/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

เมื่อได้ไปเรียน Visual Effects (VFX) ที่ 'Gnomon School' รร.อาร์ตสุดปังใน Hollywood! []

วิว

สวัสดีค่ะชาว Dek-D ใครที่ชื่นชอบการดูหนังดูซีรีส์ในต่างประเทศ จะเห็นว่าปัจจุบันเทคโนโลยีวงการนี้เค้าล้ำหน้ามากกก มีทั้งเอฟเฟกต์ที่อลังการและแนบเนียนขึ้นเรื่อยๆ บ้างก็ถ่ายทำกับฉากเขียวในประเทศตัวเองนั่นแหละ แต่ภาพที่ออกมาดันเหมือนอยู่ต่างประเทศจนบางครั้งคนดูอย่างเราๆ ก็แยกไม่ออก ซึ่งหนึ่งในวิธีที่นิยมใช้คือเทคนิคการสร้าง Visual Effects (VFX) นั่นเองค่ะ ขอบอกก่อนว่ามีคนไทยที่เรียนและเทพๆ ด้านนี้เยอะทั้งที่ทำงานในต่างประเทศ หรือบริษัทต่างชาติมาจ้างสตูดิโอในไทยอีกทีนึง

ใครสนใจงานสายนี้หรือหา reference ว่าควรเสริมทักษะด้านไหนดี? วันนี้เราจะพาไปรู้จัก 'พี่อะตอม' นวรรณ ชุณหสิริ บัณฑิตภาคออกแบบนิเทศศิลป์ ม.ศิลปากร หลังจากเรียนและทำงานจนเข้ามือกับเทคนิค 2D Animation ก็อยากขยายขีดความสามารถด้านการทำ 3D โดยการไปเรียน  Gnomon school of VFX, Game & Animation สถาบันอาร์ตนี้โด่งดังมาก ตั้งอยู่ในย่าน Hollywood ในเมือง Los Angeles พอจบออกมาก็ได้ทำงานในบริษัท Brud ที่อยู่เบื้องหลัง 'Lil Miquela' อินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงที่โด่งดังมากในวงการเพลงและแฟชัน (น้องในคลิป) // มี IG: @lilmiquela ด้วยน้าา ไปติดตามน้องกัน :)

จุดเริ่มต้นคือการ์ตูนญี่ปุ่น
และหนังที่ฉายในห้องสมุดแถวโรงเรียน

 

"ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าช่วงนั้นวัฒนธรรมญี่ปุ่นป็อบสุดๆ..."

เราชอบอ่านชอบดูการ์ตูนอยู่แล้ว แต่ไม่เคยคิดจะยึดเป็นอาชีพหลักจริงจัง จนกระทั่งไปห้องสมุดแถวโรงเรียนแล้วเขาเปิดหนังเรื่อง ‘Spirited Away’ ของ Studio Ghibi เราเริ่มคิดแล้วว่าจะต้องทำแบบนี้ให้ได้ กลับไปนั่งรีเสิร์ชผลงานของสตูดิโอนี้ทุกเรื่อง (ตอนนั้นยังเข้าใจว่า Animation ต้องมานั่งวาดมือทีละเฟรมๆ แล้วเอามาต่อกันรึเปล่า?) เมื่อหลายปีก่อนในไทยยังไม่มีที่ไหนเปิดสอนคณะนี้โดยตรง เราเลยวางแผนไปเรียนภาคออกแบบนิเทศศิลป์ของ ม.ศิลปากร แล้วตั้งใจจะไปต่อยอดทีหลัง

หลังจากฝึกงานที่ Studio Hive แล้วเรียนจบทำงานสตูดิโอมาพักใหญ่ๆ ก็อิ่มตัวกับ 2D เลยไปเรียนต่อโรงเรียนอาร์ตชื่อดังด้าน Visual Effects ที่ Gnomon School  (อ่านว่า 'โนม่อน') เพราะคนวงการนี้ควรได้ทั้ง 2D และ 3D ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งดี ขนาดพี่ที่ดิสนีย์ยังเล่าว่าแอนิเมเตอร์ในตำนานของสตูดิโอยังต้องแวบมาจับงาน 3D บ้างเหมือนกัน

ตัวอย่างผลงาน 2D
ตัวอย่างผลงาน 2D

เล่าให้ฟังก่อนว่า
อะไรคือ ‘Visual Effect’  

เวลาจะทำหนังขึ้นมาเรื่องนึง มันจะมีสิ่งที่ไม่มีจริงบนโลกแล้วต้องสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ถ่ายทำ เช่น เรื่องอุลตราแมน จะมีคนทำเมืองและพร็อปส์ชุดสัตว์ประหลาดขึ้นมา ลักษณะนี้เรียกว่า Special Effect เป็นของที่มีอยู่จริง แต่ทุกวันนี้เทคโนโลยีพัฒนาขึ้นจนเราสร้างของพวกนั้นได้ด้วย tools ในคอมพ์ เทคนิคนี้ถูกเรียกว่า Visual Effect (VFX)

สมมติถ่ายฉากนึงเป็นบ้านหลังใหญ่ ค่าเช่าแพงมาก เราสามารถลดงบได้ด้วยการสร้างบ้านในคอมพ์ ใส่พื้นเขียว แล้วใส่คนลงไปทีหลังแทน อย่างพวกนมกระจายหรือผลไม้หล่นตุ้บลงมาก็เสกได้ มันใกล้ตัวกว่าที่คิด ถ้าเป็นเรื่องงานหลังเรียนจบ ปกติการทำ Visual Effect จะฮิตในต่างประเทศ แต่ก็มีสตูดิโอในไทยที่หาคนทำ เพราะจะมีบริษัทประเทศอื่นมาจ้างเป็น outsource ไปร่วมทีมทำโปรเจกต์ทุกแนวทั้งตะวันตก จีน ญี่ปุ่น ฯลฯ 

หลักๆ ถ้าจะเข้า Gnomon School of Visual Effects ต้องใช้คะแนนสอบภาษาอังกฤษ TOEFL + Portfolio และหากมีประสบการณ์มาก่อน เขาจะดู Resume เพื่อวางเราให้ตรงหลักสูตรที่เหมาะสม ระหว่างหลักสูตร 2 ปีสำหรับคนมีประสบการณ์ และหลักสูตร 3 ปีสำหรับคนที่ต้องการนับหนึ่ง เพราะต้องมีคลาสปรับพื้นฐานเพิ่มเข้ามาด้วย *ถ้าเรียนจบจะได้ Certificate in Digital Production

เราเข้ามาเรียนหลักสูตร 2 ปีเพราะมีพื้นฐานฝั่ง 2D ที่ใช้ร่วมกันได้ เข้าใจเรื่องรูปทรง แสงเงา การใช้สี และพื้นผิว แต่การเข้าโนม่อนคือการไปเรียนเครื่องมืออุปกรณ์ เพราะการทำงานชิ้นนึงต้องผ่านกระบวนการที่ซับซ้อนและอาศัยการพลิกแพลงตามประสบการณ์เฉพาะบุคคล

ถ้าในมุมเราที่เป็นสายเนิร์ดๆ รักสงบ ไม่เคยพูดกับต่างชาติมาก่อน ช่วงแรกจะมีปัญหางงๆ ฟังไม่ทัน ยิ่งเวลาคุยกับเพื่อนที่เป็นเจ้าของภาษาจะแอดวานซ์มากเพราะมีทั้งภาษาปากและคำสแลง (การคุยกับเด็กต่างชาติด้วยกันจะง่ายกว่า) แต่ด้วยความที่โนม่อนมีต่างชาติเยอะ ทั้งอาจารย์ใจดีและคนรอบตัวเข้าใจและช่วยเหลือ เราค่อยๆ มีคลังศัพท์ที่ใหญ่ขึ้น เริ่มจับสำเนียงและตอบโต้ได้ พอสัก 2-3 เดือนก็ชิลล์จนไปไหนมาไหนคนเดียวได้สบายๆ

เรียนกับมืออาชีพ
พูดตรงแบบประนีประนอม

เวลาเรียนให้ลองนึกถึงห้องแล็บแสงสลัวๆ ที่ทุกคนนั่งหน้าคอมพ์  คลาสมีอาจารย์นั่งหน้าชั้นพร้อมคอมพ์ตัวเอง เรียนไปฝึกไป ในหนึ่งคลาสมี 3-14 ไม่เกินนี้ ส่วนแล็บจะแยกอยู่ตามตึกแต่ละตึก แล้วด้วยความที่ตึกเคยเป็นสถานีโทรทัศน์มาก่อน เลยมีโครงสร้างเป็นโรงถ่าย 1,2,3,4... ไปเรื่อยๆ (ภาพประกอบจาก https://www.gnomon.edu/about) 

All Gnomon computer labs house the latest in state-of-the-art workstations.
All Gnomon computer labs house the latest in state-of-the-art workstations.
The Gnomon campus is located inside the historic Television Studio lot, originally the Technicolor building built in the 1920s.
The Gnomon campus is located inside the historic Television Studio lot, originally the Technicolor building built in the 1920s.

แต่ละคาบใช้เวลาเรียน 3 ชั่วโมง เริ่มจากคอมเมนต์ เลกเชอร์ และแบบฝึกหัด หรือไม่ก็เลกเชอร์ยิงยาวแล้วให้ทำการบ้าน เริ่มเทอมแรกทุกคนต้องเรียน introduction การทำ 3D Animation แล้วพอเทอม 2 เลือกสายเรียนที่เฉพาะเจาะจงขึ้น แบ่งเป็น tracks ต่างๆ ได้แก่

  1. 3D Generalist เรียนกว้างและครอบคลุมทุกอย่าง << เราเรียนเอกนี้
  2. Games
  3. Modeling & Texturing
  4. Visual Effects Animation
  5. Character & Creature Animation

ตอนนี้เพื่อนจะเริ่มกระจายตัวไปตามเอก ได้เรียนวิชาบังคับและมี slot วิชาเลือก ส่วนก่อนจบจะมีให้ทำโปรเจกต์ใหญ่ (Demo Reel) เหมือน Portfolio โชว์ผลงาน โดยมีอาจารย์แต่ละเอกเป็นที่ปรึกษา

Q: คิดว่าตลาดงานต้องการคนสายไหนมากกว่า?

A: เรามองว่าหลักๆ สตูดิโอมักจะอยากได้คนสาย Generalist แต่จะมีสตูดิโอใหญ่ๆ ที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ ดังนั้นทุกสายเป็นที่ต้องการอยู่แล้ว (ส่วนเทรนด์ช่วงนี้ที่กำลังบูมและโตเรื่อยๆ คือวงการเกม)

คลาสแรกของแต่ละวิชา อาจารย์จะ assign โปรเจกต์ให้ทำเสร็จภายใน 10 สัปดาห์ แต่จะไม่มีเหตุการณ์ที่จบเทอมแล้วงานล้มเหลวตอนสุดท้ายแน่นอน เพราะอาจารย์จะคอยติดตามงานแล้วคอมเมนต์เป็นระยะพร้อมแนะนำเครื่องมือที่ช่วยปรับปรุงงานให้ดีขึ้น ส่วนเพื่อนๆ จะช่วยกันดิสคัสให้ได้เรียนรู้จากงานกันและกัน  ซึ่งพอทุกคนต้องแชร์หน้าจอให้เห็นงาน ก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองต้องทำงานให้ดี 555 บางทีเราคิดว่าครั้งนี้คนเห็นงานแล้วต้องด่าแน่ๆ แต่ปรากฏว่ามีคนชม เขาจะช่วย feedback ให้เราเห็นจุดที่ไม่เคยสังเกตเองมาก่อน 

มันคือบรรยากาศการเรียนที่ส่งเสริมมาก สังคมที่นั่นไม่มีคนแรงใส่กัน เขาพูดตรงแบบประนีประนอม อาจารย์ไม่มีอีโก้ ทุกคนคือมืออาชีพจริงจาก Hollywood และให้คำแนะนำในมุมมองมืออาชีพ ไม่ใช่แค่อาจารย์กับลูกศิษย์ แต่จะเล่าให้ฟังว่างานแบบไหนที่ผู้ชมจะโอเคและไม่โอเคกับมัน

เล่าวิชาเรียนที่เป็น 'ที่สุด' สำหรับเรา?

ชอบที่สุด

วิชา 'Look Development' สมมติมีตัวละคร 3D มี texture อยู่ในมือ เราจะทำยังไงก็ได้ให้สวยและสมจริงที่สุด ไม่เหมือนกับมาจากโลกอื่น เช่น ดูเป็นผมคนจริงๆ ไม่ใช่หย็อยๆ ในคอมพ์หรือเหมือนของตุ๊กตา เราก็ต้องนั่งทำทีละส่วน ใช้ความอาร์ตเยอะพอกับเทคนิค ส่วนงานใหญ่วิชานี้คือให้เลือกฉากในหนังมา 1 ซีน จะทำขึ้นมาเองหรือยืมโมเดลเพื่อนมา look development ให้ก็ได้ เช่น มีคนวาด 2D ไว้ เราก็เอามาพลิกโฉมเปน 3D ให้คงเอกลักษณ์ของต้นฉบับให้มากที่สุด (ถ้านึกไม่ออก ให้นึกถึงโปเกม่อนที่เป็นการ์ตูน 2D แล้วถูกนำมาทำเป็น  3D)

ตัวอย่างผลงานตอนเรียน
ตัวอย่างผลงานตอนเรียน
ตัวอย่างผลงานตอนเรียน ปรับโฉมจาก 2D -> 3D
ตัวอย่างผลงานตอนเรียน ปรับโฉมจาก 2D -> 3D

ยากที่สุด

สำหรับเรา (และอาจจะหลายๆ คน) คือวิชา ‘Advance rigging’ การใส่กระดูกให้ตัวละครนั่นเอง 555 เราอยากให้มันขยับได้ เนี่ยต้องยกแบบนี้ ยกได้ขนาดนี้ หัวจะหันไปทางนี้ ขยับกระดูกชิ้นนี้ แปลว่าเราต้องเข้าใจโครงสร้างทางสรีระของสิ่งมีชีวิตก่อน และการจะทำให้ rig ตัวนึงใช้งานได้จะซับซ้อน เหมือนเราสร้างระบบให้ตัวละครขึ้นมาใหม่ เลยเป็นเรื่องท้าทายของคนฝั่งอาร์ตมาก ทำให้คนสอบตกหรือดร็อปกลางคันกันเยอะ

เจ๋งที่สุด

ปกติเราจะได้เรียนหลายโปรแกรม เช่น Maya,  Photoshop, After Effects, Nuke, Mari แต่มีตัวเด็ดชื่อ 'ซีบรัช' (Zbrush) เป็นชื่อซอฟต์แวร์ยอดนิยมที่คนใช้ปั้นของในโลก 3D ใช้ง่ายและให้ฟีลเหมือนกับเราปั้นดินด้วยมือ แล้วบริษัทซีบรัชนี้อยู่ในโนม่อนเลย เราจะได้เรียนวิชาชื่อ 'Advance Zbrush' มีผู้พัฒนาโปรแกรมจะมาสอนใช้กับอุปกรณ์และฟีเจอร์ที่ทำให้งานเรายิ่งใหญ่อลังการขึ้นมาได้ มันว้าวมากเพราะเราไม่เคยแตะมันมาก่อน แต่มีประโยชน์อย่างไม่น่าเชื่อ  สรุปคือทั้งช่วยชีวิต ประหยัดเวลา ทุ่นเวลาแต่ได้งานที่ละเอียดกว่า และสามารถเลือกใช้ได้เหมาะกับงาน

ตารางเรียนเอก 3D Generalist

คอนเนกชันคืออีกจุดแข็งของโนม่อน

ปกติเขาจะมีจัดงานคล้าย Job fair มีแผนกหางานโดยเฉพาะ ส่งรายชื่อนักเรียนให้ ถ้าบริษัทสนใจจะแลกนามบัตรและดู Resume แล้วพอศิษย์เก่าเข้าไปทำสตูดิโอใหญ่ๆ ก็ทำให้คอนเนกชันดีตามไปด้วย เพื่อนที่จบส่วนใหญ่ไปทำงาน Disney, Electronic Arts (EA / บริษัทของเกมเดอะซิมส์) หรือมีไปเป็นเบื้องหลังของหนัง Superhero หรือเกมดังๆ อย่าง God of war  

ผลงาน 'ส่วนหนึ่ง' ของศิษย์เก่า
Gnomon School

ALUMNI SUCCESS STORIES

ชีวิตเด็ก รร.อาร์ตในย่านฮอลลีวูด

  • ข้อดีเรื่องสภาพแวดล้อม มีคอมมูนิตี้สายอาร์ตหรือ VFX ที่เข้มแข็งมาก โรงเรียนก็เชิญคนดังมาบ่อยๆ แล้วยังมีงานอีเวนต์ที่มีคนเก่งๆ มาบรรยายให้เราเจอตัวได้ตลอดเวลา
  • เรื่องงบ ค่าเรียนถ้าตีเป็นเงินไทยตก 1 ล้านบาท ค่ากินอยู่แบบประหยัดประมาณ 500-600 เหรียญต่อเดือน ถ้าแชร์ห้องพักหลายคนน่าจะได้สักคนละ 700 เหรียญ ได้ห้องแบบที่เดินทางมาโรงเรียนได้
  • ไลฟ์สไตล์ ถ้าใครชอบแบบชิลล์ๆ สบายๆ ขับรถเล่น เที่ยวแนวธรรมชาติ ภูเขา ทะเล หรือแม้แต่เดินมิวเซียม  Los Angeles น่าจะตอบโจทย์ ที่นี่ยังมีวัฒนธรรมหลากหลายด้วย เพราะเป็นอีกจุดหมายฮิตของคนทั่วทุกมุมโลก
  • ข้อเสีย การเดินทางตอนกลางคืนไม่ค่อยปลอดภัย เป็นอีกโซนที่คนโดนปล้นบ่อย (เพราะเป็นจุดท่องเที่ยว)  และมี homeless เยอะ เราไปถึงช็อกมาก เพราะมี homeless นอนกางเต็นท์เรียงกัน ดังนั้นคนที่นี่จะขับรถมากกว่าใช้รถสาธารณะ อย่างเราก็ต้องขับรถเพราะทำโปรเจกต์จนดึกตลอด
เว็บไซต์ Gnomon School

เรียนจบได้ทำงาน Brud
เบื้องหลัง Virtual Influencer ชื่อดัง!

หลังเรียนจบเราได้ทำงานที่ Brud เพราะเงื่อนไขคือบริษัทอนุญาตให้เอางานกลับมาทำที่ไทยได้ บริษัทนี้ทำงานให้กับ 'Lil Miquela' น้องเป็นหุ่นยนต์ Influencer ที่ดังมากในวงการแฟชัน และมีออกทั้งเพลงและมิวสิกวิดีโอ บางครั้งก็มีออกมาถ่ายรูปหรือคอลแลปกับแบรนด์แฟชันอย่าง Calvin Klein, Prada, etc. หรือโผล่ไปเป็นแบคดร็อปยืนโพสต์หน้างาน (ทุกคนจะปฏิบัติว่าน้องเป็นมนุษย์จริงๆ!)

นอกจากนี้ Lil Miquela ยังเคยออกมา Call Out พูดถึงประเด็นปัญหาสังคมที่คนมองข้าม เช่น Black Live Matter เวลาพูดจะมีพาวเวอร์เพราะคนที่ตามส่วนหนึ่งคือวัยรุ่น แน่นอนว่าในสังคมอเมริกาสามารถทำได้ เพราะเป็นดินแดนเสรีภาพที่ยอมรับความเห็นต่าง และสามารถพูดที่คิดได้ แถมยังซีเรียสเรื่องการเหยียดมาก กฎหมายเขาแรงถึงขั้นคนที่เหยียดมีสิทธิ์ถูกไล่ออกจากที่เรียนหรือที่ทำงานได้เลย

รีวิวสไตล์การทำงานแบบอเมริกันที่เจอ

  • ค่าตอบแทนและสวัสดิการดี ให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคล สามารถดูแลได้ทั่วถึงจนไม่มีปัญหาในที่ทำงาน ถ้าขัดแย้งจะมี HR จะเป็นตัวกลางช่วยไกล่เกลี่ย
     
  • มีหัวหน้าทีมคอยติดตามงาน และมอบหมายงานให้เหมาะกับระยะเวลา ในขณะเดียวกันทุกคนก็จริงจังกับหน้าที่ตัวเอง ทำงานค่อนข้างเป๊ะ ไม่เช้าชามเย็นชาม ไม่กินข้าวเกินเวลา
     
  • ปกติคนไม่ทำงานล่วงเวลา (OT) เพราะเขามองว่างานที่เสร็จในระยะเวลาจะมีประสิทธิภาพมากกว่า อาจมีบ้างช่วงใกล้ๆ ปล่อยเพลง/หนังที่มีบางคนต้องทำ OT ซึ่งก็จะได้เงินเพิ่มส่วนนี้ด้วย
     
  • คอมเมนต์งานแบบสร้างสรรค์ ให้คำแนะนำเพื่อปรับงานให้ดีขึ้น และแม้ตำแหน่งจะต่ำกว่า ถ้าเกิดเห็นต่างก็เสนอได้โดยไม่มีใครมองแปลกๆ
     
  • ทุกคนรักษาความเป็นส่วนตัวและแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวชัดเจน  ถึงจะเถียงกันในห้องประชุม แต่พอคุยงานเสร็จก็คุยเล่นหรือไปกินข้าวด้วยกันเหมือนเดิม

อันนี้อยากแชร์เพิ่ม ก่อนบินมาเรียนที่โนม่อน เราเคยชนะการประกวด SIPA Character design workshop แล้วผู้ชนะจะได้ไปทำงานด้าน Character Design ที่ Studio Gale ของเกาหลี (ดังมากกกก) เราไปช่วยออกแบบสไตล์ไกด์ของโปรเจกต์ Animation TV Series ชื่อว่า 'Pipilu Rangers'

บรรยากาศโดยรวมที่เจอจะเคร่งเครียดประมาณนึงและคิดว่าจริงจังสุดตั้งแต่เคยเจอมา ทุกคนมีพื้นที่ส่วนตัวมาก แยกแผนกชัดเจน ถ้าดีไซเนอร์ก็จะเจอกันเองแค่ในแผนก ทำแค่งานตัวเอง ไม่ต้องเดินไปมา ไม่คุยเล่น เลิกงานเสร็จแยกย้าย ทำให้เราไม่ค่อยได้เห็นงานแผนกอื่นเลย แต่เวลาคอมเมนต์งานจะเป็นลักษณะการให้คำแนะนำเหมือนที่เจอในอเมริกาค่ะ

ชอบอะไรที่อเมริกา?

  1. ใส่ใจความเท่าเทียม ทั้งคนพิการและผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้ ระบบเอื้อให้ทุกคนเท่าเทียมกัน เช่น ทางเท้าดี รถเมล์มีปล่อยทางลาดให้ไถวีลแชร์ได้ อาม่าก็ไปชอปปิงได้สบายๆ เราจะเห็นคนนั่งวีลแชร์ตาม supermarket หรือฟุตบาธตลอด คนออกจากบ้านกันได้แบบอุ่นใจ
  2. กฎหมายแรง ทำให้เราใช้ชีวิตง่ายขึ้น ต่อให้คนมีเหยียดแต่ก็ได้รับโทษที่แรงมาก หากเป็นบริบทที่ทำงาน ถ้ามีคนเหยียดสามารถฟ้อง HR ได้ เขาซีเรียสกับเรื่องนี้
  3. ตำรวจพึ่งพาได้ เขาพยายามจะมาถึงที่ให้เร็วที่สุด
  4. ถ้าป่วยที่อเมริกา เขาจะให้ซื้อประกันสุขภาพของตัวเองอยู่แล้ว หากทำงานระยะยาวๆ จะต้องส่งประกันสังคมเป็นเงินออม เงินก้อนนี้จะเป็นค่ารักษาพยาบาลให้เรา (บริษัทส่วนมากจะมีประกันที่จ่ายเงินสมทบ ที่เหลือออกให้เพื่อคุ้มครองพนักงาน)

"เราเชื่อว่าทุกคนมาอเมริกา
พร้อมเป้าหมายของตัวเอง"

และเมื่อไปถึงเราจะถูกห้อมล้อมด้วยคนที่มีเป้าหมายแน่วแน่เหมือนกัน ทำให้เรายิ่งอยากพยายามและจัดการตัวเองให้ดีขึ้น เราคิดว่าอเมริกายังเหมาะกับคนที่กล้าแสดงความคิดเห็น เพราะทุกคนมีสิทธิิ์พูดในสิ่งที่คิด และคนอื่นก็จะเคารพความคิดเห็นคุณด้วยค่ะ

......

 

ปัจจุบันเราออกจาก Brud แล้วมาเปิดสตูดิโอในไทยชื่อ Magic Fox Studio  ผลงานที่กำลังพัฒนาตอนนี้คือร่วมมือกับ Finlab ทำช่อง Vtuber ชื่อ Manii & Pigii สอนด้าน Personal finance ให้กับคนที่อยากเก็บเงินและบริหารการเงินของตัวเอง  กับการ์ตูนแอนิเมชันสำหรับเด็กเล็กเรื่อง ภูติป่า Coco Moco และเหล่าสัตว์น้อย ฝากติดตามกันนะคะ :)

เยี่ยมชมเว็บไซต์ Magic Fox Studioเยี่ยมชมผลงานใน ArtStation ขอบคุณภาพประกอบจากเจ้าของเรื่องsome resources by flaticon https://www.flaticon.com/free-icon/placeholder_684908 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=kookkai

พี่กุ๊กไก่ - ผู้เขียน

มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #vfx #อเมริกา #hollywood #gnomon #los angeles #วิชวลเอฟเฟกต์ #อาร์ต #สถาบันอาร์ต #Art #ภาพยนตร์ #ซีรีส์ #บันเทิง #ศิลปะ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป