/>
ซ่อน
แสดง

สิทธิ์ของ "เด็กซิ่ว" อยากรู้ไหม ว่าสอบอะไรได้บ้าง []

วิว
        "งงมาก! ถ้าอยากซิ่ว เราสอบอะไรได้บ้าง" เชื่อว่าน้องๆ ที่อยากซิ่ว คงเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ บางคนก็บอกว่าเด็กซิ่วแอดมิชชั่นได้ สอบตรงไม่ได้ บางคนก็บอกว่าสอบตรงได้ แต่ได้แค่บางที่ สร้างความสับสนกันไปหมด


 
        ความจริงแล้ว การซิ่วก็คือการเริ่มต้นใหม่ค่ะ ระบบการสอบเป็นไปตามปกติ เหมือนตอน ม.6 เพียงแต่จะมีรายละเอียดบางอย่าง ที่น้องๆ ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ถ้าพร้อมแล้วก็ตามพี่เมก้าไปทำความเข้าใจกับ มีสิทธิ์สอบ Vs หมดสิทธิ์สอบ สรุปแล้วเด็กซิ่วสอบอะไรได้บ้าง? กันเลย!

เด็กซิ่วมีสิทธิ์สอบ "รับตรง+แอดมิชชั่น"
        ยิ้มกว้างๆ ได้เลยนะคะ น้องๆ เด็กซิ่วมีสิทธิ์สอบได้ทั้งรับตรงและแอดมิชชั่นเลยค่ะ เพียงแต่ระบบการสอบของรับตรงจะมีความยุ่งยากมากกว่าแอดมิชชั่นนิดหนึ่ง ตรงที่น้องๆ ต้องเปิดระเบียบการมาไล่เช็กคุณสมบัติตามแต่ละที่ที่ต้องการสอบเอง (โควตา/รับตรงบางโครงการไม่ได้เปิดรับน้องๆ เด็กซิ่ว T_T) ส่วนแอดมิชชั่นจะเป็นระเบียบการกลาง ทุกมหาวิทยาลัยใช้ร่วมกัน ไม่มีความซับซ้อนมากนักค่ะ ถ้าน้องๆ ยังไม่กระจ่าง ตามไปดูตัวอย่างกันดีกว่าเนอะ

โควตา/รับตรง
       
        ถ้าน้องๆ อยากรู้ว่าคณะ/มหาวิทยาลัยที่เล็งไว้นี้ เราสอบได้มั้ย? ก็ง่ายๆ เลยแค่ติดตามข่าว เปิดระเบียบการโควตา/รับตรงขึ้นมาไล่เช็กคุณสมบัติ ถ้าเจอคำว่า เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ สำเร็จการศึกษาระดับชั้น ม.6 นั่นแหละ! เด็กซิ่วมีสิทธิ์สอบได้แน่นอนค่ะ ตัวอย่างรับตรง 60 ที่น้องๆ เด็กซิ่วสามารถตามไปสมัครกันได้ ตามนี้เลย


        ๐ รับตรง 60 โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาฯ (ช่วงที่ 2) ม.เชียงใหม่ คลิก    
        ๐ ระบบรับตรง 60 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
คลิก
        รับตรง 60 ม.วลัยลักษณ์ คลิก
        รับตรง 60 ม.เกษตรศาสตร์ สกลนคร คลิก
       
รับตรง 60 โครงการเกษตรพันธุ์ใหม่ ม.ทักษิณ คลิก  
       
รับตรง 60 ม.มหิดล อำนาจเจริญ คลิก 
        รับตรง 60 คณะแพทยศาสตร์ ม.บูรพา คลิก
        รับตรงเพิ่มพิเศษ 60 คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ม.ศิลปากร คลิก
        รับตรง 60 รูปแบบปกติ จุฬาฯ (บางคณะ เช่น วิศวฯ สถาปัตย์ฯ รัฐศาสตร์ อักษรฯ นิติฯ สัตวฯ ครุฯ) คลิก

แอดมิชชั่น
        เป็นการสอบที่น้องๆ เด็กซิ่วคุ้นเคยกันดีว่า เราสามารถสอบได้ แต่!!! มีข้อแม้อีกเช่นเคย ตามระเบียบการแล้ว คุณสมบัติของผู้สมัครได้ระบุไว้ว่า ต้องไม่เป็นผู้ที่กำลังศึกษาเกินกว่าชั้นปีที่ 1 ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ เว้นแต่จะได้ลาออกเสียก่อน นั่นหมายความว่า น้องๆ เด็กซิ่วที่เรียนอยู่ชั้นปีที่ 1 และเรียนเอกชน สามารถสอบแอดมิชชั่นได้แน่นอน และสามารถรอสอบให้ติดก่อน ค่อยลาออกก็ยังได้ ส่วนน้องๆ ที่รู้ตัวช้า มาซิ่วเอาตอนปีสูงแล้ว มีสิทธิ์สอบได้ แต่ก็ต้องทำเรื่องลาออกให้เรียบร้อยค่ะ


5 เคสที่ทำเด็กซิ่ว "หมดสิทธิ์สอบ"


 
        พาน้องๆ ไปดูสิทธิ์ที่เด็กซิ่วสามารถสอบได้กันมาแล้ว คราวนี้ตามพี่เมก้าไปดู 5 เคสที่อาจทำให้น้องๆ หมดสิทธิ์สอบ! กันดีกว่าค่ะ รู้แล้วจะได้ระมัดระวังกันให้ดีเนอะ

1. เลือกคณะไม่ตรงสายการเรียน
        เคสนี้ส่วนใหญ่มักเป็นปัญหาของน้องๆ สายศิลป์ที่เลือกซิ่วข้ามสายค่ะ อย่างที่พี่เมก้าบอกไว้ตอนต้นว่า ระบบการสอบเป็นไปตามปกติ น้องๆ สายวิทย์สามารถสอบเข้าคณะสายศิลป์ได้ แต่โอกาสที่น้องๆ สายศิลป์จะข้ามสายไปสอบเข้าคณะสายวิทย์ โดยเฉพาะวิทย์สุขภาพอย่าง ทันตะฯ เภสัชฯ พยาบาล กายภาพบำบัด ฯลฯ มันยากมากเลยค่ะ (โชคดีที่น้องๆ สายศิลป์ ยังสอบหมอได้ ^^) การอยากเรียนในคณะที่ไม่ตรงสายการเรียนแบบนี้ เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่เราไม่มีสิทธิ์สอบค่ะ

        สมมติน้องเรียนจบมาด้วยแผนศิลป์-ภาษา แล้วคณะ A กำหนดคุณสมบัติไว้ว่า ต้องจบการศึกษาด้วยแผนการเรียน วิทย์-คณิต เท่านั้น ถึงแม้น้องๆ จะยื่นคะแนนไป คุณสมบัติเราก็ไม่ผ่านอยู่ดี นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ว่า ทำไมน้องๆ เด็กซิ่วบางส่วน ถึงหมดสิทธิ์สอบนั่นเองค่ะ TT[]TT


2. เรียนเกินกว่าชั้นปีที่ 1
        แอบแง้มบอกไว้แล้วในเรื่อง มีสิทธิ์สอบ ของน้องๆ เด็กซิ่วว่า หากน้องๆ กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 สามารถสมัครสอบได้เลย โดยยังไม่ต้องลาออก แต่สำหรับน้องที่เรียนอยู่ชั้นปีสูง ตามกฎแล้ว ต้องลาออกก่อนถึงจะมีสิทธิ์สอบได้ ถ้าน้องๆ ตัดสินใจซิ่วในคณะที่ไม่ได้มีการตรวจสอบเรื่องชั้นปีที่ศึกษาอย่างเข้มข้น ก็อาจจะไม่มีปัญหาอะไรค่ะ แต่ถ้าซิ่วอยู่ในกลุ่มวิทย์สุขภาพ งานนี้ต้องอ่านระเบียบการให้รอบคอบ เพราะถ้าพลาดไปเท่ากับหมดสิทธิ์สอบโดยอัตโนมัติเลยค่ะ พี่เมก้าขอยกตัวอย่างจาก "การสอบ กสพท 60" ละกันนะคะ ในระเบียบการระบุไว้ว่า

        "ไม่เป็นผู้กำลังศึกษาเกินชั้นปีที่ 1 ในมหา'ลัยของรัฐ ยกเว้น ผู้ที่ได้ลาออกจากการศึกษา ก่อนวันที่ 15 สิงหาคม 2559 และผู้ที่คาดว่าจะจบการศึกษาในปีการศึกษา 2559 (ผู้ที่ศึกษาเกินชั้นปีที่ 1 หมายถึง ผู้ที่มีสถานภาพนิสิต/นักศึกษาเกินกว่าชั้นปีที่ 1 อันได้แก่ ผู้ที่ได้ลงทะเบียนในรายวิชาบังคับของชั้นปีที่สูงกว่าปีที่ 1 หรือผู้ที่มีสิทธิ์ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาบังคับตั้งแต่ชั้นปีที่ 2 ขึ้นไป แม้จะได้ลาพัก/ได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษาแล้ว"

        จากข้อความนี้เห็นชัดเลยว่า น้องๆ เด็กซิ่วที่ยังมีสิทธิ์สอบ กสพท ต้องเป็นผู้ที่ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 เท่านั้น ถ้าน้องผ่านการเรียนชั้นปีที่ 1 ไปจนครบ 2 เทอมแล้ว จะเท่ากับว่าเป็นผู้ที่มีสิทธิ์ลงทะเบียนเรียนปี 2 หมดสิทธิ์สอบทันทีค่ะ อยากมาสอบหรือขอดรอปทีหลัง ก็สายไปแล้ว TT__TT
      

3. คะแนนหมดอายุ
        ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความสะเพร่าหรืออะไร แต่พี่เมก้าแอบเห็นน้องหลายคนเป็นกันบ่อยมากเลยค่ะ นั่งเรียนอยู่ปี 3 อยู่ๆ ก็เกิดอยากซิ่วขึ้นมากะทันหัน ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนเลย แต่ใจไปแล้ว ยังไงก็ต้องซิ่วให้ได้! ปรากฎว่าในมือมีเพียงคะแนน GAT PAT เท่านั้น เลยตัดสินใจสอบเข้าคณะที่ใช้ GAT PAT คำนวณคะแนนเรียบร้อย สอบติดแน่นอน! แต่พอถึงเวลายื่นคะแนนเท่านั้นแหละ รู้เลย! หมดสิทธิ์สอบ!! คำตอบก็อยู่ตรงนี้นี่แหละ คะแนนหมดอายุ O[]O!!!

        น้องๆ ห้ามลืมเด็ดขาดว่า GAT PAT มีอายุ 2 ปี! ส่วน 9 วิชาสามัญ อายุสั้นมากกก สอบได้ปีต่อปีเท่านั้นนะคะ ดังนั้น อยากสอบเข้าคณะไหน ระบบไหน โปรดระวังไว้ให้ดีค่ะว่า คณะเรียกใช้คะแนนสอบอะไร เรามีคะแนนอยู่ในมือหรือยังไม่มี ถ้ามี...หมดอายุรึยัง? ถ้ายังไม่มี...สมัครสอบรึยัง? จะได้ไม่หมดสิทธิ์สอบไปหน้าตาเฉยเนอะ ^^

4. เลือกสอบผิดสนาม


 
        เรียกได้ว่าตกม้าตายแบบเจ็บหนักเลยค่ะ กับการสมัครสอบผิดสนาม! เอ๊ะ? มีคนแบบนี้อยู่ด้วยเหรอ มีเยอะแยะมากค่ะน้องๆ ประมาณว่าอยากเข้าคณะ A ต้องใช้คะแนนสอบ GAT PAT แต่เผลอใจลอยไปสมัคร 9 วิชาสามัญแทน หรืออยากเข้าสถาปัตย์ ต้องสอบ PAT4 แต่ดันไปสอบ PAT6 OMG! เท่ากับปล่อยคณะในฝันให้หลุดมือไปเลยค่ะ หลุดจริงๆ ไม่มีคะแนนที่ต้องนำไปยื่นอยู่ในมือเลย TT__TT (แบบนี้เรียกว่า "พญานก") น้องๆ ต้องรอบคอบให้มากกว่านี้นะคะ เรื่องเลือกวิชาสอบนี้สำคัญมาก ทั้งการสอบในระบบรับตรงและแอดมิชชั่นเลย

5. คะแนนไม่ถึงเกณฑ์
        เคสสุดท้ายนี้เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่คาดไม่ถึงเลยค่ะ น้องๆ อย่าเพิ่งคิดว่า อ้าว! คะแนนไม่ถึง ก็หมดสิทธิ์สอบอยู่แล้วมั้ย จะยื่นไปทำไมอีก คะแนนไม่ถึงในที่นี้ ไม่ใช่ว่าคะแนนเราน้อยเกินไปนะคะ แต่หมายถึงคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ที่คณะกำหนดไว้ค่ะ สมมติว่าน้องทำคะแนนรวมสูงกว่าคะแนนต่ำสุด มีสิทธิ์แอดมิชชั่นติด แต่ปรากฎว่าคณะ A กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำของคะแนน O-NETภาษาอังกฤษ ไว้ที่ 60% น้องทำคะแนน O-NET ภาษาอังกฤษไม่ถึงเกณฑ์ ก็เท่ากับถูกตัดสิทธิ์ตั้งแต่ตอนจัดอันดับแล้วค่ะ

        เรารู้ๆ กันอยู่ว่าคะแนน O-NET ไม่มีวันหมดอายุ ต่อให้คะแนนกากแค่ไหน ก็สอบใหม่ไม่ได้ ดังนั้น สิ่งที่น้องๆ พอทำได้ก็คือ อ่านระเบียบการให้ดีค่ะว่า คณะที่เราเล็งไว้ได้กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำ O-NET ไว้รึเปล่า เราจะได้ไม่เผลอเลือกให้เสียอันดับไปฟรีๆ เนอะ อ้อ! เกณฑ์ขั้นต่ำนี้ ยังรวมถึงเกรดและ GAT PAT ด้วยนะ

        ความจริงแล้วเรื่องของการมีสิทธิ์สอบ หมดสิทธิ์สอบ ยังมีรายละเอียดยิบย่อยต่างกันไป ตามคุณสมบัติเฉพาะของการสอบแต่ละสนามด้วยค่ะ อย่างการสอบเภสัชฯ รอบแอดมิชชั่น น้องที่กำลังเรียนเภสัชฯ ม.รัฐ แล้วอยากจะซิ่วไปเภสัชฯ อีก ม.รัฐ หนึ่ง แบบนี้ทำไม่ได้นะคะ ต้องลาออกให้เรียบร้อย สรุปแล้วจะมีสิทธิ์สอบหรือไม่มีสิทธิ์สอบ พี่เมก้าอยากให้ยึดระเบียบการทั้งรับตรงและแอดมิชชั่นของคณะนั้นๆ เป็นสำคัญ เช็กรายละเอียดคุณสมบัติให้รอบคอบ เราจะได้ไม่เสียสิทธิ์ค่ะ


 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#สอบ #การสอบ #โควตา #รับตรง #สอบตรง #แอดมิชชั่น #Admission #มีสิทธิ์สอบ #หมดสิทธิ์สอบ #คุณสมบัติ #คุณสมบัติเฉพาะ #เกณฑ์การรับ #ซิ่ว #เด็กซิ่ว #Fossil #รวมพลเด็กซิ่ว #รวมพลเด็กซิ่ว

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?