/>

รีวิวกว่าจะคว้าทุน UIS (ทุน ก.พ.) จากเด็กทุนปี 62 ที่บอกเลยว่าแต่ละด่านโหดมาก! []

วิว
       สวัสดีค่ะ น้องๆ Dek-D รู้จักทุน UIS (Undergraduate Intelligence Scholarship Program) หรือทุนรัฐบาลเพื่อดึงดูดผู้มีศักยภาพสูงที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาในประเทศกันบ้างมั้ยคะ? ทุนนี้เป็นหนึ่งในทุนของสำนักงาน ก.พ. ที่มอบให้กับนักศึกษาไทยที่กำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 ซึ่งมีแจกทุกปีและอัตราการแข่งขันก็สูงเช่นกันค่ะ (ตอนนี้กำลังเปิดรับสมัครอยู่ด้วยนะ อ่านรายละเอียดได้ที่นี่)

       เมื่อไม่นานมานี้ พี่ไอซ์มีโอกาสได้พูดคุยกับ ‘พี่พริ้ม วชรินพร ฤทธิรงค์วัฒนา’ นักเรียนทุน UIS ปีล่าสุด หลังจากที่ได้พูดคุยก็ทำให้รู้ถึงการเตรียมตัวสมัครที่เข้มข้นมากกกก วันนี้พี่เลยอยากจะนำมาประสบการณ์การสอบของรุ่นพี่คนนี้มาเล่าให้ทุกๆ คนได้อ่านกัน ใครที่เตรียมสมัครทุนนี้อยู่ ห้ามพลาดบทความนี้เลยนะคะ ^^ 

 

     ก่อนที่พี่จะเริ่มนั้น พี่ขออธิบายเกี่ยวกับทุน UIS สักเล็กน้อย สำหรับคนที่อาจจะยังไม่รู้จักทุนนี้ก่อนดีกว่าค่ะ
 
   1. ทุน UIS เป็น 1 ในทุนรัฐบาลไทย ซึ่งมอบให้กับนิสิตนักศึกษาที่มีความสนใจที่จะทำงานเพื่อพัฒนาประเทศ (ทำงานในหน่วยงานราชการต่างๆ)

   2. ผู้ที่สามารถสมัครทุนนี้ได้ คือ นักศึกษาที่ยังเรียนอยู่ในระดับชั้นปริญญาตรี เช่น ถ้าหากคณะของเราเรียนทั้งหมด 4 ปี เราจะสามารถสอบทุนนี้ได้ตอนปีที่ 3 ถ้าหากคณะเราเรียนทั้งหมด 5 ปี เราจะสามารถสมัครสอบได้ตอนปีที่ 4 และถ้าคณะเราเรียนทั้งหมด 6 ปี เราก็จะสามารถสมัครสอบได้ตอนปีที่ 5 นั่นเองค่ะ

   3. ผู้ได้รับทุน UIS จะไม่ต้องเสียค่าเทอมในปีสุดท้ายของการศึกษาค่ะและยังได้ทำงานกับหน่วยงานที่ตนเองสมัครไว้ทันทีหลังเรียนจบ 

   4. ในแต่ละปีเปิดรับสมัครช่วงเดือนพฤศจิกายนค่ะ (ปี 63: 1พ.ย. - 27ธ.ค.)

   5. ข้อผูกมัดของทุนนี้ก็คือ น้องๆ จะต้องทำงานให้กับหน่วยงานเป็นเวลา 2 ปี ก่อนที่จะสามารถรับทุนไปเรียนต่อในระดับชั้นปริญญาโทได้และน้องๆ จะต้องกลับมาทำงานให้กับหน่วยงานเป็นเวลา 2 เท่าของจำนวนเวลาที่น้องๆ ศึกษาต่อปริญญาโทค่ะ

     หลังจากรู้จักทุน UIS ไปคร่าวๆ แล้ว เรามาคุยกับ พี่พริ้ม นักเรียนทุน UIS ปี 62 กันดีกว่าค่ะ ทำไมถึงสมัครทุนนี้ แต่ละด่านโหดมั้ย? และมีเรื่องอะไรน่ารู้บ้าง ตามมาอ่านกันเลย  > <


ทำไมถึงตัดสินใจสมัครทุน UIS ?



     “จุดเริ่มต้นของการสมัครทุนนี้คือ ตอนนั้นเรากำลังขึ้นปี 3 แล้วก็เริ่มเครียดกับชีวิตว่าจะเอายังไงดี เพราะว่ามันก็เป็นจุดที่ต้องมานั่งคิดแล้วว่าเราอยากทำอะไรในอนาคต เราควรฝึกงานที่ไหนดี ยิ่งเราเรียนคณะที่ไม่ได้มีทางเฉพาะเจาะจงเหมือนกับคนอื่นๆ แล้ว เราก็ยิ่งเครียด จนกระทั่งเราเห็นไลน์กลุ่มคณะอักษรศาสตร์เด้งขึ้นมา คือจำได้แม่นเลยว่าในกรุ๊ปมีคนส่งมาว่า ‘รายละเอียดทุน UIS มาแล้วนะปีนี้’ เราก็เลยเข้าไปดูรายละเอียด จากนั้นก็ตัดสินใจสมัครดู พอได้อ่านดูแล้วก็คิดว่ามันเป็นทุนที่ค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว และไหนๆ เราก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ก็เลยคิดว่าลองดูสักตั้งก็แล้วกัน”

     ก่อนที่เราจะมาดูกันว่าในแต่ละการทดสอบนั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง พี่ขออธิบายเกี่ยวกับกระบวนการสอบแบบคร่าวๆ ให้ฟังก่อนดีกว่าค่ะ

     ในการสอบทุน UIS จะมีการสอบทั้งหมด 2 รอบ ถ้าหากน้องๆ ผ่านการสอบในรอบแรก น้องๆ ก็จะได้ฝึกงานกับหน่วยงานที่ตัวเองสมัครเป็นเวลา 5 สัปดาห์เพื่อเรียนรู้งานต่างๆ ที่เราจะต้องทำในอนาคต หลังจาก 5 สัปดาห์ น้องๆ ก็จะต้องตัดสินใจว่าจะสอบรอบถัดไปหรือไม่ ถ้าหากว่าน้องๆ ไม่ชอบก็สามารถเลือกที่จะไม่สอบได้ แต่ถ้าหากสนใจจะทำงานด้านนี้ในอนาคต เราก็ต้องสอบในรอบที่ 2 ซึ่งการตัดสินทุนก็จะมาจากการประเมินการทำงานของทุกๆ คนในระยะเวลา 5 สัปดาห์และจากผลสอบในรอบที่ 2 ค่ะ 
 
.... แล้วการสอบในแต่ละรอบเป็นอย่างไรบ้างนะ ^^?


การสอบรอบที่ 1: อังกฤษ ไทย คณิต เด็กศิลป์ก็ผ่านได้ ชิลล์ๆ


     “ในรอบแรกนั้นเราต้องสอบทั้งหมด 2 ส่วนก็คือ การทดสอบภาษาอังกฤษและความสามารถทั่วไปทางวิชาการ ซึ่งจะเป็นการสอบวิชาภาษาไทยและคณิตศาสตร์ สำหรับวิชาภาษาอังกฤษนั้นก็จะเป็นพวกคำศัพท์ (Vocabulary) แกรมมาร์ (Grammar) และการอ่านจับใจความ (Reading) ส่วนของคำศัพท์นั้นค่อนข้างยากมาก คล้ายๆ กับข้อสอบ SAT (Scholastic Aptitude Test) แบบเก่าเลย แกรมมาร์ก็เป็นประมาณข้อสอบ Error ให้เราหาส่วนที่ผิด คล้ายๆ กับข้อสอบ CU-TEP การอ่านจับใจความก็เช่นกันแต่ว่าเนื้อหาและคำศัพท์จะยากกว่า เราคิดว่าเหมือนการอ่านบทความของมหาวิทยาลัยเลย มีหลากหลายแนวมากด้วย ทั้งประวัติศาสตร์ บทความทางสังคมเกี่ยวกับโซเชียลมีเดียหรือบทความทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งต้องใช้การคิดวิเคราะห์เยอะมากๆ แต่อยากจะฝึกฝนก็สามารถฝึกจากการทำข้อสอบ CUTEP ได้”

     “ในส่วนของความสามารถทั่วไปทางวิชาการ วิชาแรกจะเป็นภาษาไทย แต่ข้อสอบไม่ได้เป็นหลักภาษาไทยนะ เนื้อหาจะเป็นการคิดวิเคราะห์และจับใจความ มันจะมีบทความสั้นๆ ให้อ่านแล้วให้เราตอบว่าหัวข้อหรือจุดประสงค์ของบทความนี้คืออะไร สำหรับเรา เราคิดว่าส่วนนี้ค่อนข้างง่าย สามารถเก็บคะแนนตุนไว้จากส่วนนี้ได้เยอะเลย แต่นอกจากบทความแล้วก็ยังมีคำถามวิเคราะห์กึ่งเชาว์ปัญญาด้วย เช่น โต๊ะ:เก้าอี้ ประตู:หน้าต่าง เตียง:? อาจจะงงๆ บ้างนิดหน่อย แต่ก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะเราสามารถฝึกจากข้อสอบภาค ก. ของก.พ. ได้เช่นกัน”

     “ในส่วนของคณิตศาสตร์ซึ่งเป็นวิชาที่หลายๆ คนอาจจะกลัว ก็ไม่ต้องกังวลไปนะ เพราะว่าข้อสอบคณิตนี้น่าไม่เกินระดับม.3 แน่ๆ ไม่มีสมการหรือเศษส่วนอะไรทั้งนั้น แต่เน้นอนุกรมและการคิดเปอร์เซ็นต์มากกว่า เช่น เขาจะให้ตารางเรามาแล้วเว้นช่องว่างให้เราหากำไร แต่ก็อาจจะไม่ได้คิดรอบเดียวจบ อาจจะมีต้องคิดหลายตลบบ้างเล็กน้อย น้องๆ สายศิลป์ไม่ต้องกังวลเลย ถ้าเราคิดว่าทำส่วนนี้ได้ไม่ค่อยดี เราถนัดภาษามากกว่าก็ตั้งใจเก็บตรงคะแนนภาษาให้ดีแทนก็ได้ แต่ถ้าพอมีเวลา ก็อยากให้อ่านคณิตมาเหมือนกัน”

     “อีกอย่างนึงที่พี่อยากจะบอก อาจจะไม่ได้เกี่ยวกับการสอบก็คือ ห้องสอบหนาวมาก หนาวเหมือนอยู่ขั้วโลกเหนือ เตรียมเสื้อกันหนาวกันมาด้วยก็ดี5555555555”

     ก่อนเราจะมาดูกันว่าในรอบที่ 2 นั้นมีสอบอะไรบ้าง พี่ขอพูดถึงการฝึกงานและการประเมินการฝึกงาน 5 สัปดาห์ ก่อนที่จะไปสอบรอบถัดไปสักเล็กน้อยก่อนนะคะ 



     “ในการฝึกงานนั้น ในแต่ละหน่วยงานก็จะมีความจริงจังของงานที่ได้รับแตกต่างกันออกไป เช่นของพี่เป็นหน่วยงานเกี่ยวกับข่าว ช่วงระยะเวลาที่ฝึกงานพี่ก็จะได้อ่านข่าวและลองวิเคราะห์ข่าว พี่เลี้ยงที่ฝึกงานก็จะคอยสังเกตเราว่าเราเรียนรู้งานที่เขาสอนเร็วหรือไม่ เราตั้งใจทำงานและรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายมั้ย ซึ่งสิ่งเหล่านี้นี่แหละค่ะที่เขาจะนำมารวมกันกับคะแนนสอบในรอบที่ 2 เพื่อประเมินว่าเราเหมาะสมที่จะได้รับทุนของเขาหรือไม่”


การสอบรอบที่ 2: ทั้งเขียนเรียงความ
ทดสอบ EQ สอบสัมภาษณ์ แต่เราก็ต้องไม่หวั่น!


     “ในส่วนของการเขียนเรียงความนั้น เขาก็จะให้เขียนว่าเราได้อะไรจากการฝึกงานบ้าง ซึ่งในส่วนนี้ก็ขึ้นอยู่กับน้องๆ แล้วว่าจะเขียนอย่างไรให้เขารู้ว่าเราได้อะไรจากการฝึกงานจริงๆ และเขียนอย่างไรให้เป็นที่น่าสนใจ แต่การเขียนเรียงความนั้นไม่ได้มีเพียงแค่การเขียนว่าเราได้รับอะไรบ้างนะคะ แต่ยังมีการเขียนเรียงความภาษาอังกฤษอีกด้วย ซึ่งหัวข้อที่เขานำมาหาเราเขียนก็จะเป็นหัวข้อทั่วๆ ไป ไม่ได้เฉพาะทางอะไร เช่น การใช้อินเทอร์เน็ต ถ้าหากน้องๆ คนไหนไม่มั่นใจในการเขียนสักเท่าไหร่ ก็อาจจะลองหาหัวข้อในอินเทอร์เน็ตมาลองฝึกฝนบ่อยๆ ก็ได้ค่ะ และในวันเดียวกันกับที่เราสอบเขียนเรียงความนั้น ก็จะมีการทดสอบ EQ อีกด้วยค่ะ”

     “ส่วนการสอบสัมภาษณ์จะสอบกันคนละวันกับการเขียนเรียงความและการวัดระดับ EQ โดยก่อนการสัมภาษณ์นั้น เค้าจะมีให้เราทำอภิปรายแบบกลุ่ม (Group Discussion Session) กับเพื่อนๆ ที่สมัครหน่วยทุนเดียวกัน ซึ่งกรรมการก็จะมานั่งฟังเราคุยกับเพื่อนๆ เพื่อดูการทำงานร่วมกับคนอื่นของเรา หัวข้อสำหรับการอภิปรายก็จะขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เราสมัครเลยและจะมีการถามทั้งภาษาไทยกับอังกฤษ เราแนะนำว่าให้ช่วยๆ กันประคองบทสนทนาให้ลื่นไหล เช่น เพื่อนคนไหนที่ยังไม่ได้พูดก็ให้เชิญชวนให้พูดอย่างสุภาพว่าแบบคิดเห็นอย่างไรกับประเด็นคำถามที่ได้รับ และควรดูจังหวะให้ดี อย่าแย่งเพื่อนพูดหรือขัดเพื่อนในทันที ควรมีความมั่นใจเสมอแต่ก็อย่ามากเกินไปจนกลายเป็นว่าเราพูดอยู่คนเดียว ไม่สนใจคนอื่น”

     “นอกจาก Group discussion ก็จะมีการสัมภาษณ์เดี่ยวอีก จะมีกรรมการทั้งหมด 5 คนในทุกๆ รอบสัมภาษณ์ ซึ่งเป็นนักจิตวิทยา นักวิชาการที่เกี่ยวข้องการหน่วยงานที่เราเลือก ผู้แทนจากหน่วยงานที่เราเลือก เจ้าหน้าที่ของก.พ. และผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษ คำถามที่ถามก็จะมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเช่นกัน เริ่มมาเขาก็จะให้เราแนะนำตัว ซึ่งตรงนี้ถ้าเราอยากจะพรีเซนต์ตัวเองก็ให้เต็มที่เลย หลังจากนั้นเขาก็จะเริ่มถามเรื่องพื้นฐานทางครอบครัว ส่วนคำถามอื่นๆ หลังจากนี้ก็เช่น คิดว่าตัวเองเป็นคนยังไง ช่วยบอกข้อดีข้อด้อยของตัวเองมาได้มั้ย สาเหตุที่เราอยากทำงานที่นี่ อีก 10 ปีเราเห็นตัวเองเป็นยังไง ได้อะไรจากการฝึกงานที่นี่บ้าง และคำถามซึ่งเป็นความรู้เกี่ยวกับหน่วยงานที่สมัครค่ะ บางคนก็โดนถามไปถึงคณะที่เราอยากจะเรียนในอนาคตด้วยค่ะ ดังนั้นเราก็อาจจะควรเริ่มคิดแล้วว่าอยากจะต่อคณะไหนและให้ศึกษาข้อมูลของคณะนั้นๆ มาด้วยค่ะ”


คำแนะนำที่อยากจะฝากบอกน้องๆ



     “อย่างแรกเลยคืออย่าเครียด เรารู้ว่ามันค่อนข้างยาก แต่ถ้าเราเครียด เรากดดันตัวเอง ก็อาจจะทำให้เราทำข้อสอบได้ไม่ดีเท่าที่เราเตรียมตัวมาก็ได้นะ ให้คิดว่ามันเป็นโอกาสดีๆ ที่ผ่านเข้ามาแล้วทำมันให้ดีที่สุดก็พอ อีกย่างนึงเลยก็คือ งานราชการทุกหน่วยงานไม่ได้น่าเบื่อเหมือนกับที่หลายๆ คนคิดนะคะ ดังนั้นอย่ากลัวค่ะ! 5555 ลองมาสมัครกันดู เราอาจจะได้เจอกับสิ่งที่เราไม่คาดคิดว่าจะชอบก็ได้ :) ตอนนี้ทุน UIS ของปี 63 มาแล้วนะ ปิดรับสมัครสิ้นปีนี้ รีบไปสมัครกันได้เลยนะ”


        เป็นอย่างไรกันบ้างคะน้องๆ เป็นคำแนะนำที่ดีไม่น้อยเลยใช่มั้ยล่ะคะ พี่ไอซ์ก็หวังว่าคำแนะนำเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ที่สนใจนะคะ ลองนำไปปรับใช้กันดู และถ้าหากใครใช้แล้วได้ผลดี ก็อย่าลืมมาคอมเมนต์บอกพี่ด้วยเน้ออ ส่วนใครที่อยากสมัครทุน UIS ตอนนี้เปิดรับสมัครอยู่นะคะ อ่านรายละเอียดได้ที่ https://www.dek-d.com/studyabroad/53961/

 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=ice___

พี่ไอซ์ - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #UIS #รีวิวทุนUIS

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?