/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน นโยบายคุกกี้ ยอมรับ เรียนรู้เพิ่มเติม

อุ่นใจแม้ยามวิกฤต! เล่าชีวิตนักเรียนไทยใน 'แทกู' & รีวิวแผนรับมือ #COVID19 แบบเร็ว-ตรงจุด-ทั่วถึง []

วิว
            สวัสดีค่ะชาว Dek-D สถานการณ์ COVID-19 อาจทำแผนชีวิตของหลายคนเปลี่ยนไปเยอะ ถึงแม้จะยังไม่ค่อยชินหรืออาจน่าเบื่อไปบ้าง แต่ก็ขอให้อดทนเพื่อตัวเอง คนในครอบครัว และบุคลากรการแพทย์กันนะคะ   เดี๋ยววันนี้เราจะพาไปฟังเรื่องราวของนักศึกษาป.เอก คนไทย ที่อาศัยอยู่ใน "แทกู" (Daegu) ตั้งแต่ก่อนระบาดจนพ้นวิกฤต    ถ้ายังจำกันได้ แทกูคือเมืองที่เกิดเคสคุณป้า Super Spreader ที่เดินทางไปไหนต่อไหนเยอะมากจนตัวเลขผู้ติดเชื้อในเกาหลีใต้พุ่งสูงขึ้นนั่นเองค่ะ   (อัปเดตล่าสุด 26/03/63 ยอดผู้ติดเชื้อ 9,000 กว่าคน เสียชีวิต 131 คน) ...ประเด็นคือตอนที่เกิดเรื่อง คนรู้จักของพี่คนไทยที่แทกูพากันเป็นห่วงมาก  แต่เจ้าตัวกลับบอกว่าอุ่นใจมาก เพราะอะไร?

             ต้องบอกว่าวิกฤตโรคระบาดนี้ เป็นเหมือนบททดสอบความสามารถในการรับมือของแต่ละประเทศเลยค่ะ ซึ่ง "เกาหลีใต้" คือหนึ่งในต้นแบบที่หลายประเทศนำมาตรการของเขามาปรับใช้ เพราะ ทั้งเป็นวิธีีที่รวดเร็ว ตรงจุด   ครอบคลุม และแน่นอนว่าแค่รัฐฝ่ายเดียวคงทำให้ประเทศพ้นวิกฤตไม่ได้รวดเร็วแบบนี้ หากปราศจากความร่วมมือที่ดีของประชาชนด้วย 


Cr. Forbes


สัมภาษณ์ 'พี่เต้ย'


             นักศึกษาปริญญาเอกที่    ม.คยองบุก เมืองแทกู เกาหลีใต้


ช่วงก่อน-หลังระบาด
บรรยากาศเป็นยังไงบ้าง?


             "ก่อนหน้าจะมีเคสคุณป้าที่โบสถ์ ทุกอย่างยังปกติมากครับ อาจมีใส่ mask บ้าง แต่หลังจากมีเคสนั้นพี่ก็เริ่มระแวง เพราะโบสถ์นั้นห่างจากพี่แค่ 4 กิโลเมตร การเดินทางในเมืองมันก็ถึงๆ กันหมด ช่วงนั้นคนช็อกกันมากกกคล้ายๆ กับไทยช่วงนี้  และตื่นตระหนกแบบ acitve อย่างเห็นได้ชัด หน้ากากอนามัยเริ่มขาดแคลน"






             "จากนั้นมีประกาศหยุด 14 วัน แต่ไม่ได้ปิดเมืองแบบตัดขาดจากโลกภายนอกขนาดนั้นครับ คนทำงานยังคงต้องไปทำงาน แต่ถ้าเด็กที่เรียนหนังสือก็จะปิด 2 สัปดาห์  คน  มีกักตุนอาหารบ้าง แต่สิ่งที่แปลกตาไปเลยคือร้านกาแฟ ร้านอาหาร ห้างใหญ่ ปิดอยู่บ้านกันหมด ยกเว้นร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ต    คนเลยต้องเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ จากที่ออกไปกินร้านอาหาร   ก็ต้องซื้อวัตถุดิบกลับมาทำเอง + งดกิจกรรมที่ต้องรวมกลุ่มกัน เช่น เทศกาล คอนเสิร์ต ฯลฯ พวกนี้ยกเลิกหมด  (Note: คนส่วนใหญ่คนจะติดกันเป็นกลุ่ม เช่น ติดจากโบสถ์ ฟิตเนส ซาวนา ออฟฟิศ ฯลฯ เพราะเกาหลีจะมีบริการที่เป็น public ซะเยอะ)"

