/>
ซ่อน
แสดง

เตรียมให้พร้อม! 5 ขั้นตอนที่เด็กแอดฯ 60 ควรทำหลังประกาศผล GAT PAT รอบ 2 []

วิว
ทำไมอาจารย์ถึงทำกับฉันได้! รวม 10 คำถามแปลกที่อาจเจอในสัมภาษณ์รับตรง!

           วัสดีค่ะ หลังจากหยุดยาวๆ มาตั้งแต่ปิดเทอม ต่อเนื่องจนถึงเทศกาลสงกรานต์ หลายคนน่าจะมีเบื่อกันบ้าง ช่วงสงกรานต์ก็เป็นโอกาสดีๆ ที่จะชวนคุณพ่อคุณแม่ออกไปเที่ยวกันนะคะ รีบเที่ยวซะตอนนี้ หลังสงกรานต์ต้องเจอกับคะแนนในสนามสุดท้ายแล้ว

           สนามสุดท้ายที่พี่แป้งพูดถึงก็คือ สนามสอบ GAT PAT 2/2560 ที่คะแนนจะออกในวันที่ 20 เมษายนนี้ อาจจะมีแอบประกาศก่อนก็ได้ ใครที่สอบติดไปแล้วคงรู้สึกเฉยๆ แต่ใครที่ยังไม่มีที่เรียนนี่สิลุ้นมาก โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้สอบรอบแรก ต้องมาลุ้นคะแนนรอบเดียว พี่แป้งมี 5 ขั้นตอนที่เด็กแอดฯ 60 ควรทำหลังประกาศคะแนน GAT PAT รอบ 2 มาฝากกันค่ะ  


1. เช็กคะแนนตัวเองให้ครบทุกสนาม

           ความพร้อมแรกของเราก็คือคะแนน เหมือนอาวุธคู่กายที่เอาไปสู้เพื่อไปถึงคณะในฝัน น้องๆ เช็กคะแนนตัวเองหรือยังคะว่าแต่ละสนามได้เท่าไหร่ โดยเฉพาะสนามสอบ O-NET และ GAT PAT ที่จะใช้ในรอบแอดมิชชั่น แนะนำน้องๆ ว่าให้ตีตารางและใส่คะแนนแต่ละวิชา เวลานำไปใช้ในการคิดคะแนนจะได้ง่าย และสามารถเทียบได้ด้วยว่า GAT PAT แต่ละวิชาของทั้ง 2 รอบ รอบไหนมากกว่ากัน
 

2. คำนวณคะแนนที่มีกับคณะที่สนใจทั้งหมด

           ไม่แปลกถ้าน้องหนึ่งคนจะมีคณะที่สนใจมากกว่า 1 คณะ หรือสนใจมากกว่า 1 มหาวิทยาลัย น้องๆ ควรเริ่มจากการลิสก่อนว่าสนใจคณะไหนบ้าง และคำนวณคะแนนของคณะที่เราสนใจทั้งหมด ไม่ต้องสนใจเลยว่าจะลบหรือบวก ขอแค่ลองคำนวณมากก่อน ซึ่งขั้นตอนนี้ง่ายมาก น้องๆ สามารถคำรวณได้ที่ "โปรแกรมคำนวณคะแนน 60" ได้เลยค่ะ ถ้า Login ระบบจะบันทึกข้อมูลคะแนนไว้ให้ด้วย น้องๆ ก็ไม่ต้องกรอกคะแนนซ้ำๆ

3. จัดเรียงคณะและแบ่งกลุ่มตามความเป็นไปได้

           ขั้นที่ 2 ได้ลองคำนวณคะแนนกันไปแล้ว ถึงช่วงสำคัญกับขั้นที่ 3 ที่ต้องจัดเรียงคณะที่ตัวเองสนใจและเป็นไปได้ ลองดูว่าถ้าเราไปแอดมิชชั่นมีโอกาสในคณะในฝันหรือไม่ เรียงลำดับความสำคัญตามที่ตัวเองสนใจนะคะ ถึงแม้อันดับ 1 จะติดลบ แต่ถ้าเราจะสู้สักครั้งเพื่อความฝันของเราก็ใส่ไปเลย

           เมื่อดูส่วนคณะในฝันแล้ว กลับมาสู่โลกความจริง คณะที่น้องๆ สนใจเป็นลำดับรองลงมามีความเป็นไปได้หรือไม่ คะแนนบวกหรือลบอย่างไร เพื่อจัดเป็นลำดับสำรองกันหลุดในรอบแอดมิชชั่น ที่สำคัญการจัดกรุ๊ปต้องเป็นแบบที่ว่า ถ้าติดคณะไหนเราก็จะดีใจทั้งนั้น

 

4. คุยกับผู้ปกครองให้เข้าใจทั้ง 2 ฝ่าย

           เป็นขั้นที่ลุ้นระทึกที่สุดแล้ว กับการคุยกับผู้ปกครองเพื่อเคลียร์กันให้ชัดเจนถึงเป้าหมายคณะของเราในอนาคต เพื่อหาจุดกึ่งกลางที่โอเคทั้ง 2 ฝ่าย สิ่งสำคัญที่อยากเตือนน้องๆ ไว้คือ อย่าใช้อารมณ์ ลองคุยกับท่านด้วยเหตุผล เช่น ถ้าเรียนในคณะโน้นคิดว่าไม่รอดแน่ ถ้าลองเรียนแล้วซิ่วจะโอเคมั้ย? ลองหาทางเสนอเพื่อให้ได้ข้อตกลงกันนะคะ พี่แป้งเป็นกำลังใจให้ค่ะ

5. ตัดสินใจเลือก รับตรง VS แอดมิชชั่น

           สุดท้ายคือการเลือกให้ชัดเจน เมื่อเราพร้อมทุกอย่างแล้ว ทั้งคะแนน ทั้งการปรึกษาผู้ปกครอง ก้อต้องมาเลือกค่ะว่าจะเอารับตรง(ที่ติดแล้ว) หรือจะไปสู้ในแอดมิชชั่น ส่วนใครที่ยังไม่ติดที่ไหนเลยก็เดินสวยๆ ไปรอรอบแอดมิชชั่นได้เลย ถ้าใครติดรับตรงก็คิดให้ดี ถ้าเลือกแล้วจะไม่มีสิทธิ์กลับมาแอดมิชชั่นแล้วนะ!
 

           เอาเป็นว่าเตรียมพร้อมเรื่องคะแนนของตัวเองให้ดี แล้วมาคำนวณกันว่าางเลือกของเรามีทางไหนบ้าง พร้อมทั้งแผนสำรองด้วยว่าถ้าไม่ติดแบบที่คิดไว้จะมีแผนสำรองอย่างไร หรือใครไม่อยากไปสู้ในรอบแอดมิชชั่นก็ยังมีรับตรงอีกหลายโครงการเลยค่ะ สนใจค้นหารับตรงได้ที่ "โปรแกรมค้นหาโควตา-รับตรง 60" ขอให้น้องๆ ทุกคนโชคดี สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ :)


 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=paeng

พี่แป้ง - ผู้เขียน

นักข่าวสายรับตรง พร้อมเสิร์ฟข่าวสอบเข้าทุกมหา'ลัย เติมพลังได้จากชาเย็นหวานน้อย

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#แอดมิชชั่น #รับตรง #แกทแพท #GAT PAT รอบ 2 #คะแนน GAT PAT #สอบ GAT PAT #วิธีการดูคะแนน #เตรียมพร้อม #เลือกคณะ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?