ทำ Portfolio ยังไง เมื่อไม่มีผลงานตรงกับคณะที่อยากเข้า []

ผลงานไม่เยอะ หรือ มีไม่ตรงคณะ ไม่ใช่ปัญหา พอมีแนวทางทำ Portflio ได้อยู่นะ
12,126 0
  ทำ Portfolio ยังไง เมื่อไม่มีผลงานตรงกับคณะที่อยากเข้า
     สวัสดีน้องๆ ชาว Dek-D.com ค่ะ... ตั้งแต่เริ่มมีระบบ TCAS เข้ามา น้องๆ ก็เริ่มให้ความสำคัญกับการทำ Portfolio มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ต่างจากสมัยก่อน รุ่นพี่บางคนยังไม่รู้เลยว่า Portfolio คืออะไร แต่ #dek61 เข้าใจแจ่มแจ้ง จนมีเรื่องกังวลใหม่ว่าจะทำยังไงให้ถูกใจกรรมการดี

     
การทำพอร์ตฟอลิโอให้สวย เป็นเรื่องจำเป็น แต่เดี๋ยวนี้จะมานั่งทำพอร์ตให้สวยอย่างเดียวไม่ได้แล้วค่ะ "ผลงาน" ต่างหากที่สำคัญกว่า นำมาเป็นคะแนนของการสอบเข้า ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่สำหรับบางคน เพราะอยากสอบเข้ารอบ Portflio แต่ไม่มีผลงานอะไรที่เกี่ยวข้องกับคณะเลย แบบนี้ทำไงล่ะเนี่ย?? เอาล่ะ วันนี้พี่มิ้นท์ก็มีคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ มาฝากค่ะ

ทำ Portfolio ยังไง เมื่อไม่มีผลงานตรงกับคณะที่อยากเข้า
 
     ก่อนจะไปลงรายละเอียด ขออธิบายเพิ่มนิดนึงว่า รับตรงในรอบ Portfolio ที่แจ้งไว้ว่าต้องยื่น Portfolio ด้วย ก็ยังแบ่งได้อีก  2 ประเภทใหญ่ๆ ค่ะ คือ รับตรงที่ไม่ได้ระบุผลงาน และรับตรงที่ระบุผลงาน

   รับตรงที่ไม่ได้ระบุผลงาน
      รับตรงที่ไม่ได้ระบุผลงาน คือ รับตรงที่มีการให้คะแนน Portfolio แต่ไม่กำหนดว่าจะต้องเป็นผลงานประเภทไหน ขอแค่มีไปให้กรรมการดูก็โอเค แล้วกรรมการจะพิจารณาให้คะแนนเองภายหลัง แบบนี้ไม่ค่อยกดดันสำหรับน้องๆ ค่ะ คือ ต่อให้ไม่มีผลงานที่เกี่ยวกับคณะ ก็สามารถใส่ผลงานของเราที่มีได้เลย โดยแนวทางการใส่ผลงานลงในแฟ้ม สรุปเป็นข้อๆ ดังนี้ค่ะ
 
ตัวอย่างรับตรง รอบ Portfolio โครงการช้างเผือก คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรฯ
ไม่ระบุประเภทผลงาน

ทำ Portfolio ยังไง เมื่อไม่มีผลงานตรงกับคณะที่อยากเข้า

       1. ถ้ามีชื่อโครงการรับตรง เลือกผลงานที่สอดคล้องกับชื่อโครงการ และเน้นเป็นพิเศษ เช่น ถ้าสมัครโครงการด้านคุณธรรม แต่ Portfolio ไม่ได้กำหนดเนื้อหาว่าต้องเป็นแบบไหน ก็ให้เลือกกิจกรรมที่เน้นไปด้านการทำความดี เช่น งานจิตอาสา บำเพ็ญประโยชน์ในโรงเรียน หรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับศาสนา แห่เทียน อะไรก็ได้ค่ะ โดยใส่ไว้ในผลงานส่วนหน้าๆ
        และหลังจากนั้นค่อยใส่ผลงานกิจกรรมอื่นๆ ทั้งเกียรติบัตรและรูปถ่ายกิจกรรม หรือ รับตรงความสามารถด้านกีฬา ก็อาจจะถ่ายรูปภาพตอนแข่งขันกีฬา หรือ เหรียญรางวัลต่างๆ

       2. หากเป็นรับตรงที่ไม่ได้มีชื่อโครงการ และไม่ระบุผลงานด้วย แบบนี้ฟรีสไตล์เลยค่ะ น้องๆ สามารถพรีเซนต์ความเป็นตัวเองและกิจกรรมที่ได้ทำทั้งหมด ทั้งเกียรติบัตรและรูปถ่ายกิจกรรมได้เช่นกัน เช่น งานกีฬาสี การแข่งประกวดต่างๆ การบำเพ็ญประโยชน์ การเข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆ ฯลฯ แต่ต้องแบ่งหมวดหมู่ให้ชัดเจนนะคะ เพื่อให้กรรมการดูได้สะดวก 
        สำหรับกิจกรรมหรืองานที่ไม่ได้มีเกียรติบัตรให้ ก็อย่ามองผ่านค่ะ ให้หารูปถ่ายแล้ว print ออกมาพร้อมอธิบายใต้ภาพว่าเรามีส่วนร่วมกับกิจกรรมนี้ยังไง ทำหน้าที่อะไร และได้อะไรจากการทำกิจกรรมนั้นๆ การทำแบบนี้น่าสนใจกว่าการใส่แต่เกียรติบัตรอีกนะจะบอกให้!

**********************************************************

  รับตรงที่ระบุผลงาน
       แปลตามตัวก็คือ โครงการรับตรงที่ใช้ Portfolio และกำหนดไว้ว่าพอร์ตของน้องจะต้องมีผลงานอะไรบ้าง มักจะเป็นโครงการที่การแข่งขันค่อนข้างโหด หรือ มีผลกับเกณฑ์การตัดสินโดยตรง (คือ อาจจะไม่มีเกณฑ์อื่นมาช่วยเลย)
 
ตัวอย่างรับตรง รอบ portfolio คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ
ทำ Portfolio ยังไง เมื่อไม่มีผลงานตรงกับคณะที่อยากเข้า
ระบุชัดเจนมากว่าใน Portfolio ต้องใส่ผลงานประเภทไหน 
รับตรงที่ระบุชัดขนาดนี้และเป็นรางวัลโหดๆ ทั้งนั้น
ถ้าไม่มีจริงๆ รอรอบอื่นก็ได้ค่ะ 

        เช่น กลุ่มคณะที่เกี่ยวกับศิลปะ การแสดง หรือ กลุ่มวิทยาศาสตร์ รัฐศาสตร์ หรือโครงการที่รับความสามารถพิเศษ ก็อาจมีการกำหนดในรูปแบบที่เรียกว่า "ผลงานเชิงประจักษ์" คือ มีรางวัลมาการันตีนั่นเอง
       ผลงานแบบนี้แหละค่ะ น้องๆ มักจะมีปัญหา เพราะไม่มีผลงานมาใส่ Portfolio แต่ถ้าไม่มีจริงๆ และอยากส่งไปสู้ ก็ต้องเผื่อใจไว้หน่อยว่า มีโอกาสที่อาจารย์จะสนใจแฟ้มของเรา 50/50 ถ้าผู้สมัครคนอื่นมีผลงานที่ตรงมากกว่า เขาก็จะได้เปรียบกว่าเราอย่างแน่นอน แต่ถ้าเรายื่นไปก็ไม่ได้มีความผิดอะไรนะคะ (ข้อเสียคือ แค่สู้คนอื่นไม่ได้ ยกเว้นถ้ากำหนดให้เอาเฉพาะผลงานการันตีเท่านั้น แบบนี้อาจจะข้ามโครงการนี้ไปก็ได้ค่ะ)  เอาล่ะ มาดูกันว่าจะปรับ portfolio ให้น่าสนใจยังไงได้บ้าง

 
ตัวอย่างรับตรง รอบ Portfolio คณะการบริหารและการจัดการ ส.ลาดกระบัง

ทำ Portfolio ยังไง เมื่อไม่มีผลงานตรงกับคณะที่อยากเข้า
รับตรงนี้จะระบุผลงานแบบกว้างๆ ทำพอร์ตไม่ยากค่ะ 
หากิจกรรมที่ใกล้เคียงมาใส่ได้เลย ซึ่งในระเบียบการได้อธิบายไว้แล้ว

    1. หากิจกรรมที่ใกล้เคียง
      ขึ้น ม.6 เป็นเวลาทบทวนผลงานของตัวเองว่าได้ทำอะไรมาบ้าง และควรจัดหมวดหมู่ให้ชัดเจนนะคะ เพราะการยื่น Portfolio แต่ละที่ อาจจะใช้เล่มเดียวกันไม่ได้ การแยกหมวดหมู่ผลงานไว้ จะช่วยให้เราดึงข้อมูลมาจัดลงพอร์ตได้ง่ายขึ้น เช่น ผลงานทางวิชาการ ผลงานกิจกรรมในโรงเรียน ผลงานจากภายนอก ฯลฯ
      ถ้าเราไม่ได้มีผลงานที่ตรงเป๊ะ ก็ลองหากิจกรรมที่ใกล้เคียงที่สุดมาก็ได้ค่ะ เช่น ถ้าสมัครโครงการความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ แล้วต้องใช้พวกการประกวดต่างๆ แต่ไม่มี! อาจจะลองหากิจกรรมวิชาการอื่นๆ เช่น โครงงานวิทยาศาสตร์ที่เราทำ ถึงจะไม่ได้ไปประกวดที่ไหน แต่ถ้าเรานำเสนอแนวคิดของโครงการ และนำเสนอมาอย่างภาคภูมิใจก็ช่วยดึงจุดเด่นขึ้นมาได้นะ
     หรืออีกตัวอย่างนึง เช่นถ้าจะสมัครนิเทศฯ ภาพยนตร์ ต้องมีภาพถ่ายที่เคยส่งประกวด แต่เราไม่เคยประกวดอะไรเลย แต่มีงานอดิเรกคือถ่ายภาพ ก็สามารถใช้รูปภาพที่เคยถ่ายและเก็บสะสมไว้มาทำพอร์ตได้นะ ยิ่งถ้าเคยรับงานถ่ายภาพด้วย ก็เอามาใส่ได้เลย ประมาณว่านี่ไม่เคยประกวดนะ แต่ทำเป็นอาชีพมาแล้ว^^

    2. รีบไปค่ายด่วนๆ
       หากไม่มีผลงานด้านนั้นโดยตรงเลยสักชิ้นเดียว การไป
ค่ายคณะนั้นๆ จะเป็นวิธีที่แสดงความสนใจของเราได้อย่างดีเลย แถมง่ายที่สุดด้วยนะ เพราะถ้าไม่สนใจคณะนี้จะไปค่ายทำไมล่ะจริงมั้ย? อย่างน้อยควรไปสัก 1 ค่าย (ถ้ามากกว่านี้ได้ยิ่งดีนะ เพราะแต่ละสถาบันอาจมีรูปแบบกิจกรรมไม่เหมือนกัน) แล้วถ่ายรูป บอกความประทับใจ และสิ่งที่สนใจในคณะนี้ลงในพอร์ต เท่านี้ก็เรียบร้อยค่ะ 
 
ตัวอย่าง portfolio ของพี่มายด์ ที่ยื่นเข้าคณะแพทยฯ ก็ใส่ค่ายลงไปด้วย

ทำ Portfolio ยังไง เมื่อไม่มีผลงานตรงกับคณะที่อยากเข้า
 
        กำหนดการที่แน่นอนของ #tcas62 ถึงจะยังไม่ออก แต่ก็มีแนวโน้มว่ารอบ Portfolio จะเลื่อนจากเดือน ต.ค. (ของ #tcas61) ไปเป็น ก.พ.62 เท่ากับว่ามีเวลาเพิ่มขึ้นอีกหลายเดือนเลยค่ะ ดังนั้น ใครอยากลงสนามรอบ Portfolio ก็เริ่มเตรียมตัวได้แล้วนะคะ ถึงเวลาจริงจะได้ทำพอร์ตทันค่ะ
#TCAS #portfolio #tcas62 #การทำ portfolio #พอร์ตฟอลิโอ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

รับตรง-แอดมิชชั่น

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?