/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

นี่แหละ ชีวิตเด็ก ม.6 "บอส" สละสิทธิ์รับตรง วิศวะ 5 ที่ เพราะอะไร ? มาดูกัน []

วิว
           สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D ทุกวันอังคารเราจะมาเจอกันในคอลัมน์ Admission Idol สุดยอดบุคคลที่เป็นไอดอลในเรื่องแอดมิชชั่น วันนี้ พี่เมษ์ ควงหนุ่มคนแรก "บอส" จักรพันธ์ วงศ์คณิต หนุ่มหล่อที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา รู้มั้ยคะว่าเขาไม่หยุดแค่การติดรับตรง ยอมเสี่ยงเพื่อเดินตามฝันตัวเองจนสำเร็จ!! เค้าคิดอะไรอยู่ ทำไมถึงทำแบบนั้น แล้วชีวิตแอดมิชชั่นจะมันส์แค่ไหน มาดูกันเลย
           หลายคนน่าจะสมหวังในการสอบรับตรง แต่อีกไม่น้อยที่พลาดหวัง แต่ที่น่าห่วง คือ คนที่ติดในที่ที่ยังไม่ถึงฝันของตัวเองซึ่งก็กำลังตัดสินใจว่าจะหยุดแค่รับตรง หรือจะไปต่อในรอบแอดมิชชั่น พี่เมษ์เลยพาหนุ่มคนนึงมาพูดคุย เพราะเค้าเป็นหนึ่งคนที่จะเลือกเดินต่อในรอบแอดมิชชั่นที่มีความเสี่ยง
 
แนะนำตัวกันหน่อย
           สวัสดีครับ ผมบอส จักรพันธ์ วงศ์คณิต นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาอุตสาหการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้นปีที่ 4 ครับ
 
เพราะอะไรถึงเลือกจะแอดมิชชั่นทั้งๆ ที่ติดรับตรงวิศวะฯ ถึง 5 ที่
           ตอนนั้นจำได้ว่าสอบ GAT - PAT รุ่นแรกๆ เลย น่าจะซักรุ่นที่สองเนี่ยแหละครับ เราก็ไปสอบตรงมาหลายที่ ผมตั้งเป้าว่าจะเข้าวิศวะฯ พอมีที่ไหนเปิดก็ไปสอบหมด สรุปคือ ได้ทุกที่ ยกเว้นที่ที่ตัวเองอยากเข้ามากที่สุด คือ จุฬาฯ จำได้ว่าขาดไปประมาณพันนึง แต่ที่อื่นเราติดหมดเลย ทั้ง วิศวะฯ ม.เกษตรศาสตร์, SIITม.ธรรมศาสตร์, วิศวะฯ ส.ลาดกระบัง, วิศวะฯ มศว แล้วก็ได้ทุนของ ส.ไทย - ญี่ปุ่น ด้วย คือ ตอนนั้นได้หมด ยกเว้นเป้าหมายตัวเองครับ ผมก็ถามตัวเองว่าจะหยุดแค่นี้มั้ย แต่สุดท้ายก็อยากจะสู้ดูซักตั้ง ลองแอดมิชชั่นดีกว่า มาถึงขนาดนี้แล้ว เดินหน้าครับ อย่างน้อยก็ได้ลองทำเพื่อเป้าหมายตัวเองสักหน ผมคิดว่ามันคุ้มครับ
 
ช่วงเวลาตัดสินใจสละสิทธิ์รับตรงทั้งหมด รอแอดมิชชั่น คิดอะไรอยู่
           ตอนนั้นเรามานั่งคิดนะครับ คิดหนักมาก มันเสี่ยงเหมือนกัน ไม่ใช่เราไม่รู้ว่าถ้าหยุดตั้งแต่รับตรง มีที่เรียนแน่ แต่เราก็ยังคิดว่าโอกาสในรอบแอดมิชชั่นเราก็พอมีนี่ รอแอดมิชชั่นดีกว่า เพราะคณะที่เราอยากเข้าจริงๆ มันคือความใฝ่ฝันตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว
          อีกอย่างนึง ต้องประเมินตัวเอง ผมมองว่าอย่างน้อยถ้าไม่ติดจุฬาฯ ผมเองก็ยังติดที่อื่น ไม่น่าหลุดแอดมิชชั่น คือ ผมดูจากคะแนนที่ทำมา แล้วก็ประเมินตัวเองแบบไม่เข้าข้างตัวเองนะ ผมเลยกล้าเสี่ยง ก็ในเมื่อเรามีโอกาสที่จะไปคว้าสิ่งที่เราฝัน แล้วทำไมเราไม่ลองสู้ดูหน่อยละ ในเมื่อมีโอกาสมา ถ้าเราอยากได้ เราก็ต้องลงมือทำครับ


        
ตอนพลาดฝัน คิดว่าพลาดตรงไหน
           คิดว่าพลาดตรงที่เราไม่ได้เตรียมตัวให้สุด ไม่ได้อ่านจริงจัง เพราะตัวบอสเองเตรียมมาเรื่อยๆ เรียนเรื่อยๆ ทำกิจกรรมไปด้วย ช่วงจริงจังจริงๆ ก็เลยเทมาที่ช่วงสอบรอบสุดท้าย ช่วงแอดมิชชั่นนะแหละครับ คือ เรารู้แล้วว่า เราปิดประตูรับตรงไปแล้ว โอกาสมันเหลือแค่ตอนนี้แล้ว เราก็ต้องเตรียมตัวให้ดีที่สุด
           ช่วงสอบจริงๆ ก่อน GAT - PAT ผมใช้เวลาประมาณอาทิตย์กว่าๆ ในการนั่งอ่านทุกวันเพราะเราว่างแล้ว ตื่นมาประมาณเที่ยงๆ นั่งเรื่อยๆ ทั้งวัน พอ 3-4 ทุ่มก็นอน ทำแบบนี้ทุกวัน ประมาณสัปดาห์นึง แต่ บอสอ่านมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ ม. 5 แล้วนะ อันนี้คือมาอ่านทบทวนนะครับ 
 
อยากให้น้องๆ เตรียมอะไรมากที่สุด
           อย่างแรกต้องรู้ก่อนว่าเราอยากเข้าคณะอะไร แล้วก็ดูว่าในคณะที่เราอยากเข้า มีเกณฑ์ใช้วิชาไหนมากที่สุด พอเรารู้ เราก็เตรียมวิชานั้นให้มากขึ้น เตรียมให้พร้อมที่สุด จริงๆ อีกอย่างนึงที่บอสทำคือ มีโอกาสก็ไปสอบครับ เพราะจะทำให้รู้แนวข้อสอบ แล้วก็ไม่ตื่นสนามสอบ อันนี้ช่วยได้มาก 
           สำหรับบอส อย่างที่บอกว่าเรียนมาเรื่อยๆ เราจะมาอ่านทวนๆ ก็ช่วงก่อนสอบซักสัปดาห์นึงแหละครับ อย่างตอนที่สอบ จำได้ว่าคะแนน PAT 3 คือ 200+ คือ คะแนนตรงนี้บอสว่าทำโจทย์มันสำคัญมากครับ เพราะถ้าไม่ทำโจทย์มาก่อน เราจะไม่รู้เลยว่าเจอโจทย์แบบนี้แล้วเราต้องจะทำยังไง เราจะแก้แบบไหน ขืนรอไปเจอในข้อสอบกว่าจะแก้ได้นี่เสียเวลามากเลยนะครับ อีกอย่างแต่ละข้อมีเวลาจำกัด การที่เราเชี่ยวชาญ คุ้นชินกับรูปแบบข้อสอบช่วยประหยัดเวลาในการแก้โจทย์ และก็ชัวร์ด้วยครับ
           อีกอย่างนึงที่สำคัญไม่แพ้ทำโจทย์คือ เนื้อหา เพราะเนื้อหาในการสอบกว้างมากๆ เนื้อหาเราก็ต้องแม่นมากๆ ถึงจะแก้โจทย์ออก เพราะถ้าเนื้อหาไม่แม่น โจทย์พลิกนิดเดียวเราก็จบครับ เพราะเราไม่แม่น แก้ไม่ได้ เสียคะแนนไปเลย
           สุดท้ายอยากบอกว่า มันไม่ได้ใช้เวลาแค่ 2-3 อาทิตย์ก่อนสอบ แล้วจะสอบได้ ต้องค่อยๆ เก็บไปทีละนิด เหมือนเราเรียนหนังสือแหละครับ ต้องเรียนไปเรื่อยๆ พอถึง ม. 6 คือช่วงเวลาในการทบทวนอีกที ซึ่งช่วงที่เราจริงจังก่อนสอบคือช่วงเวลาทบทวนข้อสอบให้เห็นภาพรวมก่อนเข้าสอบ
 
   
1 อาทิตย์ก่อนสอบ อยากให้ทำอะไรมากที่สุด
           อยากให้ทำโจทย์ และจำเนื้อหา กับสูตรให้ครบ คือ จำให้ได้มากที่สุด ทุกเรื่องที่จะออกสอบได้ เรากวาดให้หมดครับ มันแค่ครั้งเดียวในชีวิต ทุ่มให้สุด แล้วเราจะไม่เสียใจอะไรเลย อย่างบอสเองตอนพลาดสอบตรงที่จุฬาฯ ก็แอบเสียใจนะ คือเราพลาดไปนิดเดียวจริงๆ พลาดที่ไม่ได้เต็มที่ตั้งแต่ตอนนั้น ซึ่งเราก็ไม่อยากรู้สึกแบบนั้นอีกก็เลยทุ่มสุดตัวกับแอดมิชชั่น
 
เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย แต่เกรดยังเป๊ะ ทำยังไง?
           ตอนนี้อยู่ปี 4 ครับ เราก็ตั้งเป้าว่าอยากจบเกรดดีๆ ให้ตัวเองภูมิใจเลยพยายามประคองเกรดจนได้มา 3.25 ซึ่งยอมรับว่าหนักครับ ต้องทำงาน ถ่ายละคร 2 เรื่องไปพร้อมๆ กันทั้งนางชฎาและก็เลือดตัดเลือดทีจะออนแอร์ปีนี้ มันก็หนักมากนะครับ บางทีก็มีท้อบ้าง อยากปล่อยๆ ตัวบ้างแต่ผมคิดว่าเพราะเราตั้งใจเรียนมาตั้งแต่เด็ก พอโตมาเราก็เลยแข่งกับตัวเอง พยายามมองว่าทำไมตอนเด็กเราเกรดดีๆ ได้ แล้วทำไมตอนนี้เราจะทำไม่ได้ เพียงแต่พออยู่ในมหาวิทยาลัยเราจะมีข้อจำกัดเยอะขึ้นเช่น มีคนเก่งเยอะขึ้น มีเวลาน้อยลง ทุกวิชาหนักหมด แถมยังทำงานไปด้วย ก็ต้องใช้ความพยายามมากหน่อย แต่สิ่งที่เราต้องทำก็คือทำทุกอย่างให้ดีที่สุด แค่นั้นครับ
           อีกอย่างหนึ่งที่อยากบอกน้องๆ คือ สำหรับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย มันต้องพึ่งพาตัวเอง แต่อย่าลืมช่วยเหลือเพื่อนในกลุ่มด้วย เพราะถ้าเราต่างช่วยกันจะดีมากเลยนะ เราจะไม่เหนื่อยเท่ากับเรียนเองคนเดียว อ่านเองคนเดียว อย่างน้อยมีอะไรเราปรึกษากันได้ เพื่อนดีๆ ช่วยได้ครับ ผมต้องขอบคุณที่เพื่อนในกลุ่มเป็นเพื่อนดีๆ ที่ช่วยเหลือกัน ซึ่งน้องๆ เอาไปใช้ได้นะครับ ช่วยกันเรียน ไม่ต้องเรียนจ๋า เนิร์ดทั้งกลุ่มหรอก แต่ถึงเวลาต้องช่วยกันดูหนังสือ ชวนกันไปในทางที่ดีครับ
 
สำหรับเรา อะไรยากที่สุดสำหรับคนที่คิดจะเรียน "วิศวะฯ"
           ผมว่าตอนปี 1 ครับ คือ เข้าไปผมก็ปรับตัวยังไม่ได้ มันต่างกันมากนะครับกับชีวิตมัธยมฯ ที่เคยเตรียมตัวสอบแค่ 3-4 วัน
อ่านหนังสือมาสอบ ก็ได้แล้ว 
แต่ในระดับมหาวิทยาลัยมันไม่ใช่ มันต้องเผื่อเวลามากกว่านั้น ยิ่งกว่าแอดมิชชั่นอีก ที่คิดว่าแอดมิชชั่นหนักแล้ว ผมว่าเรียนในมหาวิทยาลัยหนักกว่ามาก เพราะต้องเตรียมเยอะ อย่างผมเตรียมเป็นเดือน อย่างปีแรกที่บอกว่ายากคือ ผมเตรียมแค่สองอาทิตย์ก่อนสอบ สุดท้ายมันไม่เวิร์ค ไม่ทัน ปีแรกนี่เหลือ 2.66 จาก 3.92 ช่วงมัธยมฯ  คือเป็นเลข 2 ตัวแรกในชีวิต ก็ตกใจครับ พอเจอแบบนี้เลยต้องคิดใหม่ทั้งหมด
           อีกอย่างหนึ่งมหาวิทยาลัย เราต้องทำหน้าที่ตัวเองให้สมบูรณ์ มีหน้าที่เรียนต้องเรียน ไม่ว่าจะยุ่ง จะมีงานอะไร แต่หน้าที่หลักเราก็ต้องรับผิดชอบโดยไม่มีข้ออ้างใดๆ ครับ ต้องจัดเวลาตัวเองให้ได้
 
ฝากถึงคนที่กำลังจะแอดมิชชั่น
           อย่างแรกคือควรรู้ว่าชอบคณะไหน แล้วคณะนั้นมีสาขาวิชาอะไร ภาควิชาอะไรบ้าง จากนั้นก็ต้องดูว่าภาคไหน สาขาวิชาอะไรใช่สำหรับเราที่สุด
           ต่อมาคือเรื่องคะแนน คือในการแอดมิชชั่น ทุกคนแย่งที่นั่งกัน ก็ต้องพยายาม เหนื่อยกว่าคนอื่นหน่อยนึงแหละครับ อย่างถ้าเป็นวิศวะฯ จุฬาฯ อย่างน้อย PAT3 ควร 200+ ต้องแตะให้ได้ เพราะน้ำหนัก PAT3 เยอะ อีกอย่าง ถ้าเราได้เยอะก็เป็นผลดีกับเราด้วย 
           อีกอย่างนึง PAT1 อย่าทิ้งนะครับ หลายคนทิ้งกันเยอะ ทั้งๆ ที่หลายคณะใช้ยื่น 
          และที่สำคัญ GAT เชื่อมโยงภาษาไทย ควรเต็มครับ พยายามให้มากที่สุด มันเป็นวิชาที่อัพคะแนนเรา ไม่ควรพลาดมากที่สุด อ่อ ส่วน GAT เชื่อมโยงภาษาอังกฤษ ก็ควร 100+ จะดีมากครับ
           สุดท้าย อย่าคิดว่าเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยแล้วจะจบแค่นั้น ไม่ใช่ครับ เข้ามาแล้วนั่นคือจุดเริ่มต้นของอีกสังคมที่เราต้องสู้ต่อ เข้ามาแล้วคนที่เก่งกว่าเราก็มี เก่งเท่าๆเราก็เยอะ ถ้าเราอยากเก่งกว่าคนอื่นเราก็ต้องฟิตกว่าคนอื่น แต่หลายคนพลาดเพราะเข้ามาแล้วไม่สนใจ ไม่ขยันเรียน ปล่อยตัว เหลวไหล อันนี้ก็อาจจะโดนรีไทร์ได้นะครับ อ่อ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเรียนจนไม่ร่วมกิจกรรมเลยนะครับ ชีวิตมีอีกหลายมุม ร่วมกิจกรรมก็สำคัญครับ
           อื้อหือออ!! คุยกันครบถ้วนทุกแง่มุมขนาดนี้ หวังว่าพี่บอสน่าจะเป็นหนึ่งคนที่ตามฝันตัวเอง ยอมเสี่ยงเพื่อคว้าสิ่งที่ตัวเองต้องการมากที่สุด จนวันนี้เขาประสบความสำเร็จก้าวแรกที่เขาต้องการแล้ว แล้วอนาคตน้องๆ ละคะ น้องได้ทำอะไรเพื่ออนาคตตัวเองแล้วหรือยัง? พี่เมษ์เชื่อว่าอนาคตของน้องไม่ได้อยู่ที่ใคร แต่อยู่ในกำมือน้องๆ เองนะคะ ฝันให้ไกลไปให้ถึง ทำได้แน่!!
           อ่อ  ส่วนใครอยากติดตามก็สามารถติดตามผลงานพี่บอสได้เลยนะคะ ในละครทั้งนางชฎา และเลือดตัดเลือด แอบกระซิบว่าเร็วๆ นี้ค่ะ หรือเข้าไปพูดคุยกับพี่บอสที่ Ig: @bossjukkaphan ค่ะ แล้วกลับมาเจอกับพี่เมษ์และ Admission Idol คนต่อไปได้ในวันอังคารหน้า จะเป็นใคร มีแรงบันดาลใจอะไรมาฝากกัน ต้องรอชมค่ะ ไปละนะ บ๊ายบายยยยยยยย 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=may

พี่เมษ์ - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ฝ่ายการศึกษา

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Admission #Admission Idol #Idol #ไอดอล #บอส

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?