/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

กดเฟบรัวๆ! 10 ซีรีส์สายหมอจาก 8 ชาติทั่วโลก สนุกแถมสะท้อนมุมอาชีพและสังคม []

วิว
 
          สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D ถ้าพูดถึงกิจกรรมโปรดที่ช่วยชาร์จแบตได้อย่างดี ก็คงหนีไม่พ้นการนอนดูซีรีส์เรื่องโปรดสักเรื่องใช่มั้ยคะ ทีนี้ซีรีส์แต่ละเรื่อง แต่ละแนว ของแต่ละประเทศ ก็จะมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ต่างกัน นอกจากความสนุก เราก็จะได้เห็นภาพสังคมและวัฒนธรรมที่แฝงอยู่ด้วย
 
            สำหรับใครที่ชอบดูอะไรตื่นเต้นเร้าใจก็ต้องห้ามพลาดกับซีรีส์สายการแพทย์จากหลากหลายประเทศที่พี่ปุณนำมาฝากกันในวันนี้นะคะ บอกเลยว่าลุ้นจนหัวใจแทบหยุดเต้น ไปพร้อมกับเปิดมุมมองของสายอาชีพที่ทางการแพทย์และเก็บข้อคิดดีๆ กลับไปด้วย! ตามมาจดเข้าลิสต์ไว้ตามดูกันเลยค่ะ
 

JAPAN


Code Blue (2008 – 2018)
 

            
            ซีรีส์  3  ภาคจากญี่ปุ่นที่เล่าถึงเรื่องราวของแพทย์ฝึกหัด 4 คน นำทีมโดย ‘Aizawa Kousaku’ (รับบทโดย Yamashita Tomohisa)  ที่ก้าวจากนักศึกษาแพทย์มาเป็นส่วนหนึ่งของทีมแพทย์กู้ชีพฉุกเฉิน ทุกคนต้องทำงานแข่งกับตัวเองและเวลา ในสภาพแวดล้อมที่กดดันและเดิมพันด้วยชีวิตคน ซีรีส์เรื่องนี้จะพาเราไปดูการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเหล่าบรรดาหมอผู้เชี่ยวชาญ โดยมีเคสต่างๆ เป็นบททดสอบความสามารถ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาเก่ง เชี่ยวชาญ และให้ความสำคัญกับ “หน้าที่ความรับผิดชอบ” ในฐานะหมอมากขึ้น!

            หลังจากซีรีส์เรื่องนี้ออนแอร์ ผู้คนก็ต่างให้ความสนใจกับ  “บทบาทแพทย์ฉุกเฉิน”  เป็นอย่างมาก จนกลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในสังคมญี่ปุ่นเลยค่ะ แต่ถ้าใครไม่ค่อยมีเวลา หรือไม่ชอบดูอะไรยาวๆ เรื่องนี้ก็มีเวอร์ชันหนังด้วย ชื่อว่า ‘Code Blue The Movie’  ด้วยนะคะ ตามไปดูกันได้เลย ^^
 

Juui Dolittle (2010)
 


            
            Juui เป็นภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า  “สัตวแพทย์”  เรื่องราวซีรีส์ที่เกี่ยวข้องกับคุณหมอ  ‘ทตโทริ เคนจิ’ (รับบทโดย  Shun Oguri)  หมอสัตว์ที่เชื่อว่าการรักษาเป็นเรื่องของธุรกิจ เงินต้องมา ถึงจะรักษาให้ได้! หมอชอบทำหน้าขรึมและเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าลึกๆ จะเป็นคนใจดีและอ่อนโยน (ลึกมากๆ จนนางเอกยังเข้าไม่ถึงเลยล่ะค่ะ5555)  แต่นอกจากที่หมอทตโทริเขาจะเก่งในเรื่องการรักษาสัตว์ทั้งม้า ปลาวาฬ เป็ด กระต่าย และสัตว์ชนิดอื่นๆ แล้ว เขายังฮีลใจคนผ่านคำพูดดุๆ โหดๆ ได้ดีด้วยนะ เรียกว่าเป็นที่ปรึกษาได้ทั้งการดูแลสัตว์ ครอบครัว ไปถึงเรื่องส่วนตัวเลยค่ะ 

            ซีรีส์นี้เด่นการเล่าเน้นเรื่องความรู้สึก และความรักความเข้าใจระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยง สำหรับใครที่คาดหวังกับความรักหวานแหววของพระนางล่ะก็ ต้องบอกก่อนเลยว่ามันจะค่อนข้างเจือจางตามสไตล์ของซีรีส์ญี่ปุ่นทั่วไปค่ะ แต่ถ้าใครยังไปต่อก็รับรองเลยว่าความสัมพันธ์ประเภทไม้เบื่อไม้เมาของทั้งคู่บวกกับความอบอุ่นและข้อคิดดีๆ ที่จะได้จากซีรีส์ 9 ตอนนี้จะสร้างความประทับใจได้แน่นอน!

CHINA


Surgeons (2017)
 

Photo credit: https://24hd.me/surgeons
   
            ซีรีส์จีนแนวการแพทย์ที่มีเนื้อหาพ่วงกับการสืบสวนสอบสวน เมื่อชีวิตของศัลยแพทย์ทรวงอก  ‘Zhuang Shu’  (รับบทโดย Jin Dong)  ดันต้องไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตทางการแพทย์ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ความวุ่นวายทั้งหมดเริ่มขึ้นเมื่อแม่ของเขาที่เป็นพยาบาลอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งถูกกล่าวหาและบังคับให้ลาออกหลังจากถูกสงสัยว่าเธอให้ยาและฆ่าผู้ป่วยโดยไม่ได้ตั้งใจ จนทำให้ทำให้เธอตัดสินใจฆ่าตัวตาย บาดแผลในครั้งนี้ทำให้ Zhuang Shu ตัดสินใจกลับมาที่โรงพยาบาลในฐานะศัลยแพทย์เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้แม่ของเขา

            การกลับมาทำให้เขาได้พบกับ  ‘Lu Chenxi’ (รับบทโดย Bai Baihe)  นางเอกของเรื่องนี้นั่นเองค่ะ (ขอบอกเลยว่านางเอกคนนี้น่ารักมากกกจากใจ><)  ทั้งคู่ร่วมมือกันหาหลักฐานและไขความลับที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนั้น 

            ซีรีส์เรื่องนี้มีทั้งหมด  44  ตอน ยาวหน่อยค่ะ แต่มีฉากน่ารักๆ ของพระนางให้ฟินจิกหมอนกันเพียบจนไม่อยากให้จบแน่นอน! ใครอยากรู้บทสรุปของเรื่องก็ไปติดตามและเอาใจช่วยกันได้นะคะ

TAIWAN


The Hospital (2006)
 


            
            ซีรีส์ไต้หวันกระแสดีที่ได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง 'เจอร์รี เหยียน' มาแสดงนำในบท  ‘ซูอี้หัว’  ศัลยแพทย์หนุ่มมากความสามารถที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของการเป็นหมอ เขาต้องเข้าไปพัวพันกับการแย่งชิงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลอย่างไม่เต็มใจ และได้รับมอบหมายให้เข้าผ่าตัด  ‘หลิวซินผิง’  ลูกสาวประธานาธิบดีที่ป่วยเป็นลูคีเมีย การผ่าตัดครั้งใหญ่ครั้งนี้เป็นที่จับตามองของคนทั้งโรงพยาบาล แต่สุดท้ายซูอี้หัวกลับไม่ได้อยู่ในรายชื่อของหมอที่เข้าร่วมผ่าตัดเพราะถูกหมอรุ่นพี่หมั่นไส้ในความสามารถและพยายามจะสกัดดาวรุ่ง! แน่นอนว่าเมื่อพระเอกไม่ได้ออกโรงเองแล้ว การผ่าตัดก็ไม่มีทางเป็นไปอย่างราบรื่นแน่นอน 

            นอกจากการแย่งชิงตำแหน่งกันอย่างดุเดือดแล้ว ซีรีส์ก็ยังถ่ายทอดทั้งเรื่องราวความรักและความสัมพันธ์อันซับซ้อน ความผิดพลาด และความเจ็บปวดของผู้ที่ทำงานในสายการแพทย์อีกด้วย ใครจะช่วยชีวิตใคร สุดท้ายหลิวซินผิงจะรอดไหมก็ต้องตามไปลุ้นกันต่อค่ะ! (เรื่องนี้มีพากย์ไทยให้ติดตามกันด้วยนะคะ)

KOREA


Romantic Doctor Teacher Kim/Dr. Romantic (2016 – 2020)
 

Photo credit: https://www.korseries.com
 
            ซีรีส์เกาหลีเรื่องนี้มีทั้งหมด  2  ภาค แต่ละภาคก็จะมีเนื้อเรื่อง ตัวละคร และรูปแบบเคสคนไข้ที่แตกต่างกันไป แต่ตัวละครสำคัญที่อยู่ในทั้งสองภาคก็คือบูยงจูหรือหมอคิม (รับบทโดยฮันซอกคยู) หมอมือหนึ่งประจำโรงพยาบาลทลดัมที่สุดจะรักความยุติธรรมและความถูกต้อง! 

            ภาคแรกนำแสดงโดยยูยอนซอกและซอฮยอนจินทั้งคู่เป็นแพทย์ที่ถูกส่งมาเจอกับคนไข้สุดป่วน ณ ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ห่างไกลความเจริญแห่งนี้ เครื่องมือก็ไม่พร้อม อุปกรณ์การแพทย์ก็ไม่มี แต่สองคนนี้ก็สู้ไม่ถอยฝ่าฝันเคสยากๆ มาได้ในที่สุด

            ส่วนภาค  2  บทพระนางนำแสดงโดยอันฮโยซอบและอีซองคยอง  2  หมอที่มีปมด้านการรักษาคนไข้ คนหนึ่งไม่ยอมอ่อนข้อให้หมอรุ่นพี่จนมีปัญหา อีกคนก็เข้าผ่าตัดไม่ได้ และนอกจากทั้งคู่จะถูกส่งมาในที่ที่กันดารสุดๆ แล้ว พวกเขายังต้องเอาตัวเองไปเกี่ยวข้องกับแวดวงการเมืองของเหล่าบรรดาหมอๆ อีกด้วย หนึ่งจุดที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือฉากในห้องผ่าตัดค่ะ เพราะเรื่องนี้เขาถ่ายทำออกมาได้สมจริงมากๆ จนอยากร้องกรี๊ดเลย ทั้งเลือด ทั้งหนองมาเต็ม T_T แต่ก็เข้มข้นและน่าติดตามจนพี่อดใจไม่ไหวดูรวดเดียวไม่ได้พักเลยค่ะ มันหยุดไม่ได้จริงๆ นะทุกคน!

Hospital Playlist (2020)
 

Photo credit: https://www.korseries.com
 
            อีกหนึ่งมินิซีรีส์การแพทย์ของเกาหลีที่ทำให้คนดูอบอุ่นหัวใจไปทั้งซีซั่น (12  ตอน) เป็นเรื่องของหมอ  5  คนที่เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เป็นนักศึกษาแพทย์ แล้วพอเรียนจบก็ได้มาทำงานที่เดียวกัน แถมยังตั้งวงดนตรีขึ้นมาอีกด้วย!

            หมอทั้ง  5  คนนี้นำแสดงโดยโจจองซอก ยูยอนซอก จองคยองโฮ คิมแดมยอง และจอนมีโด แค่ฟังชื่อนักแสดงก็การันตีคุณภาพและความสนุกได้แล้วค่ะ นอกจากเรื่องราวมิตรภาพระหว่างเพื่อน Hospital Playlist ยังเล่าถึงชีวิตการงานของหมอไว้อย่างละเอียด ทั้งการเป็นแพทย์ประจำบ้านที่ทำงานโดยไม่ได้หลับไม่ได้นอน ทั้งเคสการบริจาคอวัยวะที่ตราตรึงใจจนห้ามน้ำตาไว้ไม่อยู่ และยังมีเคสยิบย่อยที่แสดงให้เห็นถึงการทำงานร่วมกันของหมอแต่ละแผนก ดูแล้วก็ยิ้มไป หัวเราะไป ร้องไห้ไปเกือบจะทุก EP เลยล่ะค่ะ (ขอกระซิบว่าเพลงประกอบซีรีส์ก็ดีและฟีลกู้ดไม่แพ้ตัวเรื่องนะคะ อย่างเพลง Beautiful My Love นี่เป็นที่หนึ่งในใจพี่เลยยย)

AMERICA


ER (1994 – 2009)
 


Photo credit: https://www.indiewire.com
 
            ซีรีส์ดราม่าการแพทย์อีกเรื่องที่ได้รับความนิยมสูงสุดเป็นประวัติการณ์เลยค่ะ คำว่า ER ในชื่อเรื่องนี้ ย่อมาจาก  Emergency Room (=ห้องฉุกเฉิน) สถานที่รวมเรื่องราวความประทับใจของเหล่าแพทย์ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่แข่งกับเวลา ไม่ว่าคนไข้จะเป็นอะไร บาดเจ็บมาหนักขนาดไหน เมื่อถูกส่งมายังห้องฉุกเฉินพวกเขาก็ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจ ช่วยคนไข้ให้ปลอดภัยให้ได้ 

            ซีรีส์เรื่องนี้ค่อนข้างยาว แต่ทุกตอนจะพาไปดูเบื้องหลังการทำงานในโรงพยาบาลและเคสคนไข้ใหม่ๆ ที่เข้ามาให้บรรดาหมอได้วิ่งวุ่นกันทั่วห้องฉุกเฉิน อย่างตอนของ  Dr. Weaver  แพทย์หญิงที่เป็นโปลิโอก็เป็นอีกตอนที่ให้ข้อคิดดีๆ และชี้ให้เห็นถึงสปิริตการทำงานของหมอ แม้ว่าร่างกายจะไม่สมบูรณ์แต่ก็สามารถทำงานได้คล่องแคล่วเหมือนปกติและส่งพลังบวกให้เพื่อนร่วมงานได้อีกด้วย!

CANADA


Mary Kills People (2017 – 2019)
 

Photo credit: https://www.nytimes.com
 
           ซีรีส์สุดมันจากแคนาดาที่แค่ชื่อก็พาขนลุกไปกันหมดแล้ว~ หลายคนคงเคยได้ยินว่าในแคนาดา  “การการุณยฆาต”  ที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องจากแพทย์ ไม่ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย (การุณยฆาต = การทำให้ผู้ป่วยถึงวาระสุดท้ายอย่างสงบ) ทำให้การที่ศัลยแพทย์ในห้องฉุกเฉินอย่าง Mary (รับบทโดย Caroline Dhavernas) จะรับจ้างฆ่าผู้ป่วยที่มีอาการหนักและต้องการตายอย่างสมัครใจในยามดึกแบบนี้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ประเด็นคือมันเป็นการว่าจ้างลับๆ ที่ไมได้การรับรองของโรงพยาบาล ทำให้ตำรวจเริ่มสงสัยและตามสืบสวนเธอ!
 
            ซีรีส์เรื่องนี้เป็นแนวเมโลดราม่าที่โยงกับการแพทย์และการใช้ยาฆ่าผู้ป่วย นอกจากฉากในโรงพยาบาลแล้ว ยังมีฉากวางแผนการฆ่าที่อาจดูน่ากลัวเกินไปสำหรับใครบางคนอีกด้วย ซับซ้อนทั้งตัวละคร ซับซ้อนทั้งเนื้อเรื่องขนาดนี้ ใครชอบดูซีรีส์สายหมอแปลกใหม่ไม่ธรรมดาก็ต้องมาเรื่องนี้เลยค่ะ!

GERMANY


Charité at War (2019)
 

            เรื่องนี้นับเป็นซีรีส์ที่รวบรวมทั้งเรื่องราวการแพทย์และประวัติศาสตร์ของเยอรมนีไว้อย่างรวบรัดชัดเจน เนื้อเรื่องดำเนินอยู่ในปี  1943  ช่วงระหว่างที่สงครามกำลังจะสิ้นสุด ทั้งแพทย์และนักศึกษาแพทย์ต้องรับมือกับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากสงครามที่มีมานับไม่ถ้วน ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ก็มีปมปัญหาเกิดขึ้นมามากมาย ทั้งเรื่องราวความลับระหว่างแพทย์และพยาบาลในโรงพยาบาลชาริเต้ การสืบสวนสอบสวนความลับที่ถูกปกปิดไว้ รวมถึงการปกครองของพวกนาซีในระหว่างสงคราม
 
            ดังนั้นเราจะได้เห็นมุมมองประวัติศาสตร์และผลกระทบของสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ทำให้ทหารบาดเจ็บ ล้มตาย หรือถ้ารอดก็ไม่มีทางได้ใช้ชีวิตเหมือนเดิมอีกต่อไป และแม้ว่าเรื่องราวเหล่านี้จะถูกถ่ายทอดในหลายปีหลังเหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าว แต่คอสตูม ฉาก และการถ่ายทอดของนักแสดงก็ทำให้คนดูอินตามไปได้ตลอดทั้งเรื่อง ใครหลงรักซีรีส์แนวนี้ก็ห้ามพลาดเลยค่ะ

UK


Doctor Foster (2015 – 2017)
 

Photo credit: https://www.imdb.com

            Gemma Foster (รับบทโดย Siranne Jones)  หมอสุดแซ่บที่ปัญหาในโรงพยาบาลของเธอจะดูเบาบางกว่าเรื่องราวสุดฉาวในครอบครัว เมื่อเธอจับได้ว่าสามีที่แสนดีของเธอแอบเป็นชู้กับหนึ่งในคนไข้เศรษฐีนี แถมยังมีคนใกล้ชิดช่วยปกปิดความผิดนี้อีกด้วย เธอมองข้ามเรื่องจรรยาบรรณแพทย์และสืบค้นข้อมูลของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียน้อยอย่างไม่เกรงใจ เธอทำทุกทางแม้แต่ยอมนอนกับนักบัญชีของสามีเพื่อล้วงความลับมา จนเธอมีหลักฐานชี้ชัดว่าสามีนอกใจและไปทำผู้หญิงท้องจริงๆ เธอจึงตัดสินใจเริ่มแก้แค้นอย่างเปิดเผย
 
            Doctor Foster มีทั้งหมด 2 ซีซั่น (ซีซั่นละ 5 ตอน) เรื่องราวความสัมพันธ์ในครอบครัวที่คนทั่วไปก็เข้าถึงได้ถูกอัดแน่นอยู่ในเรื่องนี้แล้ว แถมโปรดักชันสุดปังและฝีมือการแสดงของนักแสดงทุกคนทำให้เรื่องนี้คว้าเรตติงสูงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งในปี 2020 นี้ Doctor Foster ยังถูกนำมาสร้างใหม่ในเวอร์ชันเกาหลี ภายใต้ชื่อเรื่อง  ‘A World of Married Couple’  อีกด้วย บอกเลยว่ากระแสมาแรงตั้งแต่ออกอากาศตอนแรก ใครดูเวอร์ชันนี้แล้วก็อย่าลืมกลับไปดูต้นฉบับของประเทศอังกฤษกันได้นะคะ แซ่บลืมไม่ต่างกันเลย!

            ต้องยอมรับเลยว่าซีรีส์หมอของแต่ละประเทศมีความโดดเด่นน่าสนใจในแบบของตัวเองจริงๆ ค่ะ ทั้งนักแสดง บทบาท เนื้อเรื่อง ฉาก คอสตูม และความสมจริงที่จัดเต็มไม่แพ้กัน ที่สำคัญคือน้องๆ จะได้ข้อคิดและมุมมองดีๆ ที่จะเน้นย้ำให้เห็นคุณค่าของตัวเองและไม่ประมาทในการใช้ชีวิตด้วยค่ะ ใครหลงรักซีรีส์แนวนี้ก็ลองไปติดตามกันได้เลยค่า
 
Sources:
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pun

พี่ปุณ - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #วัฒนธรรมต่างประเทศ #ซีรีส์การแพทย์ #การแพทย์ #สายหมอ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?