/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

‘อาชว์-Apolar’ เบื้องหลังปกแฮร์รี่ฉบับไทย: วางโครงแบบสถาปัตย์ จัดเต็มอาร์ต รวมจิ๊กซอว์ทุกพาร์ตในชีวิต []

วิว


 
          สวัสดีค่ะชาว Dek-D ใครที่เป็นสาวก “Harry Potter” วรรณกรรมอมตะระดับโลกจากปลายปากกาของ J.K.Rowling เราเชื่อว่าคงได้เห็นลายเส้นที่น่าตื่นตาตื่นใจทั้ง 7 เล่มที่ทางนานมีบุ๊คส์ได้รับการอนุญาตให้สร้างสรรค์ภาพปก เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปีแห่งการตีพิมพ์แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ ภาคภาษาไทย หลังจากที่เฟ้นหาศิลปินที่จะรับโปรเจกต์นี้ หน้าที่ก็ตกเป็นของนักวาดไทย “อาชว์” หรือ “อรุษ” หนุ่มวัย 28 ปีเจ้าของนามปากกา Apolar นั่นเองค่ะ (เรามีคำถามสนุกๆ ท้ายบทความให้ชิงรางวัลด้วยนะคะ**)
 
          แนะนำก่อนว่าพี่อาชว์เรียนจบ ม.ปลายจากสามเสนวิทยาลัย ป.ตรีที่คณะสถาปัตย์จุฬาฯ และ ป.โท Visual Development, Academy of Arts University (AAU) จากนั้นก็ได้ทำงานที่  EA (บริษัทที่ทำเกมเดอะซิมส์) ปัจจุบันรับงานอิสระ ซึ่งความไม่ธรรมดาของเขาถูกนำมาเล่าต่อทั้งในมุมเพื่อนสมัยเรียนทั้ง 2 สถาบัน!  
 


และ..
 


โอกาสใหญ่บินลัดฟ้ามาหา
พร้อมโจทย์ & สโคปงานสุดท้าทาย

 

          นานมีบุ๊คส์ติดต่อมาจังหวะที่เราเรียนจบแล้วกำลังเตรียมเริ่มงานที่ EA พอดีครับ เขาบอกว่ากำลังพัฒนาโปรเจกต์ปก Harry Potter ฉบับพิเศษ เป็นเวอร์ชันแรกที่เป็นฝีมือคนไทย พี่ก็ตอบรับเป็น 1 ในแคนดิเดต และได้รับเลือกจากต่างประเทศในท้ายสุด รู้สึกตื่นเต้นและเป็นเกียรติมากๆ ในฐานะนักวาดและคนที่รักแฮร์รี่เหมือนกัน” 
 
          “โจทย์ที่ได้มาคือเราต้องตีความในแบบตัวเอง ขั้นแรกเลยต้องไปค้นหาข้อมูลว่าศิลปินคนอื่นเคยตีความแบบไหนมาก่อนบ้าง เพื่อไม่ให้งานเราไปซ้ำกับใคร แล้วที่สำคัญคือต้องไม่ซ้ำกับเวอร์ชันภาพยนตร์ด้วย ตั้งแต่ขั้นตอนแรกพี่ใช้เวลา 10 เดือน ทำทั้งหมด 7 ปก และมีภาพภายในอีก 200 กว่าภาพใน 3 เดือน ลองผิดลองถูกเยอะมาก และแก้จนนาทีสุดท้าย ซึ่งด้วยสโคปงานนี้ทำให้พี่ตัดสินใจลาออกจาก EA (หลังจากทำครบสัญญา 6 เดือนแล้ว) เพื่อมาโฟกัสเต็มที่ ไม่ให้คุณภาพดร็อปลง เพราะพี่รู้ว่ารายละเอียดทุกจุดมีความหมายกับแฟนๆ มาก // จริงๆ มีเหตุผลอื่นด้วย เพราะตั้งใจว่าจะกลับมาที่ไทยไม่ช้าก็เร็ว”

วางโครงด้วยระบบคิดแบบสถาปัตย์ฯ

หา reference จนทะลุ เก็บทุกมิติ
 

          สถาปัตย์สอนให้คิดอย่างเป็นระบบ พี่อยากให้ 7 ปกนี้ดูเป็นคอลเลกชันเดียวกัน (ถึงวางกระจายแล้วเดินเจอทีละเล่มก็รู้ว่านี่คือเซตเดียวกัน) เลยวางแผนเหมือนเรากำลังจะสร้างอาคาร วางแพตเทิร์นเป็นกรอบไว้ แล้วค่อยใส่ element ที่เป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละปกลงไป"  
 

          “ปกติพี่จะชอบใส่มิติความคิดลงไปในงาน ภาพสวยอย่างเดียวไม่ได้ ต้องตีความได้ด้วย เลยต้องหา reference เยอะมากและหาตลอดเวลาที่ทำ   เริ่มจากต้องวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายก่อน คนที่จะซื้อเล่มนี้น่าจะต้องเป็นคนที่เคยดูมาแล้ว เป็นนักสะสม เป็นแฟนคลับตัวยง เราก็ไปดูว่าพวกเขาชอบงานแบบไหน หลงรัก element อะไรในเรื่องบ้าง มีทั้งไปสวนสนุกจริงๆ และ เปิดคลิปดูว่าคนเที่ยวพิพิธภัณฑ์แฮร์รี่เขากรี๊ดจุดไหนกัน ชอบซื้อชอบสะสมอะไรบ้าง เก็บรายละเอียดไปใส่บนปกเป็นกิมมิกเล็กๆ โดยที่ต้องให้เกียรติสัญลักษณ์ของทั้ง 4 บ้าน และให้น้ำหนักเท่ากัน  เพราะล้วนแต่เป็นรากฐานของ Hogwarts ข้อมูลก็ต้องหาให้ชัวร์ เพื่อไม่ให้ผิดแล้วไปทำร้ายความรู้สึกของแฟนคลับแต่ละบ้าน"
 
          “แล้วก็ไปหาแรงบันดาลใจจากแฟนอาร์ตใน Pinterest เพราะเป็นศิลปินกลุ่มที่เขารักและผูกพันกับสิ่งนั้นจริงๆ สามารถสร้างงานโดยไม่มีกรอบเวลากับการตลาดมาครอบ หรือบางทีก็จะ  entertain ตัวเองโดยการเปิดคลิปเล่าประวัติของผู้เขียนด้วยว่าตัวละครเกิดมาจากรากฐานอะไร แล้วเขามีเหตุผลอะไรในการเลือกสร้างสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับแฮร์รี่ในแต่ละจุด”
          “หนึ่งในสิ่งที่ต้องเจอก็คือการออกแบบ costume และ accessories ต่างๆ  ถ้าพี่ขาดจิ๊กซอว์ช่วงที่ทำงาน EA ไป งานแฮร์รี่คงไม่เข้ารูปเข้ารอยแบบนี้ เพราะลักษณะงานที่พี่ทำในโปรเจกต์ The Sims คือแนวสถาปัตยกรรมภายใน (interior architect) มีดีไซน์เสื้อผ้าตัวละคร ทำให้จากที่ไม่เคยสนใจเรื่องเสื้อผ้าผู้หญิง ก็ต้องไปรีเสิร์ชเสื้อผ้าแบรนด์ดังๆ อย่างละเอียด เจาะถึงดีเทลล์การเย็บ การเก็บขอบเสื้อ ฯลฯ พอทำงานนี้เลยเหมือนได้ต่อยอด”

          “หรือแม้กระทั่งงานที่พี่ช่วยวัดออกแบบปกหนังสือธรรมะไป 20-30 เล่มสมัยหลังบวชเรียนที่วัดญาณเวศกวัน ก็ยังมีกลิ่นอายของ element เหล่านั้นอยู่ในปกด้วยครับ (ตอนนั้นพระอาจารย์ทราบว่าเราชอบวาดรูปเลยชวนมาช่วยงาน) ดังนั้นปกนี้จะมีไม่ได้เลยถ้าไม่เคยทำหนังสือที่วัดนั้น


 Apolar
ส่วนหนึ่งของปกหนังสือธรรมะวัดญาณเวศกวัน


 Apolar
ส่วนหนึ่งของปกหนังสือธรรมะวัดญาณเวศกวัน

 

ใส่ส่วนผสมความเป็นไทย

ให้สอดรับกับองค์ประกอบโดยรวม
 

          “ก่อนเรียนศิลปะสากล ก็ต้องเข้าใจศิลปะบ้านเราก่อนเป็นรากฐานก่อน    ทำให้มันยังอยู่ในตัวเราตลอด เวลาสร้างงานก็จะเผลอสอดแทรกโดยที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจครับ ถ้าตัวอย่างกิมมิกไทยๆ ที่ใส่ลงในเซตนี้  ก็มีกินนารีบนยอดเต็นท์ที่ผู้เขียนบอกว่าเต็นท์นี้จะมีทุกสัญชาติ พี่เลยคิดว่าเราก็สามารถมีเต็นท์คนไทยได้”
 
          “หรือถ้าไปลองเปิดในเล่ม จะมีรูปกระจกแฮร์รี่ที่ส่องแล้วเห็นสิ่งที่ปรารถนาที่สุดในชีวิต ผู้เขียนบอกว่ามันบานใหญ่เพราะทำจากอุ้งเท้าสัตว์ขนาดใหญ่ พี่ก็เลยลองให้สัตว์ชนิดนั้นเป็นหงส์จากวรรณคดีไทย ดีไซน์ให้กลมกลืนไปกับตัวละครในโลกเวทมนตร์ เพราะเราว่าหงส์ทั้งสวยและสง่างามมากๆ จะอินเตอร์ก็ยังได้ นอกจากนี้ต้องขอบคุณเมืองนอกที่ให้เกียรติเรามากๆ ให้เราออกแบบฟอนต์ตัวอักษรไทย ตัวเลขไทย ใส่ลงไปในงานได้ครับ"
 


หลักสูตร intensive @ AAU
กราฟพุ่งได้แต่ต้องบังคับตัวเอง

 

          “ย้อนไปตอนเด็กคือพี่ชอบวาดรูปอยู่แล้ว แต่เป็นการวาดแบบงูๆ ปลาๆ ไปไหนทีก็เป็นบ้าหอบฟาง ต้องมีสมุดสเก็ตช์กับกล่องสีพกไปด้วยตลอด จนได้รู้จักคณะ Visual Development ครั้งแรกจากรุ่นพี่ที่รู้จัก เขาจบมอดังในอเมริกาแล้วทำงานในสตูดิโอดังระดับโลกด้วยครับ พี่ก็ได้คำแนะนำมาว่าถ้าอยากเรียนคณะนี้ต้องมี Portfolio ไปยื่น  ก็เลยเริ่มศึกษาผลงานจากศิลปินที่ชอบ ดูให้หลากหลายแล้วดึงสิ่งที่ชอบมาประยุกต์ ฝึกฝีมือจนขึ้นเป็นกราฟช้าๆ"
 
          “แล้วช่วงที่ก้าวกระโดดคือ 3 ปีที่เรียน AAU (Academy of Arts University) ครับ เพราะเรียนสาขานี้เหมือนเข้าคอร์ส intensive อาจารย์สรุปหลักการให้(เหมือนได้สูตรลับ) การบ้านก็เป็นไฟต์บังคับให้ต้องผลิตงานเยอะๆ

          "แต่ต้องบอกว่าที่นี่จะมีเด็กคละๆ กัน เราต้องบังคับตัวเองให้ได้ มองอาจารย์กับศิลปินเก่งๆ เป็นแรงบันดาลใจ พยายามดูว่าเขาคิดอะไรอยู่ตอนสร้างงาน แล้วทำยังไงให้ตัวเองโดดเด่นท่ามกลางศิลปินที่มีเยอะแยะมาก  (เห็นภาพแล้วรู้เลยว่านี่งานเรานะ ซึ่งชาเลนจ์มากๆ) แล้วเท่าที่เห็นจากคนรู้จักหลายคน สปีดการเรียนขึ้นอยู่กับเวลานอกคลาสครับ ถ้าเกิดศึกษาและฝึกฝีมือตลอด กราฟจะพุ่งเร็วจนน่ากลัวเลย”


ตัวอย่างผลงานตอนเรียน AAU (created by Apolar)


ตัวอย่างผลงานตอนเรียน AAU (created by Apolar)


ตัวอย่างผลงานตอนเรียน AAU (created by Apolar)
 
          “ตอนนั้นพี่ลงคลาสสีน้ำมันเยอะมากครับ  เราได้ค้นพบเทคนิคทั้งการให้น้ำหนักแสงเงา การลงสีให้ดูเป็น 3 มิติ ไม่แบน ปาดยังไงให้เก็บ mood มากที่สุด มีตื้นมีลึก ซึ่งพี่ก็ปลูกฝังมาจากสถาปัตย์ฯ ด้วย ยกตัวอย่าง 2 วิชาที่ตราตรึงสุดๆ คือ ‘Landscape Painting’ ที่ให้เราออกนอกสถานที่ไปเพนต์ภาพสวยๆ ริมทะเล ภูเขา ฯลฯ ทำให้ได้ฝึกว่าจะทำยังไงให้ภาพดูมีระยะ เราอาจจะไม่ได้เพนต์ให้เป๊ะตามที่ตาเห็น 100% แต่ต้องผสมเฉดสีให้มีมิติ เช่น เราอาจลงสีม่วงในภาพนะ แต่พอมองไกลๆ แล้วจะเห็นเป็นสีแดง แล้วสำคัญตรงที่เราต้องเพนต์ในเวลาจำกัด มันเลยเหมือนวิชาที่ดึงความสุขเรากลับมา ทำให้มั่นใจในการใช้สี เข้าใจมิติตื้นลึก ดึงพี่ให้กลับมามีแพสชันกับงานวาด” 

          “อีกวิชานึงคือ 'Visual Element of Story' เป็นวิชาจบที่ให้เราสรุปสิ่งที่เรียนมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคสี ฉาก คาแรกเตอร์ ฯลฯ เป็น Porfolio 1 ชุดไว้สมัครงานได้" 
 

ตัวอย่างผลงานสีน้ำมันตอนเรียน AAU (created by Apolar)

         "ข้อดีอย่างนึงของ AAU คือเขามีเครือข่ายเยอะ  อย่าง EA, Blue Sky, Pixar ฯลฯ ถ้าเราพร้อมและตั้งใจให้ดี สตูดิโอเหล่านี้จะมาแย่งตัวแน่นอน อาจจะมีคนจีบไปทำงานหลังจากเห็นงานเราใน Spring Show เลยก็ได้ เราต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานครับ”

          แน่นอนว่าพี่อาชว์คือ 1 ในนั้น EA มาชวนไปทำงานโดยไม่ต้องเทสต์  หลังจากเขาได้เห็นงานที่  Spring Show  “งาน Spring Show จะเป็นแกลลอรีพิเศษ เหมือนเป็นโกดังรวมงานอาร์ตที่ใหญ่มากกกก นักศึกษา AAU คนนึงมีโอกาสที่ผลงานจะเข้าไปอยู่ในโชว์ได้มากกว่า 1 ชิ้น ทีนี้ก็มีอยู่ครั้งนึงที่ทางมหา'ลัยเชิญบริษัทเกมมาชมผลงานเด็กจบใหม่ และเป็นปีเดียวกับที่อาจารย์ให้เกียรติงานเรามากๆ ทั้งให้พื้นที่เยอะและอยู่หน้างาน  ใครเข้างานมาต้องเห็นก่อนแน่นอน // กว่าจะมาเป็นงานที่โชว์ได้ ก็ต้องขอบคุณเพื่อนและอาจารย์ที่ช่วยตบช่วยคอมเมนต์ให้งานเข้าที่ด้วยครับ"
 


แชร์เทคนิคช่วงเรียน

ที่ปรับใช้ได้กับการทำงานทุกอย่าง
 

  • เราอาจต้องเก็บข้อมูลหน่อยว่าอาจารย์คนไหนเหมาะกับสไตล์เราบ้าง อย่างพี่เองจะโชคดีตรงได้อยู่กลุ่มเพื่อนที่น่ารัก(และบ้าพลัง)เหมือนกัน อย่างพี่พ้ง   ตาณตา เฟอร์รารี ฯลฯ ก็เลยขอคำแนะนำและแย่งกันนั่งหน้าห้องตลอด เพื่อให้ได้สบตาอาจารย์ และเห็น demo ชัดๆ
     
  • อยากให้พยายามเข้าหาอาจารย์ไว้ ตักตวงเยอะๆ ความกลัวจะทำให้เราเสียโอกาส พี่เองจะเป็นคนนึงที่ไม่กล้ายกมือถามในคลาส เพราะกลัวอาจารย์พูดไปแล้วเราฟังไม่ออก แต่จะชอบไปถามหลังเลิกคลาสแทน  (ต้องดูธรรมชาติของอาจารย์ด้วย) ที่สำคัญคือต้องให้เกียรติอาจารย์ ถ่อมตัว ยินดีรับฟังคำติชม บางคนเก่งมากแต่ติไม่ได้ คอมเมนต์มาก็เถียงตลอด จริงๆ อยากแนะนำให้รับฟังก่อน แล้วค่อยมาตกผลึกว่าจะแก้หรือไม่แก้
     
  • เขาจะดูที่ Portfolio เป็นหลัก เรื่องภาษาขอแค่ผ่านตามเกณฑ์ที่เปิดรับสมัคร  เพราะเขาประเมินแล้วว่าถ้าทำคะแนนได้แบบนี้ ก็สามารถเรียนได้ (ส่วนใหญ่ที่นี่เป็นเด็กเอเชียไปแล้ว 70-80%) แต่ด้วยความที่พี่พรีเซนต์บ่อยตอนเรียนสถาปัตย์ ก็เลยพอจะจัดลำดับได้ว่าควรพูดอะไร ถึงพูดแบบงูๆ ปลาๆ เขาก็เข้าใจได้
     
  • ไม่ว่าจะทำอะไร อย่าลืมสร้างความประทับใจแรกให้เขาเห็นว่าเราตั้งใจเต็มที่   และทำให้คงเส้นคงวาด้วยครับ เราอาจจะเพอร์เฟกต์ 100% ตลอดไม่ได้ มีแผ่วบ้างขึ้นอยู่กับว่าจังหวะนั้นมีอะไรเข้ามาในชีวิต แต่สิ่งที่สำคัญคือต้องดึงตัวเองกลับมาให้เข้าที่เหมือนเดิมเพื่อรักษามาตรฐานของตัวเองครับ


ตัวอย่างผลงานตอนเรียน AAU (created by Apolar)


ตัวอย่างผลงานตอนเรียน AAU (created by Apolar)


ตัวอย่างผลงานตอนเรียน AAU (created by Apolar)


ตัวอย่างผลงานตอนเรียน AAU (created by Apolar)


ตัวอย่างผลงานตอนเรียน AAU (created by Apolar)


ตัวอย่างผลงานตอนเรียน AAU (created by Apolar) 


เล่าวิธีฝึกของอาชว์

หาแรงบันดาลใจแบบไม่ก็อปปี้
 

          “ช่วงแรกที่เริ่มวาด ถ้านึกอะไรไม่ออกก็ Pixar, Disney หรืองานจากสตูดิโอยักษ์ใหญ่ แต่ถ้าศึกษาจนลึกลงไปจริงๆ แล้ว เราจะได้ค้นพบศิลปินอีกมากมายในวงการที่งานมีเสน่ห์มากครับ พี่จะชอบมากเวลาเจอศิลปินต่างประเทศเขาถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของชาติตัวเองออกมา รูปทรงที่น่ารัก มีสีสัน อนิเมะต่างๆ มันมีความเป็น iconic”

          “หนึ่งในวิธีฝึกของพี่คือตั้งโจทย์ท้าทายตัวเอง    สมมติพี่ไปเดินเล่นที่สวน พี่ก็ถ่ายมุมใดมุมนึงออกมาศึกษาองค์ประกอบต่างๆ แล้วตีความใหม่เป็นอีกอย่างนึง เช่น จากต้นไม้ 1 ต้นในสวน พี่ก็ลองตั้งโจทย์ดีไซน์เต่าออกมา 1 ตัว โดยที่มีกลิ่นอายของใบไม้บนต้นนั้นอยู่ หรืออย่างพี่ชอบซาซิมิมากๆ พี่ก็เอามาดีไซน์เป็นเจ้าหญิงปลาแซลมอน ดูซิว่าถ้าแสงเงากระทบปลาแซลมอนจะเป็นยังไง นี่คือการตีความใหม่ เปลี่ยนจากสิ่งนึงเป็นสิ่งนึง base จากสิ่งที่คาดไม่ถึง การศึกษางานจากศิลปินที่ชอบก็เหมือนกัน  เราไม่ต้องก็อปปี้ผลงานมา  แต่ลอง ตั้งโจทย์ให้วาดรูปต่างจากเขาดู  แล้วถ่ายทอดวิธีการเลือกลงสีในแบบของเขามาไว้ในงานเรา"
          “หรืออย่างตอนเรียนพี่จะชอบมีเพื่อนมาปรึกษาว่า ไอเดียตัน ทำยังไงดี?  ถ้าเพื่อนคนนั้นชอบดูหนัง เราก็จะแนะนำให้เขาทำ Film Study สิ เอาเขาตั้งเป็นแรงบันดาลใจ แล้ววาดออกมาเป็นสไตล์ตัวเอง ถ้าเพื่อนชอบเพลง ก็ถามว่าดีไซน์เครื่องดนตรีมั้ยล่ะ วาดภาพจากเพลงนั้นออกมา ปกติเราก็ต่างมีสิ่งที่ชอบนอกจากศิลปะอยู่แล้ว ลองหยิบมาสร้างคาแรกเตอร์ของเราก็ได้ จะได้มีความเป็น unique เป็นที่จดจำด้วย"

 

ถ้าให้เปรียบเทียบบรรยากาศ

สมัยเรียนสถาปัตย์กับ AAU


          “คนที่จะเรียน 2 สายนี้ต้องเป็นคนช่างคิดและมีวินัยครับ สิ่งที่เหมือนกันคือเขาจะมีระบบพรีเซนต์ที่ให้เด็กพิสูจน์ว่าตัวเองเป็นคนคิดงานนี้ขึ้นมาจริงๆ และมีตรวจแบบสัปดาห์ละ 2 ครั้ง  ถึงแม้ว่าเราจะมาสายวาด และรู้สึกการทำงานส่งที่ AAU   เราจะอิสระกว่า แต่สถาปัตย์มีมิติเรื่องโครงสร้างมาเสริม ทำให้เราคำนึงทั้งความสวยงามและการใช้งาน แล้วก็ต้องขอบคุณที่สถาปัตย์ฯ ด้วยที่ฝึกความอึด ต้องตัดโมเดล สัปดาห์นึงต้องตัดโมเดลไซซ์ยักษ์มากกก ทำเพลต ทำพรีเซนต์ ปรินต์งาน เขียนแบบก่อสร้าง ถ้าไม่ได้ฝึกความอึดพวกนี้มา อาจทำงานศิลปะได้ไม่เต็มที่ขนาดนี้ (หมดแรงกลางคัน 555) ความลำบากไม่เคยทำร้ายใคร **แต่ยังไงสุขภาพก็สำคัญนะครับ พยายามบาลานซ์เวลาให้ดี”
 
          “ดังนั้นพี่ไม่เสียใจเลยที่ตัดสินใจเรียนสถาปัตย์ เพราะมันยังอยู่กับเราตลอด แค่เปลี่ยนมิติมาเป็นสถาปัตย์ในโลกของพี่แทนครับ อย่างแฮร์รี่ก็คือตึกในโลกแฮร์รี่ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะมี background ยังไง ทุกพาร์ตจะยังอยู่ในตัวคุณ ไม่ได้หายไปไหน เราหยิบมาต่อยอดกับสิ่งที่ทำในปัจจุบันได้หมด”

เบื้องหลังการเป็นมนุษย์ใส่เต็ม

เพราะรู้สึกตัวเองต้องพยายามกว่าคนอื่น
 

          ถ้าอ่านจากสิ่งที่เพื่อนๆ ทวิต ทุกคนคงรู้อยู่แล้วว่าพี่อาชว์เป็นสายพลัง และเป็นมนุษย์ที่ใส่ใจรายละเอียดมากกก เพราะอะไร? "พี่จะบอกตัวเองทุกครั้งตอนได้โจทย์มาว่า นี่คือโอกาสครั้งเดียวในชีวิต ณ ช่วงเวลานั้น (สมมติทำงานนึงตอนปี 1 พอขึ้นปี 4 จะนั่งไทม์แมชชีนไปสิงร่างตอนปี 1 เพื่อแก้ไขงานชิ้นนั้นอีกไม่ได้แล้วนะ)  แล้วเราไม่มีทางรู้เลยว่างานที่ทำผ่านไปจะพาโอกาสดีๆ อะไรเข้ามาหาเราบ้าง ดังนั้นพี่จะใส่เต็มทุกโปรเจกต์"

          "อีกเหตุผลคือพี่รู้สึกตัวเองไม่ใช่คนเก่ง พื้นฐานไม่ใช่คนฉลาด เคยอยู่จุดที่ผลการเรียนไม่ดีจนพ่อแม่ต้องเคี่ยวเข็ญหนัก  เลยคิดว่าถ้าอยากได้คะแนนดีๆ ก็ต้องพยายามกว่าชาวบ้านนะ  คะแนนถึงจะตามคนอื่นทัน เรื่องศิลปะก็เหมือนกัน เคยอยู่จุดที่ทำงานห่วยมหาศาล ย้อนไปดูงานเก่าแล้วแบบ...ไม่อยากมองเลยอะ เขิน 5555 แต่ก็มีบางช่องทางที่ไม่ลบงานเก่าทิ้ง อยากเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นเห็นว่าเคยแย่มาก่อน ลองผิดลองถูกมาเยอะ"
 

          “พี่โชคดีตรงที่ทางบ้านคอยซัพพอร์ต ให้เราออกแบบความสุขของตัวเองได้ สมัยนี้โลกเชื่อมถึงกันมากๆ โปรเจกต์แฮร์รี่คือตัวพิสูจน์เลย เพราะผลงานที่ทำให้เขาติดต่อเรามา ไม่สิ ต้องบอกว่าทุกงานที่ทำให้คนมาจ้างเรา ก็คืองานที่เราทำก่อนไปเรียน ป.โทที่อเมริกาทั้งนั้น งานหลายชิ้นก็ได้ตั้งแต่ตอนเรียนแล้ว ดังนั้น ไม่อยากให้คิดว่าโอกาสจะมาต่อเมื่อเราไปเรียนต่างประเทศเท่านั้นครับ"

          "ถ้าให้แนะนำคนที่อยากมาสายนี้  ก็คือพยายามสร้างพื้นที่แชร์ผลงานให้มากที่สุด สมัยนี้ประมาทไม่ได้เลยนะ อย่างพี่เองเริ่มจาก Facebook แล้วเพื่อนก็แนะนำ ArtStation, DeviantArt ฯลฯ ไปๆ มาๆ ทำ IG อีก รวมๆ แล้วมี 6-7 เว็บให้คนเข้ามาเห็นผลงาน พี่เห็นบางคนทำเป็น 20-30 เว็บเลย ดังนั้นงานเขาจะพรึ่บมากเพราะเสิร์ชยังไงก็เจอ แล้วสเต็ปก่อนหน้านั้นคือต้องสร้างผลงานที่ดีด้วย”
 


คิดเห็นยังไงกับปัญหาใหญ่

อย่างการก็อปงาน & กดราคาต่ำ


          “พี่จะเคร่งเรื่องนี้มาก   เราจะไม่ไปหาผลประโยชน์จากผลงานของคนอื่นเด็ดขาด มันอยู่ที่การให้เกียรติแหละ คุณต้องให้เกียรติตัวเองและคนอื่น  ถ้าเขารู้ว่าคุณก็อป เขาจะไม่เชื่อใจคุณอีกเลย  **หนึ่งในกฎขั้นร้ายแรงของ AAU ก็คือถ้าจับได้ว่าก็อปปี้งาน จะถูก Blacklist ในวงการศิลปินที่อเมริกาทันที และวงการนี้ไม่ได้กว้าง แค่เขากระซิบหลังไมค์ ก็จะไม่มีใครจ้างคุณอีกเลย"
 
          “สำหรับเรื่องเรตราคา พี่เจอกับตัวมาเยอะ เช่น คนรู้จักกันทำให้ฟรีได้มั้ย? หรือบางคนคิดว่างานศิลปะง่ายๆ 5 นาทีเสร็จ ส่วนตัวพี่ก็จะไม่ลดราคาเพื่อให้ได้งานครับ เราจะไม่ดูถูกตัวเองแบบนั้น  มันคือการไปสนับสนุนเทรนด์ว่า ‘ฉันหาศิลปินที่ถูกที่สุดมาแล้วกัน’ // จริงๆ บอกว่าแล้วแต่มุมมองดีกว่าว่าเราทำแล้วได้อะไร เงิน? การเรียนรู้? ลองชั่งน้ำหนักแล้วตัดสินใจ สำคัญคือต้องรู้ว่าตัวเองฝีมือขั้นไหน เรตเท่าไหร่ถึงพอดี”


ทุกวันนี้เรายังรู้สึกสนุกเหมือนตอนที่วาดรูปในวัยเด็กมั้ย? 


          “ยังเหมือนเดิม และเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงทำงานสายนี้ ถึงจะมีโมเมนต์ที่อ่อนล้า แต่จะมากจะน้อยนั่นก็คือความสุขอยู่ดี ยิ่งตอนทำแฮร์รี่คือสุขล้นมากกกก เหมือนองค์ลง อรุษวัย 11 ขวบเข้าสิง ต้องวาดออกมาให้ดีที่สุด    ไหนจะร่างแฟนคลับอีก แต่ก็นั่นแหละ พอเหนื่อยก็แอบลด แล้วหาวิธีบูสต์ตัวเองกลับมา บอกตัวเองว่าเรากำลังทำสิ่งที่มีความสุขอยู่นะ ถ้าเทียบกับสิ่งอื่นๆ เราคงอยู่กับมันนานขนาดนี้ไม่ได้หรอก”
 

          หลังจากฟังเบื้องหลังการทำโปรเจกต์แฮร์รี่ พร้อมเปิดทุกพาร์ตในชีวิตที่หล่อหลอมจนเป็นมนุษย์ Hard Working แบบนี้แล้ว ก็ได้แต่ขอคารวะในความตั้งใจและความพยายามทำสิ่งที่รักอย่างเต็มที่ และเราหวังมากๆ ว่าคนที่กำลังอ่านบทความนี้ จะได้เจอสิ่งที่เราจะอยู่กับมันได้นานๆ เช่นกันนะคะ สุดท้ายนี้ถ้าอยากเก็บแรงบันดาลใจหรือติดตามผลงานคุณภาพที่สกัดทุกเม็ดด้วยความตั้งใจ ขอผายมือเชิญไปฟอลที่ FB Apolar IG apolar.arch  ,ArtStation  apolar  , DeviantArt  apolar 
 
          สุดท้ายสาวกแฮร์รี่ห้ามพลาด!! Box Set แฮร์รี่ พอตเตอร์ ฉบับครบรอบ 20 ปี วรรณกรรมชุด 7 เล่มที่จะเราวาร์ปเข้าสู่โลกเวทมนตร์อีกครั้ง  
 


เซอร์ไพรซ์!!!
ใครอยากเป็นเจ้าของหนังสือปกสุดอลังแบบนี้บ้าง?


          สำหรับน้องๆ ที่อ่านถึงตรงนี้ เรามีคำถามสนุกๆ มาให้ชิงรางวัลเป็นหนังสือแฮร์ พอตเตอร์ จำนวน 12 รางวัล จากสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ (ขอขอบคุณสปอนเซอร์ใจดีที่สนับสนุนรางวัลนะคะ)

        กติกาง่ายๆ เพียงล็อกอินและคอมเมนต์ใต้บทความนี้ว่า "ถ้าน้องๆ ได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านไหน? เพราะอะไร?"   คำตอบไหนถูกใจกรรมการ เรามีจัดเต็มให้ถึง 12 รางวัล รางวัลละ 1 เล่ม


 
รางวัลอันดับ 1-3

- แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ เล่ม 1 ฉบับปี 2020 จำนวน 3 รางวัล **ปกและภาพประกอบโดยคุณอาชว์

รางวัลอันดับ 4-12 (สุ่มท่านละ 1 เล่ม)

- แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ (เล่ม 1 ปกเดิม)  จำนวน  3 รางวัล
  • เปิดรับคำตอบตั้งแต่วันนี้ -   30 มิ.ย.63
  • ประกาศผลท้ายบทความนี้ในวันที่ 10 ก.ค.63 และจะติดต่อผู้โชคดีทางข้อความลับ (ดังนั้นทีมงานขอสงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิก Dek-D นะคะ)
     
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=kookkai

พี่กุ๊กไก่ - ผู้เขียน

มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #อาชว์ #อรุษ #HarryPotter #นานมีบุ๊คส์ #J.K.Rowling #วรรณกรรม #ฮอกวอตส์ #Apolar #nanmeebooks

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #8
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ตอนเห็นปกแฮร์รี่เล่มต่างๆในเพจนายอินทร์คือแบบกรี๊ดมากค่ะ คือสวยงามมากๆ ช่วงนี้เลยพยายามเก็บตังค์ไปจองboxset อยู่ค่ะ แบบอยากได้มากๆ

    และยิ่งมาอ่านบทความนี้อีก หนูแบบ โอ้ย ต้องจองให้ได้ เพราะเชื่อจริงๆเลยค่ะว่าพี่เขาทุ่มเทตัวเองให้กับสิ่งที่ตัวเองรักจริงๆ สัมผัสได้จากรายละเอียดของงานเลยค่ะ ยอดเยี่ยมจริงๆ ต้องอุดหนุนให้ได้แน่ๆค่ะ


    “ถ้าได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านไหน? เพราะอะไร?"


    คิดว่าเป็น บ้านกริฟฟินดอร์ ค่ะ

    เพราะเป็นคนหนึ่งที่เวลาพบปัญหา ถึงใจเราจะมีความกลัวที่จะเผชิญหน้ากับมัน แต่ก็จะสามารถหาทางเอาชนะความกลัวนั้น และคิดวิธีการรับมือกับเรื่องนั้นๆได้ เพราะเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่จะทำให้เราได้เติบโตค่ะ

    และหลายครั้งก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบเห็นคนสำคัญเผชิญปัญหาเพียงลำพัง เวลาคนที่เรารักเจอปัญหาก็อยากที่จะเข้าไปช่วยให้กำลังใจและความช่วยเหลือเท่าที่เราสามารถทำได้ และถึงแม้เราจะช่วยเหลืออะไรเขาไม่ได้ ก็ยังคงอยากให้เขารู้ว่าเขายังมีเราที่พร้อมอยู่ข้างๆเขาเสมอค่ะ


    เลยเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะทำให้ถูกเลือกเข้า บ้านกริฟฟินดอร์ ค่ะ


    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #12
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    สำหรับคำถาม ผมคิดว่าตนเองเหมาะกับ บ้าน เรเวนคลอ เพราะว่าผมเป็นคนที่เรียนดีอยู่ ชอบอยู่เงียบๆ ชอบอ่านหนังสือ ชอบเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ เเละก็ผมลองไปทดสอบในเว็บ wizarding world

    เเล้วผมก็ได้อยู่บ้านเรเวนคลอ

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #13
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    "ถ้าน้องๆ ได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านไหน? เพราะอะไร?"

    ผมคิดว่า ผมจะได้คัดสรรไปอยู่บ้าน "กริฟฟินดอร์" ไม่ใช่เพราะว่า ผมกล้าหาญ แต่เป็นเพราะว่าผม "ต้องการ"อยู่บ้านกริฟฟินดอร์ จริงๆแล้ว คุณสมบัติของผมอาจจะเหมาะกับบ้านเรเวนคลอมากกว่า เพราะผมเป็นคนที่เรียนดี แต่ถ้าใครจำได้ ใน แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ศิลาอาถรรพ์ หมวกคัดสรรบอกกับแฮร์รี่ว่า "บ้านสลิธีรินจะพาแฮร์รี่ไปสู่ความยิ่งใหญ่" แต่แฮร์รี่บอกว่าไม่อยากไปอยู่บ้านสลิธีริน หมวกคัดสรรรับฟังความคิดของแฮร์รี่ และส่งเขาไปอยู่บ้านกริฟฟินดอร์ ดังนั้น ผมคิดว่าต่อให้ผมคุณสมบัติตรงกับบ้านเรเวนคลอแค่ไหน แต่ผมต้องการจะอยู่บ้านกริฟฟินดอร์ หมวกคัดสรรก็จะฟังความคิดของผม เหมือนที่ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ที่เคยกล่าวว่า"การเลือกของเราเองนั่นแหละ แฮร์รี่ ที่จะแสดงให้เห็นว่าจริงๆแล้วเราเป็นคนอย่างไร ยิ่งไปเสียกว่าความสามารถของเรามากนัก"

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #25
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    สลิธีรินครับ!!! เพราะสลิธีรีนนั้นเป็นเพียงบ้านเดียวที่ยืดอกรับความผิดของตนเองโดยไม่ปกปิดในขณะที่บ้านอื่นๆมีจอมเวทย์ผู้ชั่วร้ายเหมือนกัน อีกอย่างเป้าหมายที่ซัลลาซาร์ สลิธีรีน ไม่ใช่การผลิตเหล่าตัวร้ายออกมาหรอกครับ ทุกบ้านของฮอกวอตส์ล้วนอยากให้ลูกศิษย์เป็นจอมเวทย์ที่มีอนาคตไกลเเละเป็นคนดีกันทั้งนั้น

    เพียงเเค่สลิธีรีนนั้นมักมองเห็นความยิ่งใหญ่เเละอยากปลุกปั้นเหล่าเด็กที่รับรู้ได้ถึงความรู้สึกพวกนั้น


    ไม่ใช่เด็กที่อยากตัดสินอะไรด้วยการมองภายนอกเพียงอย่างเดียว เเต่ก็ต้องยอมรับสลิธีรีนก็ไม่ได้ประเสริฐเลิศเลออะไรนัก เเต่สัญลักษณ์เเห่งความลุ่มลึกเเละฉลาดของสลิธีรีนคือตัวของผม สลิธีรีนมองในมุมที่ต้องการชนะ พวกเราชื่นชอบเกียรติยศเเละความชื่นชอบที่ไม่ปกปิด ทำให้บ้านอื่นมองว่าเราดูเหย่อยิ่ง เเม้ว่าจะถูกมองว่าเป็นวายร้ายผมก็ยืดอกยอมรับเเละจะทำให้สลิธีรีนมีชื่อเสียงในด้านที่ดีให้ได้!

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #27
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    "ถ้าน้องๆ ได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านไหน? เพราะอะไร?"


    เราคิดว่าว่าตัวเองคงได้อยู่ กริฟฟินดอร์ เพราะเป็นพวกขวานผ่าซาก พูดอะไรไม่คิด แถมยัง ชอบทำอะไรแปลกๆไม่แคร์สายตาใครด้วย แต่เวลาเล่นกลับได้สลิธิลินตลอด เอาจริงคือ เราว่าตัวเองอยู่ได้ทุกบ้านนั่นแหละ เพราะบ้านไม่ใช่ตัวกำหนดเรา แต่เป็นตัวเราต่างหากที่กำหนดตัวเอง ดูอย่าง ศ.สเนปสิ คัดสรรไปสลิธิลินก็เป็นคนดี ปีเตอร์ เพ็ตดรีกรูที่อยู่บ้านกริฟฟินดอร์กลับเป็นจอมหักหลัง เห็นไหม บางทีมันก็ผิดพลาดกันได้ นิวตัน อยู่ฮัฟเฟิลคัฟยังกล้าหาญมากๆเลย

    ตอบกลับ
  • ความคิดเห็นที่ 1 - 20
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์​ คิดว่าผมเหมาะกับเรเวนคลอมากเลยครับ​ เพราะ​ว่าเป็นคนเงียบๆ​ ลึกลับ​ไม่ค่อยชอบอะไรกะคนอื่นมาก​แล้วก็ชอบอ่านหนังสืิอ​ชอบเรียนรู้สิ่งต่างๆ​ แต่ข้อสำคัญเลยคือผมอยากอยู่บ้านนี้ครับ555

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ และกิจกรรมสนุกๆ นะคะพี่กุ๊กไก่ ภาพปกหนังสือล่าสุดที่วาดโดยพี่อาชว์สวยมากจริงๆ ค่ะ รายละเอียดยิบย่อยเยอะมาก ใส่มาเต็มมาก แวบแรกเห็นแล้วกรี๊ดเลย ยิ่งได้อ่านเรื่องราวที่นำมาเล่าแล้ว เป็นคนที่เก่งและน่าชื่นชมมากๆ เลยค่ะ T _ T


      สำหรับคำถามที่ว่า "ถ้าน้องๆ ได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านไหน? เพราะอะไร?"


      ถ้าได้เข้าไปเรียนฮอกวอตส์คิดว่าคุณสมบัติของตัวเองน่าจะได้เข้าไปอยู่บ้านฮัพเฟิลพัฟค่ะ ตามเรื่องราวแล้วบ้านนี้เป็นตัวแทนของความซื่อสัตย์ มีความยุติธรรม มีความอดทน และมีความตั้งใจ ซึ่งคิดว่าค่อนข้างตรงกับตัวเองพอสมควร เพราะนิสัยส่วนตัวเป็นคนชอบความสงบและปฏิเสธคนไม่เก่งค่ะ เลยมักจะได้รับมอบหมายงานห้องหรืองานส่วนรวมอยู่บ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งก็มีความสุขกับการทำงานร่วมกันกับเพื่อนๆ นะคะ อีกทั้งเมื่อช่วงปิดเทอมก็มีโอกาสได้ลองทำงานพาร์ทไทม์ซึ่งเป็นงานด้านบริการ ได้เจอคนหลากหลายรูปแบบ และคิดว่าตัวเองรับมือได้ดีค่ะ ซึ่งค่อนข้างตรงกับคาแรคเตอร์คนบ้านนี้ที่หนักเอาเบาสู้ ใครใช้ให้ทำอะไรก็ทำ ด้วยเหตุผลที่ยกมาข้างต้นเลยคิดว่าตัวเองเหมาะกับบ้านฮัฟเฟิลพัฟค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      "ถ้าน้องๆ ได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านไหน? เพราะอะไร?"

      คิดว่าน่าจะได้อยู่บ้านกริฟฟินดอร์เพราะเป็นคนมีความซื่อสัตย์ เก็บเงินได้ที่ไม่ใช้ของเราแล้วเอาไปส่งคืนเพื่อหาเจ้าของ คุณสมบัตินี้อาจจะทำให้เหมาะกับบ้านนี้ก็ได้

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าได้เข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ ตัวเองน่าจะได้ไปอยู่บ้านเรเวนคลอ เพราะว่าเป็นคนที่ชอบเรียนรู้ เราคิดว่ายิ่งมีความรู้เยอะยิ่งเปิดโลก การเรียนเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถและทำให้เราก้าวข้ามอุปสรรคและความไม่รู้ไปได้ ซึ่งชีวิตจริงก็เป็นแบบนั้น ตั้งแต่เรียนมา เราพบว่าตัวเองใช้เวลาในการเรียนรู้และทบทวนบทเรียนต่างๆบ่อยมาก และชอบที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ การสอบได้คะแนนดีๆเป็นเป้าหมายหลักๆที่ตั้งไว้เสมอมาและแน่นอนว่าส่วนใหญ่ทำได้เพราะถนัดด้านการเรียนและทุ่มเทให้กับมันมาตลอด เราชอบที่จะให้คนอื่นมองว่าเรามีศักยภาพเราจึงพยายามพัฒนาตัวเองเสมอมา เมื่อเร็วๆนี้ก็ได้พัฒนาตัวเองสำเร็จไปอีกขั้นเพราะเราได้ทุนไปเรียนป.โทที่เกาหลี มันเป็นความภูมิใจเล็กๆและความตื่นเต้นที่เราจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆและเปิดโลกให้กว้างขึ้น ดังนั้นเราจึงคิดว่าด้วยคุณสมบัติของตัวเอง เราควรไปอยู่บ้านเรเวนคลอมากที่สุด

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      "ถ้าน้องๆ ได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านไหน? เพราะอะไร?"


      ตามตัวเราแล้วคงเป็นกริฟฟินดอร์ค่ะ ถึงแม้ว่าเราไม่ได้กล้าหาญมากมายแต่ก็เป็นคนที่ไม่ลังเลที่เริ่มทำในสิ่งใหม่ ๆ กล้าได้กล้าเสียและชอบเสี่ยงมาก ๆ ค่ะ เรามองว่ามันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นที่เพิ่มสีสันให้ไม่น่าเบื่อ5555555 และเราเป็นคนที่ให้ความสำคัญในเรื่องความยุติธรรมมาก ๆ เวลาเห็นคนถูกเอาเปรียบ จะรู้สึกเห็นใจพวกเขาและอยากเข้าไปแก้ไขและช่วยเหลือ รวมถึงความซื่อสัตย์ เราเป็นคนโกหกไม่เก่งเลยค่ะเปิดหมดเปลือกทุกรอบ เซอร์ไพรส์คนอื่นไม่เคยได้เลยหลุดทุกรอบ555555

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านเรเวนคลอ

      เพราะเราเป็นคนชอบการเรียนรู้ ต้องการมีความรู้ในเรื่องต่างๆมากมาย ถ้ามีเวลาก็จะไปเรียนคอร์สเรียนออนไลน์ในเว็บต่างๆ ตอนนี้ก็อยากจะเริ่มเรียนภาษาจีนเพิ่มเติม เหมือนกับข้อความที่สลักอยู่บนรัดเกล้าของโรวีน่า เรเวนคลอ ที่ว่า "เชาวน์ปัญญาเหลือคณานับคือขุมทรัพย์มหาศาล"

      แต่อันที่จริงแล้วเราก็ยังอยากมีคุณสมบัติกล้าหาญแบบกริฟฟินดอร์ มีความอดทนตั้งใจแบบฮัฟเฟิลพัฟ และทะเยอทะยานแบบมีเป้าหมายแบบสลิธีรินด้วย

      คิดว่าถ้าใครมีคุณสมบัติครบทั้ง 4 บ้าน คงจะดีน่าดูเลยค่ะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      "ถ้าน้องๆ ได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านไหน? เพราะอะไร?"


      คิดว่าน่าจะได้อยู่บ้านฮัฟเฟิลพัฟ ส่วนตัวเป็นคนที่ชอบอยู่แบบเรียบง่าย สบายๆ ไม่ค่อยถนัดทางด้านการเรียน หรืออย่างอื่นสักเท่าไหร่ แต่ถ้ามีความตั้งใจทำอะไรสักอย่างก็พร้อมที่จะทุ่มสุดตัวตลอด อีกอย่าง เป็นคนที่ค่อนข้างอยากอยู่กับธรรมชาติชอบต้นไม้กับสัตว์มากๆ เวลาดูหนังเรื่องHarry Potter หรือ Fantastic Beast ก็ชอบพวกต้นไม้กับสัตว์อัศจรรย์ในเรื่องมากๆ


      สุดท้ายแล้ว ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ที่นำมาให้ทุกคนได้อ่านนะครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ตอนเห็นปกแฮร์รี่เล่มต่างๆในเพจนายอินทร์คือแบบกรี๊ดมากค่ะ คือสวยงามมากๆ ช่วงนี้เลยพยายามเก็บตังค์ไปจองboxset อยู่ค่ะ แบบอยากได้มากๆ

      และยิ่งมาอ่านบทความนี้อีก หนูแบบ โอ้ย ต้องจองให้ได้ เพราะเชื่อจริงๆเลยค่ะว่าพี่เขาทุ่มเทตัวเองให้กับสิ่งที่ตัวเองรักจริงๆ สัมผัสได้จากรายละเอียดของงานเลยค่ะ ยอดเยี่ยมจริงๆ ต้องอุดหนุนให้ได้แน่ๆค่ะ


      “ถ้าได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านไหน? เพราะอะไร?"


      คิดว่าเป็น บ้านกริฟฟินดอร์ ค่ะ

      เพราะเป็นคนหนึ่งที่เวลาพบปัญหา ถึงใจเราจะมีความกลัวที่จะเผชิญหน้ากับมัน แต่ก็จะสามารถหาทางเอาชนะความกลัวนั้น และคิดวิธีการรับมือกับเรื่องนั้นๆได้ เพราะเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่จะทำให้เราได้เติบโตค่ะ

      และหลายครั้งก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบเห็นคนสำคัญเผชิญปัญหาเพียงลำพัง เวลาคนที่เรารักเจอปัญหาก็อยากที่จะเข้าไปช่วยให้กำลังใจและความช่วยเหลือเท่าที่เราสามารถทำได้ และถึงแม้เราจะช่วยเหลืออะไรเขาไม่ได้ ก็ยังคงอยากให้เขารู้ว่าเขายังมีเราที่พร้อมอยู่ข้างๆเขาเสมอค่ะ


      เลยเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะทำให้ถูกเลือกเข้า บ้านกริฟฟินดอร์ ค่ะ


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คิดว่าตัวเองเหมาะจะได้อยู่บ้านกริฟฟินดอร์ค่ะ

      เหตุผลสำคัญที่สุดคิดว่าเป็นเพราะเราซื่อสัตย์กับตัวเอง เลือกที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่รักและรักในสิ่งที่เรียน ทำให้ดีที่สุดในแบบของตัวเองโดยไม่ต้องหวั่นว่าจะต้องเปรียบเทียบกับใคร แน่นอนว่าคนเก่งกว่าเรามีอีกมาก แต่ถ้าตัวเองทำเต็มที่แล้วก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจ นี่เป็นความกล้าในแบบของเราค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      "ถ้าน้องๆ ได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านไหน? เพราะอะไร?"

      เราคิดว่าเราน่าจะได้ไปอยู่บ้านเรเวนคลอ เพราะว่าเราเป็นคนขยัน อดทน มีไหวพริบดี ชอบใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ ให้ความสำคัญกับการเรียนมากกว่าอย่างอื่น

      และส่วนตัวก็ชอบสัญลักษณ์ที่เป็นนกอินทรีด้วย(^v^)มันแสดงถึงว่าเราจะบินทะยานขึ้นฟ้าไปในที่ที่ผู้อื่นไปไม่ถึง

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สำหรับคำถามที่ว่า “ถ้าน้องๆ ได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านไหน? เพราะอะไร?” นะคะ


      ส่วนตัวเราคิดว่าตัวเองอยู่กึ่งกลางระหว่าง ‘สลิธีริน’ และ ‘เรเวนคลอ’ แต่น่่าจะค่อนไปทางบ้านงูมากกว่า ดังนั้นบ้านที่น่าจะได้ไปอยู่คือ ‘สลิธีริน’ ค่ะ


      เหตุผลคือ


      1. เราไม่ใช่คนซื่อตรงและซื่อสัตย์อย่างฮัฟเฟิลพัฟหรือกริฟฟินดอร์


      จริงอยู่ค่ะที่เราเองก็ซื่อตรงเช่นกัน...หากแต่เป็นบางเวลา ขณะเดียวกันหลายครั้งเราก็ต้องโกหกหรือเสแสร้งบ้างเพื่อผลประโยชน์ หรือบางครั้งก็เป็นการรักษาน้ำใจ


      และเราก็ไม่ได้รู้สึกผิดมากเท่าไหร่ที่จะโกหก


      2. เราไม่ได้ฉลาดตรงๆแบบเรเวนคลอ แต่เป็นความฉลาดพลิกแพลงและเล่ห์เหลี่ยมแบบสลิธีริน


      เรเวนคลอคือผู้ที่ฉลาดรู้ฉลาดเรียน ทว่าเราไม่ใช่คนสไตล์นั้น ความฉลาดของเราไม่ใช่ความฉลาดในตำรา แต่คือความฉลาดในการพลิกแพลงผสมกับสารพัดเล่ห์เหลี่ยมต่างๆ


      3. เป็นมิตร ทว่าเว้นระยะ


      การทำความรู้จักกับผู้อื่นได้ง่ายเป็นสิ่งที่ดี เพราะผลพลอยได้ของมันคือการทำให้เรามี ‘คอนเนคชั่น’ ที่หลากหลาย นั่นเอง


      4. ทำทุกอย่างได้เพื่อคนที่รัก แม้มันอาจจะทำให้ผู้อื่นเจ็บปวดก็ตาม


      (*´ω`*)

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สำหรับคำถาม ผมคิดว่าตนเองเหมาะกับ บ้าน เรเวนคลอ เพราะว่าผมเป็นคนที่เรียนดีอยู่ ชอบอยู่เงียบๆ ชอบอ่านหนังสือ ชอบเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ เเละก็ผมลองไปทดสอบในเว็บ wizarding world

      เเล้วผมก็ได้อยู่บ้านเรเวนคลอ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      "ถ้าน้องๆ ได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านไหน? เพราะอะไร?"

      ผมคิดว่า ผมจะได้คัดสรรไปอยู่บ้าน "กริฟฟินดอร์" ไม่ใช่เพราะว่า ผมกล้าหาญ แต่เป็นเพราะว่าผม "ต้องการ"อยู่บ้านกริฟฟินดอร์ จริงๆแล้ว คุณสมบัติของผมอาจจะเหมาะกับบ้านเรเวนคลอมากกว่า เพราะผมเป็นคนที่เรียนดี แต่ถ้าใครจำได้ ใน แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ศิลาอาถรรพ์ หมวกคัดสรรบอกกับแฮร์รี่ว่า "บ้านสลิธีรินจะพาแฮร์รี่ไปสู่ความยิ่งใหญ่" แต่แฮร์รี่บอกว่าไม่อยากไปอยู่บ้านสลิธีริน หมวกคัดสรรรับฟังความคิดของแฮร์รี่ และส่งเขาไปอยู่บ้านกริฟฟินดอร์ ดังนั้น ผมคิดว่าต่อให้ผมคุณสมบัติตรงกับบ้านเรเวนคลอแค่ไหน แต่ผมต้องการจะอยู่บ้านกริฟฟินดอร์ หมวกคัดสรรก็จะฟังความคิดของผม เหมือนที่ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ที่เคยกล่าวว่า"การเลือกของเราเองนั่นแหละ แฮร์รี่ ที่จะแสดงให้เห็นว่าจริงๆแล้วเราเป็นคนอย่างไร ยิ่งไปเสียกว่าความสามารถของเรามากนัก"

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #14
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สลิธีริน แน่นอน! ไม่ได้ขาวสุด ดำสุด ไม่ได้อยากเป็นฮีโร่ แล้วก็ไม่ได้อยากเป็นคนร้ายขนาดนั้น แค่เอาตัวเองรอดได้ก็พอแล้ว



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #15
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      บ้าน Hufflepuff อาจเป็นเพราะเป็นคนง่าย ๆ สบาย ๆ รักพวกพ้อง ชอบอยู่สงบ ๆ แต่ก็ไม่ยอมแน่นอนถ้ามีใครมาแหย่ ขออยู่เงียบ ๆ สงบ ๆ ถ้าไม่อยากเดือดร้อนก็อย่ามาวุ่นวาย ขอเตือน


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #16
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      กริฟฟินดอร์ค่ะ หนึ่งคือใจต้องการที่จะไปกริฟฟินดอร์ เหมือนกับเป็นบ้านในฝันและคิดว่าหมวกคัดสรรพร้อมจะรับฟังความต้องการของเรา อาจจะไม่ได้เก่ง ไม่ได้กล้าหาญจนโดดเด่น ออกจะขี้อายด้วยซ้ำ มีตลกโปกฮาบ้าง เหมือนกับเนวิลล์ ลองบัตท่อม ที่เปิดตัวมาแบบเด๋อๆ แต่ท้ายที่สุดก็ได้เห็นถึงความกล้าหาญของเค้า

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #17
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เห็นงานของพี่อาชว์แล้วเป็นแรงบันดาลใจมากๆเลยค่ะ เพราะชอบทั้งการวาดรูปและหลงรักแฮรี่ พอร์ตเตอร์มานานแล้ว รอติดตามผลงานดีๆต่อไปนะคะ

      "ถ้าน้องๆ ได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านไหน? เพราะอะไร?" คิดว่าคุณสมบัติของเราตรงกับ 2 บ้าน คือ กริฟฟินดอร์กับเรเวนคลอ(คนตัดสินให้ไปอยู่เรเวนคลอแต่ใจไปกริฟฟินดอร์) ซึ่งคงจะเลือกไปอยู่กริฟฟินดอร์ เราไม่ใช่คนที่เก่งขนาดนั้น แต่เราเป็นคนที่เน้นการใช้ความคิด แต่ก็มีความมุมานะพยายาม ภาวะผู้นำอยู่ในตัว แต่ไม่ได้มุทะลุขนาดนั้น ซึ่งบ้านกริฟฟินดอร์สำหรับผู้กล้า และเราคิดว่าเราค่อนข้างจะเป็นคนที่กล้าที่จะทำอะไรและตัดสินใจมากมายกว่าแต่ก่อนแล้ว ยอมรับว่าแต่ก่อนคือไม่กล้าเลย และเคยโดนตัดสินว่าไม่มีทางเป็นแบบเด็กกริฟฟินดอร์ได้หรอก ซึ่งปัจจุบันเราคิดว่าอย่างน้อยเรากล้าที่จะเลือกสิ่งที่ต้องการให้กับตัวเองแล้ว

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #18
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าได้เข้าเรียนที่ฮอกวอตร์ อยากอยู่บ้านกริฟฟินดอร์เพราะเรามั่นใจเลยว่าเป็นคนที่กล้าหารมาก กล้าเสี่ยงในหลายๆอย่าง เรามั่นใจในตัวเองมาก แล้วเราคิดว่าตัวเองค่อนข้างเป็นคนที่มีคุณธรรมมีความเข้าอกเข้าใจอนอื่น ค่อนข้างมองคนสองด้าน ไม่ตัดสินคนอื่นก่อน อีกเหตุผลนึงคืออยากเป็นคนที่สามารถดึงดาบกริฟฟินดอร์ได้ 5555 สุดท้ายอยากคุยกับสุภาพสตรีอ้วน และเราก็มั่นใจว่าหมวกคัดสรรจัดคัดเราไปกริฟฟินดอร์ เพราะหมวกเคยบอกไว้ว่าจริงๆเราเลือกบ้านเองได้( ถ้าจำไม่ผิดนะคะ)

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #19
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      หนูคิดว่าตัวเองอยู่บ้านฮัฟเฟิลพัฟค่ะ นิสัยหนูมีอยู่ทุกบ้านเลย555 ส่วนใหญ่จะเป็นกริฟฟินดอร์กับฮัฟเฟิลพัฟ แต่ส่วนตัวก็ชอบฮัฟเฟิลพัฟอยู่แล้วก็เลยมั่นใจว่าอยู่บ้านนี้ เป็นคนซื่อสัตย์มากจริงๆ คนเคยบอกว่าความลับไม่มีอยู่บนโลกหนูนี่แหละค่ะที่เก็ยความลับเก่งมาก ใครบอกไรมาไม่บอกต่อแน่นอน มีความยุติธรรมใครผิดถูกต้องดูให้แน่มากๆ อดทนกับทุกสถานการณ์ถึงหนูจะขี้บ่นแต่ก็ขอบ่นไปแต่อึดเอามากๆเลย ตั้งใจทำสิ่งต่างๆ จะพยายามให้ถึงที่สุดเท่าที่ทำได้ยิ่งอะไรที่ชอบมากๆ ก็จะตั้งใจมากๆ เช่น ดูหนังแฮรี่ พอตเตอร์คือตั้งใจดูมากๆเลย อ่านหนังสือก็คือตั้งใจจดจ่อยิ่งกว่าอ่านหนังสือสอบอีกค่ะ555

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #20
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คิดว่าตัวเองเหมาะกับบ้าน ‘ ฮัฟเฟิลพัฟ ’ ค่ะ


      ส่วนตัวได้ทำแบบทดสอบนพลักษณ์หรือEnneagram เราเป็นพวกGiver คือรักเพื่อน ใจดี เป็นมิตร กับ16personality ได้เป็นINFJ เป็นพวกมีความขยัน ซื่อตรง


      แล้วก็คอนเซปต์เด็กบ้านนี้คือ ซื่อสัตย์ รักเพื่อน ขยัน และตั้งใจ เลยเหมาะเจาะ เราเป็นคนที่มีความตั้งใจมุ่งมั่นมาก ๆ ในการออกไปทำตามฝันของตัวเอง เป็นดอกทานตะวันที่กล้าเงยหน้าท้าแสงอาทิตย์ ไม่เคยคิดจะยอมแพ้เลยค่ะ เป็นคนรักเพื่อนแบบมากจริง ๆ ค่ะ คอยให้กำลังใจาุกคน มอบความรักให้ตลอด ใครมีปัญหาพร้อมช่วยแก้ และที่สำคัญคือชอบเมคเฟรนด์กับทุกคนเลย พูดเก่งม๊าก


      บ้านนี้โทนสีอบอุ่น เราเองก็เป็นแบบนั้น ใจดี เป็นมิตร ร่าเริง เพราะงั้นแล้ว ไม่มีบ้านไหนจะเหมาะสมกับเราเท่าบ้านนี้แล้วล่ะค่ะ


      P.s. เคยไปทำการคัดสรรในเว็บ wizarding world หลายรอบมาก เพราะไม่เคยจำรหัสแอคได้เลยสมัครใหม่ไปคัดสรร ไม่เคยได้บ้านอื่นนอกจากฮัพเฟิลพัฟเลยค่ะ จิตวิญญาณบัานฮัฟแรงกล้าจริง ๆ ค่ะตัวเรา5555

      ตอบกลับ
  • ความคิดเห็นที่ 21 - 33

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?