/>

ไขข้อข้องใจ: ทำไมตะวันตกมีผู้ติดเชื้อ #Covid-19 เพิ่มขึ้นเร็วกว่าเอเชีย? []

วิว
              สวัสดีค่าชาว Dek-D ทุกคน ตอนนี้โรค Covid-19 ถือเป็นประเด็นใหญ่ที่คนทุกเพศทุกวัยและทุกอาชีพต้องให้ความสนใจเลยค่ะ แต่นอกจากจะต้องติดตามสถานการณ์ในไทยอย่างใกล้ชิดแล้ว เราก็ควรต้องดูข่าวจากที่ต่างประเทศอีกด้วยว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งตอนนี้ทางฝั่งตะวันตกเองก็เรียกได้ว่าอันตรายขึ้นเรื่อยๆ เลยค่ะ เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่าเพราะอะไรตัวเลขผู้ติดเชื้อในยุโรปถึงได้พุ่งขึ้นทั้งๆ ที่หลายประเทศมีมาตรการคุมเข้มแล้ว   เลื่อนลงมาอ่านกันเลยค่ะ!

 
              ถ้าน้องๆ ได้ติดตามข่าว จะเห็นว่าเดือนนี้หลายประเทศมีคำสั่งให้ปิดเมืองหรือปิดประเทศไปแล้วเรียบร้อย เพื่อป้องกันการระบาดทั้งจากภายนอกและภายใน อย่างในตอนแรกอิตาลีเองก็มีคำสั่งให้ปิด “Red zone” หรือพื้นที่ที่มีการระบาดทางภาคเหนือของประเทศลง    แต่ก็ยังไม่เป็นผลเท่าไหร่นัก    จนในที่สุดรัฐบาลจึงสั่งให้มีการ Lockdown หรือปิดทั้งประเทศในวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ถ้าใครไม่ปฏิบัติตาม จะถูกปรับเงินเป็นจำนวน 232 ดอลลาร์ หรือถูกจำคุกเป็นเวลา 6 เดือนเลยค่ะ
 
               แม้สถานการณ์การระบาดจะดูรุนแรง   แถมรัฐบาลออกคำสั่งให้ประชาชนกักตัวอยู่ในบ้าน   แต่ก็มีชาวอิตาเลียนหลายแสนคนฝ่าฝืนอยู่ดี    เมื่อวันศุกร์ที่แล้วรัฐบาลถึงกับต้องเรียกทหารมาช่วยในการคุมประชาชนให้ปฏิบัติตามกฏ เนื่องจากยอดผู้เสียชีวิตนั้นพุ่งขึ้นสูงมาก และโรงพยาบาลเองก็ไม่สามารถรองรับผู้ป่วยได้พออีกต่อไป อย่างสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาอิตาลีประกาศว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,400 คนภายใน 2 วัน ทำให้ภาครัฐต้องหาทางออกมาตรการที่เด็ดขาดมากขึ้นกับทั้งประชาชนและภาคธุรกิจ
 

Photo  Credit:   https://www.businessinsider.com/
 
              แต่ก็ไม่ใช่แค่อิตาลีเท่านั้นค่ะที่มียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด เพราะประเทศอื่นๆ ในยุโรปก็กำลังเผชิญกับสถานการณ์นี้เช่นกัน จน WHO ประกาศให้เป็นศูนย์กลางการระบาดใหม่แทนที่จีนไปแล้วเรียบร้อย และถึงแม้จะมีตัวอย่างให้เห็นจากที่อิตาลี แต่ชาวยุโรปบางประเทศก็ยังดูไม่ค่อยตื่นตัวกันเท่าไหร่นัก   
 
                เช่น ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาในกรุงลอนดอนอากาศดีมากค่ะ คนก็เลยแห่กันไปเดินรับแดดกันที่สวนสาธารณะแม้รัฐบาลประกาศแนะนำให้อยู่บ้าน จนเมื่อวันจันทร์นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ บอริส จอห์นสัน เลยเพิ่มมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น โดยให้ประชาชนออกจากบ้านหากจำเป็นจริงๆ เท่านั้น เช่น ไปซื้อของจำเป็นสำหรับใช้ชีวิต ออกไปออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวต่อวัน ไปรับยาหรือการรักษาทางการแพทย์ หรือไปทำงานกรณีที่จำเป็นจริงๆ 
 
              นายกจอห์นสันยังเสริมอีกว่า อาจจะต้องใช้ตำรวจเข้าช่วยในการสลายการรวมตัวของคนในที่สาธารณะ แล้วก็ปรับเงินด้วย เพราะยังมีคนอีกมากที่ไม่ยอมทำตาม ส่วนแมตต์ ฮานค็อก เลขานุการกระทรวงสาธารณะสุขชองอังกฤษก็ต่อว่าคนที่ไม่ยอมปฏิบัติตามคำแนะนำของรัฐที่ให้เว้นระยะห่างนั้นเห็นแก่ตัวมาก  ทางฝั่งอเมริกาเองก็มีผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กอย่าง แอนดรูว์ คูโอโม ที่ออกมาประณามคนที่ยังออกมาชุมนุมกันอยู่ในสวนว่าเป็นพวกไม่รู้ร้อนรู้หนาวอีกเหมือนกัน
 

Photo Credit:   https://www.nst.com.my/
 
                ส่วนที่เยอรมนีรัฐบาลก็ออกมาแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามหลัก Social distancing หรือการเว้นระยะห่างกัน โดยดำเนินการ "Contact ban" ด้วยค่ะ  นั่นคือไม่ให้มีการพบปะหรือรวมกลุ่มกันมากกว่า 2 คนขึ้นไป ยกเว้นคนที่อาศัยอยู่ด้วยกัน ส่วนบริษัทต่างๆ ก็ควรให้ลูกจ้างทำงานที่บ้านถ้าเป็นไปได้
 
                แต่ถึงอย่างนั้นในช่วงวันหยุดในหลายๆ ประเทศก็ยังมีคนจำนวนมากที่ออกมาเอนจอยชีวิตข้างนอกกันอยู่เช่นเคย    ชายหาดแคลิฟอร์เนียของอเมริกาก็เต็มไปด้วยคน   หาดบอนไดในออสเตรเลียก็เช่นกัน จนรัฐบาลต้องปิดหาดลง  รวมไปถึงคนในเมืองก็หนีไวรัสไปเที่ยวหรือไปอยู่ในเมืองเล็กๆ อีก    แล้วก็ไม่ใช่แค่วันหยุดเท่านั้นนะคะ    แต่วันธรรมดาในลอนดอนก็ยังมีคนแออัดเบียดเสียดขึ้นรถใต้ดินกันเต็มไปหมด ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วตอนนี้ควรใช้แค่ไปทำงานที่สำคัญจริงๆ เท่านั้น 
 
                 นอกจากนี้ยังมีหลายๆ คนแชร์ภาพคนจำนวนมากที่ยังเดินตามถนนข้างนอก รวมถึงแห่ไปสถานที่ท่องเที่ยวโดยไม่สนกฏใดๆ โดยเค้าเรียกคนเหล่านี้ว่า "Covidiots" ที่มาจากชื่อโรค Cocid + Idiot   ด้วยค่ะ   ผู้นำของหลายๆ ประเทศเองก็ออกมาตักเตือนประชาชนว่าอย่าเห็นแก่ตัว และให้ทำสิ่งที่ควรทำด้วย 
 

              ทั้งๆ ที่สถานการณ์มันดูร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆ แล้วทำไมคนยุโรปถึงยังดึงดันที่จะออกไปข้างนอกล่ะ?   " นิก ชาเตอร์" ศาสตราจารย์ด้านพฤติกรรมศาสตร์ จาก Warwick Business School ได้ให้สัมภาษณ์กับ CNN ไว้ว่า สิ่งที่ผู้นำทางฝั่งตะวันตกพูดนั้นเป็นการสื่อสารที่ล้มเหลวมากๆ เพราะแม้จะมี อย่างการให้ปิดบาร์ ร้านอาหาร โรงหนังและโรงเรียน    และบอกให้ประชาชนฟังคำแนะนำเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค แต่สิ่งที่บอกมันฟังดูเหมือนไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่   เป็นเพียงคำแนะนำเท่านั้น    มันไม่เหมือนการบอกว่าต้องหยุดรถตอนติดไฟแดงนะ ไม่อย่างนั้นจะผิดกฏหมาย
 
             และรัฐบาลทางฝั่งตะวันตกก็ยังไม่กล้าที่จะทำการปิดเมืองหรือปิดประเทศแบบเข้มงวดเหมือนตอนที่เกิดการระบาดที่จีน     คุณชาเตอร์เสริมว่าจีนคุมเข้มมาตรการกว่าความจำเป็นด้วยซ้ำ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดบานปลาย หรือกระทั่งที่เกาหลีแม้ประชาชนจะมีีอิสระมากกว่า แต่เกาหลีก็ใช้มาตรการเชิงรุกในการตรวจสอบผู้ติดเชื้อ ซึ่งสองอย่างนี้ถือเป็นหลักสำคัญที่จะช่วยควบคุมการระบาดได้นั่นเองค่ะ
 

Photo   Credit:    https://www.thestar.com.my
 
              คุณชาเตอร์ยังบอกอีกว่าอย่างที่ฮ่องกงแม้จะปฏิบัติตามหลัก Social distancing จนสำเร็จและเป็นวิธีที่ได้ผลที่สุดในการลดผู้ติดเชื้อ  แต่ท้ายที่สุดตัวเเลจผู้ติดเชื้อก็กลับมาเพิ่มอยู่ดี เพราะฉะนั้นเลยจะมีการติดริสแบนด์เพื่อติดตามว่ามีใครฝ่าฝืนการกักตัวหรือไม่
 
                ด้วยเหตุนี้ บางประเทศในยุโรปเลยกำลังเพิ่มมาตรการที่จะช่วยชะลอการแพร่ระบาดของไวรัสลงแล้วด้วยค่ะ เช่น ที่ฝรั่งเศสก็มีการปรับเงินผู้ที่ฝ่าฝืนกฏหลายพันคนไปแล้วเรียบร้อย   และก็มีการทยอยปิดสวนสาธารณะและชายหาดด้วย ซึ่งสุดท้ายแล้วคุณชาเตอร์ก็สรุปไว้ว่า หากอยากให้ประชาชนปฏิบัติตามกฏให้มากขึ้น สิ่งที่เหล่าผู้นำต้องทำคือการเด็ดขาดให้มากกว่านี้ด้วยการ "บังคับ" ใช้กฏต่างๆ ก่อนที่จะสายเกินไปค่ะ

 
                 สาเหตุหนึ่งที่โรคแพร่ระบาดในยุโรปอย่างรวดเร็วก็เป็นเพราะรัฐบาลในหลายๆ ประเทศยังไม่ได้สั่งการแบบบังคับให้ประชาชนต้องปฏิบัติตาม  ซึ่งเรื่องนี้ก็จริงค่ะ เพราะการขอความร่วมมือก็จะยังมีคนส่วนหนึ่งที่อาจจะคิดว่าเล็กน้อยไม่เป็นไร หรือตัวเองไม่ติดหรอกอยู่ด้วยเหมือนกัน   แอบคิดว่าว่าสาเหตุนี้ก็คล้ายๆ กับสถานการณ์ปัจจุบันของไทยอยู่ เพราะบางคนก็ยังต้องเดินทางไปทำงานตามปกติในกรณีที่บริษัทไม่ให้หยุด   T _ T อีกอย่างด้วยวัฒนธรรมยุโรปที่มีการสัมผัสตัวกันมากกว่าคนเอเชียด้วย ช่วงนี้ก็ดูแลตัวเองกันดีๆ นะคะ อย่าลืมหมั่นล้างมือด้วยเด้อ

 
Source:
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=jelly

พี่เยลลี่ - ผู้เขียน

อักษรศาสตร์ เอกมโน โทติ่ง หิวชานมตลอดเวลาและเป็นทาสลูกน้องแมว

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #Covid-19 #ยุโรป

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?