/>

"สักวันคงได้ดีไซน์สิ่งที่ให้ความสุขกับคน" ความฝันของ 'พ้ง' คนไทยในทีม The Sims 4 []

วิว
        น้องๆ คนไหนเป็นสาวก "เดอะซิมส์" (The Sims) บ้างคะ? เล่าก่อนว่าเกมนี้้เป็นเกมจำลองชีวิตในตำนานที่ฮิตไปทั่วโลก คนเล่นเยอะมากกก บางคนลุยตั้งแต่ภาค 1 ยันภาคล่าสุดที่เขามีปล่อยดาวน์โหลดฟรีกันด้วย และนอกจากมาตรฐานความสนุก เรื่องกราฟิกในเกมก็ยังคงดีงามถูกใจผู้เล่นเหมือนเดิมค่ะ

       ไม่นานมานี้เราโชคดีมากที่มีโอกาสพูดคุยกับ "พี่พ้ง" หนุ่มไทยที่ปัจจุบันทำงานใน Electronic Art (EA) ตำแหน่ง Concept Artist ทีม The Sims 4 หน้าที่ของเขาคือการออกแบบสิ่งของและเสื้อผ้าหน้าผมในเกม ผลงานที่เผยแพร่ไปแล้วส่วนใหญ่จะเป็น Download Packs ในเกมตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เช่น Strangerville, Island Living, Real of Magic ฯลฯ

       และเหตุผลที่ไม่อยากให้พลาดเลย เพราะเส้นทางการค้นหาตัวเองของพี่พ้งดูซับซ้อนมาก จังหวะฉิวเฉียดตลอด เดี๋ยวเรามาฟังสเต็ปการเบิกเนตรทีละขั้นกันตั้งแต่ติวเพื่อเข้าสถาปัตย์ฯ ตอน ม.ปลาย, เรียนมัณนศิลป์ ม.ศิลปากร (แบบงงๆ), เรียนด้าน Visual Development ที่ Academy of Art University ในอเมริกา, การฝึกงานทั้งในไทยและอเมริกา จนสุดท้ายคือการทำงานที่สภาพแวดล้อมในฝันอย่างทุกวันนี้



 

"ขอยอมวาดรูปไม่เก่ง

แต่คิดเลขเก่งแทนได้มั้ย?"
 

       "ผมชอบวาดรูปตั้งแต่เด็กครับ ชอบที่คนเข้ามาดูหรือมีความสุขกับสิ่งที่เราวาด จนช่วง ม.5-6 มีแต่คนบอกว่า 'วาดรูปก็ต้องเรียนสถาปัตย์สิ' เลยไปติวกับรุ่นพี่ที่ผมนับถือมากๆ คนนึง ได้รู้เบสิกเกี่ยวกับการวาด perspecitve, ค่าน้ำหนัก, องค์ประกอบ ฯลฯ และวิธีคิดมาเยอแยะ ด้วยความฝันว่า 'สักวันถ้าเป็นสถาปนิก คงออกแบบอะไรที่ให้ความสุขกับคนได้'"

        "แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เข้าสถาปัตย์เพราะเกรด ม.ปลายไม่สวย T_T แล้วตอนนี้ก็เห็นเพื่อนเขาติดคณะแพทย์ วิศวะ ดูเป็นเส้นทางที่ดีจัง แล้วท้อๆ ว่าเราจะวาดรูปไปเพื่ออะไร? ขอวาดรูปไม่เป็นเพื่อแลกกับคิดเลขเก่งดีกว่ามั้ย?"

       "แล้วผมก็ได้รู้จักเพื่อนคนนึงที่วาดเก่งมาก (ทุกวันนี้เป็นเพื่อนสนิท) ผมก็ตามไปเรียนพิเศษที่เดียวกับเขาครับ แล้วเขาก็บอกว่าคณะมัณฑนศิลป์ ม.ศิลปากร เปิดรับสมัครวันนี้วันสุดท้ายนะ ผมก็สมัครทั้งที่ไม่รู้จักทั้งคณะและที่ตั้งมหา'ลัย สุดท้ายด้วยความช่วยเหลือจากพี่ๆ ติว ก็ติดไปแบบงงๆ เหมือนพึ่งดวงไป 50% แม้พ่อแม่จะไม่ค่อยอยากให้เรียน แต่ท่านก็ให้โอกาสผมพิสูจน์ตัวเองด้วยครับ"

 

ค่อยๆ เบิกเนตรทีละขั้น
 

เคยอยากเป็น animator
 
        "ระหว่างค้นหาตัวเองในมัณฑนศิลป์แบบงงๆ เพื่อนคนเดิมที่ชวนผมเข้าคณะนี้ก็มาชวนประกวดแอนิเมชัน ฟอร์มทีมกับเพื่อนอีกคนรวมเป็น 3 คนแล้วส่งผลงานไป ได้คัดเลือกเข้าอบรมแอนิเมชันด้วย เลยได้เบิกเบตรด้านนี้เต็มๆ ครับ ผลคือแข่งได้ที่ 1 ด้วย! เลยพบว่าพวกเราทำสิ่งนี้ได้ดีเลยนะ ก็เลยตั้งเป้าลุยทางนี้ด้วยกัน พากันประกวด แชร์ความรู้ตลอด เป้าหมายคืออยากเป็น animator เต็มตัวครับ"
 
เบิกเนตรกับสาย Concept Art
 
        "คลั่ง animator ได้พักใหญ่ เพื่อนในกลุ่มก็ไปรู้จักสายงาน pre-production ที่เรียกว่า 'Concept Art' = งานที่ออกแบบเพื่อให้ทุกคนในทีม production เห็นภาพเดียวกันและทำงานง่ายขึ้นก่อนเริ่มผลิตครับ ประยุกต์ได้ทั้งสายแอนิเมชันและเกม ฟังดูแล้วน่าสนใจดี เลยตามเพื่อนไปฝึกงานที่บริษัทเกมแห่งนึง ซึ่งพี่เจ้าของเคยทำงานให้เกมดังๆ ที่อยู่เมืองนอกมาแล้วครับ"

        "ช่วงฝึกงาน 3 เดือนนั้นสนุกมาก แต่ก็ไปแบบร่อแร่มาด้วยครับ 5555 เพราะผมพบว่าตัวเองมีพื้นฐานวาดรูปไม่เพียงพอ พี่เขาเลยต้องมาปูพื้นฐานการเพนต์ให้ใหม่ทั้งหมด เป็นอีกจุดเปลี่ยนที่ทำให้สกิลผมพัฒนาขึ้นมา 3 เท่าได้ เพิ่งจะมาเข้าใจวิธีคิดและเหตุผลต่างๆ ในการฝึกเบสิกก็ตอนนี้แหละ
 
        "อีกสิ่งที่ต้องเรียนรู้คือกระบวนการคิดแบบ concept design ที่เราต้องเข้าใจสิ่งที่เราออกแบบมากๆ มีที่มาที่ไปและน่าสนใจ สื่อสารไอเดียกับทีม production ได้เคลียร์ที่สุด มันคือการหา visual solution ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบตัวละคร สิ่งของ ฉาก สำหรับเกม การ์ตูน หรือหนัง ที่สำคัญคือ 'คนเสพต้องชอบ' จึงค่อนข้างตรงเป้าหมายที่คิดไว้ว่าอยากทำอะไรที่ให้ความสุขกับคน เลยเบนสายตัวเองมาศึกษา concept art จริงจัง"

ได้เป็น Concept Artist ครั้งแรก
 
        "โชคดีมากที่ Riff Animation Studio รับผมเข้าทำงานเป็น Concept Artist อย่างที่ผมตั้งใจไว้ เป็น 2 ปีที่ผมมีความสุขกับการทำงานและได้เรียนรู้เยอะมากครับ คนที่นี่เก่งและตั้งใจให้งานออกมาดีกันทุกคน และโชคดีอีกที่บริษัทให้โอกาสเป็น Art Director ในแอนิเมชันซีรีส์สั้น 'Bloody Bunny First Blood' ซึ่งเป็นการ์ตูนที่ได้กระแสตอบรับดี เราเลยพบว่า โอเค นี่แหละตรงกับเป้าหมายที่อยากออกแบบเพื่อให้ความสุขกับคน"



 
แล้วชีวิตนี้แค่อยากวาดรูปจริงๆ เหรอ?
 
        "ทำงานสักพักก็ดันตั้งคำถามขึ้นมาอีกว่า ที่เลือกสายนี้เพราะชอบหรือเพราะเราทำเป็นอย่างเดียว? เลยหักดิบลาออกมาแล้วไปลงคอร์สสั้นเรียน Marketing 3 เดือน ได้ความรู้ใหม่ๆ เหมือนได้เบิกอีกเนตร คิดในมุมมองที่ไม่ใช่ artist บ้าง แต่ไม่ชอบเลยสักนิดครับ เลยมั่นใจว่าเรามีความสุขกับงานสายอาร์ตจริงๆ เลยท้าทายตัวเองว่า ถ้างั้นต้องไปให้สุดนะ ต้องได้ทำงานกับบริษัทระดับโลกให้ได้ เลยตัดสินใจต่อ ป.โท สาย Visual Development ที่อเมริกาครับ"


 

รีวิวเรียน ป.โท Visual Development

Academy of Art University @ USA
 

       “ผมไปด้วยภาษาระดับ TOEFL แค่ 68 ถ้าใครอิ๊งไม่ดีเขาจะมีคอร์สภาษาให้ แบ่งแยกเป็นภาค สมมติลง Visual Development ก็จะได้เรียนชุดประโยคและศัพท์สำหรับสายนี้โดยตรง"
 
ภาพรวมวิชาสาขา
 
  • FUNDAMENTAL CLASSES ปูพื้นฐานการวาด เช่น still life painting, basic drawing, color & light, perspective ฯลฯ จะทำให้ขีดจำกัดในการวาดเราได้ดั่งใจขึ้นนั่นเองครับ
     
  • MAJOR CLASSES เป็นวิชาเลือกเฉพาะทางของคณะ เช่น ออกแบบตัวละคร ฉาก สิ่งของ เกมมือถือ ฯลฯ แล้วแต่สายงานที่เราเล็งไว้ เน้นกระบวนการคิด การออกแบบ และการทำชิ้นงานเป็นโปรเจกต์
     
  • HISTORY CLASSES (GLA) เรียนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์วงการเอนเตอร์เทนเมนต์ของทั้งหนัง การ์ตูน ในระดับสากล รวมไปถึงวิธีคิดของคนในยุคก่อนถึงยุคปัจจุบัน ทำให้รู้ที่มาที่ไปของวงการและบุคคลสำคัญ
     
  • DIRECT STUDY คือวิชาที่เราเลือกเอง ศึกษาเฉพาะด้านจากคณะอื่น เพื่อเอาความรู้มาประยุกต์กับ Final Thesis ครับ
 

 

ตัวอย่างวิชา

        "Landscape Painting" วิชานี้คือเบิกเนตรมากกก และประยุกต์ได้กว้างมากครับ เพราะเขาสอนให้มองสิ่งซับซ้อนให้ simple และฝึกสร้างบรรยากาศจากชุดสีที่จะใช้ด้วย วิชานี้จะให้ใช้สีน้ำมันเป็นหลักครับ มีรถบัสพาไปเพนต์นอกเมืองเพื่อสังเกตการทำงานของแสงจริงๆ 


        "Quick Studies" วิชาที่ช่วยให้เราจับ mood จากสิ่งที่เห็น เพนต์น้อยแต่ได้มาก ฝึกตัดจุดไม่สำคัญออก (เพราะถ้ามัวมองดีเทลจะทำไม่ทัน) เขาจะให้โจทย์เพนต์สด (live painting) มา 3-4 โจทย์ อาจเป็นวิวทิวทัศน์หรือหุ่นนิ่ง แล้วให้เพนต์สั้นๆ 15 นาที > 20 นาที > 25 นาที ใช้บรัชหยาบๆ แต่แสงต้องครบ จบคาบนั้นสมองแทบไหม้เพราะทุกอย่างเร่งไปหมด คิดในใจตลอดว่าใครจะเพนต์ทันเนี่ยยยย แต่มีประโยชน์มากครับ ช่วยให้ผมทำงานไวขึ้นและได้ประสิทธิภาพด้วย"


 
       "Advanced Digital Painting" เป็นคลาสที่ให้เราเริ่มประยุกต์ใช้โปรแกรมที่ช่วยให้สื่อสารไอเดียดีขึ้น เรียนรู้เทคนิคโปรแกรมเพื่อพลิกแพลงประยุกต์กับงานที่เราออกแบบ เช่น การใช้ 3D mock up เพื่อไกด์ form ก่อนเพนต์ใน photoshop ทับอีกทีเพื่อลดเวลาที่มานั่งคิดมุมและทิศทางของแสง งานก็เลยทั้งเร็วและแม่นยำขึ้นครับ แล้วยังได้ฝึกเพนต์ texture ของงานออกแบบด้วย


        "Visual Development Design" คาบที่ให้เราออกแบบโปรเจกต์ โดยต้องคิดเนื้อเรื่องคร่าวๆ ของเกมหรือแอนิเมชันขึ้นมา แล้วออกแบบทุกอย่างในเรื่อง ทั้ง character, prop, environent, cinematic moment ฯลฯ อาจารย์ก็จะดูกระบวนการคิดของเราและคอยแนะนำตลอด เพื่อให้โปรเจกต์ออกมาดูดีและแข็งแรงที่สุด จบคลาสก็ได้ 1 โปรเจกต์เต็มๆ มาใส่ลง Portfolio เป็นผลดีกับการหางานมากๆ ครับ"


       "Advanced Perspective" ช่วยให้เราคิดมุมกล้องและจัดองค์ประกอบได้ดีขึ้น เพราะจะเน้นสเก็ตช์เป็นร้อยไอเดียเพื่อหามุมที่น่าสนใจที่สุดในแต่ละฉาก แล้วค่อยนำมาเพนต์ final look ครับ



 

หางานในอเมริกาไม่ง่ายเลย!
 

        "ตอนก่อนมาเรียนฝันไว้ใหญ่มาก เรียนจบจะหางานที่นี่ แต่เรื่องจริงคือมันไม่ง่ายเลยครับ เพราะการแข่งขันสูงมาก แล้วสิ่งที่เราเสียเปรียบคือกฎหมายเรื่องแรงงานต่างประเทศที่เข้มงวดและข้อจำกัดเยอะมากๆ บริษัทส่วนใหญ่เลยไม่ค่อยอยากรับนักเรียนต่างชาติไปทำงานเท่าไหร่ เพราะความวุ่นวายเรื่องกฎหมายและเอกสารมากมาย กลายเป็นเหมือนกับเราสถานะติดลบตั้งแต่เริ่มครับ มีทางเดียวคือต้องเก่งแบบโดดเด่นมากจริงๆ จนเขามองว่าคุ้มกับความยุ่งยากของเอกสารและกฎหมาย"

        "แล้วยิ่งงานด้านแอนิเมชันที่ฝันว่าอยากทำ ก็ดูจะไม่ได้เข้าไปกันง่ายๆ คนเก่งเต็มไปหมด ผมสมัครที่ไหนก็โดน reject รัวๆ เจ็บจนชินชาครับ T___T ผมเลยหันมามองตลาดงานด้านเกมดูบ้าง ถึงการแข่งขันจะสูงแต่ก็ยังมีช่องทางอยู่บ้าง แถมยังเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ผมไม่เคยทำ เลยเปิดโอกาสตัวเองทั้งสายแอนิเมชันและเกม ร่อนสมัครไปทั่วเลยครับ" 


ฝึกงานกับ Zynga บริษัทเกมมือถือชั้นนำ
 

        "เป็นที่แรกที่แรกในอเมริกาเลยครับ โชคดีมากที่อาจารย์ในคณะแนะนำผมให้บริษัท แล้ว Portfolio ผมก็ตรงกับเขาสไตล์เกมที่เขากำลังทำพอดี ผมเลยได้เข้าไปฝึก 3 เดือนในตำแหน่ง UI & concept artist intern ครับ"

        "โปรเจกต์ที่ผมทำได้คือ TINY ROYALE เป็น Mini Game ใน SnapChat ที่ปล่อยไปเมื่อต้นปี 2019 เป็นเกมที่เข้าทางที่ชอบพอดีเลย เพราะเป็นแนวยิงๆ ได้ออกแบบ skin ตัวละครและอาวุธ ซึ่งผมบ้าปืนอยู่แล้วก็เลยสนุกมากๆ แต่ก็ต้องออกแบบ UI ด้วย ซึ่งก็คือพวก interface ของเกม เช่น ปุ่ม หน้าเมนู ฯลฯ เป็นหน้าที่ที่ผมไม่เคยทำมาก่อน แต่หัวหน้าผมก็ค่อยๆ สอนทีละขั้นจนผมค่อยๆ ทำได้ ต้องงัดความรู้ด้าน graphic design จาก ป.ตรี มาใช้เยอะมากครับ"



 

ได้ทำงานในทีม The Sims 4 

ความท้าทายครั้งใหม่ในบริษัทดัง!
 

       พี่พ้งเล่าเหตุผลที่ทำให้ได้เข้ามาทำงาน Concept Artist ในทีมนี้ว่า "ตอนเรียนผมจะตั้งใจสร้างผลงานให้ดีที่สุด เพื่อให้คัดเลือกไปจัดแสดงใน 'SPRING SHOW' งานแสดงประจำปีของมหา'ลัย ในงานจะมีคนจากบริษัทใหญ่ๆ มาดูแล้วเลือกคนไปทำงานครับ แล้ววันนั้นโชคดีมากที่ผลงานผมไปเข้าตา Art Director จากทีม The Sims 4 เพราะสไตล์มันดันตรงกับสิ่งที่เขามองหาพอดี เลยได้มาทำที่ EA ดังนั้นผมเลยแนะนำมากว่าถ้าใครเรียน AAU ต้องพยายามให้ผลงานตัวเองได้เข้าไปแสดงใน SPRING SHOW ให้ได้ เพื่อเพิ่มโอกาสหางาน"




 
       "ตำแหน่งที่ผมทำคือ Concept Artist หลักๆ ตอนนี้คือออกแบบของและเสื้อผ้าสำหรับ Download Pack ต่างๆ ครับ"
 

       "อันแรกที่ได้ทำเลยคือ Engagement Pack สำหรับ Thanksgiving (วันขอบคุณพระเจ้า มีป้ายเขียนชอล์กบนกำแพง และเตาผิงปลอม เป็นอันแรกที่เพิ่งรู้ว่าใน Sims จะไม่มีภาษาคนเลย ถ้าสังเกตจะเป็นคำที่เขียนเป็นภาษามั่วๆ เรียกว่า 'Simlish' บางทีผมก็แอบใส่พยัญชนะไทยเข้าไปเนียนๆ ครับ 555"

 
       "Luna New Year" (ตรุษจีน) ให้ออกแบบโต๊ะจีน เก้าอี้ โคมไฟจีน กระดาษ อั่งเปา กล่องส้มที่ตั้งกลางโต๊ะ ฯลฯ แล้วไม่ใช่ว่าเราจะวาดตามที่เห็นในบ้านอากงอาม่าเกินไป แต่ต้องตัดทอนสไตล์ให้เข้ากับเดอะซิมส์ด้วย ^^"


 
        "Living Island" ระหว่างรีเสิร์ชเทศกาลชาวเกาะว่าเขามีของอะไรบ้าง เช่น โคมห้อย กระดาษ พวกศิลปะชาวเกาะ ฯลฯ ผมก็ลองเสนอไอเดียปลาตะเพียนสาน ปรากฏว่าผ่านเฉย!" 


 
       "แล้วแพ็กล่าสุดที่เพิ่งปล่อยก็คือ 'Realm of Magic' เป็นสไตล์ Art Nouveau ผมได้ออกแบบเครื่องแต่งกายของตัวละครในนั้น ซึ่งได้กลายเป็นชุดตัวละครหลักในเกมชื่อ Morgyn ด้วยครับ แล้วก็ได้ออกแบบเก้าอี้และประตูใน pack นั้น"



 
       "การที่ผมได้เข้าทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีคนเก่งรอบๆ ตัว มันเป็นความฝันของผมเลย ผมไม่เก่งแต่อาศัยขยันเข้าสู้ แล้วดูว่าคนเก่งเขาคิดกันยังไงบ้าง บางทีเดินเจอกันยิ้มๆ แซวๆ กันไปเรื่อยๆ แต่พอลองเอาชื่อไปเสิร์ชนี่ โอ้โหหห มีทั้งคนเคยทำ Marvel Comic เอย ทำหนังในฮอลลีวูดเอย ทำในบริษัทแอนิเมชันใหญ่ๆ ดังๆ มาแล้วก็มี เทพปลอมตัวกันมาทั้งนั้น"

 

จากคนไม่สนแฟชั่น
ทุกวันนี้ต้องสังเกตทุกกระเบียดนิ้ว

 

       “สำหรับผมเสื้อผ้าออกแบบนานสุดนะ เพราะผมเป็นคนที่ไม่สนแฟชั่นเลย reference ในหัวน้อยมาก ซึ่ง Art Director จะซีเรียสดีเทลเสื้อผ้ามากๆ เช่น ชุดแบบนี้รอยเย็บอยู่ไหน รอยยับควรเป็นยังไง พื้นผิววัสดุคืออะไร ฯลฯ ทุกวันนี้เลยกลายเป็นคนที่ใส่ใจเรื่องนี้มากขึ้น ดูวิธีแต่งตัวว่าเขา mix & match ยังไง สังเกตจนเหมือนเป็นโรคจิตอ่อนๆ เลยครับ 5555 แล้วก็พบว่าคนที่นี่ส่วนใหญ่สนุกกับการแต่งตัวมาก มีสไตล์หลากหลาย มีเทสในการแมทช์สีและ texture ที่ดีมาก พอซึมซับเยอะๆ ก็ช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้นครับ"
 
       “แต่ถ้าการออกแบบสิ่งของ ความยากจะอยู่ตรงที่เกมนี้มีมานานแล้ว ถ้าเราออกแบบไม่ตรงข้อจำกัดทางเทคนิค อาจทำให้เกิด bug ในเกม เช่น ตัวละครนั่งแล้วก้นทะลุเก้าอี้ หรือขึ้นบันไดเท้าลอย ไม่ติดพื้น แล้วผู้เล่นก็อาจจะด่า 555 แต่ถ้าทำแล้วเวิร์กลงตัว แล้วคนเล่นชอบ เราก็ดีใจมากๆ ครับ ข้อจำกัดพวกนี้จะต่างไปจากสายแอนิเมชันเลย เราเพิ่งเคยเจอครั้งแรก"





 

บริหารเวลายังไงก็ได้
แต่งานต้องเสร็จอย่างมีคุณภาพ

 

       “คนที่นี่จะรับผิดชอบตัวเองสูงมากกก เคารพความเป็นตัวตนซึ่งกันและกัน จะไปออกกำลังกาย นั่งเล่นเกม พาลูกพาแฟนไปหาหมอ ฯลฯ ก็สามารถทำได้ แต่งานต้องมีคุณภาพและเสร็จทันเดดไลน์ แล้วในแต่ละทีมจะมีประชุมสั้นๆ ประจำวันละ 15 นาทีเพื่อเช็กความคืบหน้าของทุกคน มีพูดคุยแลกเปลี่ยนไอดีย ถ้ามีปัญหาก็มาคิดหาทางออกร่วมกันครับ"

        "อีกอย่างที่ผมชอบคือทัศนคติของ manager ที่นี่ครับ เขาจะคิดหาวิธีให้คนทำงานออกมามีประสิทธิภาพที่สุดและมีความสุขกับการทำงานในกรอบเวลาที่เหมาะสม จัดตารางงานให้ realistic ไม่หนืดหรือเร่งเกินไป ถามความเห็นทีมงานตลอด แก้ปัญหาร่วมกัน เพื่อให้ได้งานคุณภาพแบบไม่ burn-out ครับ"







 

แนะนำวิธีเตรียมตัว
 

1.พัฒนาภาษาอังกฤษ จะเปิดโลกกว้างขึ้นมากๆ ทำให้รู้จักคนเยอะขึ้น หาข้อมูลได้กว้างขึ้น เสพสื่อเยอะๆ ก็ช่วยได้นะ ทางไหนก็ได้ แนะนำให้เริ่มจากสิ่งที่ชอบ เช่น ดูยูทูบช่องที่สนใจ เล่นเกมแล้วสังเกตศัพท์ ฟังเพลงแล้วดูเนื้อร้อง ฯลฯ ถ้าง่ายสุดก็ลงคอร์สเรียนเลยครับ แต่ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ต้องใช้เวลา ผมเองก็ยังไม่เก่งและต้องฝึกเรื่อยๆ เช่นกันครับ
 
2.ฝึกฝนฝีมือ สายนี้ต้องอดทนใช้เวลาฝึกฝนนิดนึง เพราะเป็นสาย creativity + skills ต้องมีพื้นฐานวาดรูปที่ดีและฝึกอยู่ตลอดเหมือนนักกีฬาเลยครับ ถ้าเล็ง Concept Art / Visual Development วงการเกมหรือแอนิเมชัน ผมว่าพื้นฐานสำคัญมาก หา tutorial บนยูทูบก็ได้หรือจะเรียนรู้จากเว็บ Schoolism ก็ได้ เพราะเว็บรวม tutorial จากตัวท็อปในวงการมาเพียบเลยครับ (แต่เว็บนี้ต้องได้ภาษาอังกฤษระดับนึง) เรียนวิชาละ 15 เหรียญ USD (ราวๆ 450 บาท/เดือน) ประหยัดค่ากินหนมนิดหน่อยก็มีตังค์ลงคอร์สดีๆ เลยครับ ^^
 
3.สร้างพอร์ตโฟลิโอ อาชีพนี้ค่อนข้างวัดที่ผลงาน ถ้าพอร์ตดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง อย่าลืมสร้างพอร์ตและประชาสัมพันธ์ตัวเองด้วยครับ พัฒนามาเรื่อยๆ แล้วหาคนในวงการที่คุณนับถือมาช่วยคอมเมนต์ เหมือนหาอาจารย์ที่จะไกด์เราได้ สิ่งที่พัฒนาเราได้จริงๆ คือคอมเมนต์ที่เป็นประโยชน์
 
4.ดูงานจากศิลปินระดับโลก สังเกตและเรียนรู้งานจากคนดังๆ ที่เราชอบ ก็จะทำให้เราได้ซึมซับสิ่งดีๆ มา แล้วมันจะค่อยๆ หลวมรวมเป็นตัวเรา แหล่งที่งานดีๆ และค่อนข้างมืออาชีพ ผมแนะนำเว็บ www.artstation.com เลยครับ เหมือนเป็น community คนสายนี้โดยเฉพาะ
 

 
        เราจะเห็นว่าความรู้ ความคิด และความฝันของเขาถูกต่อเติมขึ้นมาเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ได้เจอสิ่งที่ใช่ และไปได้ไกลมาก ซึ่งสิ่งที่เก็บมาตลอดทางก็ช่วยผลักดันให้ได้ทำงานฝันด้วยค่ะ ดังนั้นไม่ว่าน้องๆ จะดีไซน์ความฝันแบบไหน ถ้ามีโอกาสก็อยากให้ลองเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เรียนลงลึก หรือเรียนให้รอบด้านขึ้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว งาน final ที่เราพึงพอใจกับมัน อาจถูกปรับเปลี่ยนหรือแตกต่างจากความฝันที่เราดีไซน์ไว้ตอนแรกแบบคาดไม่ถึงเลยก็ได้นะคะ ^^

*ช่องทางติดตาม*
website: pongjeedart.com
FB Fanpage: pongjeed.art
IG: pongjeed_art
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=kookkai

พี่กุ๊กไก่ - ผู้เขียน

มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#TheSims4 #ConceptArt #ศิลปะ #อเมริกา

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?