ซ่อน
แสดง

"เบนซ์" นิสิตสัตวแพทย์ดีกรีนิสิตรางวัลพระราชทาน เปิดใจ passion ในการเรียน-กีฬา-จิตอาสา และเทคนิคทำให้สำเร็จ []

วิว

"เบนซ์" นิสิตสัตวแพทย์ดีกรีนิสิตรางวัลพระราชทาน เปิดใจ passion ในการเรียน-กีฬา-จิตอาสา และเทคนิคทำให้สำเร็จ
        สวัสดีค่ะ ใครที่กำลังหมดกำลังใจในการเรียน เรียนแล้วเหนื่อย ไม่อยากทำอะไรต่อ ขอให้อ่านเรื่องราวของ "พี่เบนซ์" วันนี้ให้จบ เพราะพี่เบนซ์คือไอดอลตัวจริงเสียงจริง ที่มีความพยายาม และสร้าง passion ให้กับชีวิตอยู่ตลอด และความพยายามก็ทำให้เขาได้รับสิ่งที่สร้างความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต นั่นก็คือ การได้เป็นนักศึกษารางวัลพระราชทาน จาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
        ใครที่อยากรู้เรื่องราวว่าพี่เบนซ์คนนี้ มีวิธีการวางแผนชีวิตอย่างไร และทำอย่างไรถึงเป็นนักศึกษารางวัลพระราชทานได้ ตามอ่านได้เลยค่ะ

"เบนซ์" นิสิตสัตวแพทย์ดีกรีนิสิตรางวัลพระราชทาน เปิดใจ passion ในการเรียน-กีฬา-จิตอาสา และเทคนิคทำให้สำเร็จ

   ดูคุณพ่อ และตามรอยคุณพ่อ
      พี่เบนซ์ มีชื่อจริงว่า ธนพล สันติวัฒนธรรม กำลังศึกษาอยู่ชั้นปี 6 ปีสุดท้ายของคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งคณะสัตวแพทยศาสตร์จะใช้เวลาเรียน 6 ปีเหมือนหมอคนและหมอฟัน
      พี่เบนซ์เล่าว่า การจะทำอะไรสักอย่าง แรงบันดาลใจหรือ Inspiration เป็นสิ่งสำคัญ สำหรับพี่เบนซ์แรงบันดาลใจในการเรียนคณะสัตวแพทยศาสตร์ อาจไม่เหมือนคนอื่นเท่าไหร่ เพราะแรงบันดาลใจได้ถูกส่งต่อมาจากคุณพ่อที่เป็นสัตวแพทย์รักษาสัตว์เล็ก โดยตั้งแต่เกิด ได้เติบโตมากับคลินิกรักษาสัตว์ของคุณพ่อ ได้เห็นความทุ่มเทให้กับการรักษาสุนัขและแมวที่มารอรับการรักษา ประกอบกับเป็นคนรักสัตว์ จึงมุ่งมั่นที่จะเข้าเรียนคณะสัตวแพทยศาสตร์มาตั้งแต่เด็ก

   ความรู้สึกที่ได้เข้ามาเรียนที่สัตวแพทยศาสตร์ ม.เกษตรฯ
      ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาในรั้วนนทรี คณะสัตวแพทย์ จนถึงทุกวันนี้ไม่เคยรู้สึกผิดหวังที่เลือกเรียนคณะนี้ ยิ่งเรียนก็ยิ่งรักวิชาชีพนี้ ยิ่งได้ไปฝึกงาน ออกค่ายสัตวแพทย์อาสาพัฒนาชนบท ยิ่งเป็นแรงผลักดัน อยากเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์มากขึ้น ให้สมกับที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้วางเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยไว้ว่า “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มุ่งสร้างศาสตร์แห่งแผ่นดินเพื่อความกินดีอยู่ดีของชาติ”

"เบนซ์" นิสิตสัตวแพทย์ดีกรีนิสิตรางวัลพระราชทาน เปิดใจ passion ในการเรียน-กีฬา-จิตอาสา และเทคนิคทำให้สำเร็จ
 

  “นักศึกษารางวัลพระราชทาน” รางวัลที่สูงสุดของชีวิตนิสิตสัตวแพทย์คนหนึ่ง
      เมื่อไม่นานมานี้ พี่เบนซ์ เพิ่งได้รับรางวัลนักศึกษารางวัลพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต
 
"เบนซ์" นิสิตสัตวแพทย์ดีกรีนิสิตรางวัลพระราชทาน เปิดใจ passion ในการเรียน-กีฬา-จิตอาสา และเทคนิคทำให้สำเร็จ

      พี่เบนซ์เล่าว่า “นักศึกษารางวัลพระราชทาน” เป็นรางวัลสูงสุดของชีวิตนิสิตสัตวแพทย์คนหนึ่ง เป็นรางวัลอันทรงเกียรติและสร้างความภาคภูมิใจอย่างสูงสุดให้แก่ตนเอง คุณพ่อ คุณแม่ และวงศ์ตระกูล รวมถึงคณะสัตวแพทยศาสตร์และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และครูอาจารย์ทุกท่านที่ได้อบรมสั่งสอนทั้งวิชาการและวิชาชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้
      รางวัลนี้จะเป็นพลังสำคัญให้มุ่งมั่นศึกษาเล่าเรียนและปฏิบัติตนอย่างมีคุณธรรม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สังคมและประเทศชาติ และผมขอน้อมนำพระราโชวาท สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระราชทานแก่นักเรียน นักศึกษา ที่ได้รับรางวัลพระราชทานประจำปีการศึกษา 2560 ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา บรมราชวังดุสิต วันที่ 6 ตุลาคม 2561 เรื่อง “ความเพียรพยายามโดยไม่เสื่อมคลาย” มาใช้เป็นแนวทางดำเนินชีวิตตามรอยพระยุคลบาทสืบไป

   กว่าจะเป็นนักศึกษารางวัลพระราชทาน คัดเลือกถึง 4 รอบ
      สำหรับขั้นตอนการคัดเลือกนั้นหลักๆ จะแบ่งออกเป็น 4 รอบ
      รอบแรก หรือ รอบคณะ คัดเลือกเพื่อเป็นตัวแทนของคณะฯ ทางคณะจะคัดเลือกนิสิตที่มีความโดดเด่นทั้งด้านการเรียน กิจกรรม คุณธรรม จริยธรรม และจัดทำแฟ้มสะสมผลงานตามหลักเกณฑ์
      รอบสอง คณะกรรมการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะพิจารณาคุณสมบัติของตัวแทนคณะ จากทุกคณะและทุกวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อให้เหลือนิสิต 4 คน
      รอบสาม นิสิต 4 คนที่ผ่านคัดเลือก จะต้องพูดนำเสนอผลงาน พร้อมตอบคำถามให้กับคณะกรรมการของมหาวิทยาลัย
      รอบสี่ ผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัย จะต้องคัดเลือกต่อโดยการนำเสนอผลงานให้คณะกรรมการจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และคัดเลือกจนได้นักศึกษารางวัลพระราชทาน
      ซึ่งแต่ละรอบของการคัดเลือกนั้นจะมีเวลาในการนำเสนอผลงานเด่นของตนเอง 10 นาที และตอบคำถาม 20 นาที โดยทางคณะกรรมการฯจะสอบถามเกี่ยวกับรายละเอียดของผลงาน แนวคิดของเราที่มีต่อสังคม ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม รวมถึงทัศนคติด้านจิตอาสาและจิตสาธารณะด้วย

   กิจกรรมนับร้อยที่ได้เข้าร่วม แต่บทบาท "ผู้ฝึกสอนเทเบิลเทนนิส" คือสิ่งที่ประทับใจที่สุด
      การยื่นประวัติและผลงานของตนเอง พี่เบนซ์ได้รวบรวมผลงานที่ได้ทำไว้ทั้งหมด และได้แบ่งเป็น 3 ด้านหลัก คือ ด้านการเรียน กีฬา และการทำกิจกรรมจิตอาสา
      ในด้านการเรียน พี่เบนซ์ได้รับรางวัลเหรียญเรียนดี รวม 4 ปี คือ ปีที่ 1 3 4 และ 5 และได้รางวัลทุนเรียนดีในปี 2559 และ 2560 จากการที่มีคะแนนเกรดเฉลี่ยสูงสุด
      ในด้านกีฬา พี่เบนซ์มีความสามารถในกีฬาเทเบิลเทนนิส เป็นนักกีฬาเทเบิลเทนนิสชายคนแรกของไทยที่ผ่านการคัดตัวและได้เข้าร่วมการแข่งขันมหกรรมกีฬา Youth Olympic Games 2010 ประเทศสิงคโปร์  ได้เป็นนักกีฬาเยาวชนทีมชาติไทยและทีมชาติไทยชุดใหญ่ และได้รับเหรียญรางวัลเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาเทเบิลเทนนิสอีกหลายประเภท รวมทั้งได้ทำจิตอาสาด้านกีฬา เป็นทั้งประธานชมรมเทเบิลเทนนิสในมหาวิทยาลัย เป็นผู้ฝึกสอนนักกีฬายุวชนของสมาคมเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทยในโครงการ TTAT THAI HOPES CAMP 2013 และ 2014  เป็นผู้ฝึกสอนกีฬาเทเบิลเทนนิสให้กับนักเรียนโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เพื่อเตรียมความพร้อมในการแข่งขันกีฬาสาธิตสามัคคี ครั้งที่ 41 ฯลฯ

 
"เบนซ์" นิสิตสัตวแพทย์ดีกรีนิสิตรางวัลพระราชทาน เปิดใจ passion ในการเรียน-กีฬา-จิตอาสา และเทคนิคทำให้สำเร็จ

      ด้านกิจกรรมอาสา พี่เบนซ์ทำจิตอาสาหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นจิตอาสาด้านวิชาชีพสัตวแพทย์ ไปลงพื้นที่ค่ายสัตวแพทย์อาสาชนบทใน จ.สุรินทร์,  ได้จัดทำโครงการ “หมาสวยช่่วยหมาโซ” รณรงค์ร่วมกับองค์กรภาคเอกชนรับบริจาคอาหาร-เครื่องใช้-ยารักษาโรคเพื่อช่วยสุนัขที่ถูกทอดทิ้งในเกาะสุนัข พุทธมณฑล จ.นครปฐม, ร่วมก่อตั้งกองทุน “บ้านขมิ้นรินน้ำใจ” เพื่อช่วยสัตว์ป่วยยากไร้ที่มาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์สวนหลวงสัตวแพทย์
 
"เบนซ์" นิสิตสัตวแพทย์ดีกรีนิสิตรางวัลพระราชทาน เปิดใจ passion ในการเรียน-กีฬา-จิตอาสา และเทคนิคทำให้สำเร็จ

      นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และหน่วยงานภายนอกอีกหลายรางวัล
      แต่กิจกรรมที่พี่เบนซ์ภูมิใจมากที่สุด คือ การได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ฝึกสอนเทเบิลเทนนิส ในโครงการ“ให้โอกาส สร้างคน” (Young Table tennis Way of Change) ปี 2559 ในความดูแลของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นตามพระดำริของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เพราะในครั้งนี้ได้ส่งต่อโอกาสดีๆ ที่ตนเองเคยได้รับกลับคืนสู่สังคมในรูปแบบของกีฬาคืนให้กับน้องๆ เยาวชนในสถานฝึกอบรมเยาวชนชายบ้านมุทิตาและเยาวชนหญิงบ้านปรานี

 
"เบนซ์" นิสิตสัตวแพทย์ดีกรีนิสิตรางวัลพระราชทาน เปิดใจ passion ในการเรียน-กีฬา-จิตอาสา และเทคนิคทำให้สำเร็จ
 

   เชื่อว่าคนเรามีศักยภาพ ทำอะไรได้มากกว่า 1 อย่าง
      คนภายนอกมองว่าคณะสัตวแพทยศาสตร์ก็เรียนหนักอยู่แล้ว คงไม่มีเวลาไปทำกิจกรรมอะไร แต่สำหรับพี่เบนซ์กลับมาว่า คนเรามีศักยภาพและสามารถทำอะไรได้มากกว่า 1 อย่าง ถ้ารู้จักแบ่งเวลาให้ดีและมีประสิทธิภาพ สมัยเรียน ม.ต้น พี่เบนซ์มีเป้าหมาย 2 อย่างคือ ด้านการเรียน ต้องทำให้ได้ดี และด้านกีฬาต้องประสบผลสำเร็จ "เรียนดี กีฬาเด่น" คือเป้าหมายที่ตั้งไว้มาโดยตลอด ซึ่งได้บรรลุเป้าหมายทั้ง 2 อย่างเรียบร้อยแล้ว
      ในเมื่อเข้ามหาวิทยาลัย คุณพ่อสอนว่าเท่านี้คงไม่พอ "การเรียนจะทำให้เรามีงานทำ แต่กิจกรรมจะทำให้เราทำงานเป็น" ดังนั้นจึงเพิ่มเป้าหมายที่ 3 เข้าไปด้วยคือ ทำกิจกรรมให้ดีเยี่ยม ควบคู่กันไป

   เทคนิคการจัดเวลาอ่านหนังสือ ฉบับพี่เบนซ์
      ในรั้วมหาวิทยาลัยมีสิ่งต่างๆ ที่น่าสนใจและดึงดูดความสนใจมากมาย ดังนั้นการแบ่งเวลาเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการเรียนระดับมหาวิทยาลัย
      เราต้องรู้จักการบริหารเวลา โดยใช้หลัก "สำคัญกว่าทำก่อน" เป็นหัวข้อหนึ่งในหนังสือ The 7 Habits of Highly Effective People และเราต้อง "ตั้งเป้าหมายในการเรียน" โดยเป้าหมายที่สำคัญในขั้นแรกคือ "เป้าหมายในเทอมแรก" เพราะเป็นเทอมที่เรียนวิชารวมซึ่งเป็นวิชาพื้นฐาน การตั้งเป้าให้ได้เกรดมากกว่า 3.00 ขึ้นไป ยิ่งตั้งเป้าหมายไว้สูงเราจะยิ่งพยายาม หากผิดพลาดไม่ถึงเป้าหมายก็ยังได้ไม่ต่ำมาก เปรียบได้กับการตั้งเป้าหมายไว้ที่ดวงจันทร์ ถึงพลาดมาก็ยังอยู่ท่ามกลางดวงดาว แต่ถ้าตั้งเป้าหมายไว้ต่ำ เช่น แค่พอผ่าน จะทำให้เราไม่พยายามมากพอ หากไม่มีระเบียบวินัยเข้าไปอีก อาจส่งผลกระทบกับการเรียนระยะยาวได้ เพราะยิ่งขึ้นชั้นปี 2 วิชาต่างๆ จะยากมากยิ่งขึ้น

 
"เบนซ์" นิสิตสัตวแพทย์ดีกรีนิสิตรางวัลพระราชทาน เปิดใจ passion ในการเรียน-กีฬา-จิตอาสา และเทคนิคทำให้สำเร็จ

      แต่การตั้งเป้าหมาย ต้องลงมือทำด้วยถึงจะสำเร็จ โดยสิ่งสำคัญที่ทำให้เราเดินทางไปถึงเป้าหมายให้ได้นั้นคือ วิธีการเรียนและการอ่านหนังสือที่เหมาะสมกับตนเอง วิธีของพี่เบนซ์คือการจับกลุ่มกับเพื่อนเพื่ออ่านและติว โดยที่ตนเองจะเป็นคนติว ทำให้ต้องทำการบ้านอย่างหนักเพื่อนำมาติวเพื่อนๆ ต่อได้
      สำหรับสิ่งที่ทำเป็นประจำคือ การตั้งใจเรียนในห้อง จดเพิ่มเติมในส่วนที่ไม่มีในชีทเรียน อัดเทปที่อาจารย์สอนมาทบทวนในเนื้อหาที่อาจตกหล่น รวมทั้งอาจหาข้อมูลเพิ่มเติมจากงานวิจัยหรือวารสารวิชาการทั้งภายในและต่างประเทศ

 
 
  
3H หลักสำคัญสำหรับน้องๆ ที่อยากเข้าคณะสัตวแพทย์
      ปัจจุบันคณะสัตวแพทยศาสตร์เปิดสอนทั้งหมด 9 แห่ง ทั้งมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชน พี่เบนซ์ได้แนะนำหลัก 3H มาแนะนำน้องๆ ที่อยากเข้าเรียนต่อในคณะสัตวแพทย์
 
"เบนซ์" นิสิตสัตวแพทย์ดีกรีนิสิตรางวัลพระราชทาน เปิดใจ passion ในการเรียน-กีฬา-จิตอาสา และเทคนิคทำให้สำเร็จ

       H 1 : Head น้องๆ ต้องเรียนสายวิทย์เท่านั้น เพราะตอนสอบเข้าและเรียนชั้นปี 1 ต้องใช้วิชาพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ร่วมกับวิทยาศาสตร์ ทั้ง เคมี ฟิสิกส์ ชีวะ และควรมีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ เพราะในชั้นปีสูงๆ ตำรามักอ้างอิง Textbook จากต่างประเทศ ต้องท่องจำควบคู่กับการทำความเข้าใจ
        H 2 : Hand คณะนี้เน้นฝึกคลินิกปฏิบัติคู่กับเลคเชอร์ ต้องฝึกหัตถการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เจาะ เสียบ ดูด ฉีด ผ่า ล้วง กับสัตว์ชนิดต่างๆ เช่น สุนัข แมว ไก่ หมู วัว ม้า สัตว์น้ำ และสัตว์ป่า ซึ่งจะมีทั้งที่เป็นตัวเป็นๆ และที่เป็นอาจารย์ใหญ่
        H 3 : Heart ต้องมีจิตใจรักและเมตตาต่อสัตว์ ถ้าใครกลัวหรือไม่ชอบก็ไม่ควรเรียน และสิ่งที่จะแนะนำอีกอย่างคือ ต้องไม่กลัวเลือดและไม่รังเกียจสิ่งคัดหลั่งต่างๆ เช่น ปัสสาวะ อุจจาระจากสัตว์ เพราะเราจะต้องเจอกับสิ่งเหล่านี้ตลอด
       มีผู้กล่าวไว้ว่า คุณสมบัติที่สัตวแพทย์ต้องมี คือ  Eagle's eye, Lion's heart, Lady's hand คือ มีตาเหมือนตาอินทรี แหลมคม มองแล้ววิเคราะห์หาความผิดปกติของสัตว์ที่พูดหรือบอกอาการเราไม่ได้ หัวใจสิงห์ที่เข้มแข็ง หนักแน่น กล้าหาญ ไม่กลัวงานหนัก ไม่รังเกียจสัตว์ และสองมือที่ละเอียดอ่อน นุ่มนวลวเหมือนกับมือของผู้หญิง
       น้องๆ ลองถามตัวเองดูว่าพร้อมแล้วหรือยัง ที่จะก้าวเข้ามาบนเส้นทางสายนี้ ถ้าพร้อมแล้ว "ชาวฟ้าหม่นยินดีต้อนรับเสมอ"

      ขอปรบมือให้กับว่าที่คุณหมอ "พี่เบนซ์" ด้วยค่ะ เรียนคณะนี้ก็ว่าหนักแล้ว แต่ยังสละเวลาและสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับตัวเองตลอด ที่สำคัญตั้งเป้าหมายไว้อย่างไรไม่สำคัญเท่าทำอย่างไรถึงจะไปถึงจุดนั้นได้ ซึ่งพี่เบนซ์ก็เปิดใจและให้เทคนิคไว้หมดแล้วนะคะ ก็หวังว่า จะเป็นแรงบันดาลใจให้น้อง ม.ปลาย รวมถึงเด็กมหาวิทยาลัยทุกคนได้ค่ะ
 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mint

พี่มิ้นท์ - ผู้เขียน

พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#TCAS #TCAS idol #แอดมิชชั่น #นักศึกษารางวัลพระราชทาน #คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ #เบนซ์ ธนพล ม.เกษตรฯ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?