/>

แนะนำ Study Buddy : 1 ในตัวช่วยที่ทำให้คะแนนสอบดีขึ้น []

วิว
          สวัสดีค่ะ เคยเห็นกระทู้ "ตามหาเพื่อนอ่านหนังสือ" ผ่านตาไปบ้างมั้ยคะ จุดประสงค์ของคนที่มาตั้งก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการที่เราต้องการคนวัยเดียวกันมาช่วยย้ำวันสอบ เตือนให้อ่านหนังสือ แบ่งปันวิธีเตรียมตัว แชร์เทคนิคทำโจทย์ หรือเชียร์อัพด้วยคำพูดว่า "มาพยายามด้วยกันเถอะ!"


 
          ขอบอกว่า "วิธีเพื่อนช่วยเพื่อน : Study Buddy" มีข้อดีมากกว่าที่น้องๆ คิดซะอีกค่ะ ถ้ายังไม่เชื่อ ตามไปพิสูจน์พร้อมกันว่า "อ่านหนังสือให้ได้ผล ต้องมีเพื่อนอ่าน" ก็ยังใช้ได้จริงอยู่นะ

Study Buddy คืออะไร?
          ไม่ต้องอ้อมค้อม Study Buddy ก็คือ "เพื่อนช่วยเรียน" ที่ทำข้อตกลงกันไว้ว่าเราจะคอยแบ่งปันเรื่องเรียน-เรื่องสอบแบบไม่มีกั๊ก! เวลามีปัญหาเกี่ยวกับการเรียนต่างๆ ทำการบ้านไม่เป็น อ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง ท้อแท้กับข้อสอบ ทีมบัดดี้จะเป็นคนที่คอยอยู่ข้างๆ และมองหาทางออกไปพร้อมกัน
 
ตามหา Study Buddy จากไหน?
          ข้อสำคัญของการมี Study Buddy คือเราต้องเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกัน มีใจว่าจะช่วยกันเรียน ช่วยกันสอบอย่างจริงจังเหมือนๆ กัน เวลาตามหาคู่บัดดี้หรือสร้าง Study Buddy Team ขึ้นมา ส่วนใหญ่เรามักจะมองไปที่เพื่อนใกล้ตัวก่อน เช่น เพื่อนสนิท เพื่อนร่วมห้อง หรือเพื่อนรุ่นพี่ที่นิสัยเข้ากันดี ไว้วางใจได้ว่าไม่มีการเม้มความรู้ แต่ถ้ามองหาใครไม่เจอจริงๆ ช่องทางการหา Study Buddy ตามแหล่งโซเชียล นัดคุยกันในไลน์ กรุ๊ปเฟสบุ๊ก ทวิตเตอร์ ก็ยังเป็นอีกวิธีที่ได้ผล แต่ต้องอาศัยระยะเวลาในการศึกษากันสักนิด ถ้ามาแนวเดียวกัน ทุ่มเทเหมือนๆ กัน ก็ใช้ได้!

เรียนกับ Study Buddy


 
          ความจริงน้องๆ และทีมบัดดี้สามารถจับกลุ่มสร้างข้อตกลงกันได้เลยนะคะว่า "เราจะมีวิธีช่วยกันเรียนยังไง" แต่สำหรับใครที่ยังไม่มีไอเดีย พี่เมก้าก็ไปรวบรวมวิธีที่หลายคนใช้แล้วได้ผลมาฝากค่ะ ลองเอาไปปรับใช้กันตามสไตล์เลย  

ตั้ง Goal ร่วมกัน
          ผลัดกันแชร์เป้าหมายที่เราต้องการกับบัดดี้ เช่น อยากให้เกรดเทอมนี้เพิ่มขึ้น อยากสอบติดคณะในฝัน อยากสอบผ่านวิชาเลข อยากทำคะแนนเก็บให้ดี ฯลฯ จะได้ช่วยกันคิดหาวิธีทำโกลให้ทะลุ หรือมีหัวข้อหลักให้โฟกัสว่าแต่ละวันแต่ละสัปดาห์ เราจะติวกันเรื่องอะไร ติวด้วยวิธีใด มีหนังสือเล่มไหนดีอยากบอกต่อ หรืออยากจะแชร์ไอเดียเก๋ๆ เวลาคิดหัวข้อรายงานไม่ออก ก็แบ่งปันกันได้เลย หลายหัวคิดย่อมดีกว่าหัวเดียว 

ประชันความเทพ
          มองหาวิชาเรียนที่เป็นจุดแข็งทั้งของเราและบัดดี้ ยิ่งเก่งกันคนละด้านยิ่งดีใหญ่ จะได้ผลัดกันติว รีเช็กความรู้ต่างๆ ว่าตัวเราและเพื่อนแม่นเนื้อหาแล้วรึยัง มีงานวิจัยออกมานะคะว่าการเป็นผู้ติวทำให้ต้องอ่านเยอะ ยิ่งรับข้อมูลเข้าสู่สมองมาก การส่งออกข้อมูลสู่ผู้อื่น ก็ยิ่งทำให้ต้องพิถีพิถันในการอ่านมาก เพราะเราจะใช้เวลาทำความเข้าใจเนื้อหา และฝึกถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดให้คนฟังรู้เรื่องอยู่นาน
          ผลลัพธ์ที่ได้คือคนติวจะเข้าใจสิ่งที่อ่านมากขึ้น และเมื่อเริ่มเตรียมพร้อมที่จะอธิบายคู่บัดดี้ สมองก็จะทำการจัดเรียงข้อมูลให้เข้าที่เข้าทาง จดจำเนื้อหาได้ยาวนานไปอีก คนอ่านแม่น คนฟังก็เก็ท ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ลองจับคู่บัดดี้แล้วเรียนรู้ไปพร้อมกันดูค่ะ


30 นาทีทองคำ
          ทำไมต้อง 30 นาที? มีผลงานวิจัยชั้นเรียนออกมาว่าระยะเวลาเรียนรู้ที่ดีที่สุดของกลุ่มเด็กวัยเรียนมักอยู่ในช่วง 30 นาทีแรก หลังจากนี้จะเริ่มสมาธิหลุด เนื่องจากสมองไม่สามารถรับข้อมูลที่ผ่านเข้ามารวดเดียวได้ทั้งหมด กลับกันคือจะทำการประมวลผลเข้ามาบันทึกไว้ในความทรงจำระยะสั้น (ซึ่งจะจัดเก็บความรู้ไว้ชั่วคราวเท่านั้น) แต่ถ้าเราใช้ 30 นาทีทองของทุกวันให้เป็นประโยชน์ด้วยการทวนซ้ำๆ นี่จะเป็นตัวช่วยให้สมองจดจำข้อมูลนั้น เพื่อนำไปเก็บไว้ในความจำระยะยาวได้  


 
          ถ้าไม่ค่อยมีเวลา ลองแยกย้ายกันไปอ่านหนังสือ แล้วจัดตารางมาทบทวน หรือสรุปความรู้สำคัญร่วมกันกับบัดดี้ก็ได้ว่า เจอเนื้อหาส่วนไหนที่เป็นไฮไลต์ต้องจำ มีแนวข้อสอบเด็ดๆ หรือมีเรื่องที่ยังไม่เข้าใจ ก็ช่วยรีเช็กความรู้กันอีกซักรอบ ช่วงเวลานี้อ่านไปยังไงก็จำค่ะ      
 
เก่งชั่วพริบตาด้วย Speed Test

          เดี๋ยวนี้มีข้อสอบให้โหลดออนไลน์เพียบเลยนะคะน้องๆ ลองจับคู่กับบัดดี้มาทำข้อสอบแบบจับเวลาแข่งกันดู การฝึกสมองให้คิดหาคำตอบในเวลาจำกัด จะยิ่งทำให้สมองเรียนรู้เร็วและคิดได้ฉับไวขึ้น ยิ่งเป็นโจทย์ทางด้านคำนวณด้วยแล้ว เห็นโจทย์บ่อยจนชินตา ฝึกคิด และแสดงวิธีแก้จนชินมือ พอถึงเวลาสอบจริง รับประกันความลื่นปรี๊ดๆ ในการเลือกช้อยส์คำตอบเลยล่ะค่ะ อีกอย่างคือลองปล่อยให้ตัวเองได้อยู่ภายใต้ภาวะความกดดันบ้าง จะทำให้น้องๆ ยิ่งมีแรงถีบในตัวเองสูง   

Study Buddy ดียังไง?
          รู้จักวิธีใช้ Study Buddy กันไปแล้ว ลองมาดูข้อดีของเจ้านี่กันดีกว่าค่ะ

มีวิชามารติดตัว
          การทำ Study Buddy คล้ายหลักการนำแนวคิดเรื่อง Peer Assist หรือทีมผู้ช่วยเข้ามาประกอบ ถ้าทุ่มเทเท่ากันทุกฝ่าย เวลาติวหรือช่วยกันเรียน เราจะได้ไอเดียกลับมามากมาย โดยเริ่มจากความรู้ 1 ก้อน ในสิ่งที่เรารู้ พอมีบัดดี้มาแชร์ความรู้อีก 1 ก้อน มันก็จะเกิดเป็นความรู้ใหม่อีกก้อนที่สามารถนำไปใช้ต่อยอดได้ หรือโจทย์เลขเรื่องหนึ่ง เรามีวิธีแก้ 3 แบบ เพื่อนแชร์อีก 3 แบบ เราจะได้วิธีแก้มาอีก 6 แบบ การเก็บเทคนิคจากคู่บัดดี้ด้วยถือเป็นวิธีลัดในการเรียนอีกวิธีหนึ่งนะคะ

ได้บรรยากาศเรียนชิลล์ๆ


 
          เรียนคนเดียวบางทีก็เครียด อ่านหนังสือไม่ถึงไหนเพราะไม่รู้เรื่อง บางทีก็กดดันเวลาเจอการบ้านยากๆ จนอยากจะเท แต่ถ้าได้เพื่อนสายเดียวกันมาช่วยอธิบายเรื่องยากให้เข้าใจง่าย ด้วยวิธีการเรียนแบบใหม่ๆ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน เราก็อาจจะมีแรงฮึด และสนุกกับการเรียนมากขึ้น

เพื่อนเรียนไม่ใช่คู่แข่ง
          Study Buddy ที่ถือว่าเป็นเพื่อนช่วยเรียนจริงๆ จะไม่มีการมานั่งกั๊กความรู้ แต่จะช่วยประคองกันไปให้ถึงฝั่ง ดังนั้น เวลามีปัญหา เราสามารถบอกเพื่อนได้ตลอด เพราะการแชร์ข้อผิดพลาดให้เพื่อนรู้ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย ตรงกันข้ามเพื่อนจะคอยช่วยให้เราเก่งขึ้นด้วย หรือถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เริ่มไม่มีความคืบหน้าในการเรียน เราก็หันหน้าคุย เอ่ยปากเตือนกันได้ว่าต้องพยายามให้มากกว่านี้แล้วนะ มั่นใจได้เลยว่าเราจะมีเพื่อนที่พร้อมช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา ไม่ทิ้งให้ท้อแท้จมทะเลอยู่คนเดียวแน่นอน
           
การเรียนใกล้ตัวมากขึ้น

          ถ้าเราเรียนคนเดียว อาจจะมีจังหวะที่ใกล้ๆ สอบค่อยอ่าน ใกล้ถึงเวลาส่งการบ้านค่อยทำ 1 วันก่อนส่งก็ยังได้ แต่การมี Study Buddy อยู่ข้างกาย เราสามารถกำหนดช่วงเวลาได้เลยว่า วันไหนต้องอ่านหนังสือเพื่อจะมาแชร์ความรู้กัน ผลัดกันถาม-ตอบไปมา มันทำให้เราได้ทวนซ้ำๆ กระตุ้นให้เกิดความคิด ความรู้ในสมองก็ไม่ถูกลบทิ้งด้วย หรือถ้ามีการบ้านต้องทำส่ง เรากับบัดดี้สามารถจัดตารางไม่ให้ทำตัวแบบดินพอกหางหมูได้ เรียกว่ามีวินัยในการเรียนมากขึ้น

ไม่วอกแวกกับโซเชียล


 
          ถ้าปกติเราไม่ใช่คนติดโซเชียล ก็อาจจะไม่เห็นผลเท่าไหร่ แต่ถ้าอ่านหนังสือแป๊บๆ หยิบมือถือมาเล่นล่ะก็ นี่จะเป็นข้อดีมาก! เพราะการช่วยกันเรียนกับ Study Buddy จุดโฟกัสเราจะอยู่กับคู่บัดดี้ และโครงการติวตรงหน้าเท่านั้น ไม่มีเกม ไม่มีทวิตเตอร์ ไม่มีไอจี มาทำลายสมาธิแต่อย่างใด

          ขอบอกว่าโครงการเพื่อนช่วยเพื่อนหรือ Study Buddy เคยมีรุ่นพี่หยิบไปทำวิจัยกันมาแล้วนะคะ ผลก็ออกมาเลยว่าการเรียนของคนที่มี Study Buddy เป็นเพื่อนช่วยเรียน เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น การแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อน ทำให้เข้าใจการเรียนมากขึ้น ถ้าน้องๆ มีโอกาสเจอบัดดี้คู่ใจ ก็ลองนำไปปรับใช้กันดูได้ค่ะ

          แต่ถ้าเราเป็นเด็กสายอ่านเองสบายใจกว่าก็แล้วแต่สไตล์ของแต่ละคนเลย เพราะถ้าเจอบัดดี้ช่างเม้าท์เหมือนพี่เมก้ากับเพื่อนซี้แล้วล่ะก็ "นัดติวกันทีไร คุยกันล่มจมทุกที" สู้อ่านคนเดียว น่าจะได้ผลกว่าค่ะ ^^     
 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#แนะนำ #Study Buddy #เพื่อนช่วยเพื่อน #อัพคะแนนสอบ #เคล็ดลับสอบติด #เคล็ดลับสอบติด

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?