/>

'มีมี่' กับชีวิตนักเรียนแพทย์ใน 'ประเทศเช็ก' ที่พูดเลยว่าเรียนมัธยม 6 ปีไม่เท่าอนาโตมี่ตัวเดียว! []

วิว
        สวัสดีค่ะชาว Dek-D จากคำถามยอดฮิต การเรียนแพทย์ที่ต่างประเทศยากแค่ไหน? ต่างจากในไทยรึเปล่า? วันนี้เรามีโอกาสได้นั่งเม้าท์มอยกับ “น้องมีมี่” ณัชชา จารุพาณิชย์กุล นักศึกษาแพทย์ปี 4 ที่มหาวิทยาลัยชาร์ลส์ (First Faculty of Medicine, Charles University) ณ กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ถ้าพร้อมแล้วไปฟังรีวิวชีวิตการเรียนใน ม.ดัง ไม่แน่ว่าถ้าอ่านจบน้องๆ อาจจะปักหมุดไว้ในลิสต์ประเทศเป้าหมายเรียนต่อนอกของเราก็ได้นะคะ ^^ 





 

ม.แพทย์ที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป
 

        “ตอน ม.ปลาย มี่จบจาก West Vancouver ที่แคนาดา สนใจชีววิทยา เคมี ปัญหาต่างๆ ด้านการแพทย์และด้านสุขภาพของคน แล้วยังเคยทำงานเป็นอาสาสมัครใน Blood Clinic ด้วยค่ะ มี่เลยคิดว่าคณะนี้แหละเหมาะกับตัวเองมากที่สุดในตอนนั้น เราก็ไปค้นหาข้อมูลของคณะแพทย์ทั้งในไทยและต่างประเทศ จนมาเจอ ม.ชาร์ลส์ ที่กรุงปรากซึ่งมีหลักสูตรภาษาอังกฤษ และเป็น ม.แพทย์ที่เก่าแก่สุดในยุโรป พอๆ กับ Oxford เลยค่ะ แถมชื่อเสียงยังอยู่อันดับต้นๆ ในยุโรป (อันดับ 1 ในยุโรปตะวันออกกลาง และติดอันดับ 151 ใน QS Ranking สาขา Medicine)”
 

 
        “ที่สำคัญคือถ้าเรียนจบแล้วจะได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของเช็ก ทำงานได้ในสหภาพยุโรป (EU) หรือถ้าอยากกลับมาเป็นหมอที่ไทยก็ต้องสอบ ศรว. หรือการสอบเพื่อประเมินและรับรองความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพเวชกรรม เพราะแพทยสภาไทยรับรองหลักสูตรแล้วค่ะ”
 
        “แล้วตอนสมัครเรียนคือสะดวกมากๆ เราสมัครที่ กทม. เพราะทางมหาวิทยาลัยมีตัวแทนประสานงานการสมัคร และเป็นศูนย์สอบในอาเซียนด้วย พอถึงวันสอบเขาก็จะมี Professor จาก ม.ชาร์ลส์มาสอบคัดเลือก แล้วประกาศผลวันนั้นเลยค่ะ วิชาสอบเขียนจะมี 3 วิชาคือ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ + สัมภาษณ์ทัศนคติเกี่ยวกับวิชาชีพแพทย์ + วัดการใช้ภาษาอังกฤษของเรา”



 

รีวิวการเรียนแพทย์ที่ ม.ชาร์ลส์
(เรียนมัธยม 6 ปีไม่เท่าอนาโตมี่ตัวเดียว!)

 

        “หลักสูตรแพทย์ที่นี่เป็นหลักสูตร 6 ปี ถ้าจบแล้วจะได้เป็นหมอทั่วไป (general medicine) โดยช่วง 3 ปีแรกจะเรียนทฤษฎี (preclinical medicine) และช่วง 3 ปีหลังจะเรียนภาคปฏิบัติ (clinical practice) ซึ่งการเข้าถึงคนไข้จะต่างกันในแต่ละชั้นปีและภาควิชา แต่ไม่กังวลนะคะ เพราะเวลาเจอคนไข้ทุกครั้งจะมีอาจารย์แพทย์คอยดูแลช่วยเหลือตลอดค่ะ ^^” 
 
        “ส่วนลักษณะการเรียนในคลาสจะมีทั้งฟังบรรยาย (lectures) ฟังสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้ใหม่ๆ ทางการแพทย์ (seminars) และฝึกปฏิบัติ (practical) นอกจากที่เราต้องเรียนเลกเชอร์ร่วมกันในห้องใหญ่ นักศึกษายังมีถูกแบ่งเป็นกลุ่มย่อยทำรายการหรือฝึกปฏิบัติ ทำให้เข้าใจเนื้อหามากขึ้นด้วย”


 
        “แน่นอนที่สุดต้องยกให้ วิชากายวิภาค (Anatomy) เจอกันตั้งแต่ปี 1 เทอม 1 เพราะที่นี่ไม่ได้เริ่มด้วยวิชาทั่วไป แต่เริ่มด้วยวิชาแพทย์เลยค่ะ ทำให้มี่ได้ทำความรู้จักกับอาจารย์ใหญ่ หรือ Cadavers ในชีวิตจริง มันเหมือนเปิดโลกของมี่เลยค่ะเพราะมันต่างจากมัธยมโดยสิ้นเชิง วิชากายวิภาคที่มี่เรียนต้องจำชื่อกระดูก กล้ามเนื้อ ในทุกๆ ส่วน ซึ่งมันละเอียดยิบย่อยมากๆ ทำให้รู้สึกเลยว่าสิ่งที่เรียนมาตลอด 6 ปีในช่วงมัธยม ยังไม่เยอะเท่าวิชานี้ตัวเดียว 5555 แต่มี่เรียนแล้วสนุกมากนะ มีต้องผ่าอาจารย์ใหญ่ด้วย (Anatomy Dissection) ช่วยให้เข้าใจมากขึ้นจากการอ่าน textbook”
 
        “ส่วนวิชาการปฐมพยาบาลเบื้องต้น (First Aid) ก็ได้เรียนตั้งแต่ปี 1 เช่นกันค่ะ เขาจะให้เราฝึกปฏิบัติและสอบจริงจังมาก มี่ชอบเพราะเรียนสนุกมาก เหมือนเรากำลังช่วยชีวิตคนจริงๆ ซึ่งในแต่ละปีเขาจะมีให้ workshop ฝึกฝนเพื่อ refresh ความรู้ด้วยค่ะ”
 
        “อีกวิชานึงที่น่าสนใจคือ จุลชีววิทยา (Microbiology) เราได้เรียนรู้โครงสร้างและลักษณะของจุลชีพชนิดต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับการติดเชื้อในคน โดยในพาร์ตปฏิบัติ อาจารย์มอบหมายให้เราเพาะเชื้อแบคทีเรียและทดสอบการดื้อของยาปฏิชีวนะชนิดด่างๆ (Antibiotic Resistance Tests) ซึ่งมี่ว่ามันมีประโยชน์มากๆ ในการนำไปทดสอบการดื้อของยาปฏิชีวนะในไทยที่เป็นปัญหาสำคัญตอนนี้”
 


 

สอบไฟนอลปากเปล่าเกือบทั้งหมด
 

        “ช่วงปี 1-3 นศพ.ต้องสอบเก็บคะแนนเป็นระยะเพื่อให้มีผลการสอบในระดับที่มหา’ลัยกำหนด แล้วจึงมีโอกาสไปสอบ final exam ซึ่งสำคัญที่สุดในการเรียนที่นี่ และเป็นการสอบปากเปล่าเกือบทั้งหมดโดยมีเวลาให้เตรียมตัวก่อนตอบคำถาม มี่เลยคิดว่าวิธีนี้คือการทดสอบความรู้จริงๆ ไม่ใช่การเดาหรือจำคำตอบเข้าห้องสอบ (ถ้าไม่ผ่านมีโอกาสแก้ตัวนะคะ)”
 
        มี่ยกตัวอย่างการสอบปากเปล่าวิชา Anatomy ตอนปลายภาค อาจารย์ให้เลือก 3 จาก 400 คำถามด้วยการจับฉลาก ซึ่งมหา’ลัยได้แจ้งล่วงหน้าไว้ให้แล้ว เขาจะให้เวลาเราเตรียมคำตอบ ซึ่งอาจเป็นการเขียน mind map, วาดรูป, เขียนหัวข้อย่อยๆ เพื่อนำไปสู่คำตอบค่ะ แต่ละคนก็จะได้คำถามต่างกัน และตอบในลักษณะที่ตนถนัด เช่นมี่ได้คำถามให้อธิบายลักษณะต้นคอ (Topography of the neck) เราก็ต้องวาดรูปหรือโครงสร้างของต้นคอทั้งกล้ามเนื้อ ระบบประสาท และส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในลักษณะภาพตัดขวาง (cross section) แล้วอธิบาย”

 

Clerkships & Research 
 

        “ระหว่างการเรียน นศพ.จะได้ฝึกงาน (Clerkships) เลือกฝึกได้ทั้งในสาธาณรัฐเช็กหรือต่างประเทศทั่วโลก ซึ่งมี่ก็ได้ฝึกทั้งปรากและที่ไทยด้วยตอนซัมเมอร์ปี 2 ค่ะ ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมากกกก ทำให้เห็นภาพว่าจะเอาทฤษฎีมาประยุกต์ใช้บนวอร์ดได้ยังไงบ้าง”
 
        “นอกจากนี้ยังได้ทำกิจกรรมของชมรมหรือองค์กรต่างๆ ของมหา’ลัยด้วยค่ะ หนึ่งในนั้นคือองค์กรการกุศล (charity club) เช่น Feed the Homeless or Teddy Bear Hospital ตอนนั้นกลุ่มนักศึกษานานาชาติที่เป็นอาสาสมัคร ได้ไปสอนหนังสือ ดูแลเด็กยากไร้ และช่วยเหลือเด็กๆ ที่ป่วยในโรงพยาบาลด้วยค่ะ”




 
        “ในส่วนด้านงานวิจัยทางการแพทย์ ทางมหาวิทยาลัยมี MUO กับหลายสถาบันที่มีชื่อเสียงทั่วโลก ซึ่งนักศึกษาสามารถเข้าร่วมงานวิจัยที่เราสนใจซึ่งมีรุ่นพี่หลายคนเข้าร่วมเช่นกัน เช่น University of Cambridge, Imperial College of Medicine, University of London, University of Heidelberg, University of Munich, Harvard University ฯลฯ"

 

สอบรวบยอดตอนปี 4 และ ปี 6 

เพื่อให้ทํางานเป็นแพทย์ได้ทุกที่ใน EU 
 

        “ในส่วนการทํางานเป็นแพทย์ และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ของหลักสูตรแพทย์ ม.ชาร์ลส์ นักศึกษาแพทย์ทุกคนต้องสอบ State Exam (ข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษ) ตอนชั้นปี 4 และ 6 ซึ่งมันคือการสอบรวบยอดความรู้และทักษะ ทางการแพทย์ในหมวดใหญ่ๆ ถ้าเทียบกับไทยก็คือการสอบ ศรว. นั่นเองค่ะ หลังจากนั้นเราก็จะทํางานเป็นแพทย์ได้ในสหภาพยุโรปทั้ง 28 ประเทศ ซึ่งมี่คิดว่ามันดีมากสําหรับการทํางานเป็นแพทย์ในต่างประเทศ เพราะเราไม่ต้องเสียเวลาไปสอบใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพแพทย์เพิ่มอีก”
 
        “ทั้งนี้ เราก็ต้องสอบวัดระดับภาษาของประเทศนั้นๆ ที่เราจะไปทํางานด้วย เพื่อเป็นการยืนยันว่าเราจะไม่มีปัญหาในการสื่อสารกับคนไข้ เช่น ถ้าอยากทํางานที่เยอรมัน (ตอนนี้หมอเป็นที่ต้องการเยอะมากในเยอรมัน) ก็ต้องสอบวัดระดับภาษาเยอรมัน (Medical German ระดับ C1, Normal German ระดับ B2) และเพิ่มเติมว่าเราสามารถสอบใบอนุญาตแพทย์เพื่อทำงานในอเมริกา (USMLE) แคนาดา หรือในไทยได้ด้วยนะคะ”

 

ว่าด้วยเรื่องเที่ยว & ภาษาที่ใช้ในเช็ก

(คนเช็กพูดอังกฤษกับเรารึเปล่า?)
 

        “ปรากเป็นเมืองที่มีธรรมชาติและสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากๆ ค่ะ ค่าครองชีพก็ไม่สูงมาก (หากเทียบกับเมืองหลวงของหลายๆ ที่ เช่น ลอนดอน หรือปารีส) แล้วด้วยความที่อยู่ในยุโรปกลาง ทำให้เดินทางไปประเทศอื่นง่ายและใช้เวลาไม่นาน เราสามารถนั่งรถไฟไปเยอรมัน ฮังการี หรือเวียนนาได้โดยใช้เวลาแค่ 5-6 ชม. เท่านั้น แถมค่ารถไฟก็ไม่แพง ยิ่งมี่ใช้บัตรนักเรียนยิ่งถูกลงไปอีกค่ะ”




 
        “ส่วนเรื่องภาษา คนเช็กรุ่นใหม่ๆ พูดอังกฤษได้กันอยู่แล้ว และบางคนพูดได้ดีทีเดียวค่ะ ถ้าบางครั้งนึกศัพท์เช็กไม่ออกจริงๆ ทั้งคนไข้ อาจารย์หมอ หมอ พยาบาล และคนอื่นๆ ในทีมก็ช่วยเหลือเต็มที่ น่าจะเพราะเขาเข้าใจว่าเราเป็นนักศึกษาต่างชาติ หรือบางครั้งเราจะพึ่ง google translate ด้วยก็ได้นะ 555”
 
        “อีกอย่างที่ช่วยฝึกภาษาได้มากคือคอร์สเรียน ‘Medical Czech’ มหา’ลัยมีจัดสอนช่วงปี 1-3 ทำให้เราได้เรียนรู้ศัพท์เพื่อใช้สนทนาซักประวัติหรือติดตามคนไข้ค่ะ”





 

เรียนหมอไม่มีคำว่าง่าย

แต่แค่หาจุดสมดุลให้เจอ
 

        “การเรียนหมอเป็นเรื่องท้าทายสุดๆ สำหรับมี่ (แน่นอนเรียนหมอทุกที่ไม่มีง่าย) เพราะมีวิชาที่ต้องเรียนรู้เยอะมาก ต้องอ่านหนังสือตลอดเวลา ต้องมีวินัยสูง ชีวิตการเรียนหมอช่วงแรกของมี่บอกเลยว่าวุ่นวายมากๆ เพราะยังจัดวางระบบการอ่านหนังสือของตัวเองได้ไม่ดี เนื้อเรียนก็มีเยอะซึ่งต่างจากมัธยมที่เรียนมา เราเลยต้องหาจุดสมดุลของชีวิตนักศึกษาแพทย์ให้ได้ ทั้งเรื่องเรียน ทำกิจกรรม พักผ่อนและท่องเที่ยว แล้วทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องสนุกและช่วยเปิดประสบการณ์เรียนหมอในต่างแดนได้แน่นอนค่ะ ขอให้ทุกคนโชคดีนะคะ ^^”
 



 
        เรียกว่าต้องมีวินัยอย่างสูงเลยค่ะ เพราะต้องเรียนในหลักสูตรที่เนื้อหาเข้มข้นแบบเฉพาะทางสุดๆ พร้อมๆ กับการเรียนภาษาเช็กด้วย พี่หวังว่าเรื่องราวของพี่มีมี่จะช่วยตอบคำถามน้องๆ ได้ หากใครสนใจสามารถเข้าไปติดตามข่าวสารและเช็กสนามสอบได้ที่นี่ ขอเอาใจช่วยทุกคนค่ะ ^^
 
สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่
Website / FB Fanpage ของมหาวิทยาลัย
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=kookkai

พี่กุ๊กไก่ - ผู้เขียน

มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #เช็ก #กรุงปราก #สาธารณรัฐเช็ก #เช็กเกีย #ชาร์ลส์ #ตะวันตก

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?