/>
ซ่อน
แสดง

5 เดือนที่เหมือนฝันใน 'มิวนิก' : เล่าชิวิตแลกเปลี่ยนในมหา'ลัยระดับท็อปของเยอรมนี! []

วิว
        สวัสดีค่ะชาว Dek-D หลายคนอาจเคยได้ยินมาว่าคนเยอรมันต้องดุดันและเคร่งขรึม เพราะบนหน้าประวัติศาสตร์ของเขาถูกแต่งแต้มด้วยเรื่องราวสงคราม ในวันนี้เราเลยจะพาไปรู้จักทั้งประเทศและผู้คนทั้งในโหมดจริงจังและเฟรนด์ลี่สุดๆ ของคนชาตินี้ ผ่านประสบการณ์ของสาวที่ไปแลกเปลี่ยนที่นั่น 5 เดือน ซึ่งเธอบอกเลยว่าเป็นการเดินทางที่เกินคุ้ม เพราะได้ทั้งสัมผัสระบบการเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ได้รู้จักคนหลากหลายเชื้อชาติ ซึมซับการใช้ชีวิตของคนเยอรมัน ลุยเที่ยวทั้งในเมืองและต่างเมือง ที่สำคัญคือได้อยู่ร่วมเฉลิมฉลองคริสต์มาสสุดโรแมนติกที่หลายคนฝันถึง!

        และเจ้าของประสบการณ์ที่ว่านี้คือ "พลอย-บัณฑิตา" อดีตดาราเด็กที่เคยแสดงละครเกือบ 40 เรื่อง และกลับมาอีกครั้งในฐานะนักกีฬาเหรียญทองกีฬาดาบเซเบอร์หญิงในศึกซีเกมส์ปีล่าสุดที่ฟิลิปปินส์นั่นเองค่ะ ^^
 
Photo Credit: study.edu
 

แนะนำตัว
 

        “สวัสดีค่ะ ‘พลอย’ บัณฑิตา ศรีนวลนัด อายุ 23 ปี เพิ่งเรียนจบ ป.ตรี จากสาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์  ช่วงปี 3 เทอม 2 พลอยไปแลกเปลี่ยนกับโครงการ Erasmus+ 1 เทอม (5 เทอม) ที่คณะ Social Science ที่ ludwig-maximilians-universität münchen (LMU) ค่ะ" 
 
        เพิ่มเติมว่า LMU หรือ University of Munich อยู่อันดับ 2 มหาวิทยาลัยชั้นนำของเยอรมนี ประจำปี 2019 จากการจัดอันดับของ QS World University Ranking ด้วย!




ถนนใน LMU
 

ช่วงปรับพื้นฐาน
เปิดแมปลงฟิลด์สัมภาษณ์คนเยอรมัน!

 

        "พลอยสนใจประเทศนี้เพราะเคยเที่ยวยุโรปกับครอบครัว แล้วรู้สึกว่าเยอรมันเป็นประเทศที่บ้านเมืองเป็นระเบียบ เมืองสะอาดปลอดภัย เดินทางสะดวก เลยอยากหาโอกาสไปแลกเปลี่ยนให้ได้ค่ะ แล้วก็มาเจอโครงการ Erasmus+ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย สนับสนุนเป็นทุนการศึกษา 800 ยูโร/เดือน + ค่าเดินทาง 1,100 ยูโร โครงการนี้มีให้เลือกหลายประเทศเลย ทั้งญี่ปุ่น ฟินแลนด์ เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ แต่ทางกองวิเทศฯ จะคัดเลือกแนวรัฐศาสตร์มาให้เราเลือก 3 อันดับที่สนใจ แล้วเราก็ต้องเตรียมเอกสารและคะแนนไปยื่น ตอนนั้นที่พลอยเลือกมีกำหนด TOEIC ขั้นต่ำ 650 ด้วย (ส่วนใหญ่จะรับ IETLS และบางคณะจะไม่รับ TOEIC)"
 
        "ก่อนเดินทางพลอยกังวลมากกก เพราะเพิ่งเคยมาใช้ชีวิตไกลๆ แบบนี้คนเดียวครั้งแรก  เราต้องมาถึงก่อน 1 เดือนเพื่อปรับตัว เข้า Orientation Camp ตั้งแต่เดือน ส.ค. ลงคอร์สเรียนภาษาเยอรมันเบื้องต้น มีกิจกรรมนึงคือให้จับกลุ่มกับเพื่อน 3 คน มีโจทย์กับแผนที่มาให้ เราต้องไปจุดนั้นแล้วสัมภาษณ์คนเยอรมันเพื่อเก็บข้อมูลมาเขียนรายงานส่ง ตอนนั้นต้องมาช่วยกันจับ keyword แล้วเอามารวมกัน 555 ส่วนอีกคอร์สคือโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ประทับใจสุดคือเขาพาไป Nauschawansein ที่ Salztburg และพาไปดูบัลเล่ต์ แล้วพอจบโปรแกรม อาจารย์สอนภาษาก็พาไปเลี้ยงอาหารด้วยค่ะ ^^”





 

Text เยอะจนอ่านไม่ทัน
จะ One Night Miracle ก็คงไม่ไหว!

 

        ช่วง 3 เดือนหลังเปิดเทอมคือปรับตัวยากมากก ตอนอยู่ไทยเขาจะไม่เน้นอ่านหนังสือเองขนาดนั้น แต่พอมาที่นี่เจอ text วีคละ 3 ฉบับ ฉบับละ 10 หน้า มันเยอะสำหรับเราในตอนนั้นจนอ่านไม่ทัน แล้วจะ One Night Miracle ก็คงไม่ไหวเพราะต้องทยอยอ่านเก็บเรื่อยๆ ความโหดอีกอย่างคือมีวิชานึงอิงคะแนนสอบ Final 100% เวลาสอบก็เขียนตอบเป็นหน้าๆ ปกติเขียนตอบภาษาไทยก็ยากอยู่แล้ว"
 
        “แต่ตอนเลือกลงวิชาเรียน เขาจะมีระบุไว้ว่าวิชานั้นสอนเป็นภาษาอังกฤษหรือเยอรมัน พลอยเองยังไม่ได้เยอรมันเลยไปลงเป็นภาษาอังกฤษทั้ง 3 ตัวเลยค่ะ (เศร้านิดนึงตรงบางวิชาที่สนใจไปดันไปอยู่ภาคเยอรมัน TT)"


        "เริ่มที่วิชา Basic Course International Relations เรียนแบบยกกรณีศึกษามาวิเคราะห์ว่าจะใช้ทฤษฎีไหน เน้นการ discuss กับกิจกรรมกลุ่ม เพื่อนๆ จะแอคทีฟกับการตอบคำถามมากๆ ค่ะ สิ่งที่เรารู้สึกคือปกติไทยจะเน้นทฤษฎีแน่นกว่า แล้วไปวิเคราะห์ตอนพรีเซนต์หรือสอบ แต่ที่นั่นสอนแค่ทฤษฎีหลักๆ แล้วให้นักเรียนมานั่งช่วยกันวิเคราะห์ในคลาสเลย ความโหดของวิชานี้คือเก็บคะแนนจากการสอบไฟนอลแบบ 100%”
 
        “ต่อมาคือวิชา SEA after 50 years วิชานี้จะพูดถึงการรวมตัวและการพัฒนาของแต่ละประเทศหลังก่อตั้ง ASEAN ในช่วง 50 ปี โดยเขาจะให้จับคู่พรีเซนต์ประเด็นน่าสนใจในประเทศต่างๆ แล้วคู่พลอยก็ได้เสนอเรื่องในไทย (วิชานี้ค่อนข้าง free ในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเลยค่ะ) การสอบไฟนอลวิชานี้คือทำรายงานค้นค้วาเอง แต่ไม่ซ้ำประเทศที่พรีเซนต์ไปก่อนหน้านี้"
 
        “อีกวิชาคือ Refugees and displaced people and human rights’ เป็นวิชาสัมมนา (Seminar) มีพาไปลงพื้นที่ + เรียนทฤษฎีนิดหน่อยอย่างเรื่องกฎหมาย กฎบัตร UN ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับเรา วิธีเก็บคะแนนคือเขียนบล็อกโพสต์เกี่ยวกับเรื่องที่เรียน ซึ่งจะเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและผู้อพยพของประเทศทั่วโลก เช่น โรฮิงญา เขมรแดง ฯลฯ คลาสนี้ทำให้เราคำนึงถึงหลักมนุษยชน สิทธิความเท่าเทียมต่างๆ ในสังคมโลกมากขึ้นจริงๆ ค่ะ การสอบไฟนอลวิชานี้คือเขียนรายงานเรื่องที่สนใจ แล้วนำเรื่องที่เรียนมาปรับใช้ในรายงาน จะเป็นแนวๆ การศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเองเหมือนกัน"


 
        แน่นอนว่าการได้เรียนแบบเน้น discuss แบบนี้ทำให้สกิลภาษาก้าวกระโดดเลยค่ะ “พลอยรู้สึกภาษาอังกฤษตัวเองดีขึ้นทั้งการฟัง พูด อ่าน เขียน ยิ่งได้พูดคุยกับเพื่อนจากหลายโซนทั้งอังกฤษ ก็ทำให้เราซึมซับหลายสำเนียง (แต่ต้องเข้าหาเพื่อน พยายามคุยเยอะๆ) ส่วนการอ่านดีขึ้นเพราะอ่าน text เยอะมาก ซึ่งข้อดีคือมันลดกำแพงเรื่องการเข้าถึงความรู้ เพราะเราสามารถอ่าน text ภาษาต่างประเทศที่ให้แง่มุมที่แตกต่างได้” 

 

ดินแดนที่ผู้คนจริงจัง ตรงต่อเวลา
และการวางแผนเป็นเลิศ!

 

        “พลอยพักที่หอ Olympia zentrum เป็นบ้านแบบบังกะโล 2 ชั้น นอนคนเดียว เดือนละ 399 ยูโร มีครบทุกอย่างทั้งห่องน้ำ ห้องครัว เตียง ชั้นหนังสือ ระเบียง แล้วรอบๆ ก็มีธนาคาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ไปรษณีย์ ร้านอาหารเวียดนาม อิตาลี ฮ่องกง เคบับ ขนาดสวนสาธารณะใหญ่ๆ สนามกีฬา ยิมบาส ยิมแบดมินตัน ลานไอซ์สเก็ตคือมีหมดดด โชคดีมาก”


Olympia Zentrum


 
        “ถ้าให้รีวิวคนเยอรมันจากที่เราไปเรียนเทอมนึง พลอยรู้สึกเขาเฟรนด์ลี่ มีสัมมาคารวะ และมีความตรงต่อเวลาสูงมาก มีเรื่องประทับใจคือตอนวันแรกที่เข้าพัก อยู่ๆ ก็มีเสียงกริ่งดังค่ะ พอออกไปก็เจอเพื่อนข้างห้องชาวเยอรมันมาทักทาย เขาอยากมาทำความรู้จักไว้เผื่อมีอะไรให้ช่วยเหลือ แล้วพูดว่า ‘ยินดีต้อนรับสู่มิวนิก’  //ปรากฏว่าเขาก็ต้องช่วยตั้งแต่วันนั้นเลย เพราะเผลอปิดประตูแล้วมันล็อก เข้าห้องไม่ได้ ยังไม่พอ วันที่สองจะทำกับข้าวแล้วเปิดแก๊สไม่ติด เขาก็แนะนำว่าต้องแจ้งเรื่องกับหอพักยังไงบ้าง”

        "แล้วสิ่งที่เด่นชัดของคนเยอรมันคือเขาตรงต่อเวลามาก จริงจังกับงาน และวางแผนอย่างเป็นระบบ ถ้าเล่าให้เห็นภาพคือ ถ้าคนเยอรมันนัดไว้กี่โมง ไม่ว่าระหว่างทางจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะ manage ทุกวิถีทางเพื่อให้มาถึงตามเวลานัดเป๊ะ เวลานัดเราเขาก็จะเน้นย้ำเรื่องเวลาบ่อยมาก (เคยไปเลทแล้วโดนงอนด้วย) พอไปที่นั่นพลอยเลยซึมซับนิสัยนี้กลับมาด้วยค่ะ กลายเป็นคนที่เป๊ะเรื่องเวลา เวลาทำอะไรก็วางแผนอย่างเป็นระบบมากขึ้น"


October Festival


 

โมเมนต์คืนวันคริสต์มาส
จิบแชมเปญ / หิมะตก / มีเพลงคลอเบาๆ 

 

        “ช็อตที่ประทับใจที่สุดตอนอยู่ที่นู่นเลยคือคุณพ่อจะมีเพื่อนเป็นชาวเยอรมันค่ะ พลอยก็จะแวะเวียนไปเหมือนเป็นพ่อแม่บุญธรรมเลย แล้วพอช่วงคริสต์มาสต์ พลอยก็ได้ไปอยู่กับพวกเขาที่บ้านพักตาอากาศ ปกติในเทศกาลนี้คนเยอรมันจะมาอยู่รวมกันเป็นครอบครัว นั่งชิลล์ๆ ในบ้าน ทำกับข้าวด้วยกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นโมเมนต์ที่อบอุ่นมากๆ
 
        “แล้วมีจังหวะนึงที่พลอยนั่งบนพรมหน้าเตาผิง จิบแชมเปญ ข้างนอกบ้านก็มีหิมะตก มีเพลงเปิดคลอเบาๆ อยู่ๆ น้ำตาก็ไหลเฉยเลย ร้องไห้ต่อหน้าคนที่อยู่ในบ้านตอนนั้น เหมือนตื้นตันที่รู้สึกตัวเองโชคดีมากๆ ไม่คิดเลยว่าวันนึงจะได้มาเรียนที่ต่างประเทศ ได้เจอครอบครัวเพื่อนคุณพ่อที่น่ารัก นึกขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้เรามาอยู่ตรงนี้ รวมถึงความพยายามของตัวเองและครอบครัวที่วางแผนชีวิตให้เราด้วย”





 

ต่างเมืองต่างเอกลักษณ์

น่าหลงใหลทุกที่ที่ได้เที่ยว
 

         “หลักๆ พลอยจะเดินทางจากหอพักไป LMU ด้วยรถไฟใต้ดินค่ะ ใช้เวลาแค่ 17 นาที ที่นั่นจะมีตั๋ววันอยู่แค่ 25 ยูโร เรียกว่า Bayern Ticket เดินทางได้ทุกที่ เช่น Berlin, Nurnberg, Teegensee, HerrenChimsee, Frankfurt แล้วถ้าจะเดินทางข้ามประเทศคือง่ายมาก เราสามารถนั่งรถไฟไปฮังการีหรือออสเตรเลียได้ค่ะ”
 
         “ค่าครองชีพในมิวนิกจะค่อนข้างสูงกว่ารัฐอื่น แต่ถ้าเป็นพวกของใช้ในบ้าน อาหาร นม ถือว่าราคากลางๆ ถึงขั้นถูกเลยค่ะ (คนเยอรมันจะดื่มเบียร์เป็นประจำเพราะถูกกว่าน้ำเปล่า) แต่ก็มีก๊อกให้เติมน้ำดื่มฟรีได้ นอกจากนี้เขามีนโยบายที่ปลูกฝังเรื่องรักษ์โลก เช่น เราสามารถเก็บขวดน้ำที่ดื่มไป refund เงินคืนที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อให้เขาไปรีไซเคิลต่อได้ เวลาช็อปต้องเสียเงินค่าถุงพลาสติก หรืออย่างบนท้องถนน ส่วนใหญ่ก็จะเดินหรือขี่จักรยานกัน โดยเขาจะแยกเลนจักรยานกับเลนทางเท้ากัน (ระวังดีๆ นะ เพราะเขาขี่จักรยานกันเร็วมากๆ)”


 
        “แน่นอนว่าตอนพลอยอยู่นู่นเที่ยวเยอะมากกก 555 แต่ละที่ในเยอรมันจะมีความ unique มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง อย่างที่ Frankfurt จะเป็นเมืองทันสมัย และมีความเป็นเมืองธุรกิจสูง เพราะมีเงินทุนไหลเวียนเยอะ ที่เด่นๆ คือ EU Bank ก็ตั้งอยู่ที่นี่ค่ะ แต่พอข้ามไปอีกฝั่งจะเป็น ‘Old Town’ ซึ่งเจริญเหมือนกัน แต่ค่อนข้างเงียบ ให้ฟีลเหมือนอยุธยา พลอยมีโอกาสได้ชมวิวที่ Frankfurt มันสวยมากกก เห็นผังเมืองที่เป็นระเบียบ ถนนแต่ละเส้นเป็นตัวช่วยบล็อกแต่ละโซน ไม่ค่อยเจอแบบคดโค้ง สบายตามากๆ ค่ะ”


Frankfurt


Nuremberg


Nuremberg
 
        “ช่วงปีใหม่พลอยได้ไปฮังการีประมาณ 2 สัปดาห์ ที่นั่นจะมีตึกใหญ่ๆ เก่าๆ เยอะมาก ให้กลิ่นไอความเจริญและเข็มแข็งในประวัติศาสตร์ ของที่นั่นจะค่อนข้างราคาถูกเลย เราได้ลองแช่ตัวที่ ‘Thermal Bath’ สระว่ายน้ำที่อุณหภูมิแต่ละบ่อแตกต่างกัน พอแช่เสร็จก็ไปเข้าซาวน่า มีสระ indoor และ outdoor และอีกที่ที่ประทับใจคือได้ข้ามไปดูฝั่ง Buda ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สุดยอดมากกก เห็นแม่น้ำดานูบกั้นกลางระหว่างฝั่ง Buda-pest”
 



 
        “ส่วนที่เวียนนาจะเหมือนการผสมผสานระหว่างมิวนิกกับฝรั่งเศส เช่น สร้างตึกสวยงามหรูหราเหมือนมิวนิก มีของแพงเหมือนฝรั่งเศส และผู้คนไม่ค่อยเป็นกันเอง แล้วด้วยความที่เวียนนาเป็นเมืองหลวงขนาดใหญ่ พลอยต้องเที่ยวเป็นสัปดาห์กว่าจะเที่ยวหมด มองไปที่ไหนก็เจอแต่ตึกสวยๆ เพราะเป็นเมืองแห่งศิลปะ พิพิธภัณฑ์เยอะ”


Veinna
 

Slovenia


Marienplatz
 
        “สรุปคือการแลกเปลี่ยนครั้งนี้คุ้มค่ามาก เราได้เรียนสิ่งที่สนใจ เจอผู้คนหลากหลาย ทีสำคัญคือเที่ยวเยอะมากค่ะ 5555 ต้องขอบคุุณงานวิเทศน์ของคณะที่ทำให้เด็กคนนึงได้เปิดโลกและเป็นผู้ใหญ่อีกขั้น พลอยรู้สึกไม่เสียดายเลยที่ไปแลกเปลี่ยน 1 เทอมแล้วกลับมาเรียนจบไม่ทัน 4 ปีพร้อมเพื่อน เพราะมันคุ้มค่ามากจริงๆ ถ้าใครอยากขอคำแนะนำเรื่องการแลกเปลี่ยน พลอยยินดีแชร์มากๆ เลย แล้วถ้ามีโอกาส ก็อยากให้ทุกคนออกไปเปิดโลกเหมือนกับพลอยด้วยค่ะ ^^”




 
>> ชวนอ่านต่อ <<
คุยกับ 'พลอย-บัณฑิตา' 
อดีตดาราเด็ก & เส้นทางนักกีฬาฟันดาบที่คว้าเหรียญทอง #ซีเกมส์ ปีล่าสุด!
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=kookkai

พี่กุ๊กไก่ - ผู้เขียน

มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #พลอยบัณฑิตา #เยอรมัน #Erasmus #มธ. #ธรรมศาสตร์ #รัฐศาสตร์ #IR #LMU #แลกเปลี่ยน #ทุนแลกเปลี่ยน #เด็กแลกเปลี่ยน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?