/>
ซ่อน
แสดง

ตามไปดู "พี่ตรี" เส้นทางกว่าจะเป็นหมอฟัน กับการเก็บเคส 3 ปีสุดท้ายที่แสนทรหด []

วิว

       สวัสดีค่ะ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพี่แป้งได้พาน้องๆ ไปพบกับ พี่เอ๋ย นักศึกษาทันตแพทยศาสตร์ ม.มหิดล หรือ กัปตันเอ๋ย BAR4 ตามไปดูว่าชีวิตการเรียนในคณะทันตแพทยศาสตร์เป็นอย่างไร แต่มันไม่จุใจ ครั้งนี้พี่แป้งจะพาน้องไปพบกับ พี่ตรี ทันตแพทย์หญิงป้ายแดงจากรั้วจุฬาฯ ที่ตอนนี้อยู่ในช่วงใช้ทุน ไปรู้ลึกเลยว่ากว่าจะจบต้องเก็บเคสเท่าไหร่ กว่าจะได้ที่ใช้ทุน และการเป็นทันตแพทย์จริงๆ เป็นอย่างไร ไปดูกันเลยค่ะ
 

พี่แป้ง : อยากให้น้องตรีแนะนำตัวเองกับชาว Dek-D หน่อยค่ะ
พี่ตรี : สวัสดีค่า พี่ชื่อ มานิตา ธรรมญาณ ชื่อเล่น "ตรี" จบจากคณะทันตแพทยศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตอนนี้ทำงานเป็นทันตแพทย์ใช้ทุนปี 1 อยู่ที่โรงพยาบาลขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ค่า :)

พี่แป้ง : ก่อนจะเรียนจบต้องเก็บเคส อยากให้เล่ารายละเอียดการเก็บเคสว่าต้องเป็นแบบไหน?

พี่ตรี : ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่าการขึ้นคลินิกหรือการทำงานในคลินิกของแต่ละมหาวิทยาลัยแตกต่างกัน อย่างของจุฬาฯ นิสิตทันตแพทย์จะขึ้นตั้งแต่ปี 4 เลยค่ะ จะมีงานหลักๆ ที่ต้องทำคือ อุดฟัน รักษารากฟัน ขูดหินปูน ถอนฟันและผ่าฟันคุด ทำฟันปลอม การทำเฝือกสบฟันสำหรับคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องข้อต่อขากรรไกร การทำฟันในเด็ก และอื่นๆ อีกมากมาย และต้องเก็บเคสเยอะมากกกกก(ก.ไก่ล้านตัว)

           เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่น้องๆ จะออกจากประตูรั้วคณะไปเป็นคุณหมอฟันในชีวิตจริง กว่าจะเป็นได้น้ำตาไหลไม่รู้กี่ลิตร T_T โดยแยกงานเป็นดังนี้ค่ะ

1.งานอุดฟัน จะต้องเก็บเคสฟันผุในรูปแบบต่างๆ กัน แม้ผู้ป่วยทุกคนจะมีฟันผุเหมือนกันแต่หน้าตาของรอยผุ หรือส่วนที่ผุมันเกิดไม่เหมือนกัน อาจารย์ที่น่ารักของเราก็อยากจะให้นิสิตของเรา strong ค่ะ เลยให้เก็บเคสเยอะเลย โดยหน้าตารอยผุต้องมีแบบนี้

 

         คือต้องเข้าใจก่อนว่าเวลาเรารับคนไข้มา 1 คน น้องไม่สามารถเลือกทำเป็นซี่ๆ เอาแต่เคสที่เราต้องการได้ น้องต้องวางแผนการรักษาโดยรวมทั้งปาก ว่ามีผุกี่ซี่ ต้องอุดกี่ซี่ ซึ่งคน 1 คน ก็คงไม่ผุครบตามที่ต้องการได้หมดแน่นอน ก็ต้องรับคนไข้หลายคนเพื่อจะได้พบเจอฟันผุแบบต่างๆ บริหารเวลาทำคลินิก สลับคนไข้กันหัวหมุนมาก แล้วยิ่งฟันที่ผุซอกฟันเงี้ยยยย หายากมากกกกกกกก มากกกก มากกกก ไม่มีคนไข้คนไหนผุซอกฟันกันเลย ตามหากันตั้งแต่ ปี 4 ยันปี 6 จนต้องเอาเพื่อนตัวเองไปเป็นคนไข้เพื่อให้จบ #พี่เองไงจะใครล่ะ (ปล.เก็บเคสไม่ครบ ไม่จบนะจ๊ะ)

2.งานรักษารากฟัน คือจะมีคนสงสัยบ่อยว่ารักษารากฟันคืออะไรเหรอคะ หมอฟันจะรักษารากฟันก็ต่อเมื่อฟันมันผุมากๆ จนเข้าโพรงประสาทฟัน ทำให้ฟันนั้นปวด ปวดจนทนไม่ได้ มันทรมานมากกกจนน้องๆ อยากจะคลานมาถอนฟันทิ้งซะเดี๋ยวนั้นเลย ซึ่งนิสิตทันตแพทย์ต้องเก็บเคสทั้งหมด 4 คลองรากฟัน คือฟันบางซี่มี 2 ราก บางซี่มีรากเดียวก็แล้วแต่น้องจะได้ทำเลย

 

           การรักษารากฟัน เปรียบเสมือนการทำมัมมี่ คือเอาประสาทฟันออกไป มันเป็นคล้ายๆ พวกเครื่องในนี่แหละ เก็บตัวฟันข้างนอกไว้คงความสวยงาม แล้วแทนที่ประสาทฟันด้วยวัสดุอื่นๆ ที่ไม่ระคายเคืองกับฟัน ฟันซี่นี้พอรักษาเสร็จน้องก็จะหายปวดแถมเก็บฟันสวยๆ ไว้อยู่นานๆ ด้วย แต่ค่ารักษาแพงมากนะจ๊ะ ดังนั้นอย่าปล่อยให้ผุขนาดนั้นเลย พี่ขออออ

3.งานขูดหินปูน คือหินปูนมันเกิดจากการที่เราแปรงฟันไม่สะอาด คราบเศษอาหารก็ไปตกตะกอนที่ฟันรวมๆ กันเป็นหินปูน สรุปหินปูนคือขี้ฟันที่บำเพ็ญตบะอยู่ในปากน้องเป็นเวลานานนนั่นเอง รู้สึกอี๋ปะ พอเป็นหินปูนแล้วน้องไปแคะๆ แกะๆ ออกเองไม่ได้ ก็เป็นงานของพี่ที่มาขูดให้น้องนี่แหละค่ะ จะแบ่งออกเป็น
    - งานขูดหินปูนอย่างง่าย หินปูนน้อยๆ เล็กๆ เหงือกอักเสบ 3 เคส
    - ขูดหินปูนอย่างยาก หินปูนเยอะๆ เขรอะๆ เหงือกอักเสบ ฟันโยก กระดูกรอบรากฟันละลาย อีก 2 เคส

 

           ทุกเคสต้องมีการสอนแปรงฟันอย่างถูกต้อง และสอบคนไข้แปรงฟัน คือคนไข้ต้องแปรงฟันให้อาจารย์ดู ถ้าแปรงไม่ได้ ก็แปรงวนไปค่ะ แปรงวนไปจนกว่าจะได้ งานนี้ก็จะเจอคนไข้บ่อย เจอนานสนิทกับคนไข้ได้เลย โทรหาคนไข้บอกอย่าลืมแปรงฟันทุกวัน ใช้ไหมขัดฟันด้วยนะคะ ก็ทำให้ความใกล้ชิดแปรเปลี่ยนเป็นความรักได้ ฮิ้ววว (มีมาแล้วนะคะ หมอฟันเป็นแฟนกับคนไข้เนี่ย)
 

4.งานถอนฟันและผ่าฟันคุด ขึ้นคลินิกศัลย์หรือคลินิกถอนฟันที่คนไข้กลัวกันนักหนา อย่าว่าแต่คนไข้เลย หมอก็กลัวค่ะ เคสแรกๆ นี่มือสั่นมาก หายใจเข้าออกยาวๆ พุทโธๆ ท่องไว้ งานหลักในคลินิกนี้คือการถอนฟันและผ่าฟันคุด ซึ่งการเก็บเคสของคลินิกนี้จะเก็บเป็นปีๆ จำนวนเคสจะเยอะขึ้นตามปีที่มากขึ้น ซึ่งในตอนปี 6 จะต้องถอนฟัน 10 ซี่ และผ่าฟันคุดอย่างน้อย 2 ซี่  แต่คนไข้ของเราเยอะมากๆ เลย พี่ผ่าฟันคุดไปตั้ง 14 ซี่ แน่ะ
 

5.ภาคฟันปลอม ฟันปลอมแบ่งออกเป็นฟันปลอมแบบติดแน่นและถอดได้ ซึ่งเราจะได้ทำหมดเลย (มีแยกย่อยเยอะมาก) ต้องทำฟันปลอมแบบติดแน่น คือทำครอบฟัน 1 ซี่ และทำครอบฟันและเดือยฟันอีก 1 ซี่ นอกจากนั้นก็จะมีการทำฟันปลอมแบบถอดได้ ซึ่งแบ่งเป็นฐานโลหะ 2 ชิ้น และฐานพลาสติก 1 ชิ้น และฟันปลอมทั้งปากในคนไข้ที่ไม่มีฟันเลยอีก 1 ชิ้นค่ะ ซึ่งงานฟันปลอมเนี่ยจะใช้เวลานานมาก บางชิ้นต้องทำเป็นปีๆ เจอคนไข้หลายครั้ง และการหาเคสคนไข้ไม่มีฟันเลยทั้งปากในกรุงเทพหายากมาก  ทำให้นิสิตทันตแพทย์น้ำตาตกใน และเศร้าใจในการหาเคส
 

6.การทำเฝือกสบฟัน เฝือกสบฟันในที่นี้ไม่เหมือนเฝือกกันกระแทกของนักมวยนักบอลนะ พวกนั้นพี่ก็ทำได้แต่อันนี้จะทำเพื่อการรักษาคนไข้ที่นอนกัดฟันเป็นส่วนใหญ่ หรือคนไข้ที่มีอาการปวดตรงหน้าหูหรือบริเวณขากรรไกรก็จะทำเฝือกสบฟันให้ใส่ นิสิตทันตแพทย์ต้องเก็บเคสอย่างน้อย 1 เคส ถือเป็นคลินิกที่สบายๆ ผ่อนคลายมากเลยทีเดียว
 

7.การทำฟันเด็ก คือต้องเป็นคลินิกแยกออกมาเลยนะสำหรับการทำฟันเด็ก เพราะเด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็กๆ หมอทุกคนต้องใช้จิตวิทยาในการคุยกับเด็ก การโน้มน้าว การทำให้เด็กมีทัศนคติที่ดีกับการทำฟัน การเก็บเคสในคลินิกนี้เยอะพอสมควรมีทั้งรักษารากในเด็ก อุดฟันเด็ก ถอนฟันเด็ก การวางแผนการรักษาทั้งหมดเยอะมาก แต่ถ้าใครอยากเป็นหมอฟันสายมุ้งมิ้ง หรืออยากเป็นนางงามจะทำงานอย่างมีความสุขมากกก
 

           ขอบอกว่าไม่ได้มีแค่นี้นะจ๊ะสำหรับการเก็บเคสทั้งหมดในชั้นคลินิกของนิสิตทันตแพทย์ ยังมีคลินิกย่อยๆ อีกมากมายทั้งการถ่าย X-ray การจัดฟัน ทันตกรรมชุมชน และการตรวจโรคในช่องปากแบบองค์รวมอีกค่ะ

พี่แป้ง : อยากให้เล่าประสบการณ์ในการจับฉลากโรงพยาบาลเพื่อใช้ทุนหน่อยค่ะ

พี่ตรี : ทันตแพทย์จบมาก็ต้องใช้ทุนเนอะ ส่วนใหญ่ก็ต้องใช้ทุน 3 ปี ที่ต่างจังหวัดไกลบ้างใกล้บ้างแล้วแต่คน บางคนก็เลือกไปจังหวัดที่เจริญ บางคนติสต์อยากไปไกลๆ ไม่อยากติดต่อใครก็มี

           แน่นอนอยู่แล้วว่าจังหวัดที่เจริญๆ ก็จะโดนแย่งชิงเยอะ เช่น นครปฐม ระยอง สุพรรณ ขอนแก่น โคราช เชียงใหม่ ตอนนั้นพี่เลือกไประยอง ทางจังหวัดระยองรับทันตแพทย์เพิ่มแค่ 7 คน แต่มีคนมาต่อคิวจับสลากรอบแรกตั้ง 14 คน ความน่าจะเป็นในการจับได้คือ 1:2 ยากมากกกก แล้วต้องทำใจว่าถ้าจับไม่ได้ จะต้องโดนเด้งไปในจังหวัดที่ไกล ห่างไกลความเจริญ หรือลำบากในการเดินทาง

 

           พอจับสลากรอบแรกเสร็จปุ๊ป ผลคือ ไม่ด้ายยยยยยยยยยยยย ตอนนั้นน้ำตาไหลพราก คนที่จับสลากรอบแรกไม่ได้มารวมตัวนั่งสุมหัวกันว่าไปไหนกันดี จังหวัดที่มันป๊อปๆ ก็หมดแล้ว จนหันไปมองบนหน้าจอโปรเจกเตอร์เห็นว่าจังหวัดศรีสะเกษนี่แหละคือคำตอบ รับ 17 คน ที่ว่างเหลือจากรอบแรก 12 คน มีที่พอให้พวกเพื่อนพี่ทั้งหมด และถือคติว่า “อยู่ที่ไหนก็มีความสุขถ้ามีเพื่อนอยู่ด้วย” พวกเราทั้ง 9 คน เลยพาหัวใจดวงน้อยๆ ของเราไปฝากตัวที่ศรีสะเกษค่ะ
 

           หลังจากเลือกจังหวัดได้แล้ว ต่อมาก็คือต้องเลือกอำเภอ การเลือกอำเภอมีผลต่อการใช้ชีวิตมาก เพราะบางอำเภอไม่มี 7-11 นะค้า 555 ส่วนใหญ่อำเภอจะรับทันตแพทย์เพิ่มเพียง 1-2 คน แต่อำเภอที่พี่ได้อยู่ รับเพิ่ม 3 คน ก็เลยรีบจับจองทันที 5555 ดังนั้นพี่เลยกลายเป็น ทันตแพทย์ปฏิบัติการ ประจำโรงพยาบาล ขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษค่ะ

พี่แป้ง : ตารางชีวิตหรือการเข้าเวรเป็นอย่างไรบ้างคะ?

พี่ตรี : เวลาทำงานของทันตแพทย์ก็จะเป็นตามเวลาราชการเลยค่ะ คือ 8.00-16.00 น. และมีนอกเวลาหรือทำ OT คือช่วง 16.30-20.00 น. ส่วนเวรกลางคืนไม่มีค่ะ ไม่เหมือนหมอที่ต้องมีเวรดึก เวรไม่ได้นอน แต่ถ้ามีเคสฉุกเฉินก็สามารถปลุกเรียกได้ เพราะทุกคนจะพักอยู่ในที่พักที่โรงพยาบาลจัดให้อยู่แล้ว

           ในเวลาราชการ ก็จะได้ทำงานทั้งงานรักษาคนไข้ งานเอกสารต่างๆ และออกหน่วยไปตรวจและให้การรักษานอกสถานที่ในหมู่บ้านหรือโรงเรียนในพื้นที่ที่รับผิดชอบค่ะ ส่วนนอกเวลาราชการ 16.30-20.00 น. ในวันจันทร์-ศุกร์ และ 8.00-16.00 น. ในวันเสาร์-อาทิตย์ จะแบ่งทันตแพทย์ขึ้นเวร คนที่จัดเวรก็เป็นทันตแพทย์ด้วยกัน แบ่งให้ในแต่ละเดือนได้ขึ้นเท่าๆ กัน โดยเฉลี่ยแล้วจะได้ขึ้นเวรนอกเวลา อาทิตย์ละ 1 ครั้งตอนเย็น และขึ้นเวรเสาร์-อาทิตย์ 1 ครั้งต่อเดือน ซึ่งพี่ได้กลับบ้านไปหาครอบครัวบ่อยมาก กลับไปแฮงก์เอาท์กับเพื่อนจนเพื่อนถามว่านี่ไปใช้ทุนจริงดิ!?

พี่แป้ง : มีเคสที่ทำฟันจริง ที่รู้สึกว่าพีคที่สุดในด้านความรู้สึกหรือเปล่า?

พี่ตรี : มีเคสคนไข้ทำฟันปลอมคนนึงตอนเรียนมหาวิทยาลัยที่รู้สึกเจอหน้าเค้าแล้วจะร้องไห้ทุกครั้ง เป็นคนไข้อายุ 84 ปีอยากทำฟันปลอม โดยก่อนทำฟันปลอมต้องมีการเตรียมช่องปาก การทำฟันปลอมใช้เวลาการรักษาทั้งหมดเกือบ 20 ครั้ง และตัวคนไข้มีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจ ฐานะไม่ดี ไม่มีคนดูแล การเดินทางมารักษาที่คณะลำบากมาก

           โดยคนไข้ต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 ขึ้นรถไฟจากนครปฐมมาลงที่หัวลำโพงและนั่งแท็กซี่มาทุกครั้งด้วยตัวคนเดียว!! คือการรักษาที่คณะมันถูกจริงๆ บางอย่างถ้าใช้สิทธิ์ก็รักษาฟรีด้วยซ้ำ เขาเลยยอมเดินทางไกล แต่พี่พยายามเกลี้ยกล่อมเขาทุกวันว่าให้เค้าไปทำที่ใกล้บ้านเถอะ พี่ไม่อยากให้เค้าเหนื่อย แต่เค้าก็ยังยืนกรานว่าเค้าจะให้พี่ทำการรักษาเขา “ผมอยากให้หมอเรียนจบ ผมรู้นะว่าถ้าหมอทำเคสของผม หมอไม่ต้องหาเคสอื่นเลย หมอจบแน่ๆ”

 

           คำพูดนี้เป็นคำที่พอนึกขึ้นมา น้ำตาก็จะไหลทุกครั้ง เขาไม่เคยนึกถึงตัวเองเลย เขานึกถึงแต่เรา ยอมเดินทางลำบากเพื่อทำกับนิสิตทันตแพทย์ประสบการณ์น้อยคนนึง ถ้าเขาได้ทำกับทันตแพทย์คนอื่นก็คงไม่ได้ใช้เวลานานขนาดนี้ คนไข้คนนี้เลยกลายเป็นสิ่งเตือนใจพี่เสมอเวลาทำการรักษาคนไข้รายใดให้นึกถึงคนไข้เป็นสำคัญ ตามพระราชดำรัสของพระบิดาแห่งการแพทย์
 
                       “ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตน       เป็นที่สอง
                        ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์       เป็นกิจที่หนึ่ง
                        ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศ        จะตกแก่ท่านเอง
                        ถ้าท่านทรงธรรมมะแห่งอาชีพ   ไว้ให้บริสุทธิ์”

พี่แป้ง : เรื่องไหนที่รู้สึกเหนื่อยใจมากที่สุดในฐานะหมอฟันคนหนึ่ง
พี่ตรี : อยากจะฝากเรื่องการจัดฟันเถื่อน ฟันปลอมเถื่อน และเทรนด์ใหม่ๆ ของฟันที่อยู่ตามไอจี เฟซบุ๊ก สะพานพุทธ หน่อยค่ะ คือน้องคะ ถึงในหน้าเพจแม่ค้าบอกว่าส่งแล็บที่เดียวกับคลินิก ไม่ส่งผลต่อฟันน้อง ไม่มีปัญหา มีรับประกันคืนเงิน ฟันน้องมันก็ไม่ได้กลับมาดีเหมือนเดิม คนไข้วัยรุ่นของพี่ปากพังไปหลายคนแล้ว ถ้าอยากจัดฟันก็มาหาหมอฟัน มันแพงพี่รู้ แต่มันปลอดภัย พี่ก็สงสัยว่าจัดฟันมันเป็นแฟชั่นได้ไงในเมื่อดาราเกาหลี ดาราไทย เน็ตไอดอลเค้ายังไม่เห็นมีใครติดเครื่องมือจัดฟันสักคน ยิ้มมาก็เห็นเป็นฟันขาวๆ กันทั้งนั้น ดังนั้นจัดฟันแฟชั่นมันเอ้าท์แล้วน้อง เปลี่ยนเทรนด์กันได้ละ

พี่แป้ง : สุดท้ายให้น้องตรีฝากกำลังใจถึงน้องๆ ที่อยากเรียนคณะทันตแพทยศาสตร์หน่อยค่ะ

พี่ตรี : มีหลายๆ อย่างที่น้องคงคิดก่อนจะอยากเรียนคณะนี้ พี่มีคติที่เตือนใจตัวเองไว้เสมอคือ “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” พี่ไม่ใช่คนเก่ง พี่ไม่ได้มาจากโรงเรียนชั้นนำของประเทศ แต่จะทำยังไงถึงทำให้ตัวเองไปเทียบกับคนเก่งๆ ได้ คำตอบก็ยังเป็นคำตอบเดิมคือความพยายาม พี่ไม่เคยหยุดขยันเลยสักวัน และพี่ต้องขอบคุณความพยายามในวันนั้นทำให้พี่มีวันนี้ ก็ขอให้น้องๆ ทุกคนตั้งใจ เตรียมความพร้อม และทำให้ดีที่สุดนะคะ

           อ่านจบแล้วก็ต้องมีน้ำตาไหลกันบ้างล่ะ โดยเฉพาะช่วงที่พี่ตรีเล่าเรื่องของคนไข้ที่นั่งรถไฟมาจากนครปฐม ซึ้งมากเลย ใครที่อยากเรียนคณะทันตแพทยศาสตร์ก็สู้ๆ นะคะ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น และความพยายามจะส่งผลให้เราเองค่ะ ในเดือนหน้าพี่แป้งจะพาไปบุกคณะในฝันคณะไหน รอติดตามกันเลยนะคะ รับรองว่าเจาะลึกแบบเดิมแน่นอน :)


 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=paeng

พี่แป้ง - ผู้เขียน

นักข่าวสายรับตรง พร้อมเสิร์ฟข่าวสอบเข้าทุกมหา'ลัย เติมพลังได้จากชาเย็นหวานน้อย

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#คณะทันตแพทยศาสตร์ #ทันตแพทยศาสตร์ #คณะทันตแพทยศาสตร์ เรียนอะไร #เจาะลึกคณะทันตแพทยศาสตร์ #อยากรู้คณะทันตแพทยศาสตร์ #เรียนอะไร #มีที่ไหน #ทันตะ #อยากเป็นหมอฟัน #เรียนหมอฟัน #เรียนหมอฟัน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?