/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

2 ปีที่นิวเม็กซิโกของ 'แก้ม' (ทุน UWC) เปิดโลกทั้งระบบไฮสคูล เสน่ห์ชนพื้นเมือง แถมข้ามชายแดนไปอีกฟาก! []

วิว


 
            สวัสดีค่ะชาว Dek-D  ใครที่ดูซีรีส์เห็นชีวิตเด็กไฮสคูลในอเมริกาแล้วรู้สึกมีสีสัน อยากไปสัมผัสประสบการณ์แบบนั้นด้วยตัวเอง วันนี้เรามีรีวิวละเอียดยิบจากเด็กทุน  United World Colleges  (UWC) มาฝากค่ะ ความน่าสนใจมีหลายประเด็นมากๆ ตั้งแต่หลักสูตรอินเตอร์ที่สอนให้นักเรียนกล้าคิดกล้าพูด, เชื้อชาติและวัฒนธรรมที่หลากหลายในสังคมโรงเรียนที่ตั้งกลางป่า, ทริปบังคับที่ต้องไปตั้งแคมป์กลางป่า 3 วัน 2 คืน,  เสน่ห์บ้านเมืองและอารยธรรมชนพื้นเมืองนิวเม็กซิโก แถมข้ามชายแดนไปสัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนอีกฟากนึงด้วย!

          บอกเลยว่าถึงไม่ได้อยู่ในเมือง แต่การใช้ชีวิต Colorful สุดมากๆ ค่ะ นอกจากภาษาจะพัฒนาแล้ว เธอยังบอกว่านี่คือชีิวิต 2 ปีที่ไม่น่าจะหาที่ไหนได้อีกแล้ว


Photo Credit: น้องแก้ม



 

รู้จักกันก่อน...
 

          “สวัสดีค่ะ ชื่อ ‘แก้ม’ แสนสิริ แสนโสภา นะคะ ช่วง ม.ปลายได้รับทุน UWC   ไปเรียนต่อที่ Armand Hammer United World College of American West (UWC-USA) รัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา เพิ่งเรียนจบเมื่อ พ.ค.63 ที่ผ่านมานี้เองค่ะ แต่ช่วงประมาณกลาง มี.ค. โรงเรียนเลยมีมาตรการรับมือโควิด ให้ปรับมาเรียนออนไลน์แทน” 
 
          ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับน้องแก้ม ว่าที่เด็กสถาปัตย์ด้วยนะคะ เพราะตอนนี้สอบติด School of Architectre ที่ Syracuse University  เรียบร้อยแล้ว~ :)


 

เดินออกจากเซฟโซน
เพราะอยากเจอระบบการศึกษาใหม่ๆ

 

          “ตอน ม.ปลายแก้มเรียนสายวิทย์เพราะชอบชีวะกับฟิสิกส์ แต่พอเจาะลึกแล้วถึงรู้ว่าตัวเองไม่ชอบการเรียนแบบท่องจำจากหนังสือไปสอบ แข่งกันเรียนพิเศษ เราอยากลองเจอการศึกษาแบบใหม่ๆ ที่ได้ลงมือทำเอง มีอิสระในการเรียน แล้วพอดีกับที่ตอนนั้นได้ไปค่ายอยากเป็นหมอด้วยค่ะ มีตอนนึงเขาให้เรานึกภาพตัวเองในอีก 5-10 ปี ปรากฏว่าเราไม่เห็นตัวเองสนุกกับการเรียนวิทย์เลย เราไม่สามารถจดจ่อได้นานจนลืมเวลาขนาดนั้น เลยเริ่มมองหาทุนเรียนต่อ”
 
          “สุดท้ายก็มาเจอทุน UWC เราอ่านเว็บแล้วคิดว่าน่าจะตอบโจทย์เรา ทั้งเน้นความหลากหลายกับให้อิสระในการเรียนด้วย ตอนขอทุนไม่ได้ยื่นคะแนนวัดผลภาษาอังกฤษเลย แต่มีเขียน essay 3 อัน > กรอกเอกสาร > ทำ Portfolio พอผ่านเข้ามาก็ได้ทำกิจกรรมกลุ่ม > สุดท้ายก็คือสัมภาษณ์เดี่ยวๆ มีกรรมการ 12-13 คนรุมถามทั้งไทยอิ๊งสลับกันจนพรุนเลยค่ะ 5555”


 
          ทำไมต้องอเมริกา? “เราอยากเจอวัฒนธรรมใหม่ๆ ที่ทำให้ช็อกไปเลยว่าอีกซีกโลกนึงเขาทำกันแบบนี้นะ บวกกับเรียนมาหลายภาษา เลยอยากโฟกัสสักภาษานึงให้คล่องไว้ใช้ในอนาคตค่ะ ซึ่งตอนกลับรู้สึกภาษาก้าวกระโดดเพราะสภาพแวดล้อมเป็นนานาชาติ แล้วการบ้านเป็น essay ตลอด” (มีไปสอบ      TOEFL แบบใหม่ที่ไม่มี Speaking ได้คะแนน 82/90)
 

เรียนเข้ม เน้น discuss

คะแนนจิตพิสัยขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วม


          เล่าก่อนว่าหลักสูตรที่แก้มเรียนคือ International Baccalaureate Diploma Programme (IB) ซึ่งเป็นหลักสูตรในโรงเรียนนานาชาติที่จบแล้วสามารถไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ทั่วโลก (อ่านเบื้องต้นเกี่ยวกับหลักสูตร IB ที่นี่) แต่สิ่งที่พิเศษขึ้นมาจากหลักสูตร IB ทั่วไปคือเป็นโรงเรียนเน้นกิจกรรมค่ะ เลยมีกิจกรรมเสริมเข้ามาอีกเยอะมาก เช่น TEDx, งานฟุตบอลโรงเรียน ฯลฯ
 
          บรรยากาศการเรียนของที่นี่จะเน้น  discuss เป็นหลัก ในคลาสเขาจะจัดโต๊ะทุกตัวหันหน้าเข้าหากันหมดเลย โดยให้เหตุผลว่าทุกคนสำคัญเท่าเทียมกัน หรือบางคลาสอาจจัดแยกเป็นกลุ่มย่อย ซึ่งคะแนนจิตพิสัยจะขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วม ทำให้เราต้องบังคับตัวเองให้แทรกเข้าไปในบทสนทนาให้ได้ เปลี่ยนตัวเองจากที่เป็นเด็กขี้อายไปเลยค่ะ”


          แล้วเรื่องภาษาเป็นปัญหารึเปล่า?   "2 เดือนแรกคือช่วงเวลาแห่งการเอาตัวรอดเลยค่ะ 555 เวลาเรียนในคลาสแล้วมี discuss เพื่อนอีกคนพูดปุ๊บ อีกคนตบกลับทันที เราตามไม่ทันเลย ต้องพยายามทำการบ้านโดยการอ่านเนื้อหาให้เข้าใจก่อนเรียน ดูว่าประเด็นไหนหยิบมาถกได้บ้าง พอถึงเวลาก็บังคับตัวเองว่าอย่าซีเรียสรูปประโยคเกินไป ถ้าคิดอะไรออกก็พูดออกมาเลย”

 

รีวิวสไตล์เรียนแต่คาบ

และความระทึกที่มาเป็นระลอก
 

          วิชาการเมืองโลก เขาจะเปิดมาด้วยทฤษฎีให้แน่น แล้วตบด้วยกรณีตัวอย่างให้เราเห็นภาพค่ะ ถ้าทฤษฎีก็เช่น Hard & Soft power, การใช้อำนาจ, การพึ่งพาอาศัยกันระหว่างประเทศ, การเกิดข้อขัดแย้ง (conflct) และการจัดการโดยสันติวิธี, สิทธิมนุษยชน ฯลฯ ส่วน case study ก็เช่น การเป็นประเทศของปาเลสไตน์ การแยกตัวของซูดาน การประท้วงของฮ่องกง ฯลฯ” 
 
          “พอตอนสอบก็จะเป็นคำถามปลายเปิดว่าเราเห็นด้วยมั้ย เพราะอะไร เราก็ต้องมีจุดยืนของตัวเอง สามารถยกเคสจากประเทศไหนมาพูดก็ได้ ดังนั้นถึงจะไม่มีสอนการเมืองไทย แต่แก้มก็ยกเคสการเมืองไทยมาพูดถึงได้ค่ะ”
 
          “นอกจากนี้ก็จะมีคาบเซอร์ไพรซ์ ครึ่งคาบแรกเรียนทฤษฎี จากนั้นก็บอกว่า อ่ะ สอนจบแล้วนะ ให้เราแบ่งกลุ่มโต้วาทีจากหัวข้อที่สอนไป แก้มเคยแข่งโต้วาทีก็จริง แต่หัวข้อที่เจอคือ ‘ภาวะโลกร้อน’ ก็รู้สึกไม่ง่ายเหมือนกัน บางคนฟังแล้วอาจคิดว่ามันดูไม่เกี่ยวกับการเมือง แต่จริงๆ มันมีมุมที่หยิบมาเล่นได้ แล้วแก้มก็อยู่ฝ่ายสนับสนุนว่า XXX ตั้งใจให้เกิดสิ่งนี้ขึ้น”


 
          “ส่วนวิชาภาษาอังกฤษจะมีแบ่งเป็น 3 ตัวคือ วรรณกรรม, การใช้ภาษา, การแสดง แก้มก็เลือกวรรณกรรมเพราะชอบอ่านหนังสือ ปรากฏว่าตอนเรียนไม่ได้แตะแกรมมาร์เลย เขาให้เราไปอ่านหนังสือจบบทแล้วมาวิเคราะห์กันในคลาสแบบจริงจัง วิเคราะห์ทุกมุม (มีอ่านหลายแนว เช่น Metamorphosis ของ Franz Kafka, Frankenstein, A Doll's House, A Season of Migration, Handmaid's Tale) มีเครียดก็ตรงที่ต้องอ่านแล้วเตรียมไปพูดในห้องด้วยแหละ”
 
          “ส่วนวิชาทัศนศิลป์ เราได้เรียนในห้องแนว Art Studio เลยค่ะ ทุกคนจะมีโต๊ะทำงานเป็นของตัวเอง แล้วโจทย์คือให้ทำอะไรก็ได้อิสระ แล้วพีคมาก สิ่งที่แก้มอยากทำคืออยากลองเพนต์กำแพงรูปไฟไหม้ แล้วอยากให้รูปนี้มีควันขึ้นมาจริงๆ ถามครูว่าขอเอาไฟมาเผากำแพงได้มั้ย? ปรากฏว่าครูอนุญาต แล้วจัดการเตรียมถังดับเพลิงมาให้ ยิ่งใหญ่มาก 555 ตอนขอไม่คิดว่าจะอนุญาต ส่วนเพื่อนคนอื่นๆ ก็มีผลงานเก๋ๆ ทำต้นไม้จาก bubble wrap หรือคนที่สนใจแฟชันก็มีทำเป็นเสื้อผ้ารีไซเคิล”






 
          “ที่เหลือก็จะเป็นวิชาคณิตศาสตร์ สอนทฤษฎีล้วนๆ ลองเทียบกับที่เพื่อนเรียนแล้วเข้มข้นพอกัน วิชาชีวะก็วิธีการสอนน่าสนใจค่ะ ครูมีไปหาตัวต่อโมเลกุลโปรตีนมาให้เล่น นักเรียนจะได้เห็นภาพ และวิชาสุดท้ายคือภาษาไทย (โรงเรียนแก้มรวมหลายชาติ แล้วจะมีวิชาภาษาเพื่อเราเรียนครบตามหลักสูตรในประเทศตัวเอง)  วิชานี้ทุกคนต้องเรียนด้วยตัวเอง คล้ายกับได้คาบฟรีมา 1 คาบ สิ่งที่ทำก็คืออ่านและวิเคราะห์เหมือนวิชาภาษาอังกฤษ แก้มเลยเลือกเป็นเรื่องสี่แผ่นดิน”
 
          “ตอนที่เจอสถานการณ์ไวรัสระบาด ตั้งแต่กลางเดือน มี.ค. ที่เคสเริ่มพุ่ง แล้ว WHO ประกาศเป็นโรคระบาดใหญ่ ทางโรงเรียนก็หามาตรการป้องกัน (แต่ด้วยความเป็นโรงเรียนปิด เลยไม่ค่อยกระทบ) จนปลายเดือน เม.ย. ก็ปรับมาเป็นเรียนออนไลน์ สั่งงานแล้วให้แยกย้ายไปทำ แล้วจะมีคนนึงเขียน Post ไว้ ให้เพื่อนมา discuss กันเหมือนที่ทำปกติ
 
          “ในหลักสูตร IB เขาจะมีให้ทำรายงานทุกวิชาในหัวข้อที่ตัวเองสนใจ เขียนเป็นเรียงความ 6-12 หน้ากระดาษ ทำเองทุกขั้นตอนค่ะ อย่างวิชาการเมืองแก้มก็ศึกษาว่าการเมืองไทยส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยยังไบ้าง ตอนนั้นกลับไทยพอดี ได้ไปกระทรวงด้วย ส่วนวิชาเลข แก้มสนใจสถาปัตย์เลยวาดรูปตึพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ใช้แคลคูลัสนั่งคำนวณพื้นที่ วิชาชีวะก็นั่งเพาะแบคทีเรียน ถ้าเป็นวิชาภาษาอังกฤษกับไทยก็จะเหมือนกัน คืออ่านหนังสือแล้วมาวิเคราะห์ค่ะ”




 

โรงเรียนเน้นความหลากหลาย

เจอเพื่อนจากทั่วโลก!
 

          “โรงเรียนที่แก้มไปเขาพยายามให้มีอย่างน้อย 1 ประเทศมารวมกันที่นี่ เพราะวิสัยทัศน์ของเขาคืออยากให้การศึกษาเป็นตัวขับเคลื่อนสันติภาพในโลก อาศัยเยาวชนที่มาทำความเข้าใจกันและกัน ดังนั้นในคลาสแก้มจะเจอเพื่อนหลากหลายเลย มีทั้งมาจากเดนมาร์ก ฮ่องกง ไทย จีน อินโดนีเซีย เอกวาดอร์ เม็กซิโก รัฐนิวเจอร์ซีย์ ฯลฯ เรื่องการเหยียดคือไม่มี    แล้วถ้าประเทศไหนที่มีประเด็นกัน ทั้งครูและนักเรียนจะรู้กันและเลี่ยงการพูดถึงประเด็นนั้น
 
          “เมื่อกี้แก้มมีเล่าตอนแรกว่าอยากมาอเมริกาเพราะอยากช็อกใช่มั้ยคะ ปรากฏว่าก็ช็อกสมใจเลยค่ะ 555 อย่างเช่น ทุกคนในโรงเรียนจะสนิทกันมากกกแบบนักเรียนเรียกอาจารย์แบบ ‘เดฟๆๆๆ’ ไม่ต้องมีคำน้ำหน้า เราได้ยินแล้วก็ เฮ้ยยย แบบนี้ก็ได้หรอ? ต้องอยู่สักพักถึงชิน อีกอย่างคือที่นั่นจะมีวัฒนธรรมการเปิดสนทนาที่ต้องออกทะเลก่อน เช่น เพื่อนแก้มหลายคนจะเปิดด้วยการชมเสื้อผ้าหรืออะไรสักอย่างก่อนเข้าเรื่อง ช่วงแรกๆ เราไม่รู้ เผลอทำบทสนทนาตายหลายรอบมากเพราะเขาชวนคุยแล้วเราไม่ต่อ 555 จริงๆ เราต้องสื่อสารกับเขาหน่อย"
 
          “เรื่องการเมกเฟรนด์ จริงๆ มันต่างกันตามสถานที่นะ แต่ที่แก้มเรียนทุกคนเฟรนด์ลี่มาก ไม่มีปัญหาการ bully เลย วิธีที่ช่วยให้ได้ภาษาคือพยายามหาเพื่อน native คุยหลังเลิกคลาสค่ะ จะได้รู้จักคำสแลงด้วย”



 

รีวิว New Mexico

& การเผชิญหน้าสกังซ์ (พร้อมกลิ่นตัวของน้อง)
 

          “ตอนแรกกังวลนะ มีเพื่อนบอกว่าดูอันตราย เป็นทะเลทรายกันดารๆ ไปแล้วจะลำบากมั้ย? แต่พอไปถึงก็พบว่าโรงเรียนแก้มอยู่ทางเหนือบนภูเขา อยู่กลางป่าที่ไกลความวุ่นวาย ออกไปข้างนอกก็เจอเมืองเล็กๆ มีหิมะตกแทบจะครึ่งนึงของช่วงเวลาที่แก้มอยู่ แถมทะเลสาบก็กลายเป็นน้ำแข็งด้วย จริงๆ ถ้าใครหลงรักชีวิตในเมืองก็อาจต้องปรับตัว แต่ถึงโรงเรียนอยู่กลางป่า แต่ก็มีอะไรสนุกๆ ทำเยอะ ทั้งไปเล่นไอซ์สเก็ต, ตั้งแคมป์, ดูหนังกับเพื่อน บางทีครูก็จัดทริปไปเมืองใหญ่ๆ"
 
          ตอนอยู่อเมริกาแก้มไม่เคยเจออันตราย ถ้าให้มากสุดเลยก็แค่ระวังสัตว์ป่า 5555 (เคยเจอสกังซ์ด้วย เราตกใจ น้องก็ตกใจ แล้วปล่อยกลิ่นเหม็นออกมา เขาเลยเตือนกันว่าเวลาเจอสกังซ์อย่าส่งเสียง) ในทางกลับกันเรารู้สึกว่าที่นั่นคือรัฐเล็กๆ ที่เก็บอารยธรรมของชนพื้นเมืองเอาไว้มาก สิ่งก่อสร้างตกแต่งแนวดั้งเดิมผสมผสานวัฒนธรรมเม็กซิโก สร้างด้วยอิฐดิน เป็นแนว earth tone ส้มๆ ค่ะ มีพื้นที่โล่งเยอะ พิพิธภัณฑ์ก็เยอะ คนส่วนใหญ่พูดภาษา Spanish ซึ่งตอนแรกภาษาสเปนแก้มเป็นศูนย์ แต่อยู่ไปนานๆ ก็มีซึมซับจากเพื่อนบ้างค่ะ


(ปราสาทในโรงเรียน)

 

ปฐมนิเทศมีทริปบังคัับ
ให้ลิ้มลองชีวิตอยู่ในป่า 3 วัน 2 คืน

 

          “อย่างที่บอกว่าโรงเรียนแก้มกิจกรรมเยอะมากก จุดขายอันดับ 1 เลยคือปีนเขา เพราะโรงเรียนตั้งกลางป่า มีทางให้ไป backpack เยอะมากค่ะ ช่วงปฐมนิเทศก็มีทริปบังคับว่าอย่างน้อยทุกคนต้องลิ้มลองรสชาติการใช้ชีวิตในป่า 3 วัน 2 คืน   เลยได้ไปปีนเขา Wilderness ตอนแรกเราก็คิดว่าต้องลำบากมากแน่ๆ ปกติไม่ใช่สายลุยเลย แถมพายุก็เข้าพอดี (ผิดฤดูมาก ปกติก็ไม่นะ 5555) สุดท้ายก็ผ่านมาด้วยดี”




 
          “ฟังแบบนี้คงคิดว่าแก้มจะไม่ไปอะไรแบบนี้อีกเป็นครั้งที่ 2 ใช่มั้ยคะ แต่สุดท้ายก็ไปทริป Grand Canyon ที่รัฐ Arizona ตอนปิดเทอม Fall ไม่ใช่ทริปบังคับด้วย 555 จริงๆ ก็คิดหนักมาก  เพราะตอนปฐมนิเทศที่ปีนเขาครั้งก่อนมันไม่สบายตัวเลย เจอฝนพายุไปอีก กลัวว่าถ้าไปอีกจะลำบากมั้ย    แต่สุดท้ายก็คิดว่า Grand Canyon มันคือหนึ่งในสถานที่ดังๆ ของอเมริกา คงเสียดายถ้าไม่ได้ไป ลองไปดูสักหน่อยดีกว่า ใช้เวลา 4 วัน 3 คืน ทางก็ยากกว่า บางจุดต้องสไลด์ลงไป อากาศคือกลางคืนหนาว กลางวันร้อน แถมก่อนกลับมีหิมะตกอีก แต่มีความสุขมาก เราได้ตั้งค่ายริมแม่น้ำ Colorado ดูดาวกางเต็นท์ด้วย โรแมนติกมาก”  







 

ข้ามชายแดนไปเม็กซิโก

วิวเหมือนกัน แต่ต่างอะไรกับอีกฟาก?
 

          ช่วงปิดเทอม Spring แก้มได้ข้ามชายแดนไป Mexico เยี่ยมโรงเรียนและทำกิจกรรมด้วยค่ะ ได้รู้จักเพื่อนที่นู่น พักบ้านของคนเม็กซิโก แล้วมีคนสอนเรื่องปัญหาชายแดนระหว่างอเมริกากับเม็กซิโกด้วย พอวันสุดท้ายก่อนกลับ ยังได้เพนต์กำแพงที่เป็นข้อพิพาทกัน ซึ่งจริงๆ ตอนแก้มเห็นจากฝั่งอเมริกา จะเห็นเป็นกำแพงเหล็กแท่งใหญ่ มีลวดหนาม ทั้งน่ากลัวน่าเกรงขามมาก แต่พอไปฝั่งเม็กซิโก เขาจัดกิจกรรมให้เราได้เพนต์ มือเลอะกันหมด กลายเป็นให้อีกฟีลไปเลย
 
          “พอได้ไปทัวร์แบบนี้ แก้มรู้สึกว่าเม็กซิโกมีวัฒนธรรมที่โดดเด่นมากๆ ของตัวเอง ร้านรวงตกแต่งด้วยของพื้นเมือง อาหารเป็นเอกลักษณ์ ทำจากพืชที่ปลูกกันที่นั่น คนใส่ชุดพื้นเมืองเดินกัน สีสัน colorful มากๆ 555”







 

งานพรอมธีม Harry Potter
ในปราสาทที่เหมือน Hogwarts

 

          งาน Prom ที่นี่จะไม่ใช่งานพรอมปิดท้ายการเรียนค่ะ ของแก้มจะจัดกลางเทอม 2 ธีม Harry Potter เพราะจุดเด่นของโรงเรียนแก้มคือมีปราสาทที่เหมือน Hogwarts เราเองได้เป็นสตาฟฟ์จัดงานด้วย ทำให้รู้ว่าในห้องเก็บของมีพร็อปส์เยอะมาก ครูกับนักเรียนแต่งเป็นตัวละคร Ron, Harry, Hermione, Valdomort ฯลฯ บางคนแต่งผสมๆ ก็มี” 






 
          Welcome Ceremony หรืองานต้อนรับนักเรียนใหม่ ทุกคนจะแต่งกายชุดประจำชาติมา บางคนเป็นลูกครึ่งก็แต่งผสมๆ น่ารักมาก แล้วโรงเรียนแก้มเด็กนานาชาติเยอะ วันนั้นเลยได้เห็นชุดประจำชาติหลากหลายมากค่ะ”
 
          “แล้วก็มีวันแสดงวัฒนธรรมภูมิภาคตัวเอง (Culture Showcase) วันเดียวรวมทุกเชื้อชาติ นักเรียนแต่ละภูมิภาคก็จับกลุ่มกันคิดโชว์ขึ้นมา มีตั้งแต่ฟันดาบญี่ปุ่น เต้น K-POP แสดงละครสั้น ระบำพื้นเมือง ถ้าอเมริกามีแต่งคอสเพลย์เป็นรัฐต่างๆ อย่างรัฐฟลอริดา ก็ใส่ลายดอกมาแสดงละคร ฯลฯ วันนั้นแก้มก็รวมตัวกับเพื่อนเต้น Cover มีคลิปด้วยค่ะ”


Welcome Ceremony
 


 

แชร์เทคนิคเรียนภาษา

ฉบับแก้มแก้ม
 

          ไหนๆ เราก็รู้มาว่าแก้มเคยฝึกทั้งภาษาจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ในระดับสื่อสาร ส่วนสเปนได้เบื้องต้น เลยอยากขอคำแนะนำเพื่อแชร์ให้น้องๆ ที่กำลังมองหาวิธีเหมาะๆ ของตัวเอง “ส่วนตัวแก้มจะเรียนจากประสบการณ์ล้วนๆ ไม่ได้เรียนจากในห้องหรือแบบฝึกหัด ถึงมีคนเขียนสรุปมาให้เราก็ออกแนวอ่านผ่านตาไปเฉยๆ ไม่ค่อยเข้าหัวเลยค่ะ”
 
          “ถ้าใครรู้สึกตัวเองฟังภาษาอังกฤษไม่เข้าใจสักที แนะนำให้ลองใช้ประสบการณ์ค่ะ แก้มเรียน EP มาก็จริง แต่การพูดคือพังมาก จำแบบ Copy + Paste ไปสอบ จน ป.5-6 ถึงจะเริ่มอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ เพราะแก้มเป็นคนชอบอ่าน ตอนเด็กเคยอ่านทั้ง Percy Jackson, the Hunger Games และอีกหลายๆ แนว ช่วงแรกๆ ต้องเขียนแปลเกือบทุกตัว แฮร์รีนี่คือเขียนทุกคำจนล้น ต้องสร้างสมุดแยกออกมาอีกเล่ม หาศัพท์ที่ไม่รู้จัก พอเจอคำนั้นอีกครั้งก็เริ่มจำได้ เขียนแปลน้อยลงเรื่อยๆ ค่อยๆ ซึมซับโครงสร้างใช้ประโยค เห็นตัวอย่างการใช้ มีคลังศัพท์หลายวงการ พออ่านได้ก็จะเริ่มเขียนได้ตามมา”
 
          “ส่วนการฟัง แก้มจะไม่ชอบดูหนังเพราะอยู่นิ่งนานๆ ไม่ได้ 5555 แก้มอาศัยฟังพอดแคสต์ค่ะ เรื่องหมอๆ เรื่องสืบสวน จะได้คิดตาม แล้วก็หาฟังจากคนที่พูดสำเนียงที่ชอบ พยายามเลียนแบบสำนวนเก๋ๆ ของเขา สังเกตและทำตามบ่อยๆ // ส่วนตัวฟังช่อง TED Talk จากแอปฯ Apple Podcasts ค่ะ”



 

ประสบการณ์คนเราต่างกัน

แต่สิ่งที่แน่นอนคือ “ได้เรียนรู้”
 

          “สุดท้ายนี้แก้มรู้สึกการไปเรียน ม.ปลาย 2 ปีที่อเมริกา เป็นประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว เจอคนที่ต่าง เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แถมโตขึ้นมาก ทั้งภาษา วัฒนธรรม การค้นพบตัวเอง กล้าแสดงออกขึ้นด้วยค่ะ และถึงแม้ว่าหลายคนจะมีโอกาสเจอประสบการณ์ที่แตกต่างกัน แต่ประสบการณ์เหล่านั้นมีความ unique ที่สร้างขึ้นมาเฉพาะแต่ละคน ถ้าเกิดน่ากลัวหรือไม่เป็นตามคาด สุดท้ายเราก็ต้องได้เรียนรู้บางอย่างแน่ๆ ค่ะ”
 
          “สำหรับทุน UWC แก้มสมัครตอน ม.4 เทอม 2 ไปเรียนที่นู่น ม.5-6 แต่บางคนที่อยู่ ม.6 ก็สมัครได้เหมือนกัน แค่จะจบช้ากว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันหน่อย (แต่ก็คุ้มนะ) พยายามทำกิจกรรมเยอะๆ เพื่อใส่ Portfolio เพราะมันสะท้อนตัวตนและความสนใจเราได้ดีมาก ส่วนเรื่องภาษาก็อย่าทิ้ง แก้มว่าถ้าขั้นตอนการขอทุนน่าจะต้องได้ระดับสื่อสาร เพราะต้องตอบเป็นภาษาอังกฤษเหมือนกัน แต่พอไปถึงอเมริกาจะมีเพื่อนที่ได้ภาษาหลายระดับเลยค่ะ รุ่นพี่กับเพื่อนๆ ก็ช่วยกันสอน ไม่ต้องกังวลนะคะ”


          ถือเป็นประสบการณ์ที่ครบรสและไปสุดในทุกด้านจริงๆ ค่ะ ทั้ง ได้เจอการเรียนในระบบที่มีคุณภาพและให้อิสระเต็มที่ รู้จักเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ ทดลองใช้ชีวิตในป่า แถมข้ามชายแดนไปฟังเรื่องราวของคนอีกฟากนึงด้วย ขอบคุณน้องแก้มที่มาแชร์ให้ฟัง แถมมาพร้อมภาพสวยๆ ให้รู้สึกอยากบินไปเที่ยวให้เห็นเองกับตาเลยค่ะ T_T      (ประสบการณ์ของแต่ละคนจะต่างกัน แนะนำให้น้องอ่านจากหลายๆ รีวิวเพื่อประกอบการตัดสินใจ)

          หากใคร สนใจทุน UWC อาจศึกษาประกาศการรับสมัครของปีที่แล้วเพื่อเตรียมตัวล่วงหน้า และติดตามข่าวสารจากเว็บไซต์ Official ของทุนนี้ได้ที่  www.th.uwc.org/ นะคะ   // สำหรับใครที่อยากอ่านชีวิตเด็กทุน UWC ที่ไปประเทศจีนบ้าง รอติดตามกันเร็วๆ นี้นะคะ มีมาฝากแน่นอน  :)
 

ติดตามกระทู้น้องแก้ม
เพื่ออ่านประสบการณ์แบบละเอียดยิบที่นี่!!

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=kookkai

พี่กุ๊กไก่ - ผู้เขียน

มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #UWC #อเมริกา #ทุนต่างประเทศ #ทุนอเมริกา #แก้ม #UWC-USA #UnitedWorldCollege #มัธยมปลาย #ไฮสคูล

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?