/>
ซ่อน
แสดง

เปิดรั้วคณะเศรษฐศาสตร์อันดับ 1 ของโลก ม.ฮาร์วาร์ด ที่ ‘คีริน’ นักวิ่งทีมชาติไทยเรียนอยู่! []

วิว
       สวัสดีค่ะ ชาว Dek-D ไหนๆ มีใครได้ติดตามการแข่งขันกีฬาซีเกมส์กันบ้างมั้ยคะ? เห็นเรื่องราวของนักกรีฑาลูกครึ่งไทย-อเมริกาที่คว้าเหรียญทองคงผ่านหน้าโซเชียลมีเดียกันบ้างมั้ยเอ่ย ><

     สำหรับใครที่อาจจะยังไม่ทราบ พี่ขอเล่าก่อนว่าเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ที่ผ่านมา มีนักกรีฑาทีมชายไทยของเรา “คีริน ตันติเวทย์” คว้าเหรียญทองซีเกมส์ให้กับทีมชาติไทยได้ถึง 2 เหรียญจากการวิ่งระยะ 5,000 เมตรและ 10,000 เมตร แต่เขาก็ไม่สามารถอยู่รอรับเหรียญได้ เนื่องจากว่าต้องรีบบินกลับไปสอบที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Havard University) ประเทศสหรัฐอเมริกา หนึ่งในมหาวิทยาลัยชื่อดังของโลก นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เรื่องราวของหนุ่มคนนี้เป็นที่ฮือฮาไปทั้งประเทศ เพราะนอกจากเขาจะเล่นกีฬาเก่งแล้ว ยังเรียนเก่งมากๆ อีกด้วย


Photo credit: @kierunner

     วันนี้พี่ไอซ์เลยถือโอกาสมาแนะนำคณะเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของหนุ่ม ‘คีริน’ คนนี้กัน ถ้าใครพร้อมแล้ว ตามพี่มาได้เลยค่า > <

     รู้หรือไม่คะว่า คณะเศรษฐศาสตร์ (Economics) ของที่นี่ติดอันดับต้นๆ ของโลกมาโดยตลอด และในปี 2019 นี้ก็ติดอันดับ 1 จากการจัดอันดับคณะเศรษฐศาสตร์ที่ดีที่สุดของโลกโดย Qs Top Universities อีกด้วย 

     สถาบันแห่งนี้ยังเปิดสอนตั้งแต่หลักสูตรปริญญาตรีไปจนถึงปริญญาเอกเลยด้วยนะคะ แต่วันนี้พี่ขอโฟกัสที่ป.ตรีก่อนนะคะ ส่วนรายละเอียดในระดับป.โทและป.เอก น้องๆ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยค่า


Photo credit: Harvard.edu


   ปริญญาตรี


   - ปี 1 : น้องๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์ต่างๆ รวมถึงวิชาพื้นฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น วิชาคณิตศาสตร์และสถิติ

   - ปี 2 : เราจะเริ่มเรียนวิชาเฉพาะทางมากขึ้น เช่น Intermediate Micro and Macro Theory (เศรษฐศาสตร์จุลภาคและมหภาคระดับกลาง) คือการศึกษาพฤติกรรมทางเศรษฐกิจของหน่วยเศรษฐกิจใดหน่วยเศรษฐกิจหนึ่งและการศึกษาภาวะเศรษฐกิจโดยส่วนรวม ทั้งระบบเศรษฐกิจหรือทั้งประเทศ และ Econometrics (เศรษฐศาสตร์มิติ) คือการใช้เทคนิคทางคณิตศาสตร์และทางสถิติในการทดสอบทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ค่ะ

   - ปี 3 : ปีนี้จะเป็นปีที่เราสามารถเลือกวิชาเสรีตามความสนใจของเราได้ค่ะ แต่วิชาเสรีเหล่านี้ต้องเกี่ยวข้องกับวิชาเศรษฐศาสตร์นะคะ ^^ ทางมหาวิทยาลัยยังแนะนำอีกว่าถ้าหากเราเลือกเรียนวิชาเสรีซึ่งเราสนใจจะทำเป็นธีสิส ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากในปีหน้าค่ะ 

    นอกจากนี้ปี 3 ยังเป็นปีที่น้องๆ สามารถไปแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศได้ด้วยนะคะ ถ้าหากว่าใครสนใจ ก็สามารถปรึกษาอาจารย์ได้เลยค่า

   - ปี 4 : ปีสุดท้ายนี้จะเป็นปีของการทำธีสิสค่ะ เขาจึงแนะนำว่าให้ศึกษาหาข้อมูลดีๆ อาจจะศึกษาจากผลงานของรุ่นพี่ปีก่อนๆ ก็ได้ค่ะ


Photo credit: unsplash


แนวทางการทำงานหลังเรียนจบ


     น้องๆ สามารถทำงานได้ทั้งในบริษัทหรือองค์การต่างๆ ได้มากมายเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเอกชน, องค์กรระหว่างประเทศ หรือองค์กรรัฐบาล เช่น Finance (การเงิน), Consulting (การให้คำปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจ), Market Research (การวิจัยตลาด), Risk analysis (การวิเคราะห์ความเสี่ยง), Health industry (อุตสาหกรรมสาธารณสุข), Analytics and Strategy (การวิเคราะห์และกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจ) และอื่นๆ อีกมากมายเลยค่ะ

     ยิ่งไปกว่านั้นมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดยังการันตีว่านอกจากการเรียนต่อเฉพาะทางแล้ว เราสามารถนำความรู้ไปต่อยอดในการศึกษาสาขาอื่นๆ เช่น กฎหมาย การบริหารธุรกิจ การศึกษา นโยบายสาธารณะและอื่นๆ ได้อีกด้วยนะคะ

 

6 สิ่งที่ต้องทำเพื่อสมัครเรียน


   1. น้องๆ จะต้องกรอกใบสมัครออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ Common Application, Coalition Application, หรือ Universal College Application ที่เป็นศูนย์กลางการสมัครออนไลน์ของมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกา โดยในเว็บไซต์นี้ เราจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวและเลือกมหาวิทยาลัยที่สนใจสมัครค่ะ

** Common Application จะเป็นที่นิยมมากที่สุด เพราะว่ามีจำนวนมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมมากที่สุด เมื่อเทียบกับอีก 2 เว็บไซต์

   2. นอกจากการสมัครออนไลน์กับเว็บไซต์ต่างๆ ข้างบนแล้ว เรายังจะต้องกรอกข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับมหาวิทยาลัยที่เราสมัครด้วยค่ะ (Harvard College Questions for the Common Application, Coalition Application, or the Universal College Application Harvard supplement) เช่น การเขียนเรียงความหรือตอบคำถามว่าทำไมถึงอยากเรียนที่มหาวิทยาลัยนี่หรือว่าทำไมถึงอยากเรียนที่คณะนี้ หรือการให้นิยาม 3 คำที่บ่งบอกถึงตัวเองค่ะ 

   3. ผลการสอบ ACT หรือ SAT Reasoning test (ข้อสอบมาตรฐานที่ใช้วัดระดับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่ต้องการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของสหรัฐอเมริกา) ค่ะ

   4. ผลการสอบ SAT Subject Tests (การสอบวิชาเฉพาะทางที่จำเป็นสำหรับการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย) จำนวน 2 วิชาค่ะ

   5. ใบผลการเรียนในระดับมัธยมศึกษาของเราค่ะ

   6. จ่ายค่าใบสมัคร 75 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือราวๆ 2,266 บาทค่ะ *เรท3 0.21

 

ค่าเทอม


        ในปี 2018-2019 ค่าเทอมต่อปีของสถาบันแห่งนี้ราคาประมาณ 46,340 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,399,931 บาท *เรท 30.21

*ทางมหาวิทยาลัยมีทุนการศึกษานะคะ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่


หอพักสำหรับนักศึกษา



Photo credit : Harvard.edu

     สำหรับหอพักของที่นี่ ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เอื้ออำนวยต่อการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับนักศึกษาตลอดทั้ง 4 ปี เพราะว่าน้องๆ จะได้กระชับความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ในสถาบัน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน รุ่นน้องหรือรุ่นพี่ ผ่านการอยู่ร่วมกันในหอพักที่อยู่ในส่วนของ Harvard Yard รวมทั้งการรับประทานอาหารร่วมกันในห้องโถง Annenberg อีกด้วยค่ะ 

     หลังจากจบปี 1 เราก็สามารถอยู่หอพักต่อได้นะคะ เพียงแต่ว่าจะย้ายอยู่อีกส่วนนึงซึ่งเราและกลุ่มเพื่อนของเราจะต้องรวมตัวกันเพื่อจับฉลากบ้านพักที่จะได้อยู่ค่ะ บ้านพักจะมีทั้งหมด 12 หลังและในแต่ละบ้านก็จะมีธรรมเนียมประเพณีที่สร้างขึ้นเพื่อกระชับความสัมพันธ์ที่แตกต่างกันออกไปโดยนักศึกษาในบ้านนั้นๆ เองจะต้องตั้งคณะเพื่อจัดการและรับผิดชอบกิจกรรมต่างๆ ภายในบ้านพักด้วยตัวเองค่ะ มีกิจกรรมให้สานสัมพันธ์กันตลอดๆ แบบนี้ นี่จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลยนะคะว่าทำไมความสัมพันธ์ระหว่างลูกศิษย์ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ถึงแน่นแฟ้นมาจนถึงปัจจุบัน ^^


       เป็นอย่างไรกันบ้างคะน้องๆ เป็นมหาวิทยาลัยที่น่าสนใจไม่น้อยเลยใช่มั้ยล่ะคะ นอกจากจะมีคุณภาพทางการศึกษามากๆ แล้ว ยังส่งเสริมสนับสนุนให้นักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยรักใคร่กลมเกลียวอีกด้วย ถ้าหากน้องๆ คนไหนสนใจและอยากอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของคณะอื่นๆ ด้วยก็สามารถอ่านต่อได้ที่นี่เลยค่า แล้วเจอกันครั้งต่อไปนะคะ > <
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=ice___

พี่ไอซ์ - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #Economics #HarvardUniversity

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?