/>
ซ่อน
แสดง

15 วันสุดท้าทายของ ‘อีฟ’ เมื่อได้ลุยภารกิจนักการทูตฝึกหัดถึงประเทศจีน! []

วิว
       สวัสดีค่ะชาว Dek-D พี่เชื่อว่าอาชีพนักการทูตคงจะเป็นความฝันของเด็กหลายๆ คน เพราะนอกจากเราจะได้เดินทางไปหลากหลายประเทศแล้ว ยังเป็นอาชีพที่ดูมีเกียรติมากๆ อาชีพนึงเลยก็ว่าได้ ^^ 

     และในวันนี้พี่ไอซ์จะมาแชร์ประสบการณ์ของพี่คนนึงที่ได้ไปสัมผัสงานด้านการทูตเป็นเวลา 15 วัน ซึ่งถือเป็นช่วงสั้นๆ ที่ท้าทายมาก ทั้งต้องฝึกเจรจาต่อรองและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนหลากหลายชาติ ถ้าอยากรู้จักโครงการนี้พร้อมฟังรีวิวสุดประทับใจแล้ว...รีบเลื่อนลงมาอ่านกันค่ะ!


     แนะนำตัว



     “สวัสดีค่ะ ชื่อ อีฟ ‘หัสญา ธีระนานนท์’ ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ปี 4 คณะอักษรศาสตร์ (ภาคอินเตอร์) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยค่ะ เมื่อวันที่ 4-17 พ.ย. ที่ผ่านมานี้ ได้เป็นหนึ่งในตัวแทนของประเทศไทยที่ได้เข้าร่วมโครงการ Training Porgram fo the future diplomat of LMC 2019 ที่ประเทศจีนมาค่ะ” 

     สำหรับโครงการนี้เขาจะเปิดให้เด็กรุ่นใหม่ในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงทั้ง 5 ประเทศ (ไทย จีน เวียดนาม พม่า ลาว) ที่สนใจงานด้านการทูต ได้เรียนรู้การทำงานของกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (Lancang-Mekong Cooperation) ซึ่งกรอบร่วมมือที่ว่านี้พัฒนามาจากข้อริเริ่มของไทยในปี 2012 มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนากลุ่มประเทศแม่น้ำโขงอย่างยั่งยืน โดยเน้นจัดสรรปันส่วนทรัพยากรร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่ายนั่นเองค่ะ


เพราะไม่ได้เรียนรัฐศาสตร์มาโดยตรง
เลยต้องเตรียมตัวเป็น 2 เท่า!


     “เล่าก่อนว่าโครงการนี้เพิ่งจัดขึ้นปีแรก ตัวแทนจากไทยส่วนใหญ่เลยมาจากที่กระทรวงอุดมศึกษาติดต่อทาบทามมา อย่างพี่เองเขาก็ติดต่อมาผ่านทางจุฬาฯ เพราะเคยเห็นพี่แข่งสุนทรพจน์เกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ในอาเซียนที่งาน ASEAN International Mobility for Students มาก่อน”

     “และเนื่องจากโครงการนี้เกี่ยวข้องกับการทูต ตัวแทนจากประเทศต่างๆ จึงควรมีทักษะความรู้ด้านกฎหมายหรือนโยบายการต่างประเทศ ทำให้ส่วนใหญ่ตัวแทนจะมาจากคณะรัฐศาสตร์ ส่วนพี่ที่ไม่ได้มาสายนี้โดยตรงก็เลยรู้สึกว่าต้องทำการบ้านหนักกว่าคนอื่น แล้วยิ่งมาในฐานะตัวแทนประเทศ ก็เลยแอบเครียดและกดดันเหมือนกันค่ะ”


เตรียมตัวสุดหฤโหดก่อนไปลุยที่จีน


     “พี่เชื่อว่าหลายคนน่าจะพอรู้ว่า งานการทูต คืองานที่ต้องเจรจาต่อรองกับประเทศอื่นๆ เพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน และข้อตกลงนั้นต้องเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย โครงการนี้ก็เช่นกันค่ะ เขาจำลองการเจรจาต่อรองของกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ตัวแทนจากแต่ละประเทศต้องหาจุดยืนว่าประเทศตนต้องการอะไร หรือเห็นด้วยกับจุดไหน เพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน”

     “ดังนั้นการต้องศึกษาหาข้อมูลว่าประเทศไทยต้องการอะไร พร้อมบอกเหตุผลหรือหลักฐานที่เพียงพอและมีน้ำหนัก เพื่อให้โน้มน้าวประเทศอื่นให้เห็นด้วยกับเราได้เลยสำคัญมากๆ

     “แต่ประเด็นคือสัปดาห์ก่อนเดินทาง พี่เพิ่งสอบเสร็จ!! 5555 กลายเป็นสัปดาห์ที่สูบพลังชีวิตพี่มากก เพราะนอกจากต้องเตรียมข้อมูลแล้วยังต้องอ่านหนังสืออีก แต่หลังจบงานก็ช่วยพัฒนาทักษะการบริหารเวลาของพี่ได้เยอะเหมือนกัน”


ทั้งเลกเชอร์ ลงพื้นที่ 
และแลกเปลี่ยนกับเพื่อนนานาชาติ



     “กิจกรรมส่วนใหญ่ที่ทำกันตลอด 15 วันก็คือ เยี่ยมชมสถานที่, เลกเชอร์ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันหลังจากเลกเชอร์ ทำแบบนี้วนไปเกือบทุกวันเลย

     “สถานที่ที่พี่ไปล้วนเกี่ยวกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น China National Institute for South China Sea Studies (สถาบันที่ศึกษาทะเลจีนใต้), China Academy of Tropical Agricultural Science (สถาบันการศึกษาวิทยาศาสตร์การเกษตรในเขตร้อน) หรือ China Institute of Reform and Development (องค์กรการพัฒนาและปฏิรูปของจีน) ถ้าเราสงสัยอะไรก็ถามกับหน่วยงานได้โดยตรงเลยค่ะ”

     “เลกเชอร์ก็เหมือนกัน มีทั้งนโยบายการต่างประเทศของจีนกับประเทศเพื่อนบ้าน, ท่าเรือเสรีของไหหลำ, ความร่วมมือด้านการเกษตรของประเทศในเขตร้อน, ความร่วมมือด้านการลดปัญหาความยากจนและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง หลังจากจบเลกเชอร์ทุกครั้งก็จะมีการจับกลุ่มเล็กๆ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ถึงแม้ว่าบางเรื่องจะแอบไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็สนุกมากๆ เลย ยิ่งได้แลกเปลี่ยนกับประเทศอื่นๆ ก็ยิ่งได้เห็นทัศนคติมุมใหม่ๆ ที่คิดไม่ถึงมาก่อน เหมือนพี่ได้เปิดโลกใหม่เลยค่ะ”

     “นอกจากนี้ในวันที่ 12 พี่ยังได้เข้าไปนั่งฟังงานแถลงข่าวของกระทรวงการต่างประเทศของจีนที่จัดเพื่อตอบคำถามสื่อต่างชาติค่ะ ในวันนั้นพี่ได้เห็นสื่อจากหลายประเทศมากกก อย่าง CNN หรือ BBC ก็มาด้วย”


Cultural Night
หนึ่งในไฮไลต์ที่แต่ละชาติต้องเตรียมโชว์เกี่ยวกับวัฒนธรรม


ไม่ใช่แค่ได้พัฒนาตนเอง
ยังได้มิตรภาพและมุมมองใหม่ๆ 



     “โครงการนี้ให้อะไรเยอะมากๆ ทั้งทักษะที่จำเป็นต่องานการทูต เช่น ทักษะการตีความ เราต้องวิเคราะห์รอบด้านก่อนตัดสินใจ ทักษะการพูดให้น่าเชื่อถือ และต้องคิดให้รอบคอบก่อนพูดหรือถามอะไร เพราะคนอาจตีความคำพูดของเราได้ในมุมอื่นที่เราคาดไม่ถึงก็ได้ค่ะ” 

     “แต่ที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ พี่เห็นความสำคัญของอาชีพนักการทูตมากขึ้นกว่าเดิมอีก เพราะมันทำให้พี่รู้ว่าการทำข้อตกลงร่วมกันของแต่ละประเทศมีผลกระทบมากมายขนาดไหน และนักการทูตก็เปรียบเสมือนตัวแทนของประเทศที่ต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศตนเองเอาไว้ให้ได้ ข้อตกลงนั้นจะส่งผลกระทบกับประเทศของเรายังไงก็ขึ้นอยู่กับเขาเลย หลายๆ คนอาจจะมองว่ามันคงจะกดดันมากเลยแน่ๆ แต่ถ้าหากเราทำสำเร็จ เราจะรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองสุดๆ เลยแหละค่ะ”

     “นอกจากได้ความรู้ การมาจีนครั้งนี้ช่วยเปลี่ยนมุมมองที่พี่มีต่อคนจีนไปมากด้วยค่ะ เราอาจเคยคิดว่าคนจีนต้องชาตินิยมมากๆ และต้องคิดว่าประเทศอื่นต้องพึ่งพาเขาเสมอ แต่เราได้มาเห็นว่าเด็กจีนยุคใหม่ทั้งเก่ง ขยัน และทันสมัยมาก”


ทิ้งท้ายถึงน้องๆ

ที่อยากสัมผัสชีวิต 'นักการทูต' แบบนี้



     “ถ้าน้องๆ คนไหนสนใจอาชีพนักการทูตแต่ก็ไม่แน่ใจว่าเราจะเหมาะกับอาชีพนี้มั้ย พี่แนะนำว่าให้ลองสมัครโครงการที่เราสามารถสัมผัสประสบการณ์จริงๆ ดู การได้ลองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์นั้นจริงๆ จะทำให้เรารู้ว่าเราชอบหรือเหมาะสมกับอาชีพนั้นๆ มั้ย เพราะอย่างพี่ หลังจากกลับมาก็รู้เลยว่าอาชีพนี้แหละใช่เลย ^^”


       ถือเป็นอีกโครงการที่น่าสนใจมากๆ สำหรับคนที่อยากทำงานด้านการทูต เพราะได้ทดลองทำงานจริง แล้วยังได้ฝึกทักษะ เก็บประสบการณ์ดีๆ มาเพียบ ถ้าน้องๆ คนไหนสนใจร่วมโครงการนี้ แนะนำให้ลองเข้าไปที่ www.lmcchina.org หรือสอบถามที่มหาวิทยาลัยของตัวเองได้เลย เพราะปีหน้าอาจมีการเปิดรับที่ทางการมากขึ้น
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=ice___

พี่ไอซ์ - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #LMC #Diplomat

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?