             "ประชาชนแตกตื่นกันได้ไม่นาน รัฐบาลก็รีบเข้ามาจัดการตรงนั้น    และพี่ว่าเขาจัดการได้เร็วและมีประสิทธิภาพมาก เพราะหลังจากเกิดเหตุการณ์ป้าแทกูไม่เกิน 1  สัปดาห์ เขา action แบบตื่นตัว *ประธานาธิบดี (มุน  แจ-อิน) มาที่เมืองนี้สั่งการด้วยตัวเอง อยู่กับเจ้าหน้าที่    1-2 สัปดาห์* ประชาชนเลยอุ่นใจขึ้นและให้ความร่วมมืออย่างเคร่งครัด"


Photo Credit:   channelnewsasia.com


Photo Credit:   straitstimes.com


มาดูกันว่ารัฐให้อะไรบ้าง?


1.  ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วและแม่นยำ
 
  • รัฐบาลให้ความรู้และข่าวสารแก่ประชาชนอย่างถูกต้อง แม่นยำ ประชาชนไม่สับสน fake news ทุกคนสามารถฟังและเชื่อรัฐบาลได้จริงๆ *พี่ว่าข้อนี้สำคัญมาก*
     
  • มีเทคโนโลยีอัปเดตสถิติผู้ป่วย "รายชั่วโมง" บอกเลยว่าบริเวณไหน จังหวัดไหน คลิกไปดูได้ว่าเขาพักอยู่ใกล้เรามั้ย   มันทำให้เราตื่นตัว ก่อนออกจากบ้านต้องเปิดเว็บไซต์มาเช็กว่าควรเลี่ยงจุดไหนบ้าง
     
  • มีแอปพลิเคชันแผนที่ ช่วยได้เยอะมากกกก สมมติมีคนติดเชื้อขึ้นมา เขาจะเก็บข้อมูลเลยว่าคนนั้นไปไหนมาบ้างใน 24 ชม  . แล้วปักหมุดลงในแผนที่    แล้วอย่างพี่จะออกไปข้างนอก ก็จะเปิดมาเช็กอีกว่ามีผู้ติดเชื้อเคยเดินทางไปตรงนั้นมั้ย ถ้ามีก็เลี่ยง เหมือนอย่างเคสคุณป้าแทกู เขาเดินไปไหน ที่นั่นก็ต้องปิดทำความสะอาดครั้งใหญ่  (ตอนนั้นป้าเดินไปช็อปปิงห้างนึงไม่กี่ชั่วโมง แต่มีพนักงานติดจริงๆ)​

    Note:    "เหตุผลเพราะโรคทางเดินหายใจจะติดง่ายเป็นทุนเดิม หลักการเหมือนไข้หวัดใหญ่เลย ละอองฝอยสามารถค้างในอากาศได้ 1-2 ชั่วโมง และเมื่อไปติดอยู่บนบางพื้นผิว เช่น โลหะตามราวจับ อะลูมิเนียม พลาสติก หรืออะไรที่เป็นมันๆ วาวๆ มันจะอยู่ได้นานมาก เป็น 10 กว่าชั่วโมง    แล้วด้วยความที่มันเป็น 'เชื้อใหม่'  ร่างกายไม่มีภูมิคุ้มกันเชื้อตัวนี้มาก่อน แม้จะรับมาปริมาณแค่เล็กน้อย ก็สามารถทำให้เราติดได้แล้ว และเพิ่มจำนวนในร่างกายได้ง่ายกว่าเชื้อเก่าๆ ที่เราเคยเจออยู่แล้วด้วย (มันก็เลยมีครั้งนึงที่พี่เข้าไปร้านอาหาร แล้วพนักงานรีบวิ่งมาฉีดสเปรย์ เพราะมือพี่เพิ่งสัมผัสราวจับตรงประตูมา)"
     

Photo Credit:   www.businessinsider.com
 

 
  2. ระบบคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ
 
  • ถ้าเราสงสัยว่าตัวเองใช่รึยัง? ห้ามไปโรงพยาบาลทันที เพราะถ้าเกิดเรามีเชื้อในตัว เราอาจไปแพร่เชื้อใส่คนอื่นได้** ดังนั้นเขาเลยมี    Call Center เป็นหมายเลขฉุกเฉิน สามารถโทรไปขอคำปรึกษาโดยใช้ภาษาใดก็ได้ครับ เช่น เราเป็นคนไทย ก็ขอคุยกับคนไทยได้ (รัฐบาลเกาหลีใต้ประสานงานกับทางสถานทูตไทยในเกาหลี) ถ้าเกิดเราเข้าข่าย เขาจะมีรถพยาบาลมารับ
     
  • มีทางด่วนสำหรับคนทำงานที่ต้องใช้รถใช้ถนน  เขาจะมีจุด Drive thru บริเวณที่เปลี่ยนเส้นทางเข้า-ออกเมืองครับ โดยรถจะต้อชะลอแล้วเข้ามาเช็กอาการ ซักประวัติ หรือถ้าน่าสงสัย เจ้าหน้าที่ก็อาจเก็บน้ำลาย เสมหะ ฯลฯ กันตรงนั้นเลย

             "สรุปคือถ้าอยู่บ้านก็มีเบอร์ให้โทรไปถาม ถ้าขับรถอยู่บนถนนก็มีคนมา screen อีกที  แล้วทุกจังหวัดมีแบบนี้หมด โดยเฉพาะที่แทกูที่ระบาดหนัก   นั่นทำให้มีจำนวนผู้ได้รับการตรวจมากถึง 100,000-200,000 คน    ดูแลทั้งคนเกาหลีคนต่างชาติด้วย     well-organized มากๆ"
 

 

Drive Thru

Photo Credit:   www.straitstimes.com

3.   สวัสดิการ ความปลอดภัย
 
  • ถ้าแพทย์ตรวจพบว่าเข้าข่ายและเรียกให้กักตัว ผู้ป่วยสามารถติดต่อเขตได้เลย แล้วเขาจะมีชุดยังชีพ  เป็นเซ็ตเสบียง 14 วัน + เงินชดเชยจากการต้องพักงาน    และหากผลเป็นบวก เขาจะส่งรถมารับไปโรงพยาบาล  (***ถ้าหมอวินิจฉัยว่าเข้าข่ายแล้วต้องเข้าตรวจ ทุกอย่างจะฟรีหมด แต่ถ้าไม่สบายใจเองแล้วไปตรวจ ก็ต้องเสียเงินตามปกติ)
     
  • รัฐเพิ่มจำนวนเตียงและจัดสรรพื้นที่ให้     โดยเขาจะดูว่าโรงพยาบาลไหนพอจะรองรับได้ ก็ให้เคลียร์เตียงที่ว่างรอเลย ส่วนคนไหนอาการไม่หนักจะยังไม่ให้เข้ามา ถ้ามีคิวผ่าตัดที่เลื่อนได้ ก็เลื่อนออกไปก่อน
     
  • ช่วงที่หน้ากากอนามัยขาดแคลน รัฐทั้งจัดสรรให้ + ควบคุมการซื้อ โดยเขาจะให้ซื้อตามเลข 1    ตัวท้ายของปีเกิดเรา    เช่น พี่เกิด 1991 เลข 1   ของพี่ = ซื้อได้วันจันทร์ เวลาไปร้านขายยา(หรือไปรษณีย์) ก็ต้องโชว์ ID Card ให้เขาเช็กก่อน และจะจำกัดการซื้อได้แค่ 2 ชิ้นเท่านั้น   พอซื้อเสร็จข้อมูลจะถูกบันทึกเข้าระบบว่า ซื้อแล้ว และซื้อจากที่ไหน *แต่ถ้าจะไม่ซื้อตามวัน ก็ทำได้ เพียงแต่จะได้ในราคาที่แพงกว่า   (เป็นราคาปกติ   ไม่ใช่ราคาควบคุม)


ตารางซื้อหน้ากากอนามัย


Photo Credit:    theguardian.com

             "แล้วในขณะที่มาตรการเขาชัดเจนและมีประสิทธิภาพ อีกส่วนสำคัญคือ คนเกาหลีรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมสูงมาก ให้ความร่วมมือโดยการอยู่บ้าน จะออกต่อเมื่อไปซื้อของกลับมาทำอาหารเท่านั้น แม้จะเป็นการ "ควบคุม" ไม่ใช่ปิดเมือง ยังเลือกจะนั่งรถไปเมืองอื่นได้ *แต่เขาเลือกที่จะไม่ไปเอง*"


สถานการณ์ตอนนี้คลี่คลายแล้ว
 

             "ตอนนี้สถานการณ์ยังไม่ถึงกับ 100% แต่เรียกว่าพ้นจุดวิกฤต อยู่ช่วงเฝ้าระวังไม่ให้กลับมาระบาดครับ ทางมหาวิทยาลัยเลื่อนเปิด 1 สัปดาห์ แต่คลาสจะปรับเป็นเรียนออนไลน์ ล็อกอินเข้าระบบไปฟังเลกเชอร์จนถึงต้นเดือนพฤษภาคม    ทั้งนี้เพื่อไม่ให้กระทบแผนการเรียนปกติ"

             "โดยทั่วไปการใช้ชีวิตช่วงนี้ คนยังสวม mask ล้างมือให้สะอาด และ   เลี่ยงการไปสถานที่คนเยอะๆ (และดูระมัดระวังคนต่างชาติเป็นพิเศษ) ห้างจะเปิดถึง 6 โมงเย็นเท่านั้น อย่างพี่เองก็เริ่มต้องไปเข้าแล็บสัปดาห์นึงแล้ว จากที่เคยมีประชุมก็ต้องเลื่อนออกไป และใช้การคุยงานผ่าน VDO Call เท่านั้นแม้จะนั่งอยู่ในห้องเดียวกัน"

             "แล้วช่วงเดือนนี้ดอกไม้กำลังบาน ปกติจะเป็นช่วงไฮซีซันที่มีเทศกาลเยอะมาก แต่รัฐบาลออกมาขอความร่วมมือให้ทุกคนยังกักตัวต่อไปอีก 14 วัน ทั้งยกเลิกเทศกาลที่ทำไปแล้วก่อนหน้านี้ และประกาศปิดสถานที่ที่เคยเป็นที่จัดงานด้วย เพราะกลัวว่าคนจะแห่กันมาถ่ายรูปกับดอกไม้กันครับ"


ทิ้งท้ายถึงผู้อ่าน
 

             "สุดท้ายนี้พี่อยากให้ทุกคนตั้งสติแล้วดูว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะตอนนี้ fake news  เยอะมากๆ ครับ ถ้าใครอยู่บ้านนานๆ โดยเฉพาะน้องๆ วัยเรียน อาจอาศัยช่วงนี้มาลงคอร์สเรียนออนไลน์เพิ่ม และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสตัวนี้ เพื่อดูแลตัวเราและคุณพ่อคุณแม่ด้วย เพราะเราน่าจะมีโอกาสเข้าถึงสื่อได้มากกว่า"

             "และต้องขอส่งกำลังใจให้คนไทยทุกคนผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกันนะครับ ที่ขาดไม่ได้คือ ต้องขอบคุณทีมแพทย์และผู้อยู่เบื้องหลังในระบบสาธารณสุข อย่างเช่นนักเทคนิคการแพทย์และนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังการตรวจและวิจัยต่างๆ และเผชิญความเสี่ยงด้วยเช่นกัน"
 

[VDO] ผู้ติดเชื้อ COVID19 จะแสดงอาการอย่างไรในแต่ละวัน ? หลังจากได้รับเชื้อไวรัส COVID-19 อาจใช้เวลาสองถึงสามวัน...

Posted by สกสว. on Friday, March 20, 2020

             นับเป็นมาตรการที่รัดกุม และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้จริงๆ  ข่าวดีคือบางมาตรการได้เกิดขึ้นในไทยแล้ว เช่น Drive thru และ Call Center  (สำหรับบริการ Call Center โดยโรงพยาบาลรามาธิบดี จะเริ่มต้นวันที่ 30 มี.ค.63 เป็นต้นไปนะคะ หากสงสัยอาการ Just Call COVID-19 Call Center ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-092-7222 ย้ำว่าเริ่มวันที่ 30 นะคะ ติดต่อได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่ 08.00-16.00 น.)
 
ขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์
และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เหนื่อยเพื่อพวกเรานะคะ

 

อ่านบทความเกี่ยวกับประเทศเกาหลีใต้และ    COVID-19 เพิ่มเติม
 

ถอดบทเรียน ‘เกาหลีใต้’
กับการรับมือ COVID-19 ที่ใครๆ ก็ยกเป็นแบบอย่าง!

 

เรื่องเล่า 2 นักเรียนไทยในเกาหลี:
ผลพวงจาก #โควิด19 ทั้งถูกกักตัว กลับบ้านไม่ได้ ม.เลื่อนเปิด
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=kookkai

พี่กุ๊กไก่ - ผู้เขียน

มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #โควิด19 #COVID19 #เกาหลีใต้ #แทกู #แดกู #Daegu #รัฐบาล

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?