนนี้ ไม่ได้หมายความว่าเค้าจะไปหักขาใครทั้งนั้นนะคะ เพราะ Break a leg มีความหมายว่า “โชคดี” ต่างหากค่ะ เป็นคำพูดในสมัยก่อนที่ใช้อวยพรนักแสดงก่อนจะขึ้นแสดงบนเวที เพราะเค้าเชื่อว่าการพูดอวยพรตรงๆ ว่าโชคดีจะไม่เป็นผลดี เลยต้องพูดในสิ่งที่ตรงกันข้ามทั้งๆ ที่หมายความให้โชคดีค่ะ (ซับซ้อนมาก เป็นเอ๋อ) แต่พี่ว่าความเชื่อนี้ก็แอบคล้ายของของไทยอยู่นะที่จะชมเด็กๆ ว่าน่าเกลียดน่าชัง กันไม่ให้ผีมาเอาตัวเด็กไปนั่นเองค่ะ
 
ตัวอย่างประโยค
Oh! you have History Exam tomorrow? Break a leg!
โอ๊ะ เธอมีสอบประวัติศาสตร์พรุ่งนี้เหรอ โชคดีนะ

 

Raining cats and dogs



Photo Credit: 
https://unsplash.com/

       พอจะเดากันได้มั้ยเอ่ยว่า Raining cats and dogs แปลว่าอะไร? สำนวนนี้หมายถึง “ฝนตกหนักมาก” ค่ะ ส่วนทำไมต้องฝนตกเป็นแมวกับหมา อันนี้เจ้าของภาษาเองก็ยังตอบไม่ได้เหมือนกัน แหะ :p บางแหล่งบอกว่าน่าจะเกิดจากเวลาฝนตกหนักในสมัยก่อนมีหมาแมวจรจัดตายเกลื่อนเต็มถนน บางแหล่งก็บอกว่าอาจจะนำมาจากตำนานของชาวนอร์ส แต่ไม่ว่าจะมีที่มาจากไหน สำนวนนี้ก็เป็นสำนวนที่ใช้กันทั่วไปแล้วเรียบร้อยจ้า เพราะฉะนั้นจำไว้ให้แม่นเล้ย!
 
ตัวอย่างประโยค
Don’t forget to bring the umbrella with you. It’s raining cats and dogs.
อย่าลืมพกร่มไปด้วยนะ ฝนตกหนักมากๆ เลย

 

Hit the sack / Hit the hay



Photo Credit: 
https://unsplash.com/

       มาต่อกันที่สำนวน Hit the sack และ Hit the Hay กันดีกว่า 2 สำนวนนี้มีความหมายเหมือนกันเลยค่ะ แปลว่า “เข้านอน” เพราะว่าในสมัยก่อนที่นอนนั้นทำจากถุงกระสอบ (Sack) ที่อัดฟาง (Hay) ไว้ข้างใน จึงกลายมาเป็นที่มาของสำนวนดังกล่าว ส่วนปัจจุบันก็มีบางคนเปลี่ยนมาพูดว่า Hit the sheets ที่หมายถึงผ้าปูที่นอนด้วยเหมือนกันค่ะ เลือกใช้ได้ตามใจเลย   
 
ตัวอย่างประโยค
I’m going to hit the sack now, but wake me up if you need help.
ชั้นจะไปนอนละนะ แต่ถ้าอยากให้ช่วยอะไรก็ปลุกได้

 

Stab in the back



Photo Credit: 
https://unsplash.com/

       พี่ว่าหลายๆ คนน่าจะเดาความหมายของสำนวนนี้กันได้เนอะ ถ้าแปลตรงๆ Stab in the back จะแปลว่า แทงข้างหลัง ซึ่งมีความหมายเหมือนสำนวนในภาษาไทยเลยค่ะว่า “หักหลัง” นั่นเอง อธิบายง่ายๆ ก็เหมือนการที่เราไว้ใจใครสักคนมากๆ เลยไม่ทันได้ระวังตัว แต่เค้ากลับมาทำร้ายเราลับหลังซะอย่างนั้น T _ T  
 
ตัวอย่างประโยค
I can’t believe my friend stabbed me in the back. She stole my Wanna One concert ticket and sold it to her friend!
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเพื่อนชั้นจะหักหลังกัน หล่อนขโมยบัตรคอน Wanna One ของชั้นแล้วขายให้กับเพื่อนหล่อนเอง!

 

Blue in the face



Photo Credit: 
https://unsplash.com/

       ปกติแล้ว Blue ในภาษาอังกฤษจะหมายถึงความเศร้า หดหู่ อะไรประมาณนั้น แต่ว่า Blue in the face ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนั้นเลยค่ะ เพราะมันแปลว่า “พูดจนเหนื่อย” หรือ “พูดจนปากเปียกปากแฉะ” แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปลี่ยนแปลง เค้ามองว่ามันเหมือนกันตอนที่เราพูดรัวๆ จนขาดอากาศหายใจแล้วหน้าเขียวนั่นเองค่ะ (แต่เพราะฝรั่งผิวขาวมันจะออกไปทางน้ำเงินมากกว่า) 
 
ตัวอย่างประโยค
You can keep praising your bias until you’re blue in the face, but for me Ong Seongwu is the best!
ถึงเธอจะอวยเมนตัวเองจนหมดแรง แต่สำหรับชั้นองซองอูน่ะดีที่สุด! จำไว้แม่!

 

To go Dutch



Photo Credit: 
https://unsplash.com/

       ใครที่ชอบชวนเพื่อนไปตะลุยกินบ่อยๆ ต้องจดสำนวนนี้เอาไว้ใช้เลยค่ะ To go Dutch แปลว่า “จ่ายเงินในส่วนของตัวเอง” หรือพูดง่ายๆ ว่าแยกกันจ่าย กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น ส่วนเหตุผลว่าทำไมต้องดัตช์ นั่นเป็นเพราะในช่วงที่มีสงครามระหว่างอังกฤษและเนเธอร์แลนด์ ฝ่ายอังกฤษสรรหาคำว่าเรียกเสียดสีฝ่ายเนเธอร์แลนด์ซะยกใหญ่ อย่างปกติในวัฒนธรรมตะวันตกคนมักจะจ่ายเงินโดยการแชร์กัน ดีไม่ดีในบางประเทศฝ่ายชายจะแย่งกันจ่ายเงินด้วยซ้ำ แต่วัฒนธรรมชาวดัตช์เค้าจะไม่นิยมเลี้ยงอาหารกันค่ะ คนอังกฤษเลยใช้คำว่า To go Dutch ในความหมายดังกล่าวเพื่อแซะว่าคนดัตช์ขี้เหนียวนั่นเองค่ะ
 
ตัวอย่างประโยค
I know we’re all now broke, so this time we should go Dutch.
ชั้นรู้ว่าตอนนี้ทุกคนจนอยู่ เพราะงั้นคราวนี้แยกกันจ่ายละกัน

 

My cup of tea



Photo Credit: 
https://unsplash.com/

       หลายๆ คนน่าจะรู้กันดีว่าคนอังกฤษชอบดื่มชามากกก แต่ชานั้นมีหลายชนิดเลย ซึ่งคนอังกฤษนั้นจะเลือกดื่มแค่เฉพาะชาที่มีรสชาติแบบที่ตัวเองคุ้นเคยเท่านั้น เพราะฉะนั้นเลยเป็นที่มาของสำนวน My cup of tea ซึ่งมีความหมายว่า “สิ่งที่ (ชั้น) ชอบ” ค่ะ แทนที่จำใช้คำว่า Favorite อย่างเดียวก็สามารถเปลี่ยนมาใช้สำนวนนี้แทน จะได้ดูเก๋มากขึ้นด้วย แถมนอกจากจะใช้อธิบายสิ่งทั่วไปแล้ว ยังใช้พูดถึงสเป็กแบบคนที่เราชอบได้อีกต่างหาก จะบอกว่าใครเป็นสเป็กเราก็พูดได้เลยว่า She/He is my cup of tea
 
ตัวอย่างประโยค
Seungyeon is way too handsome. He’s really my cup of tea!
พี่ซึงยอนหล่อมากไม่ไหวแล้ว เค้าเป็นสเป็กแบบที่ชั้นชอบเลยแก๊ ฮืออ TT - TT

 

Every cloud has a silver lining



Photo Credit: 
https://unsplash.com/

       บางทีชีวิตก็ไม่เป็นอย่างที่เราหวังเอาไว้ใช่มั้ยล่ะคะ แต่อย่างน้อยในทุกเหตุการณ์ร้ายๆ ที่เกิดขึ้น ย่อมมีสิ่งที่ดีซ่อนอยู่เสมอ ขอเพียงแค่น้องๆ มีความหวังเข้าไว้ (ปาดน้ำตาแป๊บ) ซึ่งในภาษาอังกฤษเราสามารถพูดได้โดยใช้สำนวน Every cloud has a silver lining นี่แหละค่ะ ถ้าแปลเป็นไทยแบบกระชับก็คือ “ฟ้าหลังฝน” เค้าเปรียบเทียบกับก้อนเมฆที่แม้จะครึ้มหรืออึมครึมขนาดไหน แต่ที่ขอบก้อนเมฆก็ยังสว่างเป็นเส้นสีเงิน ให้เห็นว่าหลังเมฆก่อนนั้นยังมีแสงอาทิตย์ที่พร้อมจะส่องลงมาอีกครั้ง ว้าวซ่ามาก 
 
ตัวอย่างประโยค
I know that the situation isn’t as good as before, but don’t worry. Every cloud has a silver lining.
ชั้นรู้ว่าตอนนี้สถานการณ์ไม่ค่อยจะดีเหมือนเมื่อก่อน แต่อย่ากังวลไปเลย ทุกอย่างมันจะดีขึ้นเอง

 

Cry wolf



Photo Credit: 
https://unsplash.com/

       เวลาเห็นสำนวนนี้ครั้งแรกน้องๆ อาจจะงงว่าร้องไห้หมาป่าคืออะไรกันแน่ แต่ถ้าบอกที่มาน้องๆ จะต้องอ๋อแน่นนอน เพราะมันมาจากนิทานอีสปเรื่องเด็กเลี้ยงแกะนั่นเองค่ะ ในเรื่องเด็กเลี้ยงแกะแกล้งตะโกนขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน หลอกว่าหมาป่าจะมากินแกะ พอทำหลายครั้งเข้าในที่สุดชาวบ้านก็ไม่ยอมเชื่ออีกต่อไป เมื่อหมาป่ามาจริงๆ จึงไม่มีใครช่วย แกะจึงโดนกินไปหมด เพราะฉะนั้นสำนวน Cry wolf จึงหมายความว่า “ขอความช่วยเหลือทั้งๆ ที่ไม่ได้ต้องการจริงๆ” นั่นเอง พอต้องการความช่วยเหลือจริงๆ ก็ไม่มีใครมาช่วยแล้วซะงั้น
 
ตัวอย่างประโยค
Do you think Alan is in trouble or is he just crying wolf?
นายว่าอลันมีปัญหาจริงๆ หรือแกล้งเรียกร้องความสนใจไปงั้นนะ?

 

Cost an arm and a leg



Photo Credit: 
https://unsplash.com/

       มาถึงสำนวนสุดท้ายกันแล้วค่ะ ถ้าน้องๆ อยากจะอธิบายอะไรสักอย่างว่า “แพงมากก” แทนที่จะใช้คำว่า Very Expesive สามารถใช้สำนวน Cost an arm and a leg แทนได้เลย รับรองว่าฟังดูเหมือนเป็นเจ้าของภาษาพูดเองเริ่ดๆ ซึ่งสำนวนนี้สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ค่ะ เปรียบกับทหารที่ออกไปรบแล้วต้องสูญเสียแขนขาหรืออวัยวะในร่างกายเพื่อปกป้องประเทศ เป็นค่าใช้จ่ายที่แพงมากก เพราะคงไม่มีใครอยากแลกด้วยแขนขาของตัวเองหรอกเนอะ
 
ตัวอย่างประโยค
I’m planing a trip to Japan with my friends. I’m sure it will cost us an arm and a leg!
ชั้นกำลังวางแพลนเที่ยวญี่ปุ่นกับเพื่อนอยู่ ชั้นว่าทริปนี้เราจ่ายกันบานเบอะแน่ๆ 


 
       เป็นยังไงกันบ้างคะกับสำนวนภาษาอังกฤษที่พี่นำมาฝากในวันนี้ หวังว่าน้องๆ จะสามารถเข้าใจสำนวนได้มากขึ้นและนำไปใช้กันได้นะคะ > _ < 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=jelly

พี่เยลลี่ - ผู้เขียน

อักษรศาสตร์ เอกมโน โทติ่ง หิวชานมตลอดเวลาและเป็นทาสลูกน้องแมว

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #สำนวน #อังกฤษ #idiom #ที่มา

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?