ซ่อน
แสดง

"มายด์" เผยเทคนิคทำ Portfolio พร้อมวิธีตีโจทย์พอร์ตยื่นเข้าคณะแพทย์ []

วิว
"มายด์" เผยเทคนิคทำ Portfolio พร้อมวิธีตีโจทย์พอร์ตยื่นเข้าคณะแพทย์
        สวัสดีค่ะ หลายคนรู้ดีว่ากลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ โดยเฉพาะคณะแพทยศาสตร์ จะเน้นไปรับผ่านระบบ กสพท ซึ่งเป็นรอบที่วัดคะแนนกันเพียวๆ คะแนนดีก็โอกาสลุ้นสูงกว่า จึงเป็นเรื่องของการแข่งขันเพื่อเตรียมตัวสอบ
        จริงๆ แล้ว คณะแพทยศาสตร์ ก็มีเปิดรับรอบ Portfolio เช่นกัน แต่ค่อนข้างน้อยและเกณฑ์โหดดดดด เพราะนี่ไม่ได้แข่งขันกันที่คะแนนสอบเป็นหลักแล้ว แต่ยังมี Portfolio ที่พิจารณาเรื่องคุณสมบัติและผลงานเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ในวันนี้ พี่มิ้นท์ก็เลยพาพี่มายด์ รุ่นพี่จากคณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล ที่ผ่านเข้าได้ในรอบ Portfolio ติด 1 ใน 4 ของกลุ่มด้วย ใครอยากได้ไอเดียและเทคนิคดีๆ อ่านให้จบนะ!

"มายด์" เผยเทคนิคทำ Portfolio พร้อมวิธีตีโจทย์พอร์ตยื่นเข้าคณะแพทย์
 
    ยื่นรอบ 1 ได้ เพราะเริ่มเตรียมตัวมาตั้งแต่ ม.4-5
    พี่มายด์ มีชื่อจริงว่า ณัฐญาดา ประวงษ์รัตน์ ปัจจุบันอยู่ชั้นปีที่ 1 คณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช โดยผ่านเข้ามาในรอบ 1 Portfolio โครงการนักเรียนผู้มีความสามารถทางวิชาการ ซึ่งเกณฑ์คัดเลือกจะคัดเกรด 5 เทอม ต้องมากกว่า 3.00 และมีคะแนนภาษาอังกฤษ โดยกำหนดคะแนนขั้นต่ำไว้
    เมื่อถามถึงเหตุผลที่สมัครในรอบ Portfolio เพราะ ม.4-5 เคยไปลองสอบ CU-TEP, TU-GAT มาบ้างแล้ว และสอบแก้ตัวเพื่อเพิ่มคะแนนได้ และส่วนตัวเป็นคนทำกิจกรรม มีผลงานเก็บสะสมมาเรื่อยๆ จึงมั่นใจว่าค่อนข้างพร้อมกับการยื่นในรอบ Portfolio และเมื่อเห็นระเบียบการของที่นี่ น่าสนใจก็เลยลองสมัครดู

    คอนเซปท์ที่เน้นความสบายตา
    Portfolio ของพี่มายด์เป็นธีมสีเขียวกับใบไม้ เพราะอยากให้ดูอ่านง่ายสบายตา และที่สำคัญตัวอักษรใน Portfolio ก็ไม่ควรเล็กหรือใหญ่จนเกินไป ไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงาม แต่คำนึงถึงความสะดวกของกรรมการที่ดูพอร์ตของเราด้วย

"มายด์" เผยเทคนิคทำ Portfolio พร้อมวิธีตีโจทย์พอร์ตยื่นเข้าคณะแพทย์
 

    ทำ Portfolio ยื่นคณะแพทยศาสตร์ ต้องตีโจทย์มากขึ้น
    นอกจากเรื่องธีมแล้ว การทำพอร์ต ไม่ใช่ว่าจะใส่อะไรเรียงไปมั่วๆ ตามใจ พี่มายด์จะตีโจทย์จากโครงการที่สมัคร ซึ่งได้สมัครโครงการความสามารถทางวิชาการไป ดังนั้น สิ่งที่ในพอร์ต จะนำเสนอด้านวิชาการเป็นหลัก และตามด้วยกิจกรรมอื่นๆ เสริม
    นอกจากนี้ ความสามารถทางวิชาการ ยังสื่อถึงวิชาต่างๆ ที่เราเรียน มายด์จึงเลือกทำ Portfolio เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งโครงการนี้ ต้องใช้คะแนนภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาด้วย ก็เลยคิดว่าทำพอร์ตเป็นภาษาอังกฤษน่าจะเป็นตัวโชว์สกิลภาษาเราได้อีกนิดนึง แต่ทางมหาลัยไม่ได้กำหนด ทำเป็นไทยหรืออังกฤษก็ได้

    ส่วนหัวข้อที่มายด์แบ่งก็ตีความมาจากคุณสมบัติที่ควรมี ก็คือ
    - ความสามารถทางวิชาการและภาษาอังกฤษ เช่น เข่าค่าย สอวน. การประกวดโครงงานวิทย์ในงานศิลปหัตถกรรม การแข่งขันภาษาอังกฤษเพชรยอดมงกุฎ
    - กิจกรรมที่แสดงให้เห็นว่าเรามีความสนใจอยากเรียนคณะแพทย์ เช่น ค่ายอยากเป็นหมอ ของศิริราช, ค่าย Dream Catcher เป็นค่ายที่ไปดูการทำงานของอาชีพที่เราสนใจ
    - กิจกรรมอื่นๆ ที่เราเข้าร่วมเช่น การทำจิตอาสา กิจกรรมในโรงเรียน และกิจกรรมที่เราสนใจ เช่นดนตรี,การแสดง

 
"มายด์" เผยเทคนิคทำ Portfolio พร้อมวิธีตีโจทย์พอร์ตยื่นเข้าคณะแพทย์

"มายด์" เผยเทคนิคทำ Portfolio พร้อมวิธีตีโจทย์พอร์ตยื่นเข้าคณะแพทย์

    ซึ่งกิจกรรมที่เราเคยทำมา จะบ่งบอกตัวตนของเราได้ดีที่สุด แล้วก็ตรงกับคุณสมบัติของแพทย์ที่มีทั้งด้านวิชาการและด้านอื่นๆ ด้วย และอย่าใส่แค่ใบประกาศหรือรูปถ่ายเปล่า ควรอธิบายไปด้วยว่า กิจกรรมนี้ทำที่ไหน เรามีหน้าที่อะไร และเราได้อะไรจากกิจกรรมนี้บ้าง เชื่อว่ากรรมการอยากรู้แน่นอน และอาจจะเป็นใบเบิกคำถามใหม่ๆ เพื่อให้กรรมการสัมภาษณ์รู้จักเรามากขึ้น
    สำหรับการทำ Portfolio ใช้เวลาทำประมาณ 2 สัปดาห์ ค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ก่อนที่จะเปิดรับสมัครรอบพอร์ต ก็ทำเสร็จก่อนสมัครพอดี

    เคล็ดลับการเรียนที่ทำให้เซียนทั้งวิทย์และภาษาอังกฤษ
    วิชาที่พี่มายด์ชอบมากที่สุดคือ ชีววิทยา หลายคนอาจจะรู้เทคนิคเรื่องการทำ mind mapping หรือ การทำ short note เอง การจัดระเบียบข้อมูลแบบนี้ ช่วยให้จดจำเนื้อหาได้จริงๆ มายด์จะทำสรุปและวาดรูปประกอบเอง ใช้สีสันจากปากกาในการวาด จะยิ่งทำให้เราอยากกลับไปอ่านมากขึ้น
    ส่วนภาษาอังกฤษ ต้องฝึกอย่างเดียว เพราะไม่ใช่ภาษาของเรา อาจดูข่าว สื่อบันเทิงต่างๆ อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ ฟังเพลงภาษาอังกฤษ วิธีการที่ทำให้ภาษาอังกฤษอยู่ในชีวิตของเรา จะทำให้เราใช้ภาษาอังกฤษได้เองอัตโนมัติ ซึ่งถ้าเราเจอคำศัพท์ที่ไม่รู้จัก ก็จดใส่โพสอิทแปะผนังบ้านไว้ได้เลย หากขยันหน่อยก็จดในบัตรคำ พกไปนอกบ้านด้วยก็ได้่

    อีก 70% ที่เหลือคือการสัมภาษณ์
    การสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล ไม่ได้มีแค่คะแนน Portfolio เท่านั้น แต่มีน้ำหนัก 30% อีก 70% ที่เหลือ จะเป็นการสอบสัมภาษณ์ ที่ต้องเตรียมตัวมาอย่างดีไม่แพ้กัน เพราะจำนวนคู่แข่งสูงกว่าจำนวนรับหลายเท่า อย่างรุ่นพี่มายด์นั้นผู้ที่ผ่านเข้ารอบสัมภาษณ์ได้ สูงกว่ายอดรับถึง 25 เท่า!
    การสอบสัมภาษณ์ที่นี่ จะเป็นการสัมภาษณ์แบบ MMI (Multiple Mini-Interview) ใช้ภาษาไทยในการสัมภาษณ์ มีลักษณะเหมือนแลปกริ๊ง จะแบ่งเป็นฐานสัมภาษณ์ 10 ฐาน ฐานละ 5 นาที จะมีโจทย์แปะที่โต๊ะว่าให้เราทำอะไร บางฐานให้ตอบคำถามให้กรรมการฟัง บางฐานเขียนตอบในกระดาษ ลักษณะโจทย์จะให้เราแสดงความคิดเห็น หรือแก้ปัญหาจากโจทย์ที่กำหนดให้

"มายด์" เผยเทคนิคทำ Portfolio พร้อมวิธีตีโจทย์พอร์ตยื่นเข้าคณะแพทย์
 

    เป็นเด็กมหา'ลัยแล้ว ต้องรับผิดชอบให้มากขึ้นกว่าเดิม
    เมื่อได้ใช้ชีวิตปี 1 จริงๆ แล้ว ก็ต้องปรับตัวค่อนข้างเยอะ ทั้งด้านการเรียนและกิจกรรม รู้สึกว่าเราต้องมีความรับผิดชอบให้มากขึ้นกว่าเดิม กว่ามัธยมมากเลย และมายด์เพื่งสอบมิดเทอมของเทอม 1 ไป ก็ถือว่าค่อนข้างโหดทีเดียว แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็จะใช้ชีวิตปี 1 ให้สนุกที่สุด^^

    เจาะลึกเรื่อง Portfolio แบบเน้นๆ ไปเลย ใครที่กำลังเริ่มทำพอร์ตเพื่อยื่นเข้าคณะแพทยศาสตร์ ก็ลองนำวิธีคิดและการสร้างธีมไปประยุกต์ใช้กันดูนะคะ ใครทำแล้ว ก็ขอให้โชคดีในรอบพอร์ต และตามรอยพี่มายด์สอบเข้าคณะแพทย์ในสถาบันที่ต้องการเลยจ้า
 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mint

พี่มิ้นท์ - ผู้เขียน

พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#TCAS #TCAS รอบ 1 #TCAS รอบ Portfolio #Portfolio #หมอ รอบพอร์ต #คณะแพทยศาสตร์ #Portfolio แพทย์ #แพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล #มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?