/>
ซ่อน
แสดง

ท้าพิสูจน์! 10 สูตรเด็ด "จำนาน อ่านน้อย สอยคะแนนเยอะ" []

วิว
        

         สวัสดีชาว Dek-D ที่น่ารักทุกคนนะคะ เมื่อเร็วๆ นี้ พี่เมก้าแอบเห็นน้องๆ เข้ามาตั้งกระทู้ในบอร์ดแอดมิชชั่นกันมากมาย ส่วนใหญ่มาแนวบ่น และขอ How To เกี่ยวกับทริกเตรียมสอบ ประมาณว่า ใกล้สอบแล้ว แต่อ่านหนังสือไม่ทัน แถมยังขี้หลงขี้ลืม ทำไงดี มีวิธีจำไหม?


 
         วันนี้ขอนำเสนอ 10 สูตรเด็ด! จำนาน อ่านน้อย สอยคะแนนเยอะ สำหรับคนที่เหลือเวลาไม่มาก แถมยังความจำสั้น อ่านแล้วลืมๆ สูตรนี้จะช่วยให้น้องๆ ไม่ต้องตะบี้ตะบันอ่านหนังสือ เก็บข้อมูลได้ครบแบบจำยาว และสอยคะแนนมาได้เยอะ ใช้ได้ทุกสนามนะจ๊ะ      

สูตรที่ 1 จับเรื่องเด่นดังปังสุด
         ใครว่าสอบต้องอ่านเยอะ? ความรู้ไม่ได้วัดกันที่ปริมาณ แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพค่ะ น้องๆ เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเราอ่านหนังสือสอบมาเยอะมาก แต่ได้คะแนนน้อยกว่าเพื่อนที่บอกว่าอ่านไม่ทัน ไม่ค่อยได้อ่านเลย - -; เพื่อนอาจจะอ่านน้อยจริงๆ แต่จับเนื้อหาที่สอบมาได้ครอบคลุม เข้าใจ และตรงประเด็นกว่าเราก็ได้ ต่อให้เราอ่านมาเยอะ ถ้าความรู้ไม่เข้าสมอง มันก็สูญเปล่าค่ะ ดังนั้น อ่านเยอะ อ่านน้อย ไม่สำคัญ เท่ากับอ่านเข้าใจและจี้ถูกจุด

         หยิบหนังสือแต่ละวิชาขึ้นมาแยกส่วนดูเลยว่า เราต้องอ่านอะไร? สอบที่โรงเรียน ดูสิว่าคุณครูเน้นเรื่องไหน บทที่เท่าไหร่ สอบสนามอื่น จับแนวจากข้อสอบเก่าเลย บทไหนของวิชานี้ปังสุด! ออกสอบทุกปี! จำไว้ว่าเราต้องเลือกอ่านและจำแต่เรื่องที่เด็ดๆ เพราะเวลาเราเหลือน้อย เนื้อหามันเยอะ ไม่เหมาะกับการมานั่งจำข้อมูลมหาศาล ถ้าคัดมาดีแล้ว อยากน้อยก็จะได้ข้อมูลที่เป็นเนื้อเพียวๆ จับคอนเซปต์หลักของเรื่องได้ สามารถนั่งอ่านและจำแบบไม่เสียเหงื่อมากค่ะ  


สูตรที่ 2 เมคเลคเชอร์ขั้นเทพ
         จับเรื่องเด็ดกันไปแล้ว ก็ต้องดึงข้อมูลออกมาสรุปให้จับต้องได้ด้วยค่ะ ตัวช่วยของน้องๆ ก็คือ สมุดเลคเชอร์ นั่นเอง สมุดจดขั้นเทพนั่งทำวันหนึ่งก็เสร็จแล้ว ไม่เสียเวลาหรอก ^3^ วิธีก็คือให้น้องๆ นำเรื่องเด็ดที่ย่อยมาจากสูตรที่ 1 มานั่งอ่าน พร้อมกับจดลงสมุดเลคเชอร์ไปด้วยค่ะ แต่เน้นว่าไม่ใช่การอ่านและเขียนไปเรื่อยๆ นะคะ สร้างหัวข้อเรื่องขึ้นมาแล้วเขียนให้เป็นสเต็ปเหมือนนิยายอะค่ะ จากเหตุการณ์ที่ 1 จะนำไปสู่เหตุการณ์ที่ 2 3 4... เชื่อมไว้ด้วยกัน

         การอ่าน แล้วค่อยๆ เขียนสรุปเลคเชอร์ด้วยตัวเองกับมือนั้น มันทำให้น้องๆ ได้จดเอง จำเอง จากภาษาและความเข้าใจของตัวเราเอง เท่ากับได้ทบทวนไปรอบหนึ่ง พอกลับมาอ่านข้อมูลที่สรุปไว้ซ้ำๆ ยังไงก็จำได้ค่ะ ยิ่งสมุดเลคเชอร์ของน้องหลายคน เขียนได้น่าอ่าน เป็นระเบียบ มีสีสันสวยงาม มีภาพวาดน่ารักๆ มันก็ยิ่งทำให้เราอยากที่จะหยิบขึ้นมาอ่านใหญ่เลย ความรู้สึกมันต่างจากเวลาที่เราเปิดหนังสือหนาเป็นตั้งนะ แถมเลคเชอร์นี้ยังสามารถพกไปอ่านได้ทุกที่ทุกเวลาด้วย


สูตรที่ 3 สอนตัวเองวนไปจ้ะ - -''
         เมคเลคเชอร์เรียบร้อยแล้วก็อาศัยเจ้านี่นี่แหละมาสอนตัวเองค่ะ สมมติว่าตัวเองเป็นทั้งครูและนักเรียนไปในคนๆ เดียวกันเลย ประมาณว่าอ่านออกเสียงดังๆ "พลานาเรีย เป็นสัตว์ที่มีอวัยวะเพศทั้งสองเพศอยู่ในตัวเดียวกัน แล้วมันก็เป็นเพื่อนซี้กับไฮดราและไส้เดือนดินด้วย ทั้งหมดเลยมีสองเพศเหมือนๆ กัน เข้าใจไหมจ๊ะเด็กๆ" ซึ่งเด็กๆ ก็คือตัวเราเองนี่แหละ = ='' คุยกับตัวเอง พูดเองเออเองคนเดียว อาจจะดูเพี้ยนๆ ไปหน่อยนะคะ แต่ได้ผลดีเลยล่ะ
         ใครสนใจจะใช้สูตรนี้ พี่เมก้าแนะนำให้หามุมเงียบๆ สงบๆ ที่มันลับตาคนสักหน่อย ถ้าเป็นไปได้คือห้องนอนเราค่ะ จะได้ไม่มีใครคิดว่าเราบ้า อิอิ ล้อเล่น! เราจะได้มีสมาธิในการสอนตัวเองไง พอสอนเรียบร้อยจบแต่ละบท ก็ลองปิดหนังสือแล้วถามคำถามกับตัวเอง เพื่อเช็คดูค่ะว่า ที่นั่งสอนตัวเองมาเนี่ย เข้าใจไหม? จำได้ไหม? สับสนไหม? ไม่ใช่สอนเสร็จ อุต้ะ! ลืม (เสียงสูงงง) แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยลืมหรอก เพราะน้องๆ มักจะสรรหาเทคนิคแปลกๆ มาสอนตัวเองให้มันจำได้เองค่ะ  

สูตรที่ 4 ตะลุยโจทย์แบบถวายชีวิต
         พวกข้อสอบเก่า แบบฝึกหัด ตะลุยโจทย์ต่างๆ เราต้องพลีกายให้เขาแบบถวายชีวิตเลยค่ะ จะได้ไม่ต้องพลีชีพ ^^ ถ้าเวลาน้องๆ เหลือน้อย เราสามารถปรับให้อ่านหนังสือให้น้อยลงได้ แล้วมาทุ่มให้กับการทำโจทย์แทนค่ะ ข้อดีของการตะลุยแบบฝึกหัด มันทำให้เราจำแพทเทิร์นของข้อสอบได้ ประมาณว่าคำถามแนวนี้ เรื่องนี้ ออกข้อสอบบ่อยมากกก บางทีพอเริ่มทำเยอะๆ ก็จับทางได้เลยค่ะว่า คนออกข้อสอบมักจะถามหลอกตรงนี้แหละ เราต้องไม่หลงกลนะ ต้องตอบแบบนี้!

         ระหว่างตะลุยโจทย์ น้องๆ ลองจดสถิติคะแนนเวลาทำข้อสอบแต่ละวิชา แต่ละพาร์ทมาเก็บไว้ดูด้วยก็ได้ จะได้รู้ว่าเรื่องไหนที่เราต้องกลับไปทบทวนใหม่โดยด่วน เพราะยิ่งทำ คะแนนยิ่งดิ่งลงเหวละเกิน บางทีมันเป็นคะแนนสำคัญที่ปล่อยไว้ไม่ได้ค่ะ ส่วนพาร์ทที่ทำคะแนนลอยลำได้เสมอต้นเสมอปลายนั้น ก็เก็บไว้เป็นกำลังใจดีๆ ว่าเราโฟกัสถูกทางแล้ว น้องๆ ก็จะได้แตะหนังสือเพียงบางส่วนเท่านั้น แถมตรงไหนที่ทำแล้วผิดซ้ำบ่อยๆ มันก็ยิ่งช่วยตอกย้ำความจำเราให้แม่นยำขึ้นด้วย    
 

สูตรที่ 5 วาร์ปไปอ่านเฉลย
         สูตรนี้เป็นอะไรที่พี่เมก้าบอกเลยว่าตัวเองทำบ่อย ร้องไห้หนักมาก TOT มันมีไว้สำหรับคนที่อาการเข้าขั้นโคม่าเท่านั้นค่ะ คือเวลาเหลือน้อยมากกกจริงๆ ประมาณว่าพรุ่งนี้เช้าสอบ แล้ววันนี้เพิ่งว่างมาอ่านหนังสือสอบอะค่ะ แถมว่างตอนดึกๆ ด้วย เปิดหนังสืออ่านให้ตายยังไง มันก็ไม่มีทางทัน ดังนั้น สิ่งที่พอเป็นไปได้คือให้น้องๆ ไปเลือกอ่านเฉลยท้ายแบบฝึกหัดตามวิชาที่เราพอจะมีความรู้อยู่บ้าง อย่าเอาอะไรที่อ่านแล้วเข้าห้องสอบไปแบบมึนๆ งงๆ ไม่รู้เรื่องนะ เสียแต้มฟรีเลยค่ะ

         ที่ให้เลือกอ่านเฉลยท้ายแบบฝึกหัด เพราะเฉลยนั้นคล้ายกับการกรองความรู้มาสรุปให้เราเข้าใจแบบกระชับ ชัดเจนแล้วค่ะ แต่น้องๆ ต้องมั่นใจด้วยนะว่า เฉลยของข้อสอบเก่าเล่มนั้น มันเป็นหนังสือที่เราไว้ใจได้ อธิบายคำตอบได้ถูกต้อง ครบถ้วน แถมยังให้ความรู้เรื่องอื่นเพิ่มเติมมาด้วย พี่เมก้าถึงได้บอกไงว่าต้องเป็นวิชาที่เราพอมีความ Expert อยู่บ้าง พอจำเนื้อหาได้บ้าง พวกเฉลยที่มาแต่ ก. กิ้งก่า ข. ขายขวด ค. คำคม ง. งงงวย แบบนั้นไม่เอานะคะ แทบไม่ได้ความรู้อะไรเลย

    
สูตรที่ 6 เลือกอ่านช่วงนาทีทอง

         คิดว่าเรื่องนี้น้องๆ น่าจะพอรู้กันมาบ้างแล้ว เวลาที่ถูกโฉลกมีผลกับการอ่านหนังสือจริงๆ นะคะ พี่เมก้าเคยตั้งใจจะอ่านหนังสือตามเวลาที่เพื่อนซี้บอก นางบอกว่า"ตื่นมาอ่านตอนตีห้าสิแก ดีสุดๆ หัวนี่ลื่นปรื๊ดๆ" ปรื๊ดมากจ้า หัวลื่นไถลไปกับพื้นโต๊ะเลยจ้า - -'' มันไม่ใช่เวลาของเราอะค่ะ ลองเลือกเวลาอ่านหนังสือที่ใช่ดู ของพี่เมก้ากว่าจะเจอนี่เกือบสาย มารู้ตอนอยู่มหา'ลัยว่า ตัวเองหัวไบรท์พร้อมจำจริงๆ ช่วงหกโมงเย็นถึงสามทุ่ม หลังจากนั้นหลับเป็นตายจ้า เด็กอนามัยสุด
          แต่ระยะเวลาอ่านหนังสือที่เหมาะสมแบบความจำโลดแล่นดีไม่มีเบลอ ต้องไม่มากไม่น้อยไปกว่า 50 นาทีค่ะ สังเกตว่าเรามักจะเรียนคาบละ 50 นาทีเหมือนกัน น้องๆ ไม่จำเป็นต้องฟิคอ่านติดต่อกันหลายชั่วโมงนะคะ ถ้าสมองมันล้า มันก็ล้นออกมาเองอะ ลองอ่านทฤษฎีเคมีให้ครบ 50 นาทีปุ๊บ พักไปดูละคร หลับตาสบายๆ คลายเครียดสักแป๊บ แล้วกลับมาทำโจทย์คำนวณต่ออีกสัก 50 นาที แบบนี้ก็ได้ เพราะช่วงเวลานี้มันเป็นระยะเวลาที่เราสามารถจดจำได้ยาวนานและดีที่สุดแล้ว

สูตรที่ 7 เลือกภาพจำกับความสนุก
         สมมติว่าเพื่อนเดินมาพูดกับเราว่า "ใกล้สอบแล้วทำไมไม่อ่านหนังสือ นั่งดูคลิปอะไรไม่รู้ไร้สาระ!" ตอบกลับไปเลยค่ะว่า เชยมากกก สมัยนี้ล้ำไปถึงไหนแล้ว ใครบอกว่าเตรียมสอบต้องอ่านหนังสือเป็นตั้งๆ จนแทบจับมาต้มกินคะ "เรามีวิธีที่ดีกว่านี้มานำเสนอ เพียงแค่คุณมีแหล่งข้อมูลที่ดี ก็สามารถสนุกและมีความจำที่ดีเยี่ยมได้แล้ววว" วิชาที่เนื้อหาเยอะๆ อย่างชีวะ ดาราศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ฯลฯ มีผู้ใหญ่ใจดีนำมาทำเป็นคลิปสอนเหมือนดูหนังเพลินๆ เรื่องหนึ่งเลยค่ะ

         ที่สำคัญคลิปวิดีโอบางเรื่อง สรุปเนื้อหาได้ดีมาก นั่งดูแค่ 1 ชั่วโมง แต่ได้ความรู้ครอบคลุมไป 4-5 บทเรียนเลยนะคะ รับรองว่าน้องๆ จำแบบยาวนาน ทั้งที่แทบไม่ได้แตะหนังสือเรียนแน่นอน เพราะเราดูเป็นภาพ แล้วค่อยๆ ทำความเข้าใจตามไปด้วย ได้ทั้งความรู้และความสนุกแบบนี้ เลิศ!


สูตรที่ 8 ตั้งใจฟังทุกคำครูสอน
         น้องๆ เคยได้ยินประโยคนี้ไหมคะ "แค่ตั้งใจฟังครูสอน ตอนสอบไม่ต้องอ่านหนังสือยังได้เลย" อย่าคิดว่าคนพูดขี้โม้นะคะ พี่เมก้าเห็นด้วยมากกก การตั้งใจฟังจะทำให้น้องๆ รู้เนื้อหาสำคัญ เผอๆ อาจจะได้เทคนิคช่วยจำเด็ดๆ ด้วย เพราะเวลาครูสอนมักจะมีทริกเล็กๆ น้อยๆ มาฝากนักเรียนประจำ ประมาณว่า "เรื่องนี้ย้ำ! จำแบบนี้ กาดอกจันลงไป 627 ดอก" นี่แหละค่ะเป็นความรู้ที่น้องๆ ต้องรีบจำและทำความเข้าใจตั้งแต่ในห้อง มันออกสอบบ่อยแน่นอน!

         จำได้ว่าตอนพี่เมก้าเรียน ในสมุดจดนี่มีแต่มุกที่คุณครูเล่นเต็มเลย ครูหลายวิชาชอบคิดเพลง กลอน ประโยคตลกๆ มาให้เราจำเนื้อเรื่องนั้นได้แม่นๆ อะค่ะ สนุกมาก จำจนโต! เจอข้อสอบก็ทำได้เพราะคุณครูนี่แหละ น้องๆ ก็รู้ว่าเราเรียนกันหลายวิชา แต่ละวิชาเนื้อหาก็เยอะ ถูกไหมคะ? ถ้าเราตั้งใจเรียนจนเข้าใจถ่องแท้ตั้งแต่ในห้อง กลับบ้านมาก็จะได้มีเวลาไปทำการบ้าน เตรียมอ่านหนังสือวิชาอื่นได้ ยิ่งตั้งใจเรียนทุกคลาส ก็ยิ่งทุ่นเวลาเหนื่อยไปได้เยอะเนอะ    


สูตรที่ 9 ทำการบ้านด้วย 1 สมอง 2 มือ
         มองตาก็รู้ใจว่าการบ้านของเด็กมัธยมฯ นั้นเยอะมากกก เยอะจนทำไม่ทัน เลยมีอยู่หลายครั้งที่น้องๆ เคยแอบแวบไปลอกการบ้านเพื่อนใช่ไหมล่ะ? พี่เมก้าก็เคย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรอย่างยิ่งเลยค่ะ (อย่าทำตามเด็ดขาด!) ถึงแม้ว่าการบ้านบางชิ้นนั้น จะทำให้น้องๆ รู้สึกว่านั่งทำไปก็เสียเวลาเปล่า แต่ลึกๆ แล้ว ทุกคนก็รู้ว่าการบ้านมันจำเป็นอยู่! ทำให้เราได้ฝึกฝนตัวเอง ยิ่งเป็นรายงาน หรือแบบฝึกหัดท้ายบทยิ่งมีประโยชน์ใหญ่เลยค่ะ
         อย่างรายงาน 1 เล่ม กว่าน้องๆ จะทำเสร็จ ก็ต้องผ่านการค้นข้อมูล คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์มากมาย แบบฝึกหัดท้ายบทก็เหมือนช่วยให้เราได้ทบทวนบทเรียน พอถึงเวลาอ่านหนังสือสอบ ก็ช่วยให้รู้สึกว่าไม่ต้องอ่านเยอะมากนัก เรียกได้ว่าความรู้ต่างๆ ที่สั่งสมมาจากการทำงาน มันจะทำให้น้องๆ จำได้เองค่ะ ดังนั้น เราต้องลงมือทำการบ้านทุกชิ้นด้วยตัวเองนะคะ

สูตรที่ 10 เพื่อนกันผลัดกันติว
         มาถึงสูตรสุดท้าย! เป็นวิธีเด็ดที่เชื่อว่าหลายคนเลือกใช้ค่ะ อย่างพี่เมก้ากับเพื่อน เลือกที่จะไม่อ่านหนังสือวิชาที่เราไม่ถนัดค่ะ น้องๆ ลองคิดดูว่า เราจะมาเสียเวลานั่งอ่าน นั่งจำ กับเรื่องที่ทุ่มแทบตาย ก็ไม่เข้าใจทำไม อ่านไปก็ไม่รู้เรื่อง! สู้มาอ่านเฉพาะวิชาที่เราเป็นเทพ แล้วเก็บไว้ติวให้เพื่อนฟังดีกว่า ตกลงว่าวิธีใช้สูตรนี้คือ ต่างคนต่างกลับไปทบทวนเนื้อหาที่ตัวเองแม่นค่ะ แล้ววิชาไหนที่เป็นจุดอ่อนของเรา ก็เก็บไว้มาฟังเพื่อนติวแทน พอติวเสร็จนอกจากจะได้สรุปดีๆ แล้ว ก็ยังแบ่งเวลาไปเก็บวิชาอื่นที่เหลืออยู่ได้ด้วย

         สูตรนี้ช่วยประหยัดเวลาอ่านหนังสือของน้องๆ เหมือนมีคนมาช่วยอ่าน เราได้ทบทวนความรู้ซ้ำๆ ในเรื่องที่เราแม่น เพื่อเตรียมมาติวให้เพื่อนฟัง ส่วนเรื่องที่เราไม่ถนัด อ่านตกหล่น เคยจำ หรือเข้าใจมาแบบผิดๆ พอได้เพื่อนช่วยเตือน ช่วยแก้ให้ รับรองว่าเดี๋ยวก็จำได้เอง แถมระหว่างติว ไม่แน่ว่ายังอาจได้มุกตลกมาช่วยจำความรู้เพิ่มเติมด้วยนะคะ งานนี้อ่านหนังสือน้อยลง จำนาน แถมยังได้ความรู้ครบด้วย ประโยชน์หลายต่อขนาดนี้ คะแนนจะหายไปไหน!   

        ทั้งหมดนี้ก็เป็น "10 สูตร จำนาน อ่านน้อย สอยคะแนนเยอะ" ที่พี่เมก้านำมาฝากนะคะ จะแบ่งไปใช้ทั้ง 10 สูตรเลย หรือจะเลือกใช้เพียงบางสูตร ตามความสะดวกของน้องๆ เลยก็ได้ ขอให้ทุกคนมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ พร้อมที่จะดึงศักยภาพตัวเองออกมาใช้อย่างเต็มที่ ต่อให้เวลาเหลือน้อย พี่เมก้าเชื่อว่ายังไงก็เตรียมตัวทันค่ะ สู้ๆ ^^
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#สูตร #เทคนิค #ทริก #เคล็ดลับ #วิธี #อ่านหนังสือ #ตำรา #จำนาน #จำยาว #ความจำดี #อ่านน้อย #เก็บคะแนน #เก็บแต้ม #สอบ #รับตรง #แอดมิชชั่น #Direct #Admission #9 วิชาสามัญ #GAT PAT #GAT PAT

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?