/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

ส่องชีวิตนักเรียนแพทย์ที่ 'เกาหลีใต้' vs 'นิวซีแลนด์' เหมือนหรือต่างยังไงบ้าง!? []

วิว

สวัสดีค่ะชาว Dek-D มีน้องๆ คนไหนฝันอยากเข้าเรียนใน “คณะแพทย์ศาสตร์” กันบ้างไหมคะ หลายคนคงได้ยินมาบ้างว่าชีวิตการเป็นนักศึกษาแพทย์นั้นทั้งหนักหน่วงและเหนื่อยไม่น้อย  ทีนี้วันก่อนพี่ไปเจอคลิปจากช่อง 의대생TV / Med student TV ที่เขาเปรียบเทียบประสบการณ์การเรียนหมอของนักศึกษาแพทย์เกาหลีใต้ว่าระหว่างคนที่เรียนในประเทศกับคนที่ไปเรียนต่อที่นิวซีเเลนด์นั้นเหมือนหรือแตกต่างกันยังไงบ้าง ซึ่งเค้าก็ไปตามติดทั้งเรื่องกิจวัตรประจำวัน สไตล์การเรียนของแต่ละคน ระบบการเรียน ฯลฯ เรียกว่ารีวิวให้แบบครบและมีประโยชน์มากๆ วันนี้เลยมาสรุปให้น้องๆ ที่สนใจอยากไปเรียนต่อหมอ 2 ประเทศนี้ได้ดูไว้ประกอบการตัดสินใจ ถ้าพร้อมแล้ว ตามมาดูกันเลยค่ะ!

ก่อนอื่นเรามาดูกันว่านักศึกษาแพทย์รุ่นพี่ที่เค้าจะมาแชร์ประสบการณ์การเรียนในวันนี้เป็นใครและเรียนอยู่ที่ไหนกันบ้าง? 

‘จีฮยอน’ นักศึกษาแพทย์ระดับชั้นคลินิกปี 3 เรียนอยู่ที่ the University of Otago ประเทศนิวซีเเลนด์
‘จีฮยอน’ นักศึกษาแพทย์ระดับชั้นคลินิกปี 3 เรียนอยู่ที่ the University of Otago ประเทศนิวซีเเลนด์
 ‘ฮยองจุน’ นักศึกษาแพทย์ระดับชั้นคลินิกปี 2 เรียนอยู่ที่ Chungbuk National University ประเทศเกาหลีใต้
 ‘ฮยองจุน’ นักศึกษาแพทย์ระดับชั้นคลินิกปี 2 เรียนอยู่ที่ Chungbuk National University ประเทศเกาหลีใต้

กิจวัตรตอนเช้าฉบับนักเรียนหมอ 

มาเริ่มกันที่กิจวัตรช่วงเช้าของกันค่ะ ฮยองจุนตื่นตอน 8.45 น. ซึ่งเป็นเวลาก่อนเริ่มคลาสเรียนแรกเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น 5555 เค้ายังบอกด้วยว่าเค้าตื่นเช้าไปหน่อย แต่ก็พาตัวเองลุกขึ้นจากเตียงโดยเร็วและรีบแต่งตัวไปเรียน ทั้งนี้ ส่วนใหญ่นักศึกษาแพทย์ที่เรียนที่นี่จะอยู่หอพักใกล้โรงพยาบาล ดังนั้นเลยใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 5 นาทีก็ถึงห้องเรียนแล้ว (ดีจังเลยย) 

 พออกมาจากหอพัก ฮยองจุนก็แวะเข้าร้านสะดวกซื้อเพื่อหาอะไรทานรองท้อง ซึ่งเค้าบอกด้วยว่าพยายามเลือกทานเมนูเฮลท์ตี้อย่างแซนด์วิชกับนมถั่วเหลือง 

พอมาถึงที่เรียนเค้าก็เจอกับป้ายแบนเนอร์ขนาดใหญ่ที่นำมาติดไว้เพื่ออวยพรให้นักศึกษาโชคดีในการสอบใบประกอบวิชาชีพแพทย์ บรรยากาศแบบนี้เหมือนกับช่วงวันสอบซูนึง (แอดมิชชันของเกาหลี) เลยค่ะ

ตื่นนอนตอน 6 โมงเช้า
ตื่นนอนตอน 6 โมงเช้า
จีฮยอนเตรียมอาหารเช้าแบบง่ายๆ
จีฮยอนเตรียมอาหารเช้าแบบง่ายๆ

ข้ามไปที่ฝั่งนิวซีแลนด์กันบ้าง ทางด้านสาวจีฮยอน เธอตื่นตั้งแต่ 6 โมงเช้า หลังจากนั้นก็มาเตรียมเมนูอาหารเช้าง่ายๆ เนื่องจากช่วงนี้อากาศอุ่นขึ้น เธอเลยเลือกทานลาเต้เย็นกับ Overnight Oats แถมจีฮยอนยังสาธิตวิธีการทำให้ดูด้วย เพียงแค่นำข้าวโอ๊ตดิบมาผสมลงในกรีกโยเกิร์ต จากนั้นก็เพิ่มรสชาติโดยการโรยบลูเบอร์รี่ท็อปอัพเพิ่มลงไปก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว (หน้าตาน่าทานมาก แถมยังเฮลท์ตี้สุดดด)

อยากลองชิมบ้างเลย TT
อยากลองชิมบ้างเลย TT

หลังทานมื้อเช้าเสร็จ จีฮยอน ก็จัดแจงเตรียมวัตถุดิบทำอาหารกลางวันแบบง่ายๆ แล้วหิ้วไปกินที่มหา’ลัย พอสัก 7.20 น. ก็รีบเดินทางจากหอพักเพื่อไปเรียนค่ะ


สไตล์การเรียนที่ต่าง 

บรรยากาศการเรียนในคลาส
บรรยากาศการเรียนในคลาส

ที่คลาสเรียนของนักศึกษาแพทย์ในระดับชั้นคลินิกปีที่ 2  ฮยองจุนเตรียมพร้อมสำหรับการเรียนวิชาแรก เค้าหยิบไอแพดมาดาวน์โหลดสไลด์ประกอบการเรียน และจดเลกเชอร์สิ่งเรียนลงไปอย่างตั้งใจ เนื้อหาวิชาวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับภาวะโรคหลอดเลือดสมอง ส่วนตารางเรียนของนักศึกษาแพทย์ที่นี่ ปกติแล้วจะเรียนเต็มวันยิงยาวตั้งแต่ 9 โมงเช้าไปจนถึง 6 โมงเย็นเลยค่ะ 

ส่วนจีฮยอนที่เรียนแพทย์ในนิวซีแลนด์ก็มีเรียนช่วงเช้าเช่นกัน โดยคลาสเริ่มประมาณ 8 โมงเช้า เธอเล่าว่าที่นี่มีการเรียนการสอนที่เรียกว่า flipped classroom หรือ การเรียนแบบกลับด้าน พูดง่ายๆ คือการบรรยายเนื้อหาหรือคลาสเลกเชอร์ที่อาจารย์เคยสอนในห้องเรียนจะเปลี่ยนไปอยู่ในช่องทางออนไลน์ (ให้นักเรียนไปศึกษาเองมาจากบ้าน) ส่วนในคลาสเรียนนั้นจะเน้นการทำกิจกรรมต่างๆ หรือมีหัวข้อให้ดิสคัส เพื่อให้ผู้เรียนนำสิ่งที่ศึกษามาแก้ปัญหาและสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ต่างๆ ได้จริงนั่นเองค่ะ 

อย่างที่บอกไปว่าการเรียนที่นิวซีแลนด์จะเน้นการมีส่วนร่วมให้ได้ถกเถียงซักถาม และแลกเปลี่ยนแสดงความเห็นเป็นหลัก ซึ่งจีฮยอนรู้สึกว่าการเรียนแบบนี้ไม่ค่อยเหมาะกับวิชาที่มีเนื้อหาเยอะๆ เท่าไหร่นัก แต่ข้อดีคือเป็นระบบการเรียนแบบ self-pace learning ที่ช่วยต่อยอดทักษะกระบวนการคิดแบบ metacognitive ได้ดีทีเดียว ซึ่งในภาษาไทยเราจะเรียกเป็นการคิดแบบ ‘อภิปัญญา’ หรือการที่ผู้เรียนเป็นคนควบคุมและประเมินความรู้ด้วยตัวเอง ส่วนเนื้อหาที่จีฮยอนได้เรียนวันนี้เป็นการนำหุ่นจำลองมาสาธิตวิธีการทำคลอดค่ะ 

พอถึงช่วงพักเบรกตอนประมาณบ่ายโมงครึ่ง จีฮยอนก็พาไปทัวร์โรงอาหาร ต้องบอกว่าเมนูอาหารแต่ละนั้นอย่างดีงามน่ากินไปหมด แต่น่าเสียดายที่จีฮยอนไม่ค่อยซื้ออาหารทานที่นี่บ่อยๆ เพราะว่าราคาค่อนข้างสูง และด้วยความที่ต้องประหยัดเงิน เธอเลยพกข้าวกล่องมากินเองคนเดียวแบบเหงาๆ อย่างที่เห็นค่ะ (เชื่อว่าใครที่ไปเรียนต่อต่างประเทศหลายคนน่าจะคุ้นกับสถานการณ์นี้ดีเลยล่ะ) 

หลังจากทานมื้อเที่ยงเสร็จก็เป็นเวลาบ่าย 2 โมงแล้ว  จีฮยอนเลยถือโอกาสพามาสำรวจห้องเรียนที่เรียกว่า lecture theatre ที่มีลักษณะเหมือนเป็นโรงละครมีที่นั่งแนวสโลป แต่จะใช้ในการเรียนคลาสที่มีคนเยอะๆ นั่นเองค่ะ ซึ่งที่นี่เค้าจะมีพรีเซนต์งานบ่อยเกือบทุกสัปดาห์ ส่วนใหญ่จะยกเอากรณีศึกษาของผู้ป่วยมาอธิบายเรื่องสัญญาณอาการป่วย การรักษา พร้อมอภิปรายสิ่งที่นำเสนอกับนายแพทย์ที่ปรึกษา เช่น ทำไมถึงควรใช้แนวทางนี้ในการรักษา และมีวิธีการรักษาอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้รึเปล่า ฯลฯ

ชีวิตหลังคลาสของนศพ.พันธุ์อึด!

เชื่อว่าน้องๆ หลายคนพอเลิกเรียนแล้วก็คงจะอยากกลับบ้านไปหาของอร่อยๆ ทาน พร้อมหากิจกรรมทำเพื่อผ่อนคลายกันใชมั้ยคะ? แต่สำหรับฮยองจุนแล้วนั้น หลังจากนั่งเรียนยาวๆ 9 วิชารวดจนถึงเย็น เค้าเลือกใช้เวลาหลังเรียนมานั่งทบทวนเนื้อหาที่เรียนต่อ และทำแบบฝึกหัดเตรียมสอบใบประกอบวิชาชีพแพทย์ไปด้วย เรียกว่านั่งเรียนแบบ nonstop กันเลยทีเดียว

และด้วยความที่ไม่มีเวลามากนัก แม้กระทั่งการไปนั่งทานข้าวแบบชิลล์ๆ ก็ยังไม่มี ฮยองจุนจึงเลือกใช้บริการสั่งอาหารเดลิเวรีผ่านแอปฯ นั่นเองค่ะ ซึ่งจริงๆ ก็เป็นวิธีที่นิยมในเกาหลีใต้มานานแล้ว ส่วนมื้อเย็นวันนี้ฮยองจุนรู้สึกอยากกินอาหารฝรั่ง เค้าเลยสั่งสปาเกตตี้คาโบนารามากินแบบฟินๆ อีกทั้งยังบำรุงเสริมความฟิตให้ร่างกายด้วยการทานแมกนีเซียมและโพรไบโอติกส์เพิ่มด้วยค่ะ (โพรไบโอติกส์เป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์มากๆ ทั้งช่วยเรื่องขับถ่ายและเรื่องระบบภูมิคุ้มกันด้วยนะคะ น้องๆ คนไหนที่มีปัญหาเรื่องขับถ่ายหรือป่วย เป็นหวัดง่าย แนะนำให้ทานเสริมไว้ได้เลย สารอาหารนี้หาทานได้ง่ายๆ ในนม โยเกิร์ต หรือกิมจิได้เลยค่ะ ^^)

ตารางชีวิตในหนึ่งวันของเค้าก็ยังไม่จบแค่นั้นค่ะ เพราะหลังจากทบทวนเนื้อหาและฝึกทำข้อสอบติดต่อกันหลายชั่วโมง ปัญหาที่เจอก็คืออาการปวดหลัง TT  ดังนั้นพอทานข้าวเย็นเสร็จเค้าเลยไปเล่นโยคะต่อ เขายังบอกด้วยว่าการยืดเส้นสายจะช่วยให้นอนหลับสบาย แถมยังดีต่อสุขภาพกายและใจด้วย  หลังจากเล่นโยคะเสร็จ ฮยองจุนก็มุ่งหน้าไปซ้อมดนตรีต่อ (พลังเหลือล้นมากกก) โดยเค้าเป็นมือกลองของวง แถมยังบอกด้วยว่าภูมิใจกับห้องดนตรีนี้มาก

ทางด้านจีฮยอน หลังจากเรียนเสร็จตอน 6 โมงเย็น เธอก็ซื้ออโวคาโดมามิกซ์ทำข้าวยำพิบิมบับสไตล์เกาหลี (อโวคาโดที่นิวซีแลนด์ราคาถูกมากๆ) และหลังจากทานเสร็จ เธอก็ขอกลับบ้านมานอนค่ะ 55555 แต่หลังจากนอนไปสักพักก็กลับไปนั่งอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนกันต่อ 

จีฮยอนบอกว่าเธอเป็นคนที่ไม่สามารถจดจ่อกับการอ่านหนังสือนานๆ ได้ ดังนั้นจึงใช้เทคนิคการอ่านแบบเว้นระยะ โดยอ่านหนังสือครึ่งชั่วโมงสลับกับพักเบรกสั้นๆ ประมาณ 5-10 นาที และทำแบบนี้วนไปเรื่อยๆ อีกทั้งยังเปลี่ยนหัวข้อเรื่องที่อ่านบ่อยๆ เพื่อไม่ให้รู้สึกเบื่อ นอกจากนี้ เธอยังชอบพูดกับตัวเองตอนติวหนังสือด้วย (ฟีลแบบยิ่งพูดยิ่งช่วยจำ) ดังนั้น จีฮยอนเลยชอบหาเวลามาอ่านหนังสือในห้องสมุดตอนที่ไม่ค่อยมีคน อย่างไรก็ดี วิธีที่เวิร์กที่สุดสำหรับจีฮยอนก็คือ การอ่านรวดเดียวยาวๆ ก่อนสอบนั่นเอง ซึ่งเธอก็นั่งอ่านหนังสือจนถึง 5 ทุ่มครึ่ง แล้วค่อยกลับหอพักค่ะ (ขยันมากๆ เลย)

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับบทความที่นำมาฝากในวันนี้ หวังว่าข้อมูลที่สรุปมานี้จะช่วยให้น้องๆ เห็นสไตล์การเรียนของนักเรียนแพทย์ทั้งในเกาหลีใต้และนิวซีแลนด์มากขึ้นนะคะ และสำหรับใครที่กำลังมองหาที่เรียนต่อแพทย์ในต่างประเทศ น้องๆ ต้องศึกษาข้อมูลและเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ เลย รวมถึงปรึกษารุ่นพี่ที่เคยมีประสบการณ์ก็อาจจะช่วยได้เยอะเลยค่ะ ^^ 

sourcehttps://www.youtube.com/watch?v=2tNMN78vPFc&feature=youtu.be 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=kaikook

พี่ไก่กุ๊ก - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #เรียนหมอ #ต่อนอก #เรียนต่อเกาหลีใต้ #เรียนต่อนิวซีแลนด์

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?