/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

Learn hard, play harder! เล่าชีวิตมัธยม 1 ปีที่ 'นิวซีแลนด์' ทั้งวิวสวย เมืองสงบ ระบบเรียนเจ๋ง []

วิว


 
         สวัสดีค่ะชาว Dek-D ถ้าใครกำลังมองหาที่เรียนหรือใช้ชีวิตในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ แต่เป็นสายธรรมชาติ ชอบความสงบเงียบ มีพื้นที่สำหรับทำงานอดิเรก วันนี้เราจะลองเพิ่มชื่อประเทศ  “นิวซีแลนด์” ให้พิจารณาอีกสักตัวเลือกนึงนะคะ เพราะนอกจากข้อดีที่เกริ่นก่อนหน้านี้ เขายังมีระบบการศึกษาน่าสนใจที่เรียกว่า “NZQA” (New Zealand Qualifications Authority) ที่ให้อิสระในการเลือกเรียน     มีวิชาบังคับแค่บางตัวเท่านั้น (ถ้าเทียบก็คล้ายๆ ระบบเรียนมหาวิทยาลัยของบ้านเรา แต่เด็กที่นิวซีแลนด์เลือกได้ตั้งแต่ ม.1)

Netson, Newzealand
Photo by Mark de Jong on Unsplash

 
         และวันนี้เราจะพาไปพูดคุยกับ ‘พราวด์’ ณัฐณิชา งามสอาด ที่ตอน ม.5 เคยได้ทุนจาก EduDee (ออกค่าเรียนให้ครึ่งนึง) ไปเรียนต่อ ม.ปลายที่ Nelson College for Girls พักที่เนลสัน (Nelson) ทางเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ บอกเลยว่าทั้ง "หิน" และ "ฟิน" เพราะเรียนหนักก็จริง แต่เลือกเรียนได้ค่อนข้างอิสระ เลยได้ลงวิชาแนวๆ art, music, performing แบบจัดเต็มมาก  และสัมผัสรสชาติของการเป็นนักแสดงบนเวที Musical ด้วย! ถ้าพร้อมแล้วเลื่อนลงไปอ่านกันเลยค่ะ

 

อยากสวิตช์เข้าโหมดสงบ

เลยตัดสินใจขอทุน
 

         “ตอนนั้นโครงการมีให้เลือกอเมริกา นิวซีแลนด์ แคนาดา แล้วเขาบอกว่านิวซีแลนด์ร่มรื่นมากกกก เงียบๆ น่าอยู่ เราก็อยากลองไปเจอประสบการณ์แบบนั้นบ้าง เพราะอยู่เมืองที่วุ่นวายมาตลอด แล้วพอไปถึงก็ เฮ้ย สงบจริง เงียบจริง ด้วยความที่เมืองไม่ใหญ่ คนน่าจะรู้จักกันทั้งเมืองเลย อากาศก็ดีงาม  แทบไม่มีมลพิษเลยค่ะ  อีกเรื่องที่ประทับใจคือการจราจร  ปกติเราชินกับการต้องเป็นฝ่ายดูรถก่อนข้ามถนน  แต่ที่นิวซีแลนด์คือมีกฎหมายว่าถ้าเห็นคนจะข้ามรถถนน ต้องหยุดเท่านั้น ตลอดเวลาที่อยู่เราแทบไม่ได้ยินข่าวอุบัติเหตุทางรถยนต์เลย”
 
         “แล้วความน่ารักคือคนที่นี่จะอยู่กันแบบบ้านใครบ้านมัน แต่บ้านติดกันก็รูปทรงต่างกันแล้ว โดยรวมคือเมืองสวยและน่าอยู่เหมือนที่เห็นในหนังเลยค่ะ ระบบผังเมืองก็ดีมาก มีอย่างเดียวที่ไม่ชินคือร้านค้าที่นี่ปิดตั้งแต่ 4-5 โมงเย็นแล้ว มินิมาร์ทก็มีแต่ไม่ 24 ชั่วโมง” 


 
         Nelson College for Girls ที่พราวด์เรียน จะเป็นโรงเรียนหญิงล้วนที่ใหญ่ที่สุดในเมือง และตั้งอยู่ใจกลางเมืองด้วย นักเรียนแทบทุกคนจะพก Notebook แล้วทำทุกอย่างในนั้นทั้งหมด (เป็นระบบ paperless) เวลาเรียนคือเขาสมาธิดีมากๆ เลยค่ะ   ตั้งใจ discuss กัน ไม่เข้าใจก็ยกมือถามเลย แรกๆ เรายังเป็นสายเงียบๆ ถ้างงจริงๆ ค่อยถาม แต่พอขึ้น Year 12 ก็สบายใจที่จะถามมากขึ้น เพราะเป็นเรื่องปกติของที่นี่ สิ่งที่สังเกตได้คือนักเรียนจะสตรองกันมากเรื่อง Human Right สิทธิสตรี” 
 
         “เรื่องเมกเฟรนด์คือแรกๆ พราวด์ไปถึงเข้าหาต่างชาติก่อนเลย เพราะหัวอกเดียวกัน 555 ส่วนคนนิวซีแลนด์ที่เจอ เหมือนเขาดูมีกำแพง อาจจะเข้าถึงยากนิดนึง กว่าจะสนิทใจกันก็ผ่านไป 2 เทอมเลย แต่ถ้าเป็นผู้สูงอายุที่นั่นก็จะเฟรนด์ลี่มากๆ ทักทายตามถนนแม้จะไม่รู้จักกันค่ะ ^^ "





 

เรียนระบบ NZQA
ชอบสายไหนจัดไปยาวๆ

 

         “ต้องเล่าก่อนว่าโรงเรียนที่นิวซีแลนด์จะใช้ระบบ  New Zealand Qualifications Authority (NZQA) = การสอบวัดระดับแห่งชาติสำหรับยื่นเข้ามหาวิทยาลัย  แต่จะเขาจะให้สอบเฉพาะตัวที่เราลงเรียน (เด็กที่นี่จะเลือกวิชาเรียนเองได้ตั้งแต่ ม.1 แล้วค่ะ)  สมมติเราอยากเป็นพยาบาล เขาก็จะระบุว่าเราต้องลงเรียนวิชา Health, Science, English เก็บหน่วยกิตให้ครบ แล้วไปสอบตามเลเวล 1-3 แล้วส่วนใหญ่เกณฑ์ที่รับจะเป็น  2 หรือ 3 เลยเป็นเหตุผลที่พราวด์ไม่สามารถต่อมหา'ลัยที่นี่ได้ เพราะเขาต้องการขั้นต่ำเลเวล 2 แต่พราวด์มาเรียนปีเดียว ซึ่งไม่นานพอที่จะไปสอบให้ NZQA ให้อัปถึงเลเวล 2 ได้ค่ะ"
 
         " แต่ถึงจะอย่างนั้น ช่วงที่เรียนปีเดียวก็รู้สึกคุ้มและเปิดโลกมากกก ตอน Year 11 เขาบังคับลง 3 ตัว คือคณิต (Math), วิทย์ (Science) กับภาษาอังกฤษ + วิชาเลือกอีก 3 ตัว พราวด์ก็ลงวิชาดนตรี (Music), ศิลปะ (Art), กับละคร (Drama) พอขึ้น Year 12 เขาเหลือบังคับแค่อังกฤษค่ะ เราก็ลงวิทย์คณิตเหมือนเดิม ที่เหลือคือธุรกิจ (Business), อารยธรรมกรีกโรมัน (Classical Studies) และดนตรี” 
 
         "่ช่ วงแรกเกือบไม่รอดเหมือนกันนะ ปกติวิทย์จะสอนเรียงเป็นพาร์ตฟิสิกส์ เคมี ชีวะ แล้วพราวด์ดันมาทันแค่เคมี แต่ประเด็นคือต้องสอบหมดนั่นเลย  TT อ่านก่อนสอบแค่ 2-3 สัปดาห์ ผ่านมาได้นี่ปาฏิหาริย์ชัดๆ 555 แต่ที่ตายของจริงคือภาษาอังกฤษ เพราะของเขาเป็นแนว Critical Thinking จัดๆ เลยค่ะ แล้วเรายังวิเคราะห์ไม่แตก // จริงๆ เรามีสิทธ์ที่จะตกงานบางตัวได้นะ เพียงแค่หน่วยกิตต้องครบ พอมา Year 12 พราวด์ก็ไปลง Communication English อ่านนิยายดูหนัง แล้วเขียน essay วิเคราะห์ เขียนเยอะมากจนรู้สึกภาษาก้าวกระโดด
 
         “ส่วนวิชาที่โคตรจะยากอีกตัวนึงคือ Classical Studies เรียนเกี่ยวกับกรีกโรมัน แถมเป็นภาษาโบราณของยุคนั้นด้วย ให้ฟีลเหมือนอ่านวรรณคดีสุนทรภู่ แต่ที่นี่จะเป็นบทละครแนวๆ โรมิโอกับจูเลียต แถมเรียนจบต้องเขียนเปเปอร์เป็นสิบๆ หน้าด้วย”

 

คาบดนตรีเล่นใหญ่ 4 คาบ/วีค
& ได้แสดงละครเวทีด้วย

 

         “คราวนี้มาเป็นวิชารื่นเริงๆ บ้าง ก็จะมีวิชาดนตรีกับละครค่ะ พราวด์ชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้วเลยลงหลายตัวมาก ><   ถ้าเป็นวิชาดนตรี ปกติเราจะชินที่เรียนดนตรี 1 คาบ/สัปดาห์ แต่ที่นี่คือเจออย่างน้อยๆ 4 วัน เรียนจริงจังยังกับลงคอร์ส intensive โดยทุกคนต้องเล่นดนตรีเป็นมาก่อนแล้ว ตอน Year 11 ต้องมีเกรดเครื่องดนตรีที่เคยเล่น 3+ ขึ้นไป พราวด์คือโชคดีมากที่ก่อนมาที่นี่ได้เปียโนเกรด 3 ก็เลยเรียนได้ (เป็นคะแนนมาตรฐานทั่วโลก) สิ่งที่ทำในห้องคือแต่งเพลง มีเรียนทฤษฎีไว้สอบเปเปอร์ ส่วนการเล่นคือเราต้องหาเวลาฝึกเอง เราได้แต่งเพลงครั้งแรกในชีวิตก็ที่นี่เลย 5555 เขาให้แต่งในโปรแกรมคอมพ์ ลองกดโน้ต คิดว่าจะใช้เครื่องดนตรีชนิดไหนบ้าง”
 
         “พราวด์มีโอกาสได้แสดงเกี่ยวกับร้องเพลงด้วย เพราะอยู่วงประสานเสียงของโรงเรียน มีซ้อมทุกเย็นวันพุธ แล้วยังมีการแสดงเปียโนที่เป็นส่วนหนึ่งของวิชานี้ด้วยค่ะ” 
 
         ส่วนคลาสละครก็สนุกเหมือนกัน เข้าไปถึงครั้งแรกเขาจะให้ยืนเป็นวงกลม แบ่งนักเรียนเป็น 2 กลุ่ม มีบทมา assign ว่าเราจะได้เล่นเป็นใคร? ซึ่ง 2 กลุ่มได้โจทย์เหมือนกันแต่ครีเอตการแสดงออกมาต่างกัน ตอนนั้นพราวด์ได้แสดงเป็นแม่มดในเรื่องหนูน้อยหมวกแดงเวอร์ชันนิวซีแลนด์ ซึ่งต้องจำบทภาษาอังกฤษแล้วพูดออกมา ยาวอยู่นะ TT  ตื่นเต้นด้วย ครูเองก็บอกว่านักเรียนต่างชาติมักจะมีปัญหาเรื่อง pronunciation แถมต้องพูดพร้อมแสดงด้วย ก็เลยยิ่งยากไปใหญ่”


แสดงละครในคลาสดราม่า



แสดงละครในคลาสดราม่า
 
         “แล้วบอกเลยว่าครูวิชานี้ alert มากกกค่ะ เขามักจะบอกนักเรียนด้วยว่าให้เล่นใหญ่ๆ ไว้ ทำแบบนี้ๆๆ นะ แล้วตอน Year 12 พราวด์ก็มีโอกาสได้ร่วมแสดงมิวซิคัลของโรงเรียนด้วย เป็นผลพวงจากวิชานี้แหละ เพราะครูบอกข่าวมา เราก็ลองไปออดิชันแล้วผ่าน   ตอนนั้นครูคนนี้ก็ยิ่งจ้ำจี้จำไชเลยว่าต้องใหญ่เข้าไว้ ไม่งั้นคนดูจะมองไ่ม่เห็น”
 
         “ในมิวซิคัลพราวด์มีหน้าที่แอคติ้ง เต้น และเป็นคอรัส ซ้อมไป 2-3 เดือนเลยค่ะ ช่วงนั้นเจอคนเยอะ ได้เพื่อนใหม่ทุกวัน แถมมาจากหลายประเทศด้วย  เราประทับใจมากเพราะถ้าอยู่ไทยตอนนั้นไม่มีโอกาสทำแน่ๆ แถมได้เห็นการทำงานแบบ professional มากๆ ทำงานเป็นระบบ มีคนคุมแอคติ้ง พร็อปส์ ฉาก คอสตูม เล่นดนตรีสด แสดงสดทั้งหมด”


มิวซิคัล


มิวซิคัล


มิวซิคัล


มีโอกาสไปวิ่งงาน Relay Life
เป็นงานที่วิ่งเพื่อผู้ป่วยที่รอดชีวิตจากโรคมะเร็ง

 

โฮสต์แสนดี เปิดใจ

ขออย่างเดียว อย่าอาบน้ำนาน
 

         “พราวด์ว่าตัวเองโชคดีมากๆ นะ โฮสต์คือหนึ่งในเรื่องที่ประทับใจเลยค่ะ  ในบ้านจะมีโฮสต์แดด  โฮสต์มัม   และโฮสต์ซิส เขาดูแลเราดีมากและค่อนข้างเปิดใจ อย่างเช่น เราบอกว่าเราชอบศิลปินเกาหลี โฮสต์ซิสก็ถามว่า ‘ไหนนนน เปิดให้ดูบ้างสิๆ’ แล้วพอเขาไปเจอที่ไหนก็ส่งมาให้เรา 5555 หรือตอนไปโรงเรียน ก็บอกว่าถ้าเหงาๆ ไม่มีเพื่อน มาหาเราก็ได้นะ เพราะเรียนที่เดียวกันแต่อยู่คนละชั้น”
 
         “ส่วนโฮสต์แดดโฮสต์มัมจะคอยช่วยเหลือเรื่องเรียนตลอด ช่วยเช็กแกรมมาร์ ดูการบ้านให้ หรือมีครั้งนึงเราป่วยนานเป็นสัปดาห์ เขาดูแลเราดีมากๆ หายา หาน้ำผึ้งมะนาว พาไปหาหมอ จำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้แม้กระทั่งที่เราชอบกินลูกพีช  อุตส่าห์ไปหาซื้อน้ำพึชมาฝากเราอีก (ฮืออ ประทับใจมาก)  ที่สำคัญคืออยู่ที่นี่เราไม่มีปัญหาคิดถึงอาหารเลย เพราะโฮสต์แฟมชอบแกงกะทิรสจัดๆ แบบพวกอาหารไทย อาหารอินเดีย ตัดปัญหาเรื่องถึงอาหารที่ไทยไปได้เลยค่ะ"

         “ไหนๆ ก็พูดถึงอาหารขึ้นมาแล้วเนอะ โฮสต์เคยทำเมนูนึงที่เราชอบมาก ชื่อว่า ‘พัฟโลวา’ (Pavlova) ขนมประจำชาตินิวซีแลนด์ที่คล้ายๆ เมอแรงก์แบบกรอบนอกนุ่มใน นิยมทำเพื่อเฉลิมฉลองในวันพิเศษ เช่น วันคริสต์มาส วันเกิด ยังไม่ค่อยเห็นที่ไทยเท่าไหร่ (เคยได้สูตรแต่ยกให้คนอื่นไปแล้ว~~ อยากกินอีกมากๆ)”


Pavlova
Photo by Toa Heftiba on Unsplash

         "ตลอดเวลาที่อยู่ที่นั่น เขาขอไม่กี่อย่างเองนะ เช่น อย่าอาบน้ำนานเพราะเปลืองน้ำร้อน 555 ที่นู่นเขาจะประหยัดน้ำร้อนกันมากค่ะ ถึงขนาดโฮสต์ให้เลือกอาบไม่เช้าก็เย็นแค่ครั้งเดียว แต่ที่นั่นอากาศเย็นอยู่แล้วก็เลยไม่มีปัญหาอะไร
 
         “อยากแนะนำว่าไม่ว่าจะเจอโฮสต์แบบไหน ก็พยายามมีปฏิสัมพันธ์กับเขา ถามนู่นถามนี่ ชวนคุย ถ้าช่วยอะไรได้ก็ช่วย อย่าอยู่แต่กับโทรศัพท์ ยิ่งเรื่องภาษา การคุยกับโฮสต์น่าจะง่ายที่สุดแล้ว เพราะเราอยู่นานกับเขาที่สุด นานกว่าอยู่กับเพื่อนอีก แล้วเขาก็เป็นผู้ใหญ่กว่าและเข้าใจว่าเราเป็นเด็กต่างชาติ เวลามีปัญหาก็จะช่วยเราได้”

Photo by Patrick Szylar on Unsplash

 

learn hard, travel harder.
 

         “ช่วงที่ไปแลกเปลี่ยนคือเที่ยวหนักมาก ไปทั้งกับครอบครัวที่ไทยและโฮสต์ที่นู่นเลยค่ะ 5555 หลักๆ ก้มี  ‘เวลลิงตัน’ (Wellington) เพราะโฮสต์ซิสไปเรียนพิเศษ เลยถือโอกาสไปเที่ยวด้วยเลย เมืองจะโมเดิร์นๆ ฟีลเหมือนกรุงเทพฯ แล้วช่วงวันเกิด   ครอบครัวพราวด์ก็มาหาแล้วไปเที่ยว ‘ควีนส์ทาวน์’ (Queenstown) ถ้าถามว่าชอบที่ไหนสุดก็ที่นี่แหละ เพราะเป็นแนวธรรมชาติๆ อากาศฟินๆ นิยมไปเล่นกีฬาเอกซ์ตรีมกัน หรือบางทีก็ได้ไป ‘ไครส์เชิร์ช’ (Chirstchurch) เมืองหลวงของเกาะใต้ที่เหมาะกับการพักผ่อน // คนที่นิวซีแลนด์จะมีคอมมูนิตี้ รวมตัวกันทำกิจกรรมต่างๆ จริงจังเลยนะ อย่างเช่นโฮสแดดก็มีแก๊งปั่นจักรยานของเขาด้วย ><”


Queenstown


Queenstown
 
         แล้วถ้าพูดถึงเทศกาลที่เราประทับใจที่สุด?  “ต้องคริสมาสต์เลยยย ได้ทำบ้านขนมปังผิง โฮสต์ก็พาไปร้องเพลง Chirstmas Coral ที่โบสถ์กลางเมือง ในเมืองครึกครื้นและของกินเยอะมากค่ะ ร้านค้าต่างๆ ก็ปิดเพื่อไปเฉลิมฉลองกัน อบอุ่นมากๆ ตอนนี้ยังคิดถึงอยู่เลยค่ะ”


คริสมาสต์


คริสมาสต์


คริสมาสต์

 

อย่าลืมทำกิจกรรมเยอะๆ

แล้วพรีเซนต์ให้กรรมการเห็น
 

         อ่านถึงตรงนี้ เชื่อว่าต้องมีน้องๆ ที่สนใจอยากมองหาทุนไปนิวซีแลนด์ เลยขอปิดท้ายด้วยพาร์ตกว่าจะได้ทุน EduDee ของพราวด์หน่อยว่าต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง? “เริ่มแรกคือกรอกข้อมูล ทดสอบการฟัง พูด อ่าน เขียน ถ้าเกิดได้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนดก็มีสิทธิ์สัมภาษณ์ แล้วรู้ผลวันนั้นเลย รวดเร็วแบบไม่ทันได้เตรียมใจ 5555” 
 
         “พื้นฐานภาษาพราวด์ตอนนั้นคือระดับสื่อสาร ยังใช้ผิดๆ ถูกๆ อยู่บ้าง เจอคำถามที่จะดูทัศนคติของเรา (เช่น ถ้าเจอเหตุการณ์...เราจะแก้ไขยังไง) เรื่องกิจกรรมก็น่าจะมีส่วนให้ได้ทุนเหมือนกัน เพราะพราวด์เองเคยทำงานหัวหน้าฝ่ายกิจกรรมจัดค่าย เล่นกีฬา ทำกีฬาสีมาก่อน อาจบ่งบอกว่าสามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ค่ะ ถ้าเกิดใครที่ตั้งเป้าแล้วว่าจะขอทุนไปต่างประเทศ ก็อยากให้พยายามทำกิจกรรมเยอะๆ ควบคู่ไปกับการเรียนด้วย กิจกรรมที่เราจะช่วยพรีเซนต์ศักยภาพที่เรามีให้กรรมการเห็นได้


Queenstown


Queenstown
 
         “และถ้ากำลังลังเลว่าควรจะมานิวซีแลนด์มั้ย จากที่พราวด์สัมผัสมา ถ้าเกิดติดชีวิตในเมืองมากๆ ที่นี่อาจไม่ตอบโจทย์ หรือถ้าชอบชีวิตในเมืองแหละ แต่อยากลองอะไรใหม่ๆ สัมผัสชีวิตเมืองที่ไม่วุ่นวาย มีธรรมชาติเยอะๆ นี่คือตัวเลือกที่เหมาะมาก และต้องได้อะไรกลับไปแน่นอน ถ้าโอกาสมาถึงแล้วได้ไปต่างประเทศทั้งที ก็อย่าลืมขวนขวาย ออกจากกรอบเดิมๆ อยากทำอะไรก็ลุยให้สุดเลยค่ะ ^^”
 
อ่านเพิ่มเติม
 
7 สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศนิวซีแลนด์
ช่องทางหลัก NELSON COLLEGE FOR GIRLS
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=kookkai

พี่กุ๊กไก่ - ผู้เขียน

มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #พราวด์ #นิวซีแลนด์ #EduDee #ทุน #ทุนมัธยม #Nelson #มัธยมปลาย #NZQA #NelsonCollegeforGirls #โรงเรียนหญิงล้วน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?