ซ่อน
แสดง

ทปอ.มีแนวคิดยุบรวมรายวิชาซ้ำซ้อน GAT PAT O-NET 9 วิชาฯ + ลดรอบสมัคร TCAS เริ่มปี 64 []

วิว
ทปอ.มีแนวคิดยุบรวมรายวิชาซ้ำซ้อน GAT PAT O-NET 9 วิชาฯ + ลดรอบสมัคร TCAS เริ่มปี 64
         สวัสดีค่ะ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) คือหน่วยงานกลางที่รับผิดชอบระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ TCAS ในแต่ละปีที่ประชุมก็จะมีการประชุมคณะกรรมการเพื่อออกแบบระบบการรับเข้าที่มีมาตรฐานและดีที่สุดสำหรับเด็กไทย 

ทปอ.มีแนวคิดยุบรวมรายวิชาซ้ำซ้อน GAT PAT O-NET 9 วิชาฯ + ลดรอบสมัคร TCAS เริ่มปี 64
 
         เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ศ.ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือพี่เอ้ ประธาน ทปอ. ก็ได้เปิดเผยว่า ในการประชุมเร็วๆ นี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบว่า “การใช้ผลสอบรายวิชาต่างๆ เช่น O-NET 9 วิชาสามัญ GAT PAT มาเป็นเกณฑ์การคัดเลือกเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา มีความซ้ำซ้อน” โดยได้นำเสนอประเด็นสำคัญไว้ดังนี้ 

         1. การสอบ O-NET ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทำเพื่อวัดมาตรฐานโรงเรียน ถ้า ทปอ. จะนำมาใช้ในการคัดเลือกต้องดูให้รอบคอบ เพราะน้องๆ นักเรียนส่วนใหญ่เรียนกวดวิชา จึงทำให้ผลสอบที่ออกมาเป็นการวัดมาตรฐานของโรงเรียนกับกวดวิชา หาก ศธ.ต้องการใช้ O-NET วัดความรู้ ม.ปลาย อาจต้องนำมารวมกับการสอบ 9 วิชาสามัญ   
         2. เนื้อหาในรายวิชา PAT ซ้ำซ้อนกับ 9 วิชาสามัญ ต้องนำมาดูว่าจะยุบรวมกันได้อย่างไร และต้องปรับ GAT เป็นการวัดความถนัดจริงๆ
         3. พิจารณาลดรอบการคัดเลือกในระบบ TCAS เพื่อรองรับการลดภาระการสอบรายวิชาต่างๆ ของนักเรียน 

         ทั้งนี้ทาง ทปอ. ได้มีมติให้ รศ.ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มธ. และเป็นประธานคณะทำงาน ได้นำเรื่องดังกล่าวไปพิจารณาต่อ  
“คาดว่าจะพิจารณาเรื่องนี้ให้เสร็จภายใน 4 เดือน และจะประกาศใช้ในปีการศึกษา 2564” 

         นอกจากนี้ทาง ทปอ. ยังประชุมถึงปัญหาจำนวนนักเรียนที่เข้าสู่ระบบอุดมศึกษาลดลงด้วย โดยจะนำการวิเคราะห์ข้อมูลจากจำนวนผู้สมัครในระบบ TCAS 62 ไปบริหารจัดการให้เป็นระบบ เช่น 

         - ทำ Data analysis รายหลักสูตร เพื่อวิเคราะห์ความสามารถในการแข่งขันและโอกาสสละสิทธิ์
         - ประสานหน่วยงานรัฐด้านข้อมูลอัตรากำลังคน
         - การเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างมหาวิทยาลัย เช่น ข้อมูลนักศึกษาจากประเทศในกลุ่มอาเซียน 
         - ศึกษาเรื่องมหาวิทยาลัยกับค่านิยมคนรุ่นใหม่ที่จะไม่เรียนแบบ full degree 
         - มหาวิทยาลัยประสานกับสภาวิชาชีพต่างๆ และ ทปอ. เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม
         - ทปอ. จัดสัมมนาแก้ปัญหาการปรับตัวของมหาวิทยาลัยต่อการลดลงของนักเรียนในระบบอุดมศึกษา 

         จากข่าวนี้น้องๆ ก็คงได้รู้แล้วว่าทางคณะกรรมการฯ กำลังพิจารณาปรับปรุงรายวิชาต่างๆ โดยการลดเนื้อหาวิชาที่มีความซ้ำซ้อนลง เพื่อลดการเผชิญหน้ากับมหกรรมการสอบกันอย่างหนักหน่วงเหมือนอย่างปีที่ผ่านๆ มานะคะ แต่รูปแบบการสอบจะออกมาเป็นแบบไหน ก็ต้องมารอลุ้นไปพร้อมกันค่ะ เอาใจช่วย Dek64 ทุกคน! 

ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์ 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#GAT PAT #O-NET #9 วิชาสามัญ #TCAS #TCAS 64 #TCAS 64

บทความที่นิยมอ่านต่อ

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Dek64ค่าสงสัย
      Guest IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ขอข้อดีของการรวมสอบหน่อยค่ะ

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        ข้อดีข้อเสีย
        Guest IP
        #1-1

        ข้อดีของการรวมสอบคือ การสอบน้อยลง แต่ก็ยังมีข้อเสียคือ ถ้าคะแนนไม่ดีในรายวิชานั้นๆ ก็อาจจะเสียโอกาส เช่น ถ้าคะแนนวิชาสามัญเลขได้น้อย แต่คะแนน PAT1 ดี ถ้าระบบใหม่ให้สอบวิชาสามัญเลขอย่างเดียว เพราะเห็นว่าซ้ำซ้อนกับ PAT1 คนที่สอบได้คะแนนวิชาสามัญเลขน้อย จะเสียเปรียบในการแข่งขันทุกรอบของ TCAS

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เอา GAT-PAT กับวิชาสามัญออกไปเลยค่ะ

      กรุณาเอา A-NET กลับคืนมาด้วยค่ะ

      ข้อสอบ A-NET ง่ายโคตรๆรองจากข้อสอบ ENTRANCE

      วิชาละ 100 คะแนน

      เราเป็นเด็กแอด 52 ที่สอบ A-NET เป็นรุ่นสุดท้าย

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ขอให้น้องๆม.4โชคดีนะ พี่ม.6คนนี้เป็นกำลังใจให้นะ ; w ;

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      FC Dek-D
      Guest IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ส่วนตัวผมมองไปถึงคณะที่เด็กๆ จะเข้าไปเรียนต่อ แล้วค่อยมาคิดว่าจะสอบคัดเลือกยังไง


      1) คณะที่ไม่จำเป็นต้องเก่งวิชาการมาก เนื้อหาในหลักสูตรไม่ต้องวิชาการจ๋า แม่นเป๊ะ ความแม่นยำทางวิชาการแบบเอาภาพรวมก็พอ ทำนองนั้น เป็นคณะทางสายสังคมศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ บริหารธุรกิจ


      2) คณะที่จำเป็นต้องเก่งวิชาการมาก บัณฑิตจบออกมาแล้ว ทำงานผิดๆ ถูกๆ ไม่ได้เลย ส่วนใหญ่มักจะเป็นคณะที่มีกฎหมายหรือสภาวิชาชีพรองรับ เป็นอาชีพที่ชี้เป็นชี้ตายให้กับคนได้


      ถ้าแยกแบบนี้ จะพบว่ากลุ่มที่ 1 ไม่จำเป็นต้องคัดคนเข้าเรียนด้วยข้อสอบที่ยากมาก เอาระดับทฤษฎีและการประยุกต์พื้นๆ ธรรมดาก็พอ ดังนั้นข้อสอบที่เหมาะสมก็น่าจะเป็นระดับโอเน็ต


      กลุ่มที่ 2 จำเป็นต้องใช้ข้อสอบที่ยากขึ้น ข้อสอบก็ควรจะเป็นระดับวิชาสามัญหรือเอเน็ตในระบบเดิม (แต่ต้องกำกับควบคุมข้อสอบดีๆ นะครับ ไม่ใช่เอาข้อสอบคัดทีมชาติอย่างโอลิมปิกมาสอบ)


      GAT ควรสอบไหม? ผมว่าข้อสอบเชื่อมโยง โดยหลักการเป็นข้อสอบที่ดี เพราะทักษะในการเชื่อมโยงเหตุผล สามารถแยกเด็กที่ "คิดวิเคราะห์" ได้ดี ออกจากเด็กที่ "ท่องจำ" อย่างเดียวได้


      สำหรับภาษาอังกฤษ จะใช้ GAT อังกฤษ หรือวิชาสามัญหรือโอเน็ตก็ได้ ไม่ควรให้สอบตั้ง 3 ครั้ง แต่ต้องเป็นการประเมินศักยภาพในการเรียนต่อระดับอุดมศึกษาและสูงกว่าได้จริงๆ


      PAT ต่างๆ นั้นจำเป็น เพราะบางคณะจำเป็นต้องมีความถนัดซึ่งหมายถึง "มีทักษะ" อาจจะเป็นทักษะด้านความคิด หรือทักษะฝีมือก็แล้วแต่ ส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยกับ PAT1 และ PAT2 เพราะก็คือคณิตศาสตร์กับวิทยาศาสตร์ เพียงแต่อยู่ในระดับที่ยากขึ้นไปอีก ถามว่าท่านสอบสองตัวนี้ไปแล้ว เด็กที่ได้คะแนนเทพๆ พวก 250+ หรือเกือบเต็มนั้น ไปเรียนกับท่านหรือเปล่า? ก็ไม่ใช่


      ในการสอบจึงไม่ควรเอาข้อสอบยากๆ ไปใช้คัดเด็กทุกๆ คณะ อย่างที่เราเห็นคะแนนประมาณ 25-30% ก็สอบติด คะแนนประมาณนี้ คิดง่ายๆ มันก็คือคะแนนของคนเดาถูกนั่นเอง


      โดยสรุป ