/>

How to วิธีเลือกหอให้ถูกใจ! หอในหรือหอนอกดี? []

วิว
     ใกล้จะหมดเทอมแรกของปีการศึกษานี้กันแล้ว น้องๆ หลายคนอาจจะเริ่มลังเลเรื่องของการอยู่หออีกครั้ง บางคนไม่อยากจะอดทนกับหอที่ตัวเองอยู่ หรือบางคนก็เริ่มเหนื่อยกับการเดินทางไปกลับบ้าน-มหาวิทยาลัยแล้ว เลยอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศมาอยู่หอกับเขาดูบ้าง แต่จะเลือกหอแบบไหนดี เพื่อนคนนึง #ทีมหอใน ส่วนอีกคนอยู่ #ทีมหอนอก ไม่รู้จะเชื่อใครเลย
 

 
     เรียกได้ว่าเป็นปัญหาระดับชาติของบรรดานิสิตนักศึกษาทั้งหลายกันเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นน้องเล็กอย่างเฟรชชี่เด็กใหม่ หรือพี่ๆ ปีสูง อย่างจูเนียร์ซีเนียร์ ก็ยังถกเถียงเรื่องนี้กันได้แบบไม่รู้จบ เพราะไม่ว่าใครก็จะเชียร์ให้หอแบบที่ตัวเองอยู่เป็น The Best งั้นมาดูกันระหว่าง #ทีมหอใน กับ #ทีมหอนอก แต่ละทีมมีข้อดี ข้อเสียกันอย่างไรบ้าง
 
     ก่อนที่เราจะไปดูข้อดี-ข้อเสีย ของแต่ละหอนั้น เรามาดูปัจจัยการเลือกหอกันก่อนึ่ะ เพราะจริงๆ แล้วเวลาที่เราเลือกอะไรสักอย่างหนึ่งก็ต้องพิถีพิถัน มองหาเหตุผลร้อยแปดอย่างมาประกอบกัน แน่นอนล่ะไม่ว่าจะ #ทีมหอใน หรือ #ทีมหอนอก ก็เหมือนกันค่ะ ก็ต้องเลือกหอกัันหน่อย ไม่ใช่ว่าเจอห้องสวยถูกใจแล้วจะเอาอะไรมาแลกก็ยอมไปหมดค่ะ
 

 
ปัจจัยในการเลือกหอ
1) สภาพแวดล้อม
ลองตรวจสอบบริเวณโดยรอบของหอพักก่อนนะคะ ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง ข้างซ้าย ข้างขวา ว่าอยู่ใกล้ หรืออยู่ติดกับอะไรบ้าง แล้วสิ่งเหล่านั้นจะสามารถส่งผลกระทบอะไรกับน้องๆ ได้หรือเปล่า เช่น หอพักใกล้กับสถานีรถไฟ หรือโรงพยาบาล อาจจะทำให้มีเสียงรบกวน อ่านหนังสือและทำการบ้านไม่ได้ หรือหอพักอยู่ติดกับบริเวณการก่อสร้าง อาจจะทำให้มีเสียงและมีฝุ่นรบกวน ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายในระยะยาว หรือมีอาคารสูงล้อมรอบหอพัก อาจจะทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก หรือห้องอยู่ทางทิศตะวันตก แดดส่องห้องทั้งช่วงบ่าย ทำให้ร้อนอบอ้าว เป็นต้น
2) การเดินทาง
นับเป็นอีกเรื่องที่สำคัญเลยค่ะ ยิ่งหอพักใกล้กับมหาวิทยาลัยเท่าไหร่ ยิ่งเป็นเรื่องที่ดีค่ะ เพราะประหยัดทั้งเวลา แล้วก็ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แถมยังได้ออกกำลังกาย แต่ถ้าหอไกลออกไปหน่อย แต่มีรถรับส่งฟรี หรือพี่วิน ราคาย่อมเยา ก็ยังพอไหว แต่ถ้าน้องๆ คนไหนอยู่หอใน ก็คงสบายที่สุด เพราะเดินทางสะดวกที่สุด อาจจะมีจักรยาน หรือมอเตอร์คู่ใจ ช่วยเวลาเร่งด่วนด้วย
3) สิ่งอำนวยความสะดวก
จะไปอยู่หอ ก็ต้องให้สะดวกสบาย ใกล้เคียงกับอยู่บ้านมากที่สุด ลองตรวจสอบดูก่อนว่า หอพักมีบริการอะไร เช่น โต๊ะหนังสือ เครื่องทำน้ำอุ่น แอร์ Wi-Fi ฟิตเนส สระว่ายน้ำ รถรับส่งระหว่างมหาวิทยาลัย-หอ ห้องครัว ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ทีวี เป็นต้น ซึ่งก็แน่นอนค่ะว่า หอส่วนใหญ่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพียงไม่กี่อย่าง น้องๆ ก็ลองเลือกสรร ตามที่ชื่นชอบกันเลยค่า
4) ระบบรักษาความปลอดภัย
ไม่ว่าประตูหอพัก ห้องพัก จะเป็นระบบกุญแจ หรือคีย์การ์ด มีรปภ. หรือคนคุมหอ จะมีกล้องวงจรปิดทุกซอกมุมหรือไม่ ก็แล้วแต่ น้องๆ ก็ต้องตรวจสอบให้เรียบร้อย รวมถึงตรวจสอบความน่าเชื่อถือให้ละเอียดรอบคอบด้วยค่ะ โดยเฉพาะสาวๆ เพราะความปลอดภัยของน้องๆ เป็นเรื่องที่ผู้ปกครองหลายๆ ท่านเป็นห่วงมากที่สุด
5) ร้านค้าร้านอาหาร
ขาดไม่ได้เลยจริงๆ ค่ะ สำหรับร้านค้า และร้านอาหารนานาชนิด เพราะถ้าบริเวณใกล้ๆ กับหอพักมีร้านเหล่านี้อยู่ น้องๆ ก็สบายใจหายห่วงไปได้เลยค่ะ จะหิวท้องกิ่วยังไง หรือของใช้จะหมดเกลี้ยงตอนไหน ก็ไม่ต้องเดินทางไปไกล หรือแบกของพะรุงพะรังขึ้นรถลงเรือ เพราะน้องๆ จะสามารถหาซื้อได้อย่างสะดวกรวดเร็วค่ะ
6) ราคา
เรียกได้ว่าเป็น “ปัจจัยสำคัญที่สุด” จากทั้งหมดทั้งมวลเลยค่ะ (5555555) สำหรับการเลือกหอ น้องๆ ควรคำนึงถึงความคุ้มค่าและกำลังของผู้ปกครอง หรือน้องๆ เองที่สามารถจ่ายได้ โดยไม่เดือดร้อนหรือกังวลใจกันเป็นหลักนะคะ ซึ่งน้องๆ อาจจะต้องคำนวณถึงค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าเดินทางที่ต้องไป-กลับมหาวิทยาลัย ถ้าหากหออยู่ห่างออกไปด้วยนะคะ
 
    ทีนี้เรามาดูกันค่ะว่า แต่ละหอมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร
#ทีมหอใน
 
     ข้อดี
1) ปลอดภัย ผู้ปกครองหายห่วง น่าจะเป็นเหตุผลหลักๆ ที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ อยากให้ลูกๆ อยู่หอใน เพราะเชื่อมั่นในระบบรักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัย และกฎระเบียบการเข้าพักที่ชัดเจน ซึ่งแน่นอนว่าน้องๆ จะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
 
2) ประหยัดตังค์ สบายกระเป๋า ส่วนใหญ่แล้ว มหาวิทยาลัยจะเก็บค่าหอแบบเหมาเป็นรายเทอม ไม่ใช่รายเดือน แถมราคาก็ย่อมเยา ถูกใจผู้ปกครองเป็นที่สุด
 
3) เดินทางสะดวกรวดเร็ว ขึ้นชื่อว่าหอในแล้ว อาคารที่พักก็ต้องอยู่ในรั้วเดียวกัน หรือใกล้กับมหาวิทยาลัยมากที่สุด การเดินทางก็แสนจะง่ายดาย จะเดินเท้า ปั่นจักรยาน ขี่มอเตอร์ไซต์ หรือนั่งรถของมหาวิทยาลัยไปเรียนก็ได้ ยิ่งไปกว่านั้น น้องๆ จะมีเวลาเพิ่มมากขึ้น เช้าก็ไม่ต้องรีบตื่น เย็นก็กลับถึงห้องไว จะพักผ่อน ทำการบ้าน หรืออ่านหนังสือก็ชิลล์
 
4) เพื่อนเยอะครื้นเครง แหล่งทำความรู้จักเพื่อนใหม่ชั้นเยี่ยมของเด็กมหา’ลัย เพราะทางมหาวิทยาลัยจะจัดให้หนึ่งห้องนอนได้หลายคน บางห้องอาจจะมาจากหลายคณะด้วย ทำให้น้องๆ มีรูมเมท และรู้จักเพื่อนใหม่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะน้องๆ เฟรชชี่ ที่ผู้ปกครองมักจะให้อยู่หอใน ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา
 
5) แยกหอชาย-หอหญิง เป็นที่ปลื้มใจของผู้ปกครองเลยค่ะ เพราะหมดห่วงแน่นอนกับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของบรรดาวัยรุ่นตัวแสบ แยกหอกันไปก็ป้องกันเรื่องชู้สาวได้ในระดับนึงแล้วค่ะ แถมยังคัดกรองกลุ่มคนโรคจิตที่อาจจะแฝงตัวมาได้อีกด้วยค่ะ
 
     ข้อเสีย
1) ไม่มีพื้นที่ส่วนตัว แชร์กันเกือบทุกสิ่ง ใครที่ชอบความสงบ ความเป็นส่วนตัว อาจจะยอมแพ้ให้กับหอในค่ะ เพราะในหนึ่งห้องจะต้องอยู่กันหลายคน พื้นที่ค่อนข้างคับแคบ เวลาจะทำอะไร ก็ต้องเกรงใจ เห็นใจรูมเมท อะไรที่เป็นส่วนตัวมักจะไม่สะดวก แถมข้าวของเครื่องใช้หลายอย่าง ก็ต้องแบ่งปันกันค่ะ เช่น ทีวี ตู้เย็น ไมโครเวฟ ห้องน้ำ ห้องซักล้าง เป็นต้น
 
2) กฎระเบียบเคร่งครัด การเข้าอยู่หอในมักจะมีกฎข้อบังคับที่ทุกๆ คนจะต้องทำตาม เพราะเมื่อมาอยู่ด้วยกัน จะต้องมีข้อตกลงหมู่เพื่อความเรียบร้อย โดยเฉพาะเรื่องการเปิด-ปิด หรือเข้า-ออกหอ ที่จะกำหนดเวลาเอาไว้ชัดเจน ซึ่งก็มีน้องๆ หลายคนเป็นเหมือนนางซินฯ วิ่งกลับเข้าหอให้ทันเวลา เพราะไม่งั้นมีหวังได้นอนตากยุงนอกหอแน่ๆ ค่ะ
 
3) ขาดสิ่งอำนวยความสะดวก ลืมไปได้เลย สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลาย เช่น เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องปรับอากาศ ห้องครัว ห้องซักผ้า เป็นต้น แทบจะไม่มีให้เห็นกันเลย อย่างมากก็เป็นของใช้ส่วนรวมค่ะ
 
4) ทรุดโทรม หมองคล้ำ ได้ชื่อว่าเป็นหอใน ก็จินตนาการได้เลยว่าผ่านมาแล้วกี่รุ่น บางที่อาจจะมีอายุเท่าๆ กับมหาวิทยาลัยเลย น้านนานที จะปรับปรุงปรับโฉมสักที แล้วหลายคนก็ต้องลุ้นหน่อยว่าห้องจะมีประวัติอะไรหรือไม่
 
5) รูมเมทเป็นใครก็ไม่รู้ อย่างที่บอกค่ะ ว่าน้องๆ จะไม่สามารถเลือกเพื่อนร่วมห้องได้มากนัก แต่ละคนก็จะมีไลฟ์สไตล์ และทัศนคติที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ค่ะ เช่น เราเป็นคนเข้านอนเร็ว แต่เพื่อนเป็นสายนอนดึก ก็อาจจะทำให้ใช้ชีวิตอย่างไม่สะดวกค่ะ
 
#ทีมหอนอก
 

ขอบคุณรูปภาพจาก pixabay
 
     ข้อดี
1) อิสระเสรีไร้ขัดจำกัด เป็นหอที่เหมาะสำหรับคนอยากมีพื้นที่ส่วนตัว ไม่ต้องอึดอัด ไม่ต้องเกรงใจใคร แถมไม่มีกฎระเบียบที่เคร่งครัดมาตีกรอบแล้ว โดยเฉพาะเวลาเข้า-ออกหอ อยากทำอะไรก็ได้ ไม่มีคนมาคอยคุม อยากไปไหนกลับเมื่อไหร่ก็ได้ แต่อย่าลืม! ทุกอย่างควรอยู่ในความพอดีและไม่เกินขอบเขตนะคะ
 
2) สิ่งอำนวยความสะดวกเพียบ ใกล้เคียงกับอยู่ที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น โต๊ะเขียนหนังสือ ตู้เย็น Wi-fi ฟิตเนส หรือรถรับส่งไปมหาวิทยาลัย น้องๆ ก็สามารถเลือกสรรได้ตามใจ ชื่นชอบแบบไหน อยากได้แบบไหน ก็สามารถหาสไตล์ที่ถูกใจได้เลยค่ะ
 
3) ของกินเยอะ พุงกางตลอด อย่างว่าแหละค่ะ เมื่อไร้ขีดจำกัด จะอยากตุนอาหาร หรือขนมที่ชอบก็ทำได้ ไม่มีใครมาแย่งกินแน่นอน หรือถ้าหอใครมีครัว ก็ยิ่งแล้วใหญ่ นึกอยากเข้าครัว ชวนเพื่อนทำอะไรกินกันก็แสนจะสะดวก แต่ก็ระวังตัวเลขบนตาชั่งจะขึ้นพรวดๆ ด้วยนะ
 
4) คนนี้เราเลือกเอง น้องๆ มีอิสระในการเลือกรูมเมท อยากจะนอนคนเดียว หรือหาเพื่อนซี้คนเก่งมาแชร์ค่าห้องกันก็ได้ ทีนี้พอจะไปไหนมาไหน หรือทำอะไร ก็จะมีบัดดี้คู่ใจไปด้วยเสมอ ที่สำคัญ จะต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้นะคะ
 
     ข้อเสีย
1) การเดินทางไกล ขึ้นชื่อว่าหอนอก ก็ต้องอยู่นอกมหาวิทยาลัย ทำให้น้องๆ หลายคนอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น แถมยังต้องเผื่อเวลาในการเดินทางเพิ่มขึ้นอีกด้วย
 
2) เสี่ยงต่อการเจอโจรทุกรูปแบบ เมื่อไปอยู่ภายนอกแล้ว ไม่มีกฎระเบียบที่เคร่งครัดมากนัก ทำให้น้องๆ อาจจะโชคร้ายที่เจอคนแอบแฝงมาในรูปแบบต่างๆ เช่น เพื่อนร่วมหอเฟรนด์ลี่ คนคุมหอน้ำใจดี พี่ร้านข้าวคนสนิท เป็นต้น ดังนั้นต้องตรวจสอบและดูแลตัวเองให้ดีนะ
 
3) ออกนอกลู่นอกทางง่าย ความอิสระนั้นยากจะควบคุม ก็ค่อนข้างจะเป็นจริงนะคะ บางคนพอไม่มีคนมาคุมแล้ว ก็อาจจะทำอะไรที่เกินขอบเขตได้ง่ายขึ้น อยากรู้อยากลองในสิ่งที่ไม่เคยทำ แต่พี่แนนนี่ก็เชื่อค่ะว่า น้องๆ ชาว Dek-D มีความรับผิดชอบ และสามารถดูแลตัวเองได้ แค่ระวังไม่ให้ใครเดือดร้อนก็พอ
 
4) ค่าใช้จ่ายสูง กระเป๋าแบน ในแต่ละเดือน น้องๆ ต้องจ่ายค่าหอซึ่งราคาสูงกว่าหอในแน่นอน ไหนจะมีค่าไฟค่าน้ำค่ากินค่าของ แถมบางคนก็มีค่าเดินทางอีก แทบจะไม่เหลือเงินเก็บกันแล้ว

 
 
      ลองมาแชร์ประสบการณ์ของตัวเองกันหน่อยจ้า ว่าน้องๆ #ทีมหอใน หรือ #ทีมหอนอก เผื่อว่าใครอยากจะย้ายหอ ก็ลองเอาเหตุผลเหล่านี้ไปตัดสินใจ หรือพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ดูนะคะ แต่ไม่ว่าน้องๆ จะอยู่หอไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การดูแลตัวเองและความรับผิดชอบ พี่แนนนี่เชื่อว่าถ้าน้องๆ มี 2 อย่างนี้ ไม่ว่าจะทำอะไร คุณพ่อคุณแม่ก็โอเคหมดแน่นอนค่ะ
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nanny

พี่แนนนี่ - ผู้เขียน

เด็กเอกไทย คลั่งไคล้มิกกี้(เม้าส์) หลงใหลอิตาลี คอยเฝ้าลงพื้นที่ ตามข่าว TCAS

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#TCAS #ชีวิตเด็กหอ #หอใน #หอนอก #วิธีเลือกหอ #เคล็ดลับการเลือกหอ #ชีวิตเด็กมหาลัย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป