/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

รับมืออย่างไรดี? ‘Imposter’ โรคยอดฮิตคนรุ่นใหม่ที่รู้สึกว่าตัวเอง ‘ไม่เก่งอะไรเลย’ []

วิว
            สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D ทุกคน หลายคนคงเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘เรามีอะไรดีบ้าง’ หรืออาจเคยรู้สึกว่าเรายังเก่งไม่พอ เก่งไม่เท่าคนอื่น การที่น้องๆ คิดหรือรู้สึกแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผิดนะคะ เพียงแต่เราต้องพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส นำข้อผิดพลาดมาเป็นแรงผลักดันกันค่ะ วันนี้พี่ปุณมีข้อคิดดีๆ จาก Mike Cannon-Brookes นักลงทุนทางการเงิน ผู้คิดค้นซอฟต์แวร์เทคโนโลยี และผู้เผยแพร่แนวคิดพลังงานสะอาด ที่ได้เล่าถึงประสบการณ์เกี่ยวกับ “Imposter Syndrome” หรือโรคคิดว่าตัวเองไม่เก่งและไร้ค่า ที่เขาได้เผชิญมากับตัวเอง ไปดูกันค่ะว่าจริงๆ แล้วโรคนี้คืออะไรและเราจะมีวิธีรับมือกับมันอย่างไรได้บ้าง!
 


Photo credit: https://www.freepik.com
 

Imposter Syndrome คืออะไรและใครคือกลุ่มเสี่ยง?

 
          Imposter Syndrome ถือเป็นอาการทางจิตเวชอย่างหนึ่งค่ะ ใครที่เป็นโรคนี้จะชอบคิดว่าตัวเองไม่เก่ง ไม่มีความมั่นใจ หรือคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่นั้นด้อยประสิทธิภาพ โดยกลุ่มคนที่มีโอกาสเสี่ยงจะเป็นโรคนี้ก็มีอยู่หลายประเภท อย่างเช่น
 
  • กลุ่มคนที่นิยมความสมบูรณ์แบบหรือที่เรามักจะเรียกว่า ‘Perfectionists’ แม้ว่าผลงานที่ออกมาจะสมบูรณ์แบบแค่ไหน แต่ลึกๆ แล้วพวกเขาก็ยังรู้สึกไม่มั่นใจ และรู้สึกว่ามันยังไม่ดีพอค่ะ
  • กลุ่มคนที่รักสันโดษชอบทำอะไรด้วยตนเองหรือที่เรียกว่า ‘One Man Show’ คนกลุ่มนี้จะทำทุกวิถีทางเพื่อจะก้าวไปสู่ความสำเร็จด้วยตนเอง เพราะพวกเขาเชื่อเสมอว่าการขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นนับเป็นความล้มเหลวอย่างหนึ่งค่ะ
  • กลุ่มคนที่มองตัวเองเป็น ‘Supermen’ หรือ ‘Superwomen’ คติประจำใจของคนกลุ่มนี้ก็คือ ‘ต้องทำให้ดีกว่านี้’ พวกเขามักจะกดดันตัวเองอยู่เสมอเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นแม้แต่นิดเดียวเลยค่ะ
  • กลุ่มคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญหรือ ‘Experts’ ขึ้นชื่อว่าผู้เชี่ยวชาญแล้วก็คงจะมีความรู้และความสามารถอยู่ไม่น้อย ถึงแม้ว่าเค้าจะดูเป็นคนเก่งในสายตาคนอื่น แต่ภายในลึกๆ กลับมีความคิดว่า ตัวเองไม่ได้เก่งอย่างที่คนอื่นพูด ยังทำได้ไม่ดีพอ รู้สึกกดดันตัวเองและมักคิดว่าไม่ควรค่ากับคำเยินยอเหล่านั้น พอมีความรู้สึกแบบนี้พร้อมกับความเครียดที่สะสมมากๆ อาจจะทำให้สุขภาพจิตย่ำแย่ลงไปอีกก็ได้ค่ะ

            Mike Cannon-Brookes เองก็เป็นหนึ่งในคนที่เผชิญกับ Imposter Syndrome ค่ะ เขาเล่าว่า “แม้เขาจะเป็นคนมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ในบางครั้งเขารู้สึกไม่มั่นใจและมักจะทำตัวไม่ถูกเวลาอยู่ต่อหน้าคนจำนวนมาก” ครั้งหนึ่งเขารู้สึกประหม่าเมื่อต้องเข้าร่วมการประชุม และอาการดังกล่าวก็ยิ่งหนักขึ้นเมื่อเขาไม่สามารถจับประเด็นและทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการประชุมได้ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็มองเห็นข้อผิดพลาดของตัวเอง และใช้วิธีจดบันทึกสิ่งที่เขาไม่รู้และนำกลับมาหาคำตอบ และนี่เป็นหนึ่งในตัวอย่างของคนที่คิดว่าตัวเองไม่เก่ง แต่ก็ไม่ยอมแพ้ค่ะ!
 

Imposter Syndrome หรือเปล่า? Imposter Syndrome เป็นเรื่องน่ากลัวหรือเปล่า? 

 
         
 หลายคนอาจมองว่า Imposter Syndrome หรือการคิดว่าตัวเองด้อยค่า ไม่ดี ไม่เก่ง เป็นสิ่งที่บั่นทอนจิตใจและทำให้เรากลายเป็นคนแบบนั้นจริงๆ แต่ถ้าเรานำเอาจุดนั้นมาเป็นแรงผลักดัน เราก็อาจพัฒนาตนเองไปสู่ความสำเร็จได้เร็วขึ้นเช่นเดียวกับ Mike เพราะการที่เขาพยายามเติมเต็มข้อบกพร่องโดยการค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆ ทำให้เขาได้เรียนรู้อะไรที่ไม่เคยรู้มาก่อน
 
            Mike เล่าว่า “เขาไม่เคยคิดว่าหนึ่งข้อความที่เขาได้แสดงความคิดเห็นในทวิตเตอร์จะทำให้เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทนได้” เพราะครั้งนั้นเขาเพียงแค่แชร์ความคิดเห็นเรื่องแบตเตอรี่ที่นำมาใช้แก้ปัญหาไฟฟ้าในประเทศออสเตรเลียอย่างไม่ตั้งใจ แต่ผู้คนกลับให้ความสนใจและพยายามติดต่อขอคำแนะนำจากเขา และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขามีโอกาสได้ศึกษาเรื่องพลังงานอย่างจริงจัง และสำหรับใครที่สนใจเรื่องราวของ Mike Cannon-Brookes ก็สามารถติดตามต่อได้ใน   TedxTalks หัวข้อ How you can use “Imposter Syndrome” to your benefit เลยค่า
 

How 6 powerful people manage their Imposter Syndrome?


            ในบางครั้ง “ความเครียด” หรือ “ความกดดัน” ก็อาจทำให้เราสูญเสียความมั่นใจและมองข้ามคุณค่าของตัวเองไปค่ะ ใครที่กำลังเผชิญกับความคิดเหล่านี้ ก็ต้องรีบจัดการก่อนที่มันมาทำลายตัวเราและความสุขของเราได้ค่ะ มาดูกันดีกว่าว่าเหล่าเซเลบคนดังเขามีวิธีจัดการกับความคิดที่ว่าตัวเองไม่มีคุณค่าอย่างไรกันบ้าง
 
            
Photo credit: https://thriveglobal.com
 
            อดีตสตรีหมายเลข 1 ของอเมริกา ‘Michelle Obama’ เผยว่าประสบการณ์การทำงานที่หลากหลายทำให้เธอเรียนรู้ว่า “คนที่ประสบความสำเร็จ คนที่มีชื่อเสียง มีอำนาจไม่ใช่คนฉลาดหรือคนเก่งเสมอไป” เพราะไม่ว่าใครก็ต่างตั้งคำถามกับความสามารถของตัวเอง ทุกคนต่างถามตัวเองว่า “ดีพอหรือยัง” กันทั้งนั้น
 
            ‘Sheryl Sandbe’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายปฏิบัติการ หรือ COO ของ Facebook บอกว่าวิธีเพิ่มความมั่นใจของเธอคือการจดบันทึกเรื่องราวดีๆ 3 เรื่องที่เธอได้ทำลงไปในแต่ละวัน เธอเล่าว่า “วิธีนี้ทำให้เธอได้เห็นคุณค่าของสิ่งที่เธอทำและเห็นคุณค่าของตัวเธอเอง”
 
            ‘Helen Mirren’ นักแสดงสาวชาวอังกฤษที่ได้เปลี่ยน Imposter Syndrome หรือความคิดว่าตัวเองไร้ค่าให้เป็นแรงผลักดันสู่ความสำเร็จ เธอเชื่อว่าคนเราไม่ควรคิดว่าตัวเองเก่งแล้วหรือสิ่งที่ตนทำนั้นถูกต้องทั้งหมดแล้ว แต่ควรหมั่นสำรวจข้อบกพร่องของตัวเองอยู่เสมอ เพราะการตั้งคำถามกับสิ่งที่ตัวเองทำจะนำไปสู่การปรับปรุง แก้ไข และการพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดียิ่งขึ้น
 
            นักร้องสาวตัวแม่ ‘Jennifer Lopez’ เป็นอีกคนที่เคยได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ จนเธอรู้สึกว่าตัวเองยังไม่เก่ง ยังไม่ดีพอในสายอาชีพนี้ เธอจึงตัดสินใจที่จะพัฒนาตัวเองและไม่ปล่อยให้คำตัดสินของคนอื่นมามีอิทธิพลกับเธอมากจนเกินไป เธอเชื่อว่าสุดท้ายแล้วผลงานของเธอจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถของเธอเอง

            ‘Lupita Nyong’o’ เจ้าของรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมได้เล่าว่า “ในฐานะนักแสดงการได้รับรางวัลถือเป็นความภูมิใจอย่างหนึ่ง แต่บางครั้งมันกลับเป็นแรงกดดันให้เธอถามตัวเองซ้ำๆ ว่าเธอดีพอหรือเหมาะสมที่จะได้รับรางวัลนั้นหรือไม่” ทุกครั้งที่เธอเริ่มสงสัยในความสามารถของตนเอง การมองกลับมายังเป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นได้เสมอ เพราะสำหรับเธอ “เป้าหมายของนักแสดงไม่ใช่รางวัล แต่เป็นความสุขที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวให้ผู้คนได้รับชมแค่นั้นเอง”

            โปรดิวเซอร์และนักแสดงสาวมากความสามารถ ‘Tina Fey’ กับความเชื่อที่ว่า “We’re not alone” เราไม่ได้เป็นคนเดียวที่ต้องเผชิญกับโรคไม่มีค่าในสายตาตัวเอง เพราะผู้คนกว่า 70% ก็เผชิญปัญหาเดียวกับเรา มันเป็นเรื่องปกติที่คนเราจะทั้งชื่นชมและตำหนิตัวเอง เพราะทุกคนก็ต่างมองเห็นและรับรู้ในข้อผิดพลาดของตัวเอง การที่เธอคิดแบบนี้จึงช่วยให้เธอรู้สึกสบายใจและไม่รู้สึกโดดเดี่ยว

Photo credit: https://www.freepik.com
 
            หลังจากได้เห็นวิธีจัดการกับ 'Imposter Syndrome' ของคนดังแต่ละคนไปแล้ว พี่ก็หวังว่าคำแนะนำของพวกเขาจะเป็นแรงบันดาลใจและช่วงให้น้องๆ สามารถมองข้ามความคิดที่ว่าตัวเองไม่เก่งหรือด้อยค่าและลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตนเอง โดยเริ่มจากการวางเป้าหมาย การมองเห็นและยอมรับข้อผิดพลาดของตนเอง การเปิดใจรับฟังคำติชมจากผู้อื่น และสุดท้ายอย่าลืมเป็นคนเก่งและคนกล้าในสายตาตัวเองกันด้วยนะคะ :)
 
Sources:
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pun

พี่ปุณ - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #Imposter Syndrome #โรคคิดว่าตัวเองไร้ค่า #TedxTalks

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?