/>

ตีแผ่ 'Power Harassment' ในสังคมญี่ปุ่น จากข่าวครูรุ่นพี่กลั่นแกล้งครูรุ่นน้องในโรงเรียน []

วิว
        สวัสดีครับน้องๆ ชาว Dek-D พูดถึงเรื่องการกลั่นแกล้งหรือที่เราเรียกกันว่า Bullying ถือว่าเป็นอีกประเด็นที่ในปัจจุบันหลายคนหันมาสนใจกันมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการกลั่นแกล้งในโรงเรียน แต่ถึงแม้จะมีการรณรงค์มากขึ้นแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันยังคงมีเรื่องแนวนี้เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ และดูเหมือนว่ามันไม่ได้เกิดกับนักเรียนแค่เพียงอย่างเดียวแล้วล่ะครับ เพราะล่าสุดนั้นมีข่าวการรังแกครูด้วยกันเองจากโรงเรียนแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นออกมาอีกด้วย เรื่องราวจะรุนแรงขนาดไหน ตามมาอ่านกันเลยครับ

 
Photo Credit : Unsplash
 
       น้องๆ หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นมีสังคมที่ค่อนข้างทำอะไรจริงจัง และเต็มไปด้วยความเครียดและกดดันสูง และนอกจากนี้แล้วเรื่องการกลั่นแกล้งไม่ว่าจะในโรงเรียนหรือสถานที่ทำงานก็เป็นอีกประเด็นที่มักถูกหยิบยกมาพูดถึงอยู่เสมอ อย่างเรื่องการกลั่นแกล้งกันของเด็กนักเรียนนั้นเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานานในประเทศนี้ จะเห็นได้ว่าในแต่ละมีนั้นมีคนจำนวนไม่น้อยที่ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยการฆ่าตัวตายเพราะทนรับกับความกดดันจากการถูกรังแกไม่ไหว จนล่าสุดถึงกับมีการออกแบบ AI เพื่อช่วยคุณครูในการสังเกตการบูลลี่ในโรงเรียนขึ้นมาอีกด้วย 
 
       แต่พอกลับมาดูตามความเป็นจริงแล้ว ไม่ได้มีแค่เด็กนักเรียนแค่เพียงเท่านั้นที่เจอกับเหตุการณ์การกลั่นแกล้งในโรงเรียน แต่กลับเป็นครูของพวกเค้านี่แหละที่กำลังโดนรังแกจากครูในโรงเรียนเดียวกันแต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ อย่างล่าสุดเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีข่าวหนึ่งเป็นที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างซึ่งเป็นข่าวของการกลั่นแกล้งและทำร้ายร่างกายครูในโรงเรียนแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น  

 
        เรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นที่ Higashisuma Elementary School โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในเมืองโกเบ เมื่อคุณครูหนุ่มวัย 20 ปี จำเป็นต้องลางานหยุดพักเพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ หลังจากถูกครูรุ่นพี่วัย 30 - 40 ในโรงเรียนเดียวกันทำร้ายร่างกายจนสาหัสอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งคนที่ทำร้ายก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย เพราะว่าเป็นครูรุ่นพี่ในโรงเรียนเดียวกันนั่นแหละ จากข่าวบอกว่ามีถึง 4 คนด้วยกัน เป็นครูผู้ชาย 3 คน และครูผู้หญิงอีก 1 คน ซึ่งอายุอานามก็อยู่ในวัย 30 - 40 ปีแล้วด้วย โดยคุณครูเหล่านั้นแกลั่นแกล้งครูหนุ่มคนนี้ด้วยสารพัดวิธีเลยครับ ยกตัวอย่างเช่น ถูกจับล็อกแขนและเอาแกงเผ็ดมาถูตามตัวให้รู้สึกแสบ และยังเอาซุปราเมนร้อนๆ มาถูที่ตาอีกด้วย ยังไม่พอนะครับ พวกเค้ายังกลั่นแกล้งด้วยการเทเหล้าในรถของครูคนนี้ และก็แกล้งทรมานใจเล่นๆ ด้วยการบังคับให้ครูหนุ่มพิมพ์ข้อความส่งไลน์ไปหาครูผู้หญิงในโรงเรียนอีกด้วย (น่าจะบังคับให้พิมพ์ด้วยข้อความที่ทำให้ขายหน้ารึเปล่านะ)  
 

Photo Credit : Unsplash
 
       หลังจากเรื่องแดงขึ้นมาก็มีเหยื่อคนอื่นๆ อีก 3 คนในโรงเรียนเดียวกันออกมาเผยว่า พวกเค้าก็ถูกครู 4 คนนี้กลั่นแกล้งเช่นกัน ซึ่งหนึ่งในเหยื่อเป็นครูผู้หญิงเผยว่า เธอนั้นถูกล่วงละเมิดทางเพศด้วยคำพูดอีกด้วย และเหยื่ออีกคนที่เป็นผู้ชายก็บอกว่า คนพวกนั้นตั้งฉายาให้กับเค้าว่า 'พอนจัง' ซึ่งมาจากคำว่า ponkotsu (ポンコツ) ที่มีความหมายว่า 'เศษขยะ' ใช้เรียกกันอย่างสนุกสนานอีกด้วย / โอ้ยย คือแบบ -___- 
            
        น้องๆ สงสัยมั้ยครับว่าในโรงเรียนจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลยหรือไงกัน ทั้งๆ ที่มันก็ไม่เกิดแค่ครั้งเดียวหรือแค่กับคนเดียวด้วยซ้ำ หรือว่าทางโรงเรียนเลือกที่จะปิดหูปิดตาหรือเปล่านะ? ซึ่งถ้าว่าตามจริงแล้ว พี่คิดว่าเค้าก็น่าจะรู้กันแหละครับ เพราะจากข่าวบอกว่าเคยมีครูคนอื่นๆ ในโรงเรียนได้แจ้งกับทางบอร์ดบริหารไปว่ามีการกลั่นแกล้งครูรุ่นน้องเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่ตอนนั้นกลับได้รับคำตอบกลับมาว่า "มันเป็นปัญหาระหว่างเพื่อนร่วมงานด้วยกันเอง แต่ตอนนี้เคลียร์กันเองภายในเรียบร้อยแล้ว" จากคำพูดนี้เท่ากับว่าทางโรงเรียนเองก็เลือกที่จะไม่สนใจ เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติหรือเปล่านะ?
 
       แต่อย่างไรก็ตามเรื่องราวความฉาวของครูกลุ่มนี้ก็คงปิดไม่มิด เพราะเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาญาติของครูหนุ่มได้เข้าไปเรียกร้องกับทางคณะผู้จัดการโรงเรียนและมีการสอบสวนกันอย่างจริงจัง และก็พบว่ามีการกลั่นแกล้งกันจริงๆ (แหม ก็หลักฐานเยอะซะขนาดนั้น) และในตอนนี้แก๊งครูอันธพาลทั้ง 4 คนก็ถูกสั่งหยุดงานเรียบร้อยแล้วและจะมีคำสั่งย้ายในภายภาคหน้าครับ /ตอนนี้ก็แอบคิดว่าถ้าย้ายไปแล้วจะไปทำแบบนี้ที่ไหนอีกมั้ยเนี่ย 
 

Photo Credit : Unsplash
 
        อย่างที่บอกไปว่าเรื่องการกลั่นแกล้งนั้นเกิดขึ้นบ่อยในประเทศญี่ปุ่น และไม่ได้เกิดแค่กับเด็กนักเรียนแค่เพียงเท่านั้น เพราะว่าในสังคมการทำงานลับมีเรื่องแบบนี้ถูกหยิบยกมาพูดถึงอยู่เป็นประจำเช่นกัน ที่เป็นแบบนี้เพราะว่าสังคมญี่ปุ่นนั้นมี Seniority หรือระบบรุ่นพี่รุ่นน้องที่สูงมาก ซึ่งส่วนใหญ่ก็แฝงมาด้วยการใช้อำนาจกดขี่คนอื่นที่มีอายุน้อย หรือคนที่อยู่ใต้บังคับบัญชานั่นเองครับ ในภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า พะวะฮะระ (パワハラ ซึ่งย่อมาจาก Power Harassment หมายความว่า คนที่อยู่เหนือกว่าคนอื่นด้วยตำแหน่ง หน้าที่การงาน หรืออายุ มักจะใช้อำนาจกดขี่คนอื่นในทางที่ผิดและเกินจำเป็น จนล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลนั่นเอง โดยเฉพาะในที่ทำงานอำนาจเหล่านี้มักจะใช้กับพนักงานใหม่ หรือเด็กที่เรียนจบใหม่ ซึ่งคนญี่ปุ่นมักอ้างว่าที่ทำลงไปก็เพื่อต้องการทดสอบความอดทน ทดสอบใจของเด็กใหม่ว่าสามารถทนต่อความกดดันได้หรือเปล่า ถ้าพวกคุณอดทนได้ ในอนาคตก็จะสบาย ส่วนคนที่ทนไม่ได้ก็คือพวกความอดทนต่ำ ไปทำงานที่ไหนก็คงไม่รอด ยิ่งถ้าใครอดทนไม่ได้และลาออกบ่อยๆ ก็จะมีประวัติการทำงานติดตัวไปด้วย และนั่นก็อาจสื่อว่าคุณเป็นพวกคนที่ไม่เอาถ่าน ไร้ความอดทน และก็อาจจะทำให้ถูกปฏิเสธงานจากบริษัทอื่นๆ นั่นเองครับ   
 
        ความจริงแล้ว Power Harrasement นั้นไม่ได้เจอแค่กับคนญี่ปุ่นเท่านั้นหรอกนะครับ แต่ชาวต่างชาติที่ไปทำงานที่ญี่ปุ่นหรือคนที่มีเพื่อนร่วมงานเป็นคนญี่ปุ่นก็อาจจะเจออำนาจที่ใช้ในการข่มเหงรังแกในที่ทำงานเช่นกัน อย่างคุณ Sarah Naimi นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยที่มีโอกาสได้ทำงานกับสถาบันวิจัยในญี่ปุ่น RIKEN Nishina Center for Accelerator-Based Science ก็ได้เผยว่าเธอเองก็เคยเจอเหตุการณ์ที่ใช้อำนาจเชิงกลั่นแกล้งในที่ทำงานเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น 
 
1. Physical Abuse ถูกทำร้ายร่างกาย เช่น ตี โขกหัว แต่ที่เจอบ่อยๆ จะเป็นการถูกปาของใส่ ซึ่งเจตนาของคนที่กระทำอาจจะไม่ได้ต้องการทำให้บาดเจ็บ แต่แค่ต้องการข่มเหงให้เรากลัวแค่เพียงเท่านั้น
 
2. Emotional Abuse การทำร้ายทางจิตใจ ส่วนใหญ่จะแสดงออกมาด้วยคำพูด พฤติกรรมดูหมิ่น บางคนก็แกล้งเพิกเฉย เย็นชาใส่ หรือทำให้อายต่อหน้าคนเยอะๆ หรือบางทีพวกเค้าจะไม่ได้พูดต่อหน้าเราแต่จะส่งอีเมลหรือเขียนจดหมายมาด่าลับหลัง เหมือนเป็นการปั่นประสาทให้เรารู้สึกแย่ตามไปด้วย บางคนพอเจอบ่อยๆ ก็รู้สึกเครียดถึงขั้นกับฆ่าตัวตายเลยก็มี ซึ่งการกระทำแบบนี้เป็นเคสที่ถือว่ามีเยอะมากในญี่ปุ่นแต่กลับเป็นเรื่องปกติซะงั้น
 
3. Isolation from Human Relationships หรือการกลั่นแกล้งให้โดดเดี่ยวเดียวดายและไร้มนุษยสัมพันธ์กับผู้อื่น อันนี้จะเป็นเคสที่ชาวต่างชาติที่ทำงานร่วมกับคนญี่ปุ่นจะเจอบ่อยมาก เช่น พวกเค้าจะคุยแต่ภาษาญี่ปุ่นไม่พูดภาษาอังกฤษกับเรา ทั้งที่บางคนก็พูดได้แต่ไม่สนใจที่จะมีปฏิสัมพันธ์ด้วยเหมือนเป็นการกีดกันเราออกจากกลุ่ม พอลองนึกภาพตามแล้วก็แอบเศร้านะครับ กรณีแบบนี้เจอบ่อยมากจริงๆ ยิ่งกับพวกแอร์โฮสเตสที่บินสายการบินญี่ปุ่น หลายคนมักเจอเหตุการณ์แบบนี้กันหมด ซึ่งการถูกคนในทีมเพิกเฉยใส่ ความรู้สึกมันแย่มากกว่าที่เราจะคาดคิดอีกนะครับน้องๆ ยิ่งถ้าเรามาจากต่างบ้านต่างเมือง เครียดงานมาก็มากพอแล้วแต่กลับพูดระบายกับใครไม่ได้ก็จะยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้นไปอีก จนบางทีอาจนำมาสู่โรคซึมเศร้าก็ได้นะ   
 
4. Excessive Demands คนที่มาทำงานใหม่หรือมาจากต่างชาติมักจะเจอการสั่งงานที่มีปริมาณมากเกินไป เช่นงานใหญ่ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าเราไม่สามารถทำคนเดียวได้ แต่พวกเค้าก็ยังจะสั่ง หรือไม่บางทีก็สั่งงานเยอะๆ ให้เรา เพื่อทดสอบความอดทนอย่างที่พี่ได้เกริ่นไว้ในด้านบนนั่นเองครับ

 

Photo Credit : Unsplash

 
        เรื่องการกลั่นแกล้งในญี่ปุ่นนั้นมีข่าวออกมาตลอดเลยเนอะ เชื่อว่าหลายคนพอได้รู้ข่าวก็รู้สึกหดหู่ตามไปด้วย ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้อยู่บ่อยๆ ก็เป็นเพราะว่าแนวคิดในสังคมของญี่ปุ่นที่ถูกถ่ายทอดกันมาจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันก็มีคนญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยที่หันมาใส่ใจและพยายามแก้ไขให้เรื่องการกลั่นแกล้งนั้นหายไปจากสังคม แต่ก็อย่างว่านะ ถ้าจะให้หายไปเลยมันก็คงจะไม่ง่ายขนาดนั้น แค่มีอัตราเรื่องการกลั่นแกล้งลดลงเรื่อยๆ ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีแล้วล่ะครับ   

 
Source:
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=wut_

พี่วุฒิ - ผู้เขียน

มนุษย์ 4 มิติผู้หลงใหลในเพลงเกาหลี ชาเนสที และหมูกระทะ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Power Harassment #School Bullying #Bullying #ญี่ปุ่น #โรงเรียนญี่ปุ่น #ครู #ครูญี่ปุ่น

บทความที่นิยมอ่านต่อ

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อย่าว่าแต่ในญี่ปุ่นเลยนะคะ เท่าที่ดิชั้นเคยติดตามข่าวมานะ ในไทยก็มีค่ะ ที่งานแห่งนึงย่านสีลม(มีตึกและ สนง.ใหญ่ของแฟรนไชนส์ชื่อดังที่นั่น)เรื่องpower harassmentนี่ทำกันเป็นวัฒนธรรมเลยค่ะ บางแผนกนี่ถ้ามีพนง.หน้าใหม่เข้ามาเสมือนกับว่าเค้าคือกิ้งก่าท่ามกลางดงงูเห่าเลยด้วยซ้ำ แถมเรื่องพวกนี้นี่ส่งต่อไปหามหาลัย สถานศึกษาไทยอยู่แล้วค่ะ จากที่เคยได้สัมภาษณ์รุ่นน้องคนนึงในสถาบันชื่อดังย่านศาลายา บอกว่ามีผู้บริหารใน บ.นั้นเคยเป็นศิษย์เก่าสถาบันที่น้องเค้าเรียนอยู่ มักจะมาวางอำนาจ ว้าก และกดดันให้เข้ากิจกรรมที่เค้าอยากให้เข้า ไม่ทำตามที่เค้าสั่งก็ใช้เรื่องที่บทความเล่ามานี่แหละค่ะมากลั่นแกล้งเด็กที่เห็นต่าง แถมทำแบบนี้ยันรับริญญาเลยด้วยซ้ำ ถามว่าผู้บริหารสถาบันรู้ไหม รู้ค่ะแต่นิ่งเฉยและปิดข่าวเพราะมหาลัยนี้ก็ดังมาก(ระดับประเทศ) ส่วนผู้บริหารท่านนั้นล่าสุดปีที่ผ่านมาก็รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นของสถาบันทั้งๆที่อยู่เบื้องหลังการกลั่นแกล้งเด็กจนต้องหมดอนาคตเยอะแยะไป......

      ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?