เคลียร์ชัด!! ข้อแตกต่างระหว่าง "ภาคพิเศษ" กับ "ภาคปกติ" []

วิว

          
          วัสดีค่ะ อีกไม่กี่วันเท่านั้นกับการสมัครในระบบแอดมิชชั่น ..... แป๊บเดียวเองเนาะ >< น้อง ๆ หลาย ๆ คนคงสงสัยว่า ทำไมนะบางสาขาถึงมีวงเล็บต่อท้ายว่า ภาคพิเศษ มันคืออะไร แล้วมันต่างจากที่ไม่มีวงเล็บต่อท้ายอย่างไร รวมทั้งรับตรงบางโครงการก็จะมีบอกไว้ว่าเป็นภาคพิเศษ แล้วภาคพิเศษกับภาคปกติต่างกันอย่างไร พี่แป้ง พร้อมที่จะคลายข้อสงสัยน้อง ๆ แล้วค่ะ ตามมาดูกันเลย


เคลียร์ชัด!! ข้อแตกต่างระหว่าง "ภาคพิเศษ" กับ "ภาคปกติ"



Question : ภาคปกติ กับ ภาคพิเศษ แตกต่างกันอย่างไร?
Answer : จริง ๆ เริ่มต้นแล้วไม่ได้แบ่งเด็กภาคพิเศษกับภาคปกตินะคะ คือ จะมีภาคเดียวนั่นแหละ แต่ต่อมาประมาณนิสิต/นักศึกษาเพิ่มมากขึ้น แน่นอนว่าจำนวนที่นั่งที่มีมันไม่เพียงพอต่อความต้องการ ในแต่ละคลาสนั้นจะต้องจำกัดจำนวนนิสิต/นักศึกษาเพื่อให้การสอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเกิดภาคพิเศษ หรือ ภาคสมทบขึ้น โดยจะเป็นภาคที่เรียนในเวลาอื่น เป็นอีกคลาสนึงที่เกิดขึ้นค่ะ เช่น ภาคปกติจะเรียนเช้า-เย็น ส่วนภาคพิเศษจะเป็นเย็น-ค่ำ เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นการเปิดโอกาสให้น้อง ๆ ได้เรียนสาขานี้เพิ่มขึ้นและสามารถผลิตบุคลากรได้มากขึ้นค่ะ

Question : ภาคปกติ กับ ภาคพิเศษได้รับการเรียนการสอนเหมือนกันไหม?
Answer : เหมือนกันเลยค่ะ หลักสูตรของภาคพิเศษกับภาคปกติจะเรียนเหมือนกันเป๊ะ ๆ แต่ต่างกันที่คลาสและเวลาเรียนค่ะ อาจารย์ที่มาสอนเรานั้นเป็นอาจารย์ชุเดียวกันเลยค่ะ เนื้อหาเหมือนกัน อาจารย์บางท่านอาจจะตัดเกรดรวมด้วยค่ะเพราะถือว่าเป็นนิสิต/นักศึกษาเหมือนกัน เหมือนกับว่าปกติแล้วสาขานี้เปิดแค่ห้องเดียว แต่ว่าห้องเดียวมันไม่พอเลยต้องเปิดห้องที่สอง โดยห้องที่สองก็คือเด็กภาคพิเศษนั่นเองค่ะ

Question : เคยได้ยินว่าภาคพิเศษมีแต่เด็กซิ่วหรือคนที่ไม่ได้เรียนตามเกณฑ์ จริงหรือไม่?
Answer : ไม่จริงเสมอไปนะคะ แต่ว่าภาคพิเศษจะมีเพื่อนที่หลากหลายกว่า จะมีทั้งเพื่อน ๆ ที่ซิ่วมา หรือบางคนเรียนต่อต่างประเทศแล้วกลับมาไม่สามารถเข้าภาคปกติได้ก็จะเลือกเรียนภาคพิเศษค่ะ การรับเข้าเรียนภาคพิเศษจะมีเกณฑ์ที่ยืดหยุ่นกว่าภาคปกติ เช่น เกรดอาจจะน้อยกว่า หรือเปิดรับเด็กซิ่วในขณะที่ภาคปกติไม่เปิดรับ ภาคพิเศษจึงเป็นอีกทางเลือกนึงสำหรับการศึกษาค่ะ

Question : ค่าเทอมของภาคปกติและภาคพิเศษต่างกันอย่างไร?
Answer : ในส่วนของค่าเทอมนั้นภาคพิเศษจะแพงกว่าภาคปกติในสาขาเดียวและมหาวิทยาลัยเดียวกันประมาณ 1-2 เท่าค่ะ เหตุผลเนื่องจากว่าภาคพิเศษนั้นจะได้รับการเรียนการสอนนอกเวลาทำการ(ราชการ) เพราะฉะนั้นการจ้างอาจารย์ผู้สอนจะจ้างในอัตราพิเศษ รวมถึงเรื่องห้องที่ใช้ในการเรียนด้วยค่ะจะมีอัตราค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าในเวลาปกติ นอกจากนี้บางมหาวิทยาลัยจะไม่ได้รับเงินสนุบสนุนในส่วนของภาคพิเศษจากภาครัฐและจะจัดอยู่ในประเภทโครงการพิเศษ ซึ่งจะเป็นโครงการที่ต้องดูแลตัวเอง ค่าใช้จ่ายในการศึกษาจึงสูงกว่าปกติค่ะ แต่รับรองได้เลยว่าหลักสูตรหรือวิชาเรียนไม่ต่างจากภาคปกติแน่นอนค่ะ
              

Question : จะมีอารมณ์ว่าโดนเหยียดจากภาคปกติหรือไม่?
Answer : โอ๊ย!!!! ใครบอกมาว่าภาคพิเศษจะโดนเหยียดจากภาคปกติ บอกเลยว่าไม่มีเหตุการณ์แบบนี้นะคะ การที่เรียนภาคพิเศษไม่ได้หมายความว่าเราจะฉลาดน้อยกว่าภาคปกติหรือเป็นภาคที่เด็กมีปัญหา แต่ภาคพิเศษก็เหมือนกับการเปิดห้องพิเศษขึ้นมารองรับปริมาณนิสิต/นักศึกษาที่เพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นการเรียนของทั้ง 2 ภาคไม่มีวัฒนธรรมที่จะเหยียดกันนะคะ มีแต่ได้เพื่อนต่างห้องเพิ่มขึ้นซะอีก ดีจะตาย ต่างคนต่างมีความฝันร่วมกันที่จะเรียนในสาขานั้น ๆ เพราะฉะนั้นรับรองเลยว่าไม่มีการเหยียดค่ะ เว้นแต่ว่าจะทำตัวดูถูกคนอื่น ขี้อิจฉา >< ปากเสีย อันนี้รับรองเลยว่านอกจากจะโดนเหยียดแล้วยังถูกแบนออกจากสังคมแน่ ๆ

Question : ภาคพิเศษเข้าเรียนได้ง่ายกว่าภาคปกติ จริงหรือ?
Answer : อย่างที่พี่แป้งบอกไปข้างต้นว่า ภาคพิเศษเปรียบเหมือนการเปิดห้องเพิ่มเพื่อให้คนที่ชอบในสาขานั้น ๆ ได้มีโอกาสในการเรียนเพิ่มมากขึ้น การคัดเลือกจะมีการยืดหยุ่นกว่าภาคปกติแต่ว่าไม่ต่ำกว่ามาตราฐานแน่นอนค่ะ เช่น ภาคปกติรับที่ GPAX 2.75 และรับเฉพาะ ม.6 เท่านั้น ภาคพิเศษก็จะรับที่ GPAX 2.75 เหมือนกัน แต่อาจจะรับทั้ง ม.6 เด็กซิ่ว และ ปวช. แต่จะไม่ใช่ประเภทมีเงินก็เรียนได้แน่นอนค่ะ เพราะว่าคนที่จะเข้าเรียนในสาขานั้น ๆ ทางคณะกรรมการคัดเลือกจะต้องเห็นว่ามีพื้นฐานความสามารถที่จะสามารถเรียนในสาขานั้น ๆ จนจบ ถ้ารับมั่วซั่วแล้วเรียนไม่ไหวก็จะเสียค่าใช้จ่ายและเครดิต(ชื่อเสียง) ของสาขานั้น ๆ ด้วยค่ะ

เคลียร์ชัด!! ข้อแตกต่างระหว่าง "ภาคพิเศษ" กับ "ภาคปกติ"
Question :
ต้องมีเรียนรวมกับภาคปกติหรือไม่?
Answer : แต่ละสาขาและมหาวิทยาลัยจะมีการจัดการเรียนการสอนไม่เหมือนกันค่ะ บางที่จะจัดห้องแยกเลย แต่บางที่จะมีบางวิชาที่เรียนรวมกันค่ะ อาทิเช่นวิชาพื้นฐานตอนปี 1 ที่สามารถเรียนรวมกันได้ เรียนแต่ทฤษฎี จะมีการสอนห้องใหญ่ประมาณ 300 คนขึ้นไป แต่ถ้าเป็นวิชาเฉพาะแล้วส่วนใหญ่จะไม่เรียนรวมกันค่ะ เพราะว่าจะทำให้การเรียนมีประสิทธิภาพลดลงได้ อาจารย์จะดูนิสิต/นักศึกษาไม่ทั่วถึง และบางสาขาอาจมีเรื่องเครื่องมืออุปกรณ์มาเกี่ยวข้อง การที่มีจำนวนนักศึกษามาก ๆ แล้วเครื่องมือไม่พอแน่ ๆ จึงแยกกันเรียนค่ะ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะไม่ได้เรียนด้วยกันแต่ว่าการทำกิจกรรมต้องเข้าร่วมด้วยกันแน่นอนค่ะ

Question : กิจกรรมต่าง ๆ ต้องเป็นเฉพาะของเด็กภาคพิเศษใช่หรือไม่ สามารถเข้าร่วมกับเพื่อนภาคปกติได้หรือไม่?
Answer : ในส่วนของกิจกรรมนั้นจะมีส่วนที่แยกและส่วนที่รวมกันค่ะ อธิบายง่าย ๆ ว่าภาคพิเศษเปรียบเสมือนห้องเรียนที่ 2 ที่เพิ่มขึ้นมาแต่อยู่ในโรงเรียนเดิม เพราะฉะนั้นก็จะมีกิจกรรมที่เป็นเฉพาะห้องนั้น ๆ และเป็นกิจกรรมรวมของโรงเรียนประมาณนี้ พูดง่าย ๆ ว่ากิจกรรมส่วนของคณะและมหาวิทยาลัยจะต้องทำร่วมกันแน่นอนค่ะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงว่าวัน ๆ จะเจอแต่เพื่อนกลุ่มเดิม บอกเลยว่าเมื่อเข้าไปเรียนแล้วจะไม่ค่อยแยกเด็กภาคปกติกับเด็กภาคพิเศษ แต่เหมือนจะแยกว่าเป็นเด็กห้อง 1 ห้อง 2 มากกว่า มีความรู้เหมือนกัน ได้เรียนเหมือนกัน ได้ทำกิจกรรมเหมือนกัน และได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันค่ะ

Question : วันรับปริญญาจะต้องแยกมาเป็นภาคพิเศษด้วยหรือไม่?
Answer : ไม่แยกค่ะ การรับปริญญานั้นจะเรียงตามชื่อของว่าที่บัณฑิตนะคะ บางมหาวิทยาลัยจะแยกสาขาแต่บางมหาวิทยาลัยก็ไม่แยกค่ะ รวมทีเดียวทั้งคณะเลย ถ้าน้อง ๆ อยากรู้ว่าตอนรับปริญญาเพื่อนซ้ายขวาของเราจะเป็นใคร อย่างเเรกไปถามรุ่นพี่ก่อนค่ะว่ามหาวิทยาลัยนั้นแยกสาขาหรือไม่ อย่างที่ 2 คือตามหาเพื่อที่มีชื่ออักษรเดียวกับเรา  เริ่มที่อักษร ก.ไก่ ส่วนใครชื่อ อ.อ่าง หรือ ฮ.นกฮูกก็ไม่ต้องไปเปลี่ยนนะคะ ตอนสมัครงานรับที่ความสามารถไม่ใช่ชื่อเหมือนรับปริญญานะคะ อย่าซีเรียส

Question : จบภาคพิเศษจะมีงานทำหรือไม่?
Answer : การที่มีงานทำนั้นไม่เกี่ยวว่าจะเรียนภาคปกติหรือภาคพิเศษ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน ถ้าคนนึงเรียนภาคปกติแต่จบมาด้วยเกรดเกือบไม่รอด กิจกรรมก็ไม่ทำ ไม่ค่อยมีเพื่อน ไม่มีระเบียบวินัย ไม่มีความสามารถ แบอีกคนเรียนภาคพิเศษเกรดสวยงาม ทำกิจกรรมเป็น รู้จักการวางแผน มีความรับผิดชอบ แบบนี้ถ้าเป็นฝ่ายบุคคลก็ต้องรับคนที่เรียนภาคพิเศษอยู่แล้ว และอีกอย่างในใบปริญญาบัตรจะไม่ได้บอกนะคะว่าภาคปกติหรือภาคพิเศษ ทุกคนจะได้รับใบปริญญาบัตรหน้าตาเหมือนกัน ต่างกันที่ชื่อกับคนที่ได้เกียรตินิยมแค่นั้นเองค่ะ เพราะฉะนั้นเรียนให้เต็มที่ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในรั้วมหาวิทยาลัยให้เต็มที่เพื่อเป็นบุคลากรที่ดี รับรองว่าที่ไหน ๆ ก็พร้อมที่จะรีบเข้าทำงานค่ะ


               เคลียร์กันไปครบทั้ง 10 คำถามแล้วนะคะเกี่ยวกับภาคปกติและภาคพิเศษ บอกแล้วว่ามีการเรียนการสอนเหมือนกันแน่นอน ใครที่กลัวว่าเรียนภาคพิเศษแล้วจะได้ความรู้หรือระสการณ์น้อยกว่าเก็บความคิดนั้นไปเลยค่ะ ถึงแม้จะมีการเรียนการสอนเหมือนกัน แต่ใครจะโกยความรู้และประสบการณ์กลับไปมากน้อยขึ้นอยู่กับตัวเองเลย ตั้งใจมากก็ได้มาก ตั้งใจน้อยก็ได้น้อย บทความหน้าของเทศกาลแนะกันให้ติดชัวร์จะเป็นบทความอะไรนั้น รอดูได้เลยค่ะ พรุ่งนี้ มาแน่!!!

เคลียร์ชัด!! ข้อแตกต่างระหว่าง "ภาคพิเศษ" กับ "ภาคปกติ"


https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=paeng

พี่แป้ง - ผู้เขียน

นักข่าวสายรับตรง พร้อมเสิร์ฟข่าวสอบเข้าทุกมหา'ลัย เติมพลังได้จากชาเย็นหวานน้อย

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#แอดมิชชั่น #สอบเข้า #เรียนภาคไหนดี #ความแตกต่างของภาคพิเศษ #สอบเข้าภาคพิเศษ #ภาคปกติ #ภาคพิเศษ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    เด็กโลจิสติกส์
    Guest IP
    #3
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
    ขอตอบตรงนี้เลยครับ จะภาคพิเศษหรือภาคปกติ ก็เข้าไปเถอะครับ เรียนเหมือนกัน เรียนด้วยกัน แค่ภาคพิเศษจ่ายค่าเทอมแพงกว่า แต่ถ้าผลการเรียนในปีหนึ่งดี ก็สามารถย้ายขึ้นมาเรียนภาคปกได้ครับ จากรุ่นพี่ที่เรียนผ่านมา
    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    intania
    Guest IP
    #14
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
    พี่เรียนภาคพิเศษ วิศวะ ม.เกษตรฯ บางเขนนะ (แนะนำตัวก่อน)

    **สำหรับเรื่องเวลาเรียน
    ปี 1 จะเรียนบ่ายๆ จนถึง ค่ำๆหน่อยครับ แต่มีไม่กี่วันหรอก ส่วนใหญ่เลิก6โมง ยกเว้นถ้าเรียนฟิสิกส์ เลิกมืดหน่อย
    ปี 2 ได้เรียนเช้า ถึงเช้ามว๊ากกกกกกก สมใจอยากแน่ เลิกตามปกติ แล้วแต่วิชา ประมาณ 5-6 โมงเย็น

    **จะถูกแบ่งแยกทางสังคม? มองเป็นตัวประหลาด? เป็นชนกลุ่มน้อย? บลาๆๆๆๆ
    คำตอบคือ "ไม่เลย" แถมยังมีกิจกรรมมากกว่า อบอุ่นกว่า นอกเหนือจากกินกรรมของคณะร่วมกับภาคปกติแล้ว
    ที่สำคัญ นายกสโมสรนิสิต ส่วนใหญ่มาจากภาคพิเศษ ดังนั้นกิจกรรมต่างๆภาคพิเศษจะเป็นแกนนำด้วยซ้ำ
    และที่สำคัญอีกคือ จำนวนคนของภาคปกติกับภาคพิเศษแทบจะเท่ากัน

    **ปริญญาเหมือนภาคปกติทุกประการ ไม่มีวงเล็บอะไรใดๆทั้งสิ้น

    **ย้ายไปภาคปกติได้หรือไม่?
    ตอบเลยว่า "ไม่มีทางครับ"

    **ตัดเกรดรวมกันทั้งภาคปกติ และภาคพิเศษ


    ปล.ตอนนี้พี่จบมาได้ 3 ปีแล้วครับ พี่เรียนไม่เก่ง เกรดไม่ถึง 2.5 แต่ทำกิจกรรมบ้าง เงินเดือนตอนนี้ 37,XXX บ.ในเครือซีเมนต์ไทย
    ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

รับตรง-แอดมิชชั่น

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?