ชื่อ "เอิญ" แต่ไม่บังเอิญ! เด็กซิ่วฮึดสู้จนสอบติดคณะในฝันอีกครั้ง หลังประสบปัญหาการเงิน []

วิว
ชื่อ "เอิญ" แต่ไม่บังเอิญ! เด็กซิ่วฮึดสู้จนสอบติดคณะในฝันอีกครั้ง หลังประสบปัญหาการเงิน
         สวัสดีค่ะ ถ้าให้จิตนาการถึงภาพวันที่ตัวเองสอบติดคณะที่ใช่ - มหาวิทยาลัยที่ชอบ เราคงมีความสุขจนหัวใจพองโตมากเลยใช่ไหมคะ แต่ถ้าถึงวันนั้นสถานการณ์พลิกผัน เราไม่มีโอกาสได้เข้าไปเรียน เพราะครอบครัวกำลังลำบาก น้องๆ จะทำยังไง? บางคนอาจรู้สึกว่าชีวิตตัวเองมาถึงทางตัน ลองอ่านชีวิตของ พี่เอิญ สวลักษณ์ เพียรอริยพร นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ สาขาวิชาการระหว่างประเทศ ดู แล้วจะรู้ว่าการสู้เพื่อฝัน ต่อให้ต้องเจอเรื่องหนักแค่ไหน มันก็เป็นจริงได้ แค่เราเชื่อมั่นในตัวเองค่ะ  

ชื่อ "เอิญ" แต่ไม่บังเอิญ! เด็กซิ่วฮึดสู้จนสอบติดคณะในฝันอีกครั้ง หลังประสบปัญหาการเงิน
 
เส้นทางก่อนจะเป็นเด็กซิ่ว
         เอิญจบจากโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฏิ์ค่ะ ก่อนจะเป็นเด็กซิ่วอยากเข้าคณะรัฐศาสตร์ และคณะในเครือของสายสังคม แต่อยากเรียนคณะรัฐศาสตร์มากที่สุด เพราะตอน ม.6 ได้ไปค่ายสู้สอบตรง TU Fight Camp โดยกลุ่มอิสระเพื่อนวิชาการที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โครงการนี้จะช่วยติวให้กับน้องๆ ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายค่ะ พอได้มีโอกาสเข้ามาในโครงการนี้ ก็ทำให้เราชอบและสนใจในเนื้อหาของรัฐศาสตร์มากขึ้น เลยตั้งใจที่จะเรียนคณะนี้ อีกเหตุผลคือเอิญ "อยากนำความรู้ที่ได้เรียนมาดูแลประชาชน" ค่ะ

         ในปีการศึกษา 2560 เอิญสอบติดคณะรัฐศาสตร์ สาขาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ  วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ สาขาปรัชญา การเมือง และ เศรษฐศาสตร์ (PPE) ค่ะ


ซิ่ว...เพราะเงินเป็นเหตุ
         ตอนนั้นเอิญสอบติด แต่ก็ต้องสละสิทธิ์ทั้งหมด เพราะประสบปัญหาการเงินค่ะ ตัดสินใจอยู่นานพอสมควร เพราะสอบติดในคณะที่อยากเรียน แต่ด้วยการเงินของทางบ้านที่แม่ตกงานในปีนั้น ยายก็ป่วยหนัก น้องอีก 2 คนที่เรียนชั้นประถม ไหนจะค่าบ้าน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกมากมาย ทางบ้านมีแต่รายจ่าย ไม่มีรายรับ พอเห็นแม่เหนื่อยและเครียดมากๆ ก็เลยเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า "เราจะช่วยครอบครัวของเราได้ยังไงบ้างนะ?" เอิญก็เลยบอกตัวเองให้ใจเย็นๆ มีสติและค่อยๆ คิดอย่างถี่ถ้วน มองไปถึงวิธีการแก้ปัญหาและผลที่ตามมาในหลายๆ มุมมองจึงค่อยตัดสินใจซิ่วค่ะ

ซิ่วไปทำงานไปก็ยิ้มได้

ชื่อ "เอิญ" แต่ไม่บังเอิญ! เด็กซิ่วฮึดสู้จนสอบติดคณะในฝันอีกครั้ง หลังประสบปัญหาการเงิน
 
         เอิญซิ่วมาทำงานหาเงินไปช่วยครอบครัวก่อน เพราะโดยส่วนตัวคิดว่า "เราจะกลับมาเรียนอีกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ครอบครัวของเราหาใหม่จากที่ไหนไม่ได้แล้ว" ค่ะ อยากให้ทุกคนซิ่วอย่างมีความสุข อย่าคิดว่า 'การซิ่ว' เป็นเรื่องเลวร้าย เพราะการตัดสินใจของแต่ละคนย่อมมีเหตุผลเป็นของตัวเองทั้งนั้น ให้นึกภาพในวันที่เราประสบความสำเร็จและรอยยิ้มของคนสำคัญที่เขาภาคภูมิใจในตัวเรา วันที่เราทำได้สำเร็จจริงๆ มันสวยงามกว่าภาพที่เราจินตนาการไว้หลายเท่าเลยค่ะ

เตรียมสอบสไตล์ "ทำงานทุกวัน ไม่ได้เรียนพิเศษ"
         จริงๆ เอิญมีพื้นฐานมาก่อนบ้างแล้วค่ะ แต่ก็ต้องทบทวนใหม่ทั้งหมดเพื่อกันลืม ก่อนจะเริ่มอ่านหนังสือเราต้องรู้ก่อนว่าในวิชานั้นๆ มีสอบเนื้อหาตรงไหนบ้าง อาจจะไปค้นรีวิวของปีก่อนๆ มาอ่านว่าข้อสอบออกประมาณไหน จากนั้นค่อยวางแผนการอ่าน วิธีของเอิญคือจะสรุปเนื้อหาตามความเข้าใจของเราลงในกระดาษใบเล็กๆ ที่สามารถพกพาไปได้ทุกที่ พอมีเวลาว่างก็หยิบขึ้นมาทบทวน แล้วเขียนเป็น mind mapping จะช่วยให้เข้าใจได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ก็เข้าไปหาความรู้เพิ่มเติมตามอินเตอร์เน็ตค่ะ จะมีพี่ๆ ติวเตอร์ และคุณครูใจดีลงคลิปสอนให้เราได้เรียนกันแบบฟรีๆ ทำให้ย่นเวลาการอ่านหนังสือไปได้เยอะเลยค่ะ

         ส่วนคำศัพท์ทำเป็นแบบ flashcard  ยิ่งเรามีคลังคำศัพท์มากเท่าไหร่ยิ่งดี  แล้วก็ฟังเพลง ดูหนังหรืออ่านการ์ตูนที่เป็นภาษาต่างประเทศ จะได้ทั้งความสนุกและใช้ฝึกภาษาไปในตัวด้วย ที่สำคัญเลยคือ "โหลดข้อสอบเก่าทุกปีมาฝึกทำ" ค่ะ ทำซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ ข้อไหนที่ทำไม่ได้ให้ขึ้นลิสต์ไว้ แล้วไปดูว่าทำไมถึงผิด ส่วนข้อที่ทำถูกก็อย่ามองข้าม ให้หมั่นกลับมาดูเสมอว่าเรายังเข้าใจข้อนี้อยู่หรือเปล่า เวลาทำข้อสอบก็จับเวลาไปด้วยนะคะ ว่าสามารถทำเสร็จภายในเวลาที่กำหนดหรือเปล่า เพราะเวลาเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ในการสอบเลยค่ะ ที่เรียนพิเศษเอิญคงช่วยแนะนำไม่ได้ เพราะไม่ได้เรียนเลยค่ะ 555
 
ชื่อ "เอิญ" แต่ไม่บังเอิญ! เด็กซิ่วฮึดสู้จนสอบติดคณะในฝันอีกครั้ง หลังประสบปัญหาการเงิน
ตัวอย่างโพยที่ "น้องเอิญ" ทำไว้ตอนเตรียมตัวซิ่วค่ะ
เห็นรอยกระดาษที่ยับเยินแล้วรู้เลยว่าหยิบมาอ่านบ่อยมากจริงๆ เยี่ยมไปเลย!

ไม่มีเวลา ไม่ใช่ข้ออ้าง ทำแบบนี้สิเวิร์ค!
         สำหรับเด็กซิ่วที่ไม่มีเวลาว่างจริงๆ เราต้องดูก่อนว่าในแต่ละวันเราทำกิจกรรมอะไรบ้าง โดยจัดลำดับความสำคัญทั้งกิจวัตรประจำวันและเนื้อหาที่ต้องอ่านค่ะ แยกเวลาอ่านหนังสือ เวลาเรียนหรือเวลาทำงาน และเวลาพักผ่อนอย่างชัดเจน อ่านหนังสือสะสมไปวันละเล็กวันละน้อย แต่เน้นทำทุกวันอย่างมีระเบียบและเคร่งครัด ทุกวินาทีมีคุณค่า เราต้องใช้เวลาให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เอิญขอยกตัวอย่างตารางแบ่งเวลาของตัวเองตอนเตรียมตัวซิ่วให้ดูนะคะ ตรงนี้ถ้าวางแผนดี มีชัยไปกว่าครึ่งค่ะ

05.00 น.   ตื่นนอน  ทำธุระส่วนตัว (อาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน)
05.30 น.   อ่านหนังสือ
07.00 น.   เดินทางไปทำงาน (ระหว่างทางก็อ่านโพยไปด้วย)
07.30 - 17.00 น. ทำงาน (มีเวลาว่างแค่ 1-2 นาทีก็อ่านโพย)
17.15 น.   เดินทางกลับบ้าน (ระหว่างทางก็อ่านโพยอีก)
18.00 น.   Free time ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม รวมถึงทำธุระส่วนตัว
20.00 น.   อ่านหนังสือ และทำสรุปลงในกระดาษแผ่นเล็กๆเพื่อเอาไปอ่านในวันต่อไป
22.00 น.   เข้านอน


เครียดหนักมาก ต้องปลดล็อค!
         ทุกครั้งที่เกิดความเครียด กิจกรรมที่ชอบช่วยได้ค่ะ เช่น ฟังเพลง เล่นเกม เล่นกีฬา หรืออะไรก็ได้ตามความสนใจของเรา พยายามเครียดให้น้อยที่สุด เพราะความเครียดเป็นตัวการที่ทำให้สุขภาพกายใจของเราย่ำแย่ และขัดขวางการเรียนรู้ "ความรู้สึกก็เหมือนน้ำ ยิ่งกวนก็ยิ่งขุ่น ยิ่งคิดก็ยิ่งฟุ้งซ่าน" เราต้องฟิตเพื่อให้ร่างกายและใจของเรา พร้อมที่จะเผชิญกับแรงกดดันต่างๆ ที่เข้ามาค่ะ

โชคดีจริงๆ ที่เป็นเด็กซิ่ว
         การซิ่วครั้งนั้นทำให้เอิญสามารถหาเงินมาช่วยครอบครัวให้พ้นจากวิกฤตได้ค่ะ ช่วยแบ่งเบาภาระของแม่ที่ทำงานเหนื่อยและเครียดมาตลอด จนปัจจุบันนี้ทางบ้านก็ดีขึ้นมาพอสมควรแล้ว ได้ประสบการณ์ชีวิต ทัศนคติใหม่ๆ มีภูมิคุ้มกันในตัวเอง ทำให้จิตใจแข็งแกร่ง ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งที่มาทำให้เราหลงไปในทางที่ผิด ที่สำคัญคือ ได้รับรู้ความเป็นอยู่ของชีวิต เห็นโลกอีกใบหนึ่งในหลากหลายมุมมอง จึงได้ปักหมุดไว้ในใจว่า เราจะทำยังไงให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น? เราจะทำอะไรเพื่อพวกเขาได้บ้าง? เลยทำให้เรามีแรงฮึดสู้ที่จะขวนขวายหาความรู้มาดูแลประชาชนค่ะ

ชื่อ "เอิญ" แต่ไม่บังเอิญ! เด็กซิ่วฮึดสู้จนสอบติดคณะในฝันอีกครั้ง หลังประสบปัญหาการเงิน
 
         ตอนนี้เอิญได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิทางสู่ฝัน ปั้นเด็กเก่ง (Dream for Achievement Foundation : DAF) ที่คลอบคลุมค่าหน่วยกิต ค่าครองชีพ และค่าที่พัก ตลอดจนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีค่ะ เมื่อได้รับโอกาสจากทางมูลนิธิให้ได้ทำตามความฝันของตัวเอง ก็ต้องทำให้ดีที่สุดและพัฒนาตัวเองให้เป็นบุคคลที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติของเราค่ะ

3 สิ่งสำคัญที่ทำให้ซิ่วสอบติด
         ความขยัน อดทน มุ่งมั่น คือสิ่งสำคัญมากเลยค่ะ "ขยัน" อ่านหนังสือสม่ำเสมอ หมั่นหาความรู้เพิ่มเติมจากนอกตำราเรียน และกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ "อดทน" ไม่ว่าสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่จะหนักสักแค่ไหน อีกนานเท่าไหร่จะถึงเส้นชัย ไม่สำคัญเท่ากับเราเดินมาไกลแค่ไหนแล้ว อีกอย่างคือ "มุ่งมั่น" ไม่ย่อท้อ คอยเติมพลังให้กับตัวเองเสมอ ตั้งเป้าหมายและลงมือปฏิบัติ เชื่อมั่นว่าเราต้องทำได้ค่ะ

กำลังใจถึงเด็กซิ่วที่กำลังหมดไฟ
         สู้ๆ นะคะ อย่ายอมแพ้ อย่าทิ้งความฝันของตัวเอง เราผ่านมันไปได้อยู่แล้ว ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นและมีสติ คนเราเมื่อมีสติ ไม่ว่าจะเจอเรื่องที่เลวร้ายแค่ไหน ก็จะสามารถแก้ไขได้ค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ

         "อีกนานเท่าไหร่จะถึงเส้นชัย ไม่สำคัญเท่ากับเราเดินมาไกลแค่ไหนแล้ว" พี่เมก้าชอบประโยคนี้ของน้องเอิญมากเลยค่ะ น้องเป็นเด็กที่ทัศนคติดี และน่าชื่นชมมากจริงๆ สำหรับน้องๆ เด็กซิ่วคนไหนที่กำลังท้อ อยากให้ลองฮึดสู้อีกครั้ง ลองนำทริคเตรียมตัวสอบที่น้องเอิญแบ่งปันไปปรับใช้ก็ได้ เชื่อว่าความฝันของน้องๆ อยู่ไม่ไกลแน่นอนค่ะ

         น้องเอิญเคยแชร์ประสบการณ์สู้ชีวิตไว้ในบอร์ดเด็กซิ่วด้วย ตามไปอ่านได้นะคะ
ชีวิต 1 ปี ฉบับเด็กซิ่วที่ไม่เคยยอมแพ้ สุดท้ายนี้ พี่เมก้าต้องขอขอบคุณ "น้องเอิญ สวลักษณ์ เพียรอริยพร" แล้วก็ยินดีกับความสำเร็จทุกๆ ก้าวที่ได้รับต่อไปในอนาคตด้วยนะคะ
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#ซิ่วไปทำงานไป #ปัญหาการเงิน #เด็กซิ่ว #ซิ่ว #Fossil #เติมไฟเด็กซิ่ว #เติมไฟเด็กซิ่ว

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?