วิศวะฯ คอมฯ จุฬาฯ เผยวิธีลงทะเบียนเรียนอย่างสงบ ไร้สงคราม ด้วยระบบ "ประมูล" []

ระบบการลงทะเบียนเรียน ของภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
7,791 2
     เมื่อเข้าไปเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว หนึ่งสิ่งที่แตกต่างจากการเรียนในระดับมัธยมศึกษา อย่างเห็นได้ชัด คือ การที่น้องๆ จะต้องจัดตารางเรียน และวางแผนวิชาที่จะต้องเรียน-อยากเรียน ให้หน่วยกิตครบตามที่หลักสูตรกำหนดไว้ ซึ่งน้องๆ ก็จะมีอิสระในการเลือกเรียนประมาณนึง จึงทำให้เกิดสงครามขนาดย่อมๆ
 
วิศวะฯ คอมฯ จุฬาฯ เผยวิธีลงทะเบียนเรียนอย่างสงบ ไร้สงคราม ด้วยระบบ "ประมูล"
 
     "การลงทะเบียนเรียน" กลายเป็นสงครามขนาดย่อมในรั้วมหาวิทยาลัย เนื่องจากแต่ละคนจะมีข้อจำกัดในการเรียนแต่ละวิชาเป็นของตัวเอง เช่น จำนวนหน่วยกิต วัน-เวลาที่เหมาะสม อาจารย์ผู้สอน จำนวนที่นั่งต่อห้องเรียน เพื่อนร่วมชั้น เป็นต้น รวมถึงความต้องการ หรือความจำเป็นในรายวิชานั้นๆ ด้วย
      หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่าการลงทะเบียนเรียน จะขึ้นอยู่กับความเร็วและความแรงของอินเทอร์เน็ต ทำให้ทุกครั้งที่มหาวิทยาลัยเปิดให้ลงทะเบียนเรียน นิสิตนักศึกษาจะต้องแย่งกันลงทะเบียน ถ้าใครสามารถลงทะเบียนในวิชาที่ต้องการได้ก่อนก็จะสามารถเข้าเรียนในวิชานั้นๆ ได้ ส่วนใครที่ลงทะเบียนไม่ทัน หรือจำนวนที่นั่งเต็มแล้ว ก็จะต้องเปลี่ยนไปเลือกลงในวิชาอื่นๆ แทน ซึ่งก็ทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย
     พี่แนนนี่มีโอกาสได้พูดคุยกับ ผศ.ดร.เกริก ภิรมย์โสภา ประธานหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (วิศวกรรมคอมพิวเตอร์) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงระบบการลงทะเบียนแบบ "ประมูลวิชาเรียน" โดยอาจารย์เป็นผู้พัฒนาระบบนี้
 
พี่แนนนี่: อาจารย์ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยค่ะ ว่าระบบแบบประมูลวิชาเรียน เกิดขึ้นได้ยังไงคะ?
     "ด้วยความที่การลงทะเบียนเรียนไม่มีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกนิสิตเข้าคลาสที่ชัดเจน ทำให้น้องๆ ที่มีความจำเป็นที่ต้องการลงเรียนในวิชานั้นๆ เช่น ต้องเรียนวิชานี้เพื่อไปทำโปรเจค เนื้อหาวิชาเหมาะกับอาชีพที่ต้องทำในอนาคต ก็จะพลาดโอกาสในการเรียนวิชานั้นๆ ไป หรือมีน้องๆ บางคนยังตัดสินใจวิชาเรียนไม่ได้ จึงเลือกลงไว้ก่อน แล้วสละสิทธิ์ หรือขายสิทธิ์ให้กับคนอื่นภายหลัง"
 
พี่แนนนี่: แล้วระบบนี้มีวิธีการใช้งานยังไงคะ?
    "การทำงานของระบบการประมูลวิชาเรียนนี้ คือ ตั้งแต่เริ่มเรียนจนจบการศึกษา น้องๆ นิสิตจะได้คนละ 1ล้านToken ซึ่งเป็นคุณค่าสมมติ โดยน้องๆ จะต้องบริหารจัดการ 1 ล้านToken กับ 9 วิชา (27 หน่วยกิต) ที่จะต้องลงเรียน
     เมื่อถึงเวลาลงทะเบียน น้องๆ ต้องให้คุณค่ากับวิชาที่ต้องการจะลง ตัวอย่างเช่น นาย A ต้องการลงเรียนวิชา xx มาก เพราะถ้าจบไปต้องใช้ความรู้จากวิชานี้ ดังนั้นก็จะให้ Token (คุณค่า) กับวิชานี้เยอะๆ จากนั้นในแต่ละวิชาระบบก็จะเรียงลำดับ Token ที่มากที่สุดไปหาน้อยที่สุด และตัดตามจำนวนที่นั่งที่เปิดรับ ซึ่งน้องๆ จะรู้ลำดับของตัวเองตั้งแต่ตอนลงทะเบียน และสามารถเข้าไปเพิ่ม Token ได้เรื่อยๆ จนกว่าจะปิดการลงทะเบียน"
 
พี่แนนนี่: เคยมีน้องๆ ใช้ Token หมดก่อนเรียนจบไหมคะ?
     "ยังไม่เคยมีนิสิตใช้ Token หมดก่อน เพราะนิสิตต้องจัดสรร Token ให้เพียงพอต่อ 4 ปี แต่ก็มีน้องๆ ที่ทุ่มลงวิชาท้ายๆ หรือวิชาสุดท้ายจนหมด อันนั้นก็ไม่เป็นไร เพราะ Token เอาไปทำอะไรต่อไม่ได้อยู่แล้ว"
 
พี่แนนนี่: ระบบนี้ใช้มานานเท่าไหร่ แล้วหลังจากที่ใช้ระบบนี้ ผลตอบรับเป็นยังไงบ้างคะ?
     "5-6 ปี ผลตอบรับก็นิสิตได้เรียนในวิชาที่อยากเรียน ทำให้หมดข้อถกเถียงว่าใครควรจะได้เรียน-ไม่ได้เรียน เพราะสามารถเห็นได้ชัดว่าใครให้คุณค่ามากกว่า และได้สิทธิ์ที่จะเรียนมากกว่า"
 
พี่แนนนี่: ตอนนี้ใช้มีที่ไหนใช้ระบบนี้แล้วบ้างคะ?
     "ปัจจุบันระบบนี้เริ่มใช้กับการลงทะเบียน "วิชาเลือก" ของภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เหมือนเป็นข้อตกลงกันในภาค ก่อนที่จะไปลงทะเบียนจริงกับระบบกลางของมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ได้นำไปพัฒนากับการลงทะเบียนวิชาเรียนรวมในหลายๆ มหาวิทยาลัย และยังประยุกต์ในการเลือกวิชาหลังเลิกเรียน เช่น วิชาบัลเลต์ วิชาแบตมินตัน วิชาฟุตบอล เป็นต้น ของโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม เนื่องจากมีที่นั่งจำกัดเช่นกัน"
 
     ดูทางฝั่งอาจารย์ผู้ใช้ระบบกันไปแล้ว คราวนี้มาดูกันว่า "นิสิต" ผู้ใช้ระบบจริงๆ มีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง พี่แนนนี่ก็มีโอกาสได้พูดคุยกับ นิสิตชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงระบบการลงทะเบียนแบบประมูลนี้ด้วย ไปดูกันค่ะ
พี่แนนนี่: คิดว่าระบบการลงทะเบียนแบบนี้เป็นยังไง?
     "สำหรับผม คิดว่าก็เป็นระบบที่แฟร์ดีอ่ะครับ เพราะแต่ละวิชามีที่นั่งจำกัด ทำให้บางวิชาที่มีคนต้องการมากๆ นิสิตก็จะต้องแย่งกันลง ถ้าเกิดใช้เป็นระบบสุ่ม ก็อาจจะมีคนลงกันที่ไว้ก่อน เช่น ยังเลือกไม่ได้ หรือ ช่วยเพื่อนลง แต่พอเป็นระบบประมูลวิชาเรียน ก็จะทำให้แต่ละวิชาได้นิสิตที่อยากเรียนจริงๆ รวมถึงนิสิตก็ได้วิชาที่อยากเรียนตามการลงประมูล คนที่ลงไม่ติดก็จะยอมรับได้ง่ายกว่าระบบสุ่ม เพราะมีคนอื่นลงประมูลมากกว่าเรา แล้วถ้าเกือบติด ก็จะเสียดายมากๆ"
 
พี่แนนนี่: น้องคิดว่าระบบนี้มีข้อดี-ข้อเสียยังไงบ้าง?
     "ข้อดีก็ ทำให้ได้คนที่อยากเรียนวิชานั้นจริง ๆ บรรยากาศในห้องเรียนจะค่อนข้างดี เพราะ อ.ก็อยากสอน นิสิตก็อยากเรียน แฟร์ทั้งคนติดและไม่ติด ส่วนข้อเสีย อันนี้ไม่ถึงขั้นเป็นข้อเสียซะทีเดียวอ่ะครับ แค่ว่า Token เรามีจำกัด ก็เลยต้องวางแผนในการลงแต่ละวิชาดีๆ จะไม่เหมือนระบบสุ่มที่สามารถลงไปก่อนแล้วค่อยคิดก็ได้ แล้วถ้าวิชาที่เราอยากลงทั้งหมดเป็นวิชาที่ฮิตมากๆ เราก็อาจจะไม่ได้เรียนทุกวิชาที่เราต้องการ เพราะ Token ไม่พอ (แต่เคสนี้เกิดได้น้อย และยอมรับได้ไม่ยากถ้าเกิดขึ้น)"
 
พี่แนนนี่: คิดว่าระบบนี้ช่วยแก้ปัญหาได้บไหม?
     "ผมว่าระบบนี้ไม่ได้ถึงขั้นแก้ปัญหานี้อ่ะครับ เพราะถ้าวิชาที่น่าเรียนมาก ๆ คนก็ยังแย่งกันลงอยู่ แต่จะลดปัญหาการกั๊กที่ได้ดี จะแย่งกันด้วย Token กันมากกว่า และเวลาลงไม่ติด ก็จะไม่ค่อยมีใครโทษระบบ แทบทั้งหมดจะโทษตัวเองมากกว่าที่ลงน้อยเกินไป"
 
     ในอนาคตการลงทะเบียนเรียนแบบประมูลวิชาเรียนอาจจะนำไปขยายใช้ในการลงทะเบียนระดับมหาวิทยาลัยต่อไปค่ะ
#TCAS #สงครามลงทะเบียน #การลงทะเบียนเรียน #ลงทะเบียนเรียน #วิศวกรรมศาสตร์ #วิศวะ คอมฯ #วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ #วิศวะ คอม จุฬา #จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

2 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป