สาขาเฉพาะทาง ที่แพทย์ฯ จบใหม่ (อาจจะ) เลือกไปต่อ? []

ทำความรู้จักสาขาเฉพาะทางของแพทย์
9,168 0
      หลังจากที่เรียนจบในระดับปริญญาตรี น้องๆ จะมีทางเลือกหลักๆ อยู่ 2 ทาง นั่นก็คือ “เรียนต่อ” อาจจะเป็นปริญญาตรีใบที่ 2 หรือในระดับที่สูงขึ้น ปริญญาโท ปริญญาเอก หรือ ออกไป “ทำงาน” ตามที่สนใจ หรือตามสาขาที่เรียนมา ก็แล้วแต่ความต้องการของน้องๆ แต่ก็มีหนึ่งสาขาวิชา ที่เมื่อจบไปแล้ว หลายๆ คน ส่วนใหญ่เลือกที่จะไปเรียนต่อ เพื่อให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากขึ้น ก่อนที่จะออกไปทำงาน นั่นก็คือ “แพทย์” ค่ะ

สาขาเฉพาะทาง ที่แพทย์ฯ จบใหม่ (อาจจะ) เลือกไปต่อ?
 
      อย่างที่ทราบกัน กว่าจะผลิตแพทย์หนึ่งคนเพื่อออกไปทำงานรักษาคนไข้ ใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน ตั้งแต่การเรียนในระดับปริญญาตรี น้องๆ สาขาแพทยศาสตร์ ใช้เวลาทั้งหมด 6 ปี จากนั้นต้องใช้ทุนตามโรงพยาบาลต่างๆ และเลือกศึกษาสาขาเฉพาะทางเพื่อที่จะเพิ่มทักษะความรู้ความสามารถในสาขาที่สนใจให้เชี่ยวชาญ
       ซึ่งก็มีน้องๆ หลายคนสงสัยว่า “แพทย์” มีสาขาเฉพาะทางอะไรบ้าง และแต่ละสาขาเรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง วันนี้พี่แนนนี่มีข้อมูลมาฝากค่ะ

 
      ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ปกติแล้วก่อนที่จะไปเรียนเฉพาะทางนั้น แพทย์จบใหม่จะต้องเข้า “โครงการเพิ่มพูนทักษะ หรือเป็น ”อินเทิร์น” ก่อน 1 ปี และใช้ทุนให้ครบอีก 2 ปี (รวมเป็น 3 ปี) แต่ก็มีสาขาจำนวนหนึ่งที่สามารถเรียนจบได้หลังจากเรียนจบปี 6 ทันที โดยไม่ต้องเข้าโครงการฯ หรือใช้ทุน โดยสาขาเหล่าจำนวนี้เป็นสาขาที่ขาดแคลน หมายความว่า มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางสาขานี้ไม่เพียงพอ
 
สาขาแพทย์เฉพาะทางที่ขาดแคลน (สาขาประเภทที่ 1) มีทั้งหมด 12 สาขา ดังนี้
  • จิตเวชศาสตร์ – เกี่ยวกับจิตวิทยา
  • จิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น – เกี่ยวกับจิตวิทยา สำหรับเด็กและวัยรุ่น
  • นิติเวชศาสตร์ – เกี่ยวกับการชันสูตรศพ
  • พยาธิวิทยาทั่วไป – เกี่ยวกับการวินิจฉัยโรคจากเนื้อเยื่อ เซลล์ เป็นหลัก
  • พยาธิวิทยากายวิภาค – เกี่ยวกับรูปร่างหรือโครงสร้างของเซลล์ เนื้อเยื่อ และอวัยวะที่เป็นโรค
  • พยาธิวิทยาคลินิก  - เกี่ยวกับการตรวจค้นความผิดปกติในส่วนประกอบต่างๆ ของผู้ป่วย ที่เก็บจาก เลือด น้ำไขสันหลัง สารน้ำจากช่องต่างๆ ของร่างกาย
  • รังสีรักษาและมะเร็งวิทยา - รักษาโรคมะเร็งด้วยการใช้รังสี
  • เวชศาสตร์ครอบครัว – การมองเห็นครอบครัวเป็นศูนย์กลาง
  • เวชศาสตร์ฉุกเฉิน – เกี่ยวกับการวินิจฉัยและรักษาความเจ็บป่วย หรือการบาดเจ็บที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
  • เวชศาสตร์นิวเคลียร์ – เกี่ยวข้องกับการใช้สารกัมมันตรังสีในการวินิจฉัยและรักษาโรคบางชนิด โดยจะอาศัยการถ่ายภาพที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในการที่จะให้แพทย์มีข้อมูล เกี่ยวกับทางด้านกายวิภาคของร่างกาย
  • อายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา – เกี่ยวข้องกับการรักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัด
  • อายุรศาสตร์โรคเลือด - กี่ยวข้องกับการรักษาความผิดปกติของเลือด และอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเลือด
หมายเหตุ: สาขาเฉพาะทางที่ขาดแคลนมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงไป อาจจะมีสาขาที่มีบุคลากรเพียงพอ หรือมีสาขาอื่นๆ เพิ่มเติมอีกค่ะ
 
สาขาเฉพาะทางประเภทที่ 2 (หลังจากที่ใช้ทุนครบ 3 ปีแล้ว) มีทั้งหมด 26 สาขา ดังนี้
  • กุมารเวชศาสตร์ – เกี่ยวกับการรักษาเด็ก และวัยรุ่น
  • กุมารศัลยศาสตร์ – เกี่ยวกับการผ่าตัดเด็ก
  • จักษุวิทยา – เกี่ยวกับโรคทางตา
  • ตจวิทยา – เกี่ยวกับผิวหนัง
  • ประสาทวิทยา – เกี่ยวกับโรคทางสมองและระบบประสาท
  • ประสาทศัลยศาสตร์ – เกี่ยวกับการผ่าตัดสมอง
  • รังสีวิทยาทั่วไป – เกี่ยวกับทางด้าน X-ray
  • โลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก – เกี่ยวกับโรคเลือดและมะเร็งในเด็ก
  • รังสีวิทยาวินิจฉัย – การถ่ายภาพเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆด้วยรังสี โดยทั่วไป เป็นรังสีเอกซ์
  • วิสัญญีวิทยา – เกี่ยวกับการวางยาสลบ
  • เวชศาสตร์ป้องกัน (แขนงระบาดวิทยา)
  • เวชศาสตร์ป้องกัน (แขนงเวชศาสตร์การบิน)
  • เวชศาสตร์ป้องกัน (แขนงเวชศาสตร์ป้องกันคลินิก)
  • เวชศาสตร์ป้องกัน (แขนงสาธารณสุขศาสตร์)
  • เวชศาสตร์ป้องกัน (แขนงสุขภาพจิตชุมชน)
  • เวชศาสตร์ป้องกัน (แขนงอาชีวเวชศาสตร์)
  • เวชศาสตร์ป้องกัน (แขนงเวชศาสตร์ทางทะเล)
  • เวชศาสตร์ป้องกัน (แขนงเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว)
  • เวชศาสตร์ฟื้นฟู – เกี่ยวกับการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์
  • ศัลยศาสตร์ – เกี่ยวกับการผ่าตัด
  • ศัลยศาสตร์ตกแต่ง – เกี่ยวกับการผ่าตัดเพื่อความสวยงาม
  • ศัลยศาสตร์ทรวงอก – เกี่ยวกับการผ่าตัดบริเวณทรวงอก
  • ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา – เกี่ยวกับการผ่าตัดทางเดินปัสสาวะ
  • สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา – เกี่ยวกับโรคเฉพาะทางสตรี
  • โสต ศอ นาสิกวิทยา – เกี่ยวกับโรคทาง หู จมูก คอ
  • ออร์โธปิดิกส์ – ที่เกี่ยวข้องกับกระดูก ข้อ เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อต่างๆ ของร่างกาย (สาขาของวิชาศัลยศาสตร์)
  • อายุรศาสตร์ – เกี่ยวกับการใช้ยา ในการรักษาอาการต่างๆ และป้องกัน
หมายเหตุ: สาขาที่กล่าวมาข้างต้น เป็นสาขาเฉพาะทางสาขาหลักๆ ทางการแพทย์ ซึ่งเมื่อจบในสาขาหลักแล้ว สามารถศึกษาต่อในสาขาย่อย หรืออนุสาขาได้อีก 42 สาขาวิชาค่ะ
 
     อ่านมาถึงตรงนี้พี่แนนนี่เชื่อว่า มีน้องๆ จำนวนไม่น้อยสงสัยว่า “แล้วถ้าไม่อยากเรียนสาขาเฉพาะทางล่ะ จะทำงานเป็นแพทย์ รักษาคนไข้ไม่ได้หรอ” คำตอบก็คือ รักษาคนได้ค่ะ เมื่อน้องๆ ใช้ทุนครบ 3 ปี ก็สามารถเป็น “คุณหมอทั่วไป” หรือ คุณหมอ GP (general practitioner) หรือแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปค่ะ
 
     น้องๆ คนไหนที่สนใจเรียนต่อแพทย์เฉพาะทาง อย่าลืมศึกษารายละเอียดของแต่ละสาขาให้ดี เพราะแต่ละสาขาใช้ระยะเวลาไม่เท่ากันนะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก
แพทยสภา
http://www.tmc.or.th/detail_news.php?news_id=753
#TCAS #รับตรง #แอดมิชชั่น #กสพท #แพทย์ #แพทย์เฉพาะทาง #หมอ #หมอเฉพาะทาง #นักศึกษาแพทย์ #แพทยศาสตร์บัณฑิต #อยากเรียนหมอ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

รับตรง-แอดมิชชั่น

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?