/>

เปิด 7 คุณสมบัติเด่นที่ “นายจ้างอินเตอร์” มองหาคนร่วมงานด้วย! []

วิว

              สวัสดีค่ะชาว Dek-D หลายคนอาจเคยได้ยินความดีงามของการทำงานในบริษัทระดับ Global มาบ้างใช่มั้ยคะ เพราะโดยทั่วไปธรรมชาติของบริษัทเหล่านี้จะทันสมัยและเปิดกว้าง สไตล์การทำงานยืดหยุ่น แต่ต้องได้งานที่มีคุณภาพ ภายในระยะเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ ยังมีโอกาสได้เจอผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรม แถมค่าตอบแทนและสวัสดิการยังดีอีกด้วย (ประมาณว่าถ้าเก่งจริงก็พร้อมจ่าย) โดยรวมคือเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาตัวเองมากกก
 
              และถึงแม้จะมีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง แต่การจะเข้าไปทำงานได้นั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินเอื้อม เรามีโอกาสได้พูดคุยไปพูดคุยกับผู้มีประสบการณ์จริงซึ่งทำงานในบริษัทต่างชาติหลายแห่ง จึงขอสรุปและมาแชร์ว่าคุณสมบัติแบบไหนบ้างที่ควรมี หรือพัฒนาตัวเองและเพิ่มโอกาสการทำงานในบริษัทต่างชาติ และการเติบโตในสายงานด้วย!
 

 

1. A person with the right attitude and qualities 

ความสามารถโดนใจ ทัศนคติใช่เลย


              อันดับแรก สิ่งที่นายจ้างอินเตอร์จะมองหาจากตัวผู้สมัครก็คือ คุณสมบัติและความสามารถที่เหมาะกับงานที่เขาต้องการจริงๆ ไม่สำคัญว่าเรามีพื้นเพทางสังคม ครอบครัวเป็นอย่างไร นามสกุลดังแค่ไหน เรียนจบจากที่ไหน หรือเกรดเฉลี่ยเท่าไหร่ โอเคว่าเกรดเฉลี่ยและสถาบันก็สามารถบอกความเจ๋งของเราได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าสาขาที่เราเรียนมาไม่ตรงกับที่เขาต้องการ หรือประสบการณ์ระหว่างเรียน หรือการทำงานของเราก่อนหน้านี้มันไม่สอดคล้องกับงาน ก็มีสิทธิ์ที่เราจะไม่เข้าตาได้ง่ายๆ นะคะ สิ่งที่เราต้องทำคือพิสูจน์ให้เขาเห็นว่า เรามีความรู้ความสามารถและประสบการณ์เพียงพอกับตำแหน่งที่เขาต้องการ 
 
              นอกจากนี้ ทัศนคติที่ใช่ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ คือเราต้องมีทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน พร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองตลอดเวลา สามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้ เราถึงจะเหมาะสมที่จะทำงานในองค์กรนี้ค่ะ


 

2. A people person

มนุษยสัมพันธ์ดี ไม่ปลีกวิเวก


              มนุษยสัมพันธ์ที่ดีเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในโลกการทำงานเลยค่ะ โดยเฉพาะในบริษัทต่างชาติที่ต้องสื่อสารกันตลอดเวลา ถ้าเกิดเรานั่งเงียบในห้องประชุมโดยไม่ออกความเห็น หรือปลีกตัวไปทำงานคนเดียวโดยไม่ติดต่อสื่อสารกับใครเลย ก็มีโอกาสที่เขาจะมองเราเป็นจุดอ่อนได้ (การทำงานจะง่ายถ้ารู้ว่าแต่ละคนคิดอะไรอยู่ และปัญหามักจะมาจากการไม่คุยกัน)

              ดังนั้นนอกจากบุคลิกการวางตัวและทัศนคติที่เขาจะสังเกตเราจากวันที่สัมภาษณ์ เขาก็อาจดูจาก CV และ Portfolio ที่เราเล่าผลงานหรือสิ่งที่เคยทำ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีปัญหาเรื่องการเข้าหาคนอื่นจนกระทบกับงานนั่นเองค่ะ
 


3. An open- minded person who thinks outside the box

ความคิดเปิดกว้าง รับฟังได้ สื่อสารเป็น
 

              บริษัทต่างชาติจะมองหาคนที่รู้วิธีสื่อสารความคิดของตัวเองออกมา (แบบไม่มี ego) ในขณะเดียวกันก็เปิดใจรับฟังคนอื่นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยก็สามารถแย้งได้แบบตรงไปตรงมา โดยชี้ส่วนที่ชอบหรือไม่ชอบของงานให้เข้าใจและเห็นภาพพูดง่ายๆ คือมีจุดยืนของตัวเองได้ แต่ไม่ดึงดันหรือเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง นอกจากนี้ ยังชื่นชอบคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน มีความคิดนอกกรอบเพื่อพัฒนาแนวทางการทำงานใหม่ๆ ที่อาจดีกว่าเดิม และสามารถสื่อสารไอเดียนั้นกับทีมได้

              จึงเรียกได้ว่าพวกเขามองหาคนที่มีทัศนคติแบบเติบโต (Growth Mindset) ซึ่งเป็นลักษณะคนทำงานที่ไม่เป็นน้ำเต็มแก้วและเปิดโอกาสที่จะพัฒนาตัวเอง


 


4. A team player

ผนึกความคิดและจุดแข็ง
 

              ถ้าในบริบทกีฬา team player = ผู้เล่นที่ดีของทีม แต่ในโลกการทำงานจะหมายถึง “ผู้ร่วมงานที่ดี” ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญมากโดยเฉพาะในบริษัทต่างชาติ แม้ว่าการทำงานสไตล์ตะวันตกจะปลูกฝังความคิดให้ตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองและให้อิสระมากแค่ไหน แต่งานที่ดีจะเกิดจากการกันระดมสมองร่วมกัน (brainstorm) ของคนในทีมซึ่งจะมีความคิดที่ดีของแต่ละคนอยู่ในนั้น

              และก่อนที่ทีมจะเข้มแข็งจนสามารถทำงานบนความเชื่อใจกันได้ คนในทีมต้องรู้หน้าที่ของตัวเอง ดึงจุดแข็งมาใช้ให้เป็นประโยชน์ และพร้อมยื่นมือช่วยเหลือทีมโดยการแสดงความคิดเห็น และเสนอ+ไอเดียที่ตัวเองถนัด มีความรู้มีความเข้าใจ หากเจอปัญหาก็จะหาทางออกร่วมกัน (works as a problem-solver) สรุปง่ายๆ คือ ทำงานเป็นระบบ ไม่กลัวปัญหา พร้อมเผชิญหน้าแก้ไข และต้องให้ใจเพื่อนร่วมงาน


5. A flexible person who can deliver

ยืดหยุ่นได้ แต่งานต้องเป๊ะ
 

              หลายคนอาจได้ยินมาว่า คนที่ทำงานในบริษัทต่างชาติไม่ต้องตอกบัตรเข้า-ออกงานตรงเป๊ะ ไม่มีใครมาจับจ้องหน้าจอคอมพ์ว่าตอนนี้เปิดอะไรอยู่ หรือตัวไปไหนทำไมไม่อยู่ที่โต๊ะ!!!!!! ฯลฯ นั่นก็เพราะธรรมชาติอย่างหนึ่งของบริษัทเหล่านี้คือไม่ตามจี้ แต่ทุกคนต้องกระตือรือร้นด้วยตัวเอง รู้หน้าที่ บริหารเวลาและจัดลำดับความสำคัญ (priority) ให้ได้ หลักง่ายๆ คือถ้าวาง Deadline แล้ว งานต้องเสร็จอย่างมีคุณภาพและตรงตามเวลา ถึงจะ work from home อยู่พ้นสายตาเจ้านาย งานก็ต้องเป๊ะ (แล้วจะยิ่งปลื้มถ้าเสร็จก่อนกำหนด)

              นั่นแปลว่าอย่างน้อยเราต้องมีคุณสมบัติในแง่ skills และ working experiences เท่ากับหรือมากกว่าที่เขาเขียนในประกาศรับสมัครด้วย

              Note: นอกจากจะให้อิสระในการทำงานในระดับหนึ่งแล้ว ยังมีอีกข้อดีคือ บริษัทต่างชาติจะไม่ใช้ Line ในการทำงานเป็นหลัก เช่น ส่งงาน แอพพรูฟงาน หรือ ประชุมงาน หากมีบ้าง ก็อาจเป็นการแจ้งบอกเพื่อให้เราไปทำงานในโปรแกรมหลักอื่นๆ เช่น อีเมล slack zoom workplace หรือ skype ตามแต่วัตถุประสงค์และเวลาที่นัดหมายกัน จึงตัดปัญหาไลน์เด้งทวงงานตอนเรากำลังอร่อยกับมื้อเย็นหลังเลิกงานได้ 


6. A multilingual person
อังกฤษต้องเป๊ะ ภาษาที่ 3 คืออาวุธลับ


              ข้อนี้คือแน่มาตลอดแบบไม่มีอะไรล้มล้างได้ บริษัทต่างชาติจะมองหาคนที่สื่อสารรู้เรื่องทั้งกับทีมและลูกค้า แปลว่าอย่างน้อยๆ ต้องสื่อสารภาษาต่างชาติได้คล่องแคล่วเพื่อป้องกันการเข้าใจตัวงานคลาดเคลื่อน ถ้าเกิดขึ้นทีคือกระทบกันไปหมดจนแผนงานพังได้เลย นี่แหละคือเหตุผลที่คนฝีมือดีมากๆ แต่พูดอังกฤษไม่คล่องมีสิทธิ์นก

              ดังนั้นถ้าใครฝันอยากทำงานในบริษัทต่างชาติ นอกจากใบปริญญาแล้ว ก็ควรมีทักษะด้านภาษาเป็นใบเบิกทางด้วย และยิ่งหากมีความรู้ภาษาที่ 3 ที่ 4 ก็มีแต่ปังมากขึ้นไปอีกนะ พยายามหาโอกาสใช้ภาษาเหล่านี้ให้คุ้นชิน ถึงจะยากและท้าทาย แต่ไม่มีคำว่าเหนื่อยเปล่าแน่นอนค่ะ (โอกาสได้งานที่ดี เงินและสวัสดิการก็ดี!)
 

 

7. A globally aware person

เปิดกว้าง เข้าใจความหลากหลาย
 

              แน่นอนว่าในบริษัทต่างชาติจะต้องเจอคนต่างเชื้อชาติต่างวัฒนธรรม เราต้องเคารพความเป็นตัวตนของเขาและเรียนรู้เพื่อปรับตัวเข้าหากันให้ได้ เพราะนอกจากเรื่องละเอียดอ่อนที่เราคาดไม่ถึง ยังมีเรื่องการสื่อสารที่อาจคลาดเคลื่อนได้หากไม่เข้าใจวัฒนธรรมดีพอ (ถ้าเกิดขึ้นก็ต้องรู้วิธีคุยกับเจ้านายและจัดการความไม่เข้าใจอย่างมืออาชีพด้วย!)

              หากเรามีโอกาสต้องเปลี่ยนทีมทำงานเรื่อยๆ หรืออยู่สายงานที่ต้องเจอลูกค้าหน้าใหม่ทุกวัน เราต้องหาวิธีเตรียมพร้อมเพื่อเรียนรู้และยืดหยุ่นอยู่เสมอเช่นกัน แต่ละครั้งเราจะได้ปลดล็อกความสามารถเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่นายจ้างปลื้มเท่านั้นนะ การได้พบคนใหม่ๆ ก็เหมือนเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับตัวเองไปด้วย เพราะถือว่าเป็น connection ที่ประเมินค่าไม่ได้ในโลกการทำงานเลยล่ะ
 

 
              สุดท้ายนี้เราหวังว่าเรื่องที่หยิบมาแชร์จะช่วยให้เห็นภาพบรรยากาศการทำงานในบริษัทต่างชาติมากขึ้น และอาจเป็นไอเดียให้เราได้ฝึกฝนคุณสมบัติที่ต้องมี เก็บเกี่ยวประสบการณ์ เพื่อเพิ่มโอกาสการทำงานกับบริษัทต่างชาติที่ดี หากใครกำลังมองหางานที่เหมาะกับตัวเอง การทำงานกับบริษัทอเมริกันดูเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ เพราะวัฒนธรรมของเขามีเสน่ห์ตรงที่เปิดโอกาสให้เราแสดงความคิดเห็นและความสามารถเต็มที่ ลองดูคลิปสั้นๆ จากหอการค้าอเมริกันในประเทศไทยได้เลย! (หรือคลิกที่ลิงก์นี้ค่ะ) 
 

What's it really like to work for an American Company in Thailand? Let's work together! www.amchamthailand.com/worktogether #amchamthailand #worktogether #amchamnewgen

Posted by AMCHAM Thailand on Thursday, March 19, 2020
อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานในบริษัทอเมริกันเพิ่มเติมที่
และ facebook: AMCHAM Thailand
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=teamstudyabroad

ทีมเรียนต่อนอก - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #amchamthailand #worktogether #amchamnewgen #สมัครงาน #บริษัทต่างชาติ #นายจ้างอินเตอร์ #workfromhome

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?