/>

กว่าจะได้ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น: ‘เบสท์’ รีวิวการเตรียมตัว กับชีวิตช่วงปรับภาษา 5 เดือนแรก! []

วิว
          สวัสดีค่ะชาว Dek-D ถ้าพูดถึงทุนฮอตฮิตในหมู่คนอยากเรียนต่อญี่ปุ่น คงหนีไม่พ้น "ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น" ซึ่งเป็นทุนการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการฯ ประเทศญี่ปุ่น (Ministry of Education, Culture, Sports, Science and Technology: MEXT) มอบให้แก่นักศึกษาที่มีความสามารถและมีความตั้งใจจริงในการศึกษาเล่าเรียนเพื่อสนับสนุนการศึกษา แต่กว่าจะได้มาต้องใช้ความพยายามสูงส่งมากแน่นอน วันนี้เราเลยอยากไปพาไปฟังรีวิวการเตรียมตัวทุนแบบจัดเต็มมากกกกของหนุ่ม รร.กำเนิดวิทย์ ที่ได้ทุนนี้ พร้อมเปิดใจกันตรงๆ เลยว่าชีวิตช่วง 5 เดือนแรกของเขาเป็นยังไงบ้าง!


เตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ
ลองทำข้อสอบนับไม่ถ้วน


         "สวัสดีครับ ชื่อ 'เบสท์' ธนิสร อุ่นปิติพงษา อายุ 18 ปี จบจาก รร.กำเนิดวิทย์ ได้ทุน MEXT ปี 2019 สาขาวิศวะเคมี (Natural Science A) ตอนนี้อยู่ช่วงปรับภาษา เรียนภาษากับวิทย์-คณิต ยังไม่ได้เลือกมหาวิทยาลัยครับ"


         "ผมเคยได้ยินทุนนี้มาตั้งแต่ ม.ต้น ช่วงนั้นรู้ตัวแล้วว่าไม่อยากเรียนในไทย แต่ไม่อยากลำบากทางบ้าน เลยมองหาทุนให้เปล่าครับ ส่วนเรื่องประเทศ ผมสนใจญี่ปุ่นเพราะดูเป็นไปได้ การศึกษาดี ปลอดภัย จากนั้นพอมา ม.4 ก็ดูรวมๆ ว่าเราต้องสอบอะไรบ้าง ผมเองดูไว้หลายทุน เลยลองทำข้อสอบหลายอย่าง ทั้ง AP, IELTS, SAP, BMAT, กสพท. แล้วก็ใช้เวลา 2 เดือนก่อนสอบทุนในการทำข้อสอบเก่าทั้งหมดครับ"

         "สำหรับทุนญี่ปุ่นจะมีสอบฟิสิกส์ เคมี ชีวะ คณิต ภาษาอังกฤษ ผมอยู่ค่ายเคมีโอลิมปิกอยู่แล้ว แต่ภาษาอังกฤษร่อแร่มาก เลยพยายามฝึกตัวเองด้วยการพาตัวเองไปอยู่สภาพแวดล้อมที่ได้ฝึกภาษาอังกฤษ และต้องมีวินัยมากๆ แม้ว่าหนังหรือการ์ตูนที่ตัวเองดูจะมีพากย์ไทย แต่ก็ต้องเปิดเป็นภาษาอังกฤษ แรกๆ อาจเสียอารมณ์นิดหน่อย แต่นานเข้าจะชินและซึมซับภาษาสำนวนเขามาอย่างเป็นธรรมชาติครับ ส่วนหนังสือที่ลองทำข้อสอบเก่าก็จะมี CU-TEP, TU-GET, GAT-Eng"


ได้รับรางวัลชนะเลิศรายการ The First CANSAT Thailand Competition
 

แข่งเคมีที่สหพันธรัฐรัสเซียในรายการ International Chemistry Tournament ที่ Moscow University


ผมและเพื่อนๆ ในทีม
 

ชี้แจงแบบยิบๆ 
เจอข้อสอบทุนประมาณไหนบ้าง?


         ใครที่สนใจทุนนี้ ห้ามพลาดพาร์ตนี้เลยนะคะ เพราะน้องเบสท์ชี้แจงให้เราฟังทีละรายวิชาเลยว่ามีโอกาสเจอข้อสอบแบบไหน ซึ่งในทีนี้ก็รีวิวจากประสบการณ์ส่วนตัวด้วย น้องๆ อาจอ่านเป็นแนวทางได้นะคะ *แนะนำให้อ่าน แนวทางการรับสมัคร (Application Guidelines) ทุน MEXT ประกอบด้วย*
 
         - เคมี  เน้นโครงสร้างอะตอม, ตารางธาตุ, กรด-เบส, ปฏิกิริยารีดอกซ์, สมดุลเคมี, เคมีอินทรีย์ (Organic Chemistry) *ซึ่งข้อสอบเรื่องนี้ยากมากกก* หรือพวกไฟฟ้าเคมีกับเคมีอุตสาหกรรม ก็เคยออกเหมือนกันครับ
 
         - ฟิสิกส์ ลักษณะคือเป็นปรนัยที่ตัวเลือกเยอะ เรื่องที่แนะนำให้เน้นคือ ไฟฟ้า/แม่เหล็ก, เทอร์โมไดนามิกส์, กลศาสตร์ และทัศนศาสตร์ครับ

         - คณิตศาสตร์ ปกติก่อนสอบต้องเลือกก่อนครับว่าเราจะสอบสายไหน โดยเขาจะมีแบ่งเป็น Math A สำหรับสายศิลป์ อาจเน้นเรื่องเมตริกซ์, ความน่าจะเป็น, สถิติ, Ceva's Theorem, ทฤษฎีจำนวน ส่วน Math B สำหรับสายวิทย์ อาจเน้นเรื่องเวกเตอร์ ตรรกศาสตร์ แคลคูลัส (การแทนค่าด้วยตรีโกณมิติ และการอินทิเกรตพื้นที่และรูปทรงสามมิติ) ซึ่งแคลคูลัสจะยากเป็นพิเศษครับ
 
         - ภาษาอังกฤษ จะมีทั้งพาร์ต vocab กับ sentence completion พาร์ตแกรมมาร์และกลุ่มคำที่ต้องใช้ร่วมกัน (collocation)*ออกเยอะมากๆๆๆ ส่วนใหญ่คนจะชอบพลาด Error Identification แล้วยังมีเรื่องการกลับประโยค (inversion) ที่โรงเรียนไทยน่าจะยังไม่ค่อยมีสอน ส่วนพาร์ตง่ายสุดคือ Reading ควรเก็บตรงนี้ให้เต็มหรือเกือบเต็มให้ได้ครับ เพราะคำถามพาร์ตนี้ถือว่าง่ายเมื่อเทียบกับข้อสอบอังกฤษอย่าง IELTS หรือ SAT


รีวิวการสัมภาษณ์
& แง้ม Profile และ Portfolio


         "ตอนสัมภาษณ์เราต้องทำให้เขามั่นใจครับว่าเราตั้งใจไปญี่ปุ่นจริงๆ ไม่หนีไปไหน คำถามที่เจอจะเหมือนเราที่เรากรอกใบสมัครตอนแรกเลยว่า ทำไมอยากเข้าสายนี้? ทำไมอยากไปญี่ปุ่น? (เช่น เทคโนโลยีก้าวหน้า ฯลฯ) แผนของคุณหลังจากเรียนจบจากญี่ปุ่นเป็นยังไงบ้าง? คุณจะไปทำอะไรต่อ? *แนะนำให้ติดตามข่าวสารบ้านเมือง ประวัติศาสตร์ เหตุการณ์สำคัญต่างๆ ด้วยครับ"

         "ส่วนตัวสกิลภาษาญี่ปุ่นเป็น 0 ก็เลยเลือกสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษครับ ใน Portfolio ก็มีใส่ผลสอบ IELTS 7.5, SAT Chem 800 SAT Phys 800 SAT MATH II 800 SAT Biology 790, TOEFL ITP 620, AP Calculus BC 5.0, AP Chemistry 5.0 และใส่กิจกรรมนอกเวลา (แนะนำว่าไม่ควรเกิน 30 หน้า)"

         "จริงๆ ตอน ม.ต้น ผมแทบจะเรียนอย่างเดียวครับ แต่พอ ม.ปลาย ทำกิจกรรมเยอะมา สุดท้ายก็ได้ใส่ลงไปใน Portfolio ด้วย เช่น ม.4-5 แข่งโครงงานในรายการ Asia Pacific Conference of Young Scientists ที่เนปาล, เข้าค่าย International Young Physicists' Tournament (IYPT), เข้าค่ายโอลิมปิกเคมี (รอบคัดเลือกผู้แทนประเทศไทย), เข้าร่วมงาน CANSAT Thailand Competition, ช่วยงานจิตอาสาที่ รร. แล้วตอน ม.6 ก็ไปแข่ง International Chemistry Tournament (IChTO) ที่รัสเซีย ก่อนจบทำโปรเจกต์ Beamline for Schools ช่วงนั้นก็ต้องแบ่งเวลาเรียนกับทำกิจกรรมมาเตรียมตัวสอบทุนด้วยครับ


ร่วมงาน International Chemistry Tournament
ได้รางวัลรองชนะเลิศกับรางวัล The Best Opponent

 

เคมีโอลิมปิกระดับชาติ
 
         "ขั้นตอนคร่าวๆ คือสถานทูตจะส่งคะแนนข้อเขียนและสัมภาษณ์ของเราไปให้ทางกระทรวงศึกษาธิการของญี่ปุ่น (MEXT) ว่าเราจะได้ทุนมั้ย แล้วส่งกลับมาตอนปลายปีครับ"


เมื่อวานเพื่อนส่งสนามบินครึ่งร้อย
แต่อีกวันต้องอยู่อย่างเหงาๆ

 

         "การมาเรียนที่ต่างประเทศ จุดยากไม่ใช่แค่เรื่องการเรียนเนื้อหาใหม่ แต่มันคือการปรับตัวในสภาพแวดล้อมใหม่ทั้งหมดครับ มันคือความเหงา เพราะเมื่อวานเพื่อนเพิ่งมาส่งที่สนามบิน แต่วันต่อมาต้องอยู่คนเดียว แล้วไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษกับเรา แต่สำหรับผมจะโชคดีตรงทุน MEXT เป็นเหมือนครอบครัว รุ่นพี่คอยซัพพอร์ต พาไปเที่ยว แนะนำเรื่องสถานที่กับเรื่องเรียนครับ"

         "ถึงแม้ช่วงแรกๆ ที่มาต่างประเทศจะเหงามาก แต่พอผ่านไปสักพักจะสัมผัสได้ถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เราไม่ต้องต่อคิวเรียกแท็กซี่ ฝ่าฟันรถติด หรือเสี่ยงชีวิตเพื่อข้ามถนน เพราะระบบคมนาคมของญี่ปุ่นดีมากกก ผมสามารถเดินตามแผนที่จากโอซาก้าไปโตเกียวได้คนเดียวสบาย"




เพิ่งเริ่มปูพื้นภาษา
แต่เจอเนื้อหาสุดแอดวานซ์เป็นภาษาญี่ปุ่น!

 

         "เรื่องเรียนมาปุ๊บก็หนักเลยครับ ในโรงเรียนปรับพื้นฐานจะมี 2 ที่คือโตเกียว (สำหรับสายศิลป์) และโอซาก้า (สำหรับสายวิทย์) เรียนหลักสูตรเดียวกันเล่มเดียวกันเลย แต่จะต่างแค่ว่าโอซาก้าเรียนวิทย์หนักมากกก ตอนนี้ถ้าให้เทียบกับระดับชั้น เนื้อหาเคมีตอนนี้อยู่ช่วง ม.ปลาย แต่อีกนิดจะเข้าปี 1 แล้วฟิสิกส์คือตายเลยครับ เทอร์โมไดนามิกส์ตอนนี้เทียบเท่าปี 1 เทอม 2 ส่วนเลขนี่ยากกว่าข้อสอบที่ผมเจอมาทั้งชีวิต เรื่องแคลคูลัสยากระดับมหา'ลัย โจทย์อ่านแล้ว สิ้นหวังมากๆ แล้วเจอเรื่องการพิสูจน์แบบอุปนัยเชิงคณิตศาสตร์ที่เรียนแค่ใน สอวน. เท่านั้น เขาก็เอามาใช้สอบด้วย"

         "ความน่าสนใจคือเราต้องเรียนฟิสิกส์ เคมี ชีวะ เป็นภาษาญี่ปุ่น หนังสือก็เป็นภาษาญี่ปุ่น ทั้งที่ตอนนั้นเรายังไม่ได้ภาษาญี่ปุ่นครับ ตัวอักษรคันจิที่จริงๆ ต้องเรียนตอน N1 (ระดับสูงสุด) เราก็ต้องเริ่มรู้ตั้งแต่ตอนนี้ แล้วความเด็ดคือตารางธาตุจะเป็นตัวคันจิด้วย โดยรวมช่วงแรกก็ยังไม่เป็นปัญหา เนื้อหายังง่ายอยู่เพราะเป็นความรู้เดิม แต่ต้องปรับตัวกับเนื้อหาที่ยากขึ้นเรื่อยๆ พอจำศัพท์ได้ปุ๊บ เนื้อหาใหม่ก็มา เลยต้องนั่งทวนบ่อยๆ อย่างผมเองก็แปะชื่อตารางธาตุไว้เต็มผนัง"



 

ฝึกภาษาอย่างเข้มข้น
(...และต้องเข้มแข็งด้วย)

 

         "ถ้าเป็นเรื่องภาษา ช่วงแรกคือจำคันจิวันละ 30 ตัว ศัพท์อีก 60 ตัว หนักอยู่แบบนั้นเป็นเดือนๆ แล้วคือตอนนั้นตื่น 7 โมงมาอ่านหนังสือก่อนเรียน พอเลิก 4 โมงก็หมดแรง นอนแล้วค่อยตื่นมาตอนดึกอ่านอีก ช่วงนั้นนอนไม่พอ (ซึ่งตอนนี้ก็ยังนอนไม่พอ แต่ดีขึ้น 555)  พัฒนาการจากตอนแรกที่ผมมาตอน เม.ย. ภาษายังเป็น 0 ครับ แต่ตอนนี้ผ่านมา 5 เดือน จำคันจิได้ 1,000 ตัว ภาษาเริ่มลงตัว ฟังแล้วปะติดปะต่อได้ ตอนแรกคืองงว่าเขาพูดไรว้าาา"

         "ตอนนี้อยู่ช่วงใกล้สอบรอบสุดท้ายตอนปลายเดือน 11 แล้ว เราต้องบาลานซ์เวลาดีๆ อ่านเก็บตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะเขาจะเรียนตามปกติแล้วสอบเลย ไม่มีการหยุดให้อ่านก่อนครับ  คันจิสอบทีเดียว 1,000 ตัว การฟังก็ยาก คนญี่ปุ่นพูดเร็วกว่าไทย และเสียงจะใกล้เคียงกัน อาจทำให้ฟังผิดได้"

         "บอกเลยว่านี่เป็นช่วงที่ผมขยันที่สุดในชีวิตครับ แต่พอมองย้อนไปแล้วภูมิใจมาก เราพยายามจนสามารถอ่านคันจิได้ เขียนเรียงความได้ ไม่คิดว่าจะทำได้เร็วขนาดนี้"
 


อากาศเหวี่ยง แต่คนไม่เหวี่ยงนะ
 

         "อากาศที่นี่เปลี่ยนแปลงบ่อยมากครับ สมมติตอนเที่ยง 30 องศา ร้อนแบบไทย แต่ตอนเย็นเหลือ 18 องศา เหวี่ยงไปมาก ลมก็แรง เป็นประเทศที่แปลกเลยแหละ ใน 1 วันต้องมีเสื้อทุกแบบรอไว้เลย เช่น เสื้อซัมเมอร์ เสื้อกันหนาวแบบอุ่นน้อย-อุ่นมาก ส่วนเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวน่าประทับใจมาก เป็นประเทศที่เที่ยวได้ทุกจังหวัดจริงๆ ครับ"

         "ส่วนคนญี่ปุ่นจะใจดีมากครับ แนะนำว่าถ้ามีปัญหาอะไรให้พยายามพูดญี่ปุ่นกับเขา แล้วเขาจะช่วยเหลือเราเต็มที่ที่สุด"






         ฟังน้องเบสท์เล่าแต่ละพาร์ตก็คือถึงยกมือทาบอกเป็นพักๆ นี่คือช่วงปรับตัวที่ปราบเซียนชัดๆ เลยค่ะ หากใครที่สนใจทุนนี้ นอกจากเรื่องพอร์ตโฟลิโอแล้ว ก็ต้องมีวินัยและความสตรองที่สูงส่งมาก พี่ก็หวังว่าน้องๆ จะพอจับแนวทางการเตรียมตัวและเริ่มไฟท์กันตั้งแต่ตอนนี้นะคะ อีกอย่างที่สำคัญคือพยายามทำกิจกรรมเยอะๆ ถ้าเน้นที่เกี่ยวข้องกับสาขาและประเทศที่เราอยากเรียนในอนาคตก็ถือเป็นแต้มต่อเลยค่ะ

          น้องๆ สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทุน MEXT ได้ที่เว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยที่นี่

 

ชวนอ่านต่อ : บทสัมภาษณ์ของนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่น



‘พี่ปูน’ คณะเศรษฐศาสตร์และการบริหาร Osaka University
(ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น)

 

‘พี่ตั้ม’  คณะวิศวกรรมไฟฟ้า Osaka University
(ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น)

 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=kookkai

พี่กุ๊กไก่ - ผู้เขียน

มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #ญี่ปุ่น #MEXT #ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น #ทุนให้เปล่า #โอซาก้า #เบสท์ #กำเนิดวิทย์

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?