ซ่อน
แสดง

Review ข้อสอบ PAT เกาหลี แบบละเอียดยิบ! โดย "ปิ่น" เด็กสายวิทย์ที่คว้ามาได้ 219 คะแนน []

วิว
Review ข้อสอบ PAT เกาหลี แบบละเอียดยิบ! โดย "ปิ่น" เด็กสายวิทย์ที่คว้ามาได้ 219 คะแนน

         สวัสดีค่ะ ปีนี้ (ปี 61) เป็นปีแรกที่เพิ่ม PAT ภาษาเกาหลี เป็นการวัดดวงปีแรกเลยโดยไม่เห็นรูปแบบข้อสอบมากก่อน แอบวัดดวงกันนิดๆ

         มีน้องๆ จำนวนไม่น้อยเลยที่ลงสอบ PAT เกาหลี รวมถึง
ปิ่น ชุติกาญจน์ โยธาทิพย์ เด็กสายวิทย์ที่ในรักภาษาก็สอบด้วย มารีวิวให้ฟังเลยว่าเป็นเด็กวิทย์แต่มุ่งภาษาเป็นยังไง และข้อสอบเกาหลีเป็นอย่างไรบ้าง

แนะนำตัวกับน้องๆ กันหน่อยค่ะ
         สวัสดีค่ะ ชื่อ ชุติกาญจน์ โยธาทิพย์ ชื่อเล่น ปิ่น จบจากโรงเรียนสตรีสมุทรปราการ สายการเรียนวิทย์-คณิต ได้คะแนน PAT เกาหลี 219 คะแนนค่ะ (อย่าถามวิชาอื่นนะ เขิน)

ที่คิดไว้ จะยื่นสมัครที่ไหนบ้างคะ?
         ในรอบ 3 คิดว่าจะยื่นคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ , คณะมนุษย์ศาสตร์ เอกภาษาเกาหลี มศว , คณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ ม.ธรรมศาสตร์ , คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร ค่ะ

         ส่วนรอบ 4 จะยื่นตามอันดับนี้ค่ะ 1.คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาเกาหลี มศว  2.คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร 3.คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาเกาหลี ม.บูรพา 4.คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาเกาหลี ม.นเรศวร สายภาษาหมดเลยค่ะ 555+

 
Review ข้อสอบ PAT เกาหลี แบบละเอียดยิบ! โดย "ปิ่น" เด็กสายวิทย์ที่คว้ามาได้ 219 คะแนน

เป็นเด็กสายวิทย์ ทำไมถึงเลือกที่จะเรียนภาษาเกาหลีคะ?
         จริงๆ มีความสนใจด้านภาษามาตั้งแต่แรกอยู่แล้วค่ะ เลือกเรียนวิทย์ก็เพราะว่ากลัวว่าวันนึงจะเปลี่ยนใจไปเข้าคณะทางวิทย์ (ซึ่งก็ไม่เปลี่ยน เรียนทำไม 555) จุดเริ่มต้นที่ทำให้อยากเรียนภาษาเกาหลี คือ เราเป็นแฟนคลับวง GOT7 ค่ะ เชื่อว่าหลายๆ คนก็คงเป็นเหมือนกัน มีความรู้สึกว่าอยากฟังเขาพูดออก อยากอ่านสิ่งที่เขาเขียนรู้เรื่อง ประมาณนี้อ่ะค่ะ

         เลยเริ่มมาลองศึกษาดู แล้วก็รู้ว่าน่าจะไปกันได้ เพราะยิ่งอยู่กับมันก็ยิ่งรู้สึกสนุกค่ะ ยิ่งมี GOT7 เป็นแรงบันดาลใจและกำลังใจในการเรียนภาษาเกาหลีแล้ว ก็คิดว่าน่าจะไปได้สวยค่ะ อีกอย่างคือตอนเด็กๆ ก็มีความคิดว่าการที่รู้ภาษาที่ 3 มันเจ๋งดี คือ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ก็รู้เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่การได้ภาษาที่ 3 มันจะเปิดโลกเรามากขึ้น

         เอาจริงๆ ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าจะเลือกภาษาอะไรดี พอได้มาชอบ GOT7 ก็เลยตัดสินใจเรียนภาษาเกาหลีไปเลยค่ะ แล้วเราก็อยากให้สังคมเห็นว่าการเป็นแฟนคลับไอดอลเกาหลี สามารถเป็นแรงผลักดันในการเรียนและการพบเจอสิ่งใหม่ๆ ซึ่งนำทางเราไปสู่ความสำเร็จได้


แรกๆ ที่อ่านหนังสือเอง เริ่มต้นจากตรงไหนคะ?
         เริ่มอ่านเองคือประมาณช่วง ม.4 เทอม 2 ค่ะ เริ่มต้นจากการเปิดอินเตอร์เน็ตดูตามเว็บตามบล็อกที่สอนภาษาเกาหลีเลย ดูตั้งแต่พยัญชนะ สระ ดูว่าแต่ละตัวอ่านยังไง แล้วก็มาเริ่มฝึกเขียนใส่สมุด เหมือนตอนเด็กๆ ที่เราฝึกเขียน ก-ฮ อะค่ะ ฝึกเขียนประสมตัว

         พออ่านกับเขียนได้แล้วก็เริ่มศึกษาประโยคกับคำศัพท์ง่ายๆ ต่อ แต่ในเว็บบางทีมันก็มีจุดที่ไม่ค่อยเข้าใจ ก็เลยไปซื้อหนังสือมาอ่านเพิ่ม สิ่งที่ต้องจำให้ได้อย่างแรกเลยคิดว่าน่าจะเป็นพยัญชนะกับสระของภาษาเกาหลี รวมไปถึงการออกเสียงด้วย หลังจากนั้นก็คิดว่าจะสามารถเริ่มเรียนขั้นต่อไปในส่วนของไวยากรณ์และคำศัพท์ที่ยากขึ้นได้สบายๆ ค่ะ


มีเรียนพิเศษที่ไหนบ้าง?
         มีเรียนแบบตัวต่อตัวกับพี่นิสิต-นักศึกษา 2 คนค่ะ พี่คนแรกประมาณช่วง ม.5 เทอม 1 ตั้งแต่ไวยากรณ์พื้นฐานแบบพื้นฐานมากๆ เลยค่ะ ซึ่งพี่เขาสอนโดยใช้หนังสือเรียนภาษาเกาหลีระดับต้นของ ม.โซล แต่ละบทก็จะมีบทสนทนา ไวยากรณ์ และแบบฝึกหัด ฝึกให้อ่านบทสนทนา ให้ออกเสียงให้ถูก แล้วก็มาเรียนไวยากรณ์ ต่อด้วยทำแบบฝึกหัดท้ายบทเป็นการฝึกการเขียน เรียนแค่ช่วงสั้นๆ เพราะพี่เขาสอนต่อไม่ได้ (เศร้า T_T) ก็เลยต้องกลับมาเรียนเองอีกรอบ โดยมีไฟล์หนังสือของ ม.โซล ที่เหลือค่ะ จนจบ 30 บท

         แต่พอมาจนก่อนเปิดเทอม ม.6 เริ่มรู้สึกว่าเรียนเองแบบนี้ อ่านแค่นี้ ไม่น่าจะพอสำหรับสอบแพทได้ ก็เลยเรียนพิเศษอีกรอบ ซึ่งครั้งนี้ได้เรียนกับพี่นิสิต เอกเกาหลี มศว (ตอนนี้เป็นพี่บัณฑิตเรียบร้อยแล้วค่ะ) ซึ่งเป็นเพื่อนกับพี่ที่รู้จัก พี่เขาสอนแบบทำชีทขึ้นมาเองหมดเลย แต่ยึดไวยากรณ์ตามหนังสือไวยากรณ์เกาหลีระดับต้น ของ ผศ.สิทธินี ธรรมชัย


 
Review ข้อสอบ PAT เกาหลี แบบละเอียดยิบ! โดย "ปิ่น" เด็กสายวิทย์ที่คว้ามาได้ 219 คะแนน

         ในชีทที่พี่เขาทำขึ้นมาก็จะเป็นประโยคสนทนา ไวยากรณ์ และคำศัพท์ท้ายบท เริ่มแรกเลยคือพี่เขาจะให้ฝึกอ่านประโยคสนทนา จากนั้นมาเริ่มเรียนในส่วนไวยากรณ์ เรียนความหมาย หน้าที่ของมัน แล้วก็ตัวอย่างในการใช้ แต่ถ้ามีคำศัพท์ที่เราไม่รู้ในประโยคตัวอย่างนั้นพี่ก็จะบอกเพิ่ม จากนั้นก็จะมาทำแบบฝึกหัด แล้วท้ายที่สุดคือวัดศัพท์ท้ายบท

         คือพี่เขาจะทำคำแปลภาษาไทยมาให้ แล้วให้เราเติมเป็นภาษาเกาหลีเอง ให้เราอ่านทั้งชีทก่อน แล้วค่อยมาวัดศัพท์ เป็นการวัดว่าวันนี้เราได้ศัพท์อะไรบ้าง ได้มากน้อยแค่ไหน พอกลับบ้านมาเราก็เอาศัพท์ตรงนี้มาท่องเองอีกได้ ทุกชีทที่ได้เรียน ถ้ามีเวลาก็จะอ่านทวนหลังเรียนก่อนไปเรียนครั้งต่อไป

         ยังไม่พอนะคะนอกจากพี่เขาจะสอนไวยากรณ์แล้ว ก็ยังสอนสังคมวัฒนธรรมเกาหลีอีกด้วย ได้เรียนตั้งแต่มารยาทบนโต๊ะอาหาร ประเพณีขึ้นบ้านใหม่ วันสำคัญต่างๆ ภูมิศาสตร์ การเมือง ประวัติศาสตร์เกาหลี ฯลฯ บอกเลยว่าแน่นมาก ในตอนแรกชีทสังคมวัฒนธรรมเป็นภาษาไทย แล้วเพิ่มคำศัพท์เกาหลีให้ แต่พอหลังๆ มาเป็นเกาหลีล้วนเลยค่ะ เกือบเป็นลม แต่ก็ผ่านมาได้

         และมีอีกอย่างที่พี่เขาติวให้คือการติวข้อสอบเพื่อนสอบ PAT ค่ะ พี่เข้าใช้ข้อสอบ TOPIK ปีเก่าๆ มาติวให้ ทั้ง TOPIK I และ TOPIK II อธิบายในแต่ละข้อ และให้คำศัพท์ไปในข้อนั้นๆ ถ้าข้อไหนง่ายก็จะให้ทำก่อนแล้วค่อยมาเฉลยกัน นอกจากเรียนกับพี่เขาแล้ว เราก็ยังต้องกลับมาท่องศัพท์เองและฝึกทำข้อสอบ TOPIK ในปีที่ยังไม่ได้ทำเอง ศัพท์ที่ท่องก็จะมาจากทั้งในชีทเรียนและในข้อสอบ TOPIK ที่ได้ทำ คือพอทำแล้วเฉลยปุ๊บ ถ้าเจอคำศัพท์ไหนที่ไม่รู้จะจดใส่กระดาษแยกไว้ แล้วจะเอามาท่องทีหลังในวันต่อๆ ไปค่ะ


รีวิวข้อสอบ PAT ภาษาเกาหลี ให้น้องๆ ฟังหน่อยค่ะ
         PAT เกาหลี ข้อสอบมีทั้งหมด 100 ข้อ โดยข้อสอบจะเน้นในเรื่องบทสนทนา คำศัพท์ ไวยากรณ์ แล้วก็ reading ส่วนสังคมวัฒนธรรมจะมีแค่ 10 ข้อ บทสนทนาก็จะเป็นการสนทนาในชีวิตประจำวันนี่แหละค่ะ แบบคุยกับเพื่อน คุยโทรศัพท์ หรือการสั่งอาหาร ประมาณนี้ ศัพท์ในบทสนทนาไม่ยาก เราสามารถเข้าใจได้ว่าเขาคุยเรื่องอะไรกัน

         ส่วนเรื่องคำศัพท์ก็จะมีเป็นให้ประโยคมาแล้วเว้นช่องไว้ให้เราเติมคำศัพท์ อันนี้ต้องรู้ความหมายจริงๆ ถ้าไม่รู้คือต้องดวงแล้วค่ะ ซึ่งในพาร์ทนี้เราก็มีใช้ดวงเหมือนกัน 5555 เท่าที่จำได้มันจะมีเป็นแบบให้สถานที่กับสิ่งของมาอย่างละข้อ แล้วให้เราเลือกว่าคำศัพท์ใน choice อันไหนตรงกับคำศัพท์ที่ให้มา

         ในพาร์ทไวยากรณ์ส่วนใหญ่จะเป็นการถามว่าไวยากรณ์ข้อไหนผิดข้อไหนถูก ใน choice จะเป็นประโยคมาให้เลย อันนี้คือต้องดูดีๆ เลยค่ะ อาจจะโดนหลอกได้ ซึ่งเราโดนมาแล้ว T_T และที่สำคัญคือ อย่าลืมอ่านโจทย์ใหญ่นะคะว่าเขาถามอะไร จะเอาข้อผิดหรือข้อถูก

         อีกอย่างคือ เป็นข้อความให้มาแล้วขีดเส้นใต้ประโยคประโยคนึง แล้วเหมือนให้เราเลือกประโยคที่มีความหมายเหมือนกับประโยคที่ขีดเส้นใต้ แล้วก็ยังมีการวัดตัวชี้ โจทย์จะให้เป็นประโยคมาแล้วจะเว้นไว้ให้เติม

         ในส่วน reading จะมีบางบทความที่อ่านโจทย์ปุ๊บ มาจิ้มที่บทความก็สามารถตอบได้เลย แต่บางบทความก็จะถามในเรื่องอื่นๆ คล้ายๆ ข้อสอบ reading ภาษาอังกฤษ แต่คำศัพท์ไม่ยากมาก สามารถพอเข้าใจได้ เราจำได้ประมาณนี้นะคะ นอกนั้นลืมสิ้นเลยค่ะ 5555

         ถ้าเป็นพาร์ทวัฒนธรรม จะเป็น 10 ข้อสุดท้าย เท่าที่จำได้ปีนี้มีถามชื่อเต็มประเทศเกาหลี , คนในแบงค์หมื่นวอนคือใคร , ไปเกาหลีเดือน 7 ทำอะไรไม่ได้ (ซึ่งข้อนี้เราผิด เพราะนึกไม่ถึงว่าไปเกาหลีเดือน 7 เล่นสกีไม่ได้ เศร้ามาก) , ข้อใดไม่ใช่มารยาทบนโต๊ะอาหารของชาวเกาหลี , ข้อใดไม่ได้ทำในวันขึ้นปีใหม่ , เมืองไหนอยู่ทางใต้ของเกาหลี ฯลฯ

         พอจำได้เท่านี้ค่ะ สำหรับข้อสอบ PAT เกาหลีเป็นภาษาเกาหลีทั้งหมดเลยนะคะ เวลาในการสอบ 3 ชั่วโมง เราทำเสร็จเหลือเวลา 15 นาที ก็เอามาทวนอีกรอบ คิดว่าเพียงพอต่อการทำข้อสอบนะคะ ตอนทำต้องแบ่งเวลาดีๆ ถ้าติดข้อไหนอย่าไปจดจ่อกับมันให้ข้ามไปทำข้ออื่นก่อนค่ะ เพราะข้อง่ายๆ อาจจะอยู่หลังๆ จ้าาา

 
Review ข้อสอบ PAT เกาหลี แบบละเอียดยิบ! โดย "ปิ่น" เด็กสายวิทย์ที่คว้ามาได้ 219 คะแนน

แล้วการเรียนภาษาเกาหลีต่างจากภาษาอังกฤษเยอะมั้ย?  
         คิดว่าต่างกันอยู่พอสมควรเลยนะคะ สำหรับภาษาอังกฤษเรามีความคุ้นเคยกับมันมาตั้งแต่เด็ก เรียนไวยากรณ์เดิมๆ จนคุ้น บางคนอาจจะคิดว่าไวยากรณ์ภาษาอังกฤษซับซ้อนแล้ว เราคิดว่าไวยากรณ์ภาษาเกาหลีมีความซับซ้อนมากกว่าค่ะ มันจะมีส่วนยิบย่อย อย่างเช่นการใช้ตัวชี้ ตัวชี้ ?/?  ใช้ชี้ประธาน , ตัวชี้  ?/? ใช้ชี้กรรม ฯลฯ แต่ถ้าเป็นภาษาอังกฤษเราจะสามารถรู้ได้เลยว่าตัวนี้ประธานนะ ตัวนี้กรรมนะ โดยไม่ต้องมีตัวชี้ค่ะ

         การเรียงประโยคในภาษาเกาหลีไม่ได้เรียงแบบประธาน กริยา กรรมเหมือนภาษาอังกฤษ แต่จะเรียงเป็น ประธาน กรรม กริยา ฯลฯ ซึ่งมีหลายแบบค่ะ แล้วก็จะซับซ้อนเรื่องการนับเลข คือในภาษาเกาหลีจะมีการนับเลข 2 แบบ คือ การนับเลขแบบจีน (??? ??) และการนับเลขแบบเกาหลี (??? ??) มันจะมีหลักในการใช้อยู่ แต่ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็จะเป็น one two three เป็นลำดับก็ first , second , third ไปเลย การนับเลขเกาหลีซับซ้อนกว่านั้น นี่คือความต่างของสองภาษานี้แบบคร่าวๆ นะคะ

         ส่วนที่เหมือนกันก็มีค่ะ คือพวกตัวเชื่อมอะไรงี้ เช่น เพราะฉะนั้น, แต่, เพราะว่า ฯลฯ และในส่วนของคำศัพท์ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาเกาหลี จะมี synonyms เยอะมากเหมือนกัน คือเราต้องดูบริบทในการใช้ บางทีความหมายเหมือนว่าจะเหมือนกัน แต่ถ้าบริบทมันไม่ได้ ใช้แล้วก็จะไม่เหมาะสมค่ะ

         ถ้าอยากจะแม่นศัพท์เกาหลีก็ต้องขยันท่องบ่อยๆ เหมือนภาษาอังกฤษเลยค่ะ ท่องไปเรื่อยๆ ยิ่งถ้าเจอคำนั้นบ่อยๆ ก็จะจำได้ดีขึ้น เราต้องทำความคุ้นเคยกับมันมากๆ อยู่กับมันบ่อยๆ ฝึกอ่านบทความสั้นๆ ก็จะช่วยได้ ความคิดที่เราคิดว่ายากมันก็จะน้อยลง แล้วก็จะคิดว่ามันไม่ยากเกินความสามารถของเราค่ะ


รู้สึกเสียดายสายวิทย์ที่เรียนมาหรือเปล่า?
         สำหรับเราไม่เสียดายสายวิทย์ที่เรียนมาเลย อาจจะเหนื่อยหน่อย ยากหน่อย เพราะอยู่กับสิ่งที่เราไม่ได้ชอบ แต่เราก็ได้มุมมองใหม่ๆ ความคิดใหม่ๆ จากการเรียนสายวิทย์ แล้วก็คิดว่ามีความอดทนมากขึ้นด้วยค่ะ พอหันมาทางภาษาก็คือทุ่มเทให้กับภาษาไปเลย อ่านหนังสือ ท่องศัพท์ เรียนพิเศษ แต่ในส่วนของการเรียนสายวิทย์ก็ไม่ได้ทิ้งแบบไม่เอาไรเลยนะคะ 5555 พอใกล้สอบก็ต้องแบ่งเวลาไปอ่านบ้าง แล้วเราก็โชคดีที่มีเพื่อนคอยช่วยติวพวกวิชาวิทย์คณิตให้ ก็เลยทำให้เรารอดมาได้

         เอาเป็นว่าเรียนแบบให้พอมีชีวิตรอดต่อได้ค่ะ ถ้ามีงานการบ้านอะไรเราก็จะส่งให้ครบ เราคิดว่าคะแนนวิชาพวกวิทย์คณิตเราไม่ค่อยดีแน่ อย่างน้อยก็ส่งงานให้ครบไว้ก่อน ให้คะแนนดูไม่แย่มาก เกรดจะได้ออกมาดีหน่อย สำหรับเรา เราว่าเกรดมีผลต่อการสอบเข้าพอสมควรเลยนะคะ ควรรักษาเกรดไว้ให้ดี อย่างรอบรับตรงแต่ละม. ก็จะมีเกณฑ์ว่าต้องได้ GPAX เท่านี้ขึ้นไปถึงจะมีคุณสมบัติครบ แล้วก็รอบแอดก็ต้องเอา GPAX มาคิดเป็นคะแนนอีก ยิ่งถ้าเราได้เกรดเยอะก็จะดีต่อคะแนนมากเลยค่ะ


สุดท้ายแล้ว ฝากอะไรถึงน้องๆ หน่อย
         ก็อยากให้น้องๆ สู้ๆ กับทุกอย่างที่เจอในอนาคต สู้ๆ กับการเรียน สู้ๆ กับการอ่านหนังสือสอบ อยากเข้าม.ไหน คณะไหนก็ลองศึกษาดูตั้งแต่เนิ่นๆ นะคะ เราจะได้มีเวลาเตรียมตัวทัน อันไหนที่ทำแล้วคิดว่ายากก็อย่าพึ่งท้อ ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ถ้าเราตั้งใจจะทำ

         ถ้ารู้สึกเครียดมากก็ไปหาอะไรทำคลายเครียดก่อนค่ะ ดูหนัง ฟังเพลง หาที่เที่ยว ฯลฯ พอสบายใจขึ้นแล้วก็ค่อยมาลุยต่อ อย่าจมอยู่กับความเครียดนานๆ ส่วนใครที่อยากจะเข้าคณะที่เกี่ยวกับภาษาเกาหลี ก็อยากให้เริ่มเรียนภาษาเกาหลีตั้งแต่ตอนนี้เลย จะเรียนด้วยตัวเอง เรียนต่อตัว หรือเรียนตามสถาบันก็แล้วแต่สะดวก ฝึกท่องศัพท์กับทำโจทย์เยอะๆ สิ่งที่น้องๆ ทุ่มเทจะทำให้ประสบความสำเร็จแน่นอนค่ะ  :)


         รีวิวแบบละเอียด เอาไว้เป็นแนวสำหรับรุ่นน้องในการสอบ PAT ภาษาเกาหลีในปีหน้านะคะ อย่าลืมว่าตอนนี้ GAT PAT เหลือการสอบเพียงรอบเดียวแล้ว ได้เท่าไหร่ก็คืดเท่านั้น รีบเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ เลยค่ะ จะได้ไม่พลาดตอนทำข้อสอบในห้อง สู้ๆ นะคะ


 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=paeng

พี่แป้ง - ผู้เขียน

นักข่าวสายรับตรง พร้อมเสิร์ฟข่าวสอบเข้าทุกมหา'ลัย เติมพลังได้จากชาเย็นหวานน้อย

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Review #รีวิวข้อสอบ #PAT เกาหลี #PAT ภาษาเกาหลี #ภาษาเกาหลี #PAT 7.7 #ข้อสอบ PAT #GAT PAT

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?