/>

เปิดเรื่องจริงอีกด้านของผู้อพยพ: เมื่อหนีความอดอยากจากเกาหลีเหนือ..มาอดตายในเกาหลีใต้! []

วิว
       อันยองค่ะชาว Dek-D ทุกคน เมื่อไม่นานมานี้พี่ได้อ่านข่าวการปะทะกันเล็กๆ ในเกาหลีใต้ระหว่างผู้อพยพชาวเกาหลีเหนือและตำรวจ ซึ่งที่มาของการเดินขบวนจนนำไปสู่การทะเลาะกันก็น่าสนใจมากค่ะ เพราะเค้าเรียกร้องให้ทางรัฐบาลเกาหลีใต้มีมาตรการการดูแลผู้อพยพให้ดีกว่านี้ แต่ในสายตาชาวต่างชาติอย่างเรา ทางเกาหลีใต้ก็ดูเปิดกว้างและพร้อมให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา แล้วมันเกิดอะไรขึ้นถึงได้มีข่าวนี้ออกมากันนะ? ถ้าอยากรู้ล่ะก็เราตามไปดูกันในบทความได้เลยค่ะ

 
       ถ้าพูดถึงประเทศที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ จะต้องมี “เกาหลีเหนือ” โผล่ขึ้นมาอยู่ในลิสต์เป็นอันดับแรกๆ แน่นอน ถึงจะไม่ได้ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด แต่เชื่อว่าทุกคนคงเคยได้เห็นและได้ยินข่าวคราวความโหดร้ายที่เกิดขึ้นในนั้นมาบ้างไม่มากก็น้อย และเพราะความแร้นแค้นและไร้ซึ่งอิสรภาพนี้เอง ทำให้ชาวเกาหลีเหนือส่วนหนึ่งต้องการที่จะหลบหนีออกจากประเทศเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ซึ่งจุดหมายปลายทางที่พวกเค้าวาดฝันไว้ก็คือดินแดนที่เปรียบเสมือนสวรรค์อย่างเกาหลีใต้นั่นเองค่ะ

 

เส้นทางการหลบหนีจากเกาหลีเหนือ
Photo Credit: https://www.bbc.com/

 
       แต่ถึงอย่างนั้นการหลบหนีออกมาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจะต้องเดินทางกันเป็นเดือนๆ ผ่านประเทศจีน ลาว และมาจบเส้นทางที่ประเทศไทยด้วยการเข้ามอบตัวในข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เนื่องจากบ้านเราจะส่งตัวผู้หลบหนีเหล่านี้ไปที่เกาหลีใต้ ในขณะที่จีนและลาวจะส่งตัวกลับเกาหลีเหนือ แน่นอนว่าหากเป็นแบบนั้นก็จะถูกนำตัวไปลงโทษและทรมานร่างกาย ซึ่งก็มีจำนวนไม่น้อยเลยค่ะที่ถูกจับได้ระหว่างทาง หรือในกรณีที่โชคร้ายตายระหว่างที่เดินทางก็มีเช่นกัน
 
       เมื่อหลบหนีสำเร็จและถูกส่งตัวไปเกาหลีใต้แล้ว ทางรัฐบาลจะมีมาตรการให้ความช่วยเหลือเพื่อที่จะได้สามารถใช้ชีวิตในสังคมเกาหลีใต้ได้ โดยเกือบทุกคนจะต้องเข้าอบรมที่ “ฮานาวอน” ซึ่งเป็นศูนย์พักพิงสำหรับผู้อพยพชาวเกาหลีเหนือ ที่นี่จะมีการสอนวัฒธรรม อบรมการใช้ชีวิตประจำวัน การใช้เทคโนโลยีต่างๆ หรือแม้แต่ภาษาที่พูด นอกจากนี้ยังมีสวัสดิการอื่นๆ ด้วยเช่นกัน โดยรัฐบาลจะมอบเงินให้จำนวน 8 ล้านวอน ส่วนครอบครัวที่มีสมาชิก 2 คนขึ้นไปจะได้สวัสดิการแบบไร้เงื่อนไขจากรัฐเป็นจำนวน 870,000 วอนต่อเดือน เป็นเวลา 6 เดือน ดูเหมือนเป็นสวัสดิการที่ดีใช่มั้ยคะ แต่รายได้ครัวเรือนสำหรับ 2 คนโดยเฉลี่ยของเกาหลีใต้จริงๆ อยู่ที่เกือบ 3 ล้านวอนต่อเดือนด้วยซ้ำ   

 

ศูนย์พักพิงฮานาวอน สำหรับผู้อพยพชาวเกาหลีเหนือ
Photo Credit: http://www.koreatimes.co.kr/

 
       อย่างที่บอกไว้ว่าสำหรับผู้อพยพชาวเกาหลีเหนือแล้ว เกาหลีใต้ถูกมองว่าเป็นดินแดนแห่งอิสรภาพและสวรรค์ที่โหยหา แต่ความเป็นจริงนั้นตีแสกหน้าได้เจ็บแสบกว่าที่พวกเค้าคาดการณ์เอาไว้มากค่ะ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้ากับสังคมได้อย่างราบรื่น จากการสำรวจพบว่าอัตราการว่างงานของชาวเกาหลีเหนือก็มีมากกว่าชาวเกาหลีใต้ 2.9 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญคือกว่า 60% มีปัญหาการหางานไม่ได้จากการที่ต้องเลี้ยงดูลูกด้วย
 
       เมื่อความยากลำบากในการปรับตัวให้เข้ากับสังคมทุนนิยมนี้หนักหนากว่าที่คาดคิดไว้ ผู้อพยพส่วนหนึ่งถึงกับกลับไปอยู่ที่เกาหลีเหนือเพราะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพลเมืองชั้นสองที่นี่ แต่ข่าวที่เลวร้ายที่สุดนั้นเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เพราะ "ฮันซองอ๊ก" ผู้อพยพชาวเกาหลีเหนือวัย 42 ปี และ "คิมดงจิน" ลูกชายวัย 6 ขวบ ถูกพบว่าเสียชีวิตในอพาร์ตเม้นต์เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยสันนิษฐานว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากการอดตาย

 

Photo Credit: https://edition.cnn.com/
 
       เรื่องราวของเธอถูกถ่ายทอดผ่าน "คิมยงฮวา" นักเคลื่อนไหวชาวเกาหลีเหนือที่รู้จักเธอมาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี เค้าเล่าว่าฮันซองอ๊กนั้นเป็น 1 ในเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ที่นำตัวผู้หญิงเกาหลีเหนือไปขายให้กับชายชาวจีน เธอถูกขายให้กับสามีชาวเกาหลีที่อาศัยอยู่ในจีนและมีลูกด้วยกันคนหนึ่ง ก่อนที่เธอจะหาทางย้ายเข้ามาอาศัยในเกาหลีใต้คนเดียวด้วยความช่วยเหลือจากคิมยงฮวาในปี 2009 จนกระทั่งในปี 2012 เธอจึงขอให้สามีพาลูกย้ายมาอยู่ด้วยกันเพราะคิดถึงลูก โชคดีที่ฝ่ายชายหางานได้ในอู่ต่อเรือแห่งหนึ่ง และในปีต่อมาทั้งคู่ก็มีลูกด้วยกันอีกคนซึ่งก็คือ คิมดงจิน นั่นเองค่ะ
 
       อย่างไรก็ตามในปี 2015 อุตสาหกรรมต่อเรือเริ่มซบเซาลงเรื่อยๆ จนกระทั่งสามีของเธอนั้นตกงาน ทั้งครอบครัวจึงย้ายกลับไปอยู่ที่จีนในปี 2017 และเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ฮันซองอ๊กได้โทรหาคิมยงฮวา บอกว่าเธอหย่าขาดกับสามีแล้วและต้องการย้ายมาอยู่ที่โซลกับลูกชาย เค้าจึงช่วยเป็นธุระจัดหาอพาร์ตเมนต์ให้ ติดอยู่ที่ว่าดงจิน ลูกชายของเธอนั้นเป็นโรคลมชักและต้องคอยดูแลตลอดเวลา จึงไม่สามารถทำงานได้ เธอจึงขอให้คิมช่วยไปดำเนินเรื่องเพื่อที่เธอจะสามารถรับเงินสวัสดิการสนับสนุนรายเดือนได้
 
       แต่ชีวิตก็ไม่ได้สวยงามแบบนั้นค่ะ ฮันซองอ๊กถูกปฏิเสธไม่ให้รับสวัสดิการ เพราะเธอไม่มีเอกสารการหย่า รวมถึงไม่มีใบตรวจสุขภาพจากแพทย์ ซึ่งเรื่องราวชีวิตของเธอหลังจากนั้นก็ไม่มีใครรู้เรื่องเท่าไหร่นัก เพราะไม่มีใครได้ติดต่อกับเธอได้เนื่องจากเธอไม่มีโทรศัพท์ รวมทั้งไม่มีเพื่อนสนิทด้วย นักสังคมสงเคราะห์เองได้ไปเยี่ยมเธอเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ก็ระบุลงไปในรายงานว่าไม่มีคนอยู่ที่บ้าน ความเคลื่อนไหวเดียวที่ทราบก็คือเธอได้ถอนเงินก้อนสุดท้ายในธนาคารออกไปเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ซึ่งเป็นจำนวนประมาณ 100 บาทเท่านั้น T _ T

 

ผู้อพยพชาวเกาหลีเหนือถือรูปของ "ฮันซองอ๊ก" และ "คิมดงจิน" ในงานศพ
Photo Credit: Kim Hong-Ji/Reuters via www.nytimes.com

 
       จนวันที่ 31 กรกฎาคม มีเจ้าหน้าที่แวะเข้าไปที่อพาร์ตเมนต์เพื่อทำการตรวจสอบ เพราะเธอไม่ได้จ่ายบิลค่าน้ำและค่าแก๊สมาเป็นเดือนๆ แล้ว แต่พอไปถึงกลับได้กลิ่นเหม็นรุนแรงเลยโทรแจ้งตำรวจ เมื่อเปิดห้องดูก็พบว่าทั้ง 2 แม่ลูกนั้นเสียชีวิตไปแล้ว แถมร่างก็เน่าเปื่อยแล้วด้วย จากการชันสูตรนั้นตำรวจคาดการณ์ว่าทั้งเธอและลูกชายน่าจะเสียชีวิตตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม แต่เนื่องจากร่างนั้นเน่าเปื่อยอย่างหนัก เลยไม่สามารถชันสูตรเพิ่มเติมได้มากนัก บอกได้แค่ว่าไม่พบสารพิษหรือบาดแผลตามร่างกายใดๆ ในส่วนของที่พักก็ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ จึงไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้อย่างแน่ชัด แต่เพราะในตู้เย็นของเธอนั้นว่างเปล่าไม่เหลืออาหารใดๆ ยกเว้นพริกป่นเพียงอย่างเดียว เลยมีการสันนิษฐานว่า 2 แม่ลูกน่าจะเสียชีวิตจากการอดตายค่ะ

 

Photo Credit: Kim Hong-Ji/Reuters via www.nytimes.com
 
        นี่เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้อพยพชาวเกาหลีเหนือในเกาหลีใต้ออกมาเดินขบวนแสดงความเสียใจ และเรียกร้องให้ประธานาธิบดีมุนแจอินออกมาขอโทษ พร้อมกับต้องการให้นำเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นบทเรียน บางกลุ่มก็ถกเถียงกันว่าสิ่งที่รัฐบาลให้แก่ผู้อพยพนั้นเล็กน้อยเกินไป และอยากให้มีการปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย ซึ่งกระทรวงการรวมชาติของเกาหลีใต้ (Ministry of Unification) ก็ได้ออกมายอมรับต่อสาธารณะและเสนอมาตรการที่ครอบคลุมเพื่อที่จะลดจุดบอดในสวัสดิการลง รวมไปถึงจะจัดทำเซอร์เวย์ถึงผู้อพยพชาวเกาหลีเหนือทุกคนว่าใครอยู่ในกลุ่มเสี่ยงด้วยต่อไป 

 
       ถือเป็นเรื่องที่น่าช็อกไม่น้อยเลยค่ะ เรามักเข้าใจว่าผู้อพยพชาวเกาหลีเหนือที่ได้เข้าไปอยู่ในเกาหลีใต้แล้วจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น เพราะทางเกาหลีใต้เองก็ดูให้ความช่วยเหลือในหลายๆ ด้าน แต่จริงๆ แล้วก็ยังมีจุดบอดที่เรามองไม่เห็นอยู่เหมือนกัน ได้แต่หวังว่าจะมีการปรับปรุงเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกด้วยเหมือนกันนะคะ T _ T

 
Sources:
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=jelly

พี่เยลลี่ - ผู้เขียน

อักษรศาสตร์ เอกมโน โทติ่ง หิวชานมตลอดเวลาและเป็นทาสลูกน้องแมว

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #เกาหลีใต้ #เกาหลีเหนือ #อพยพ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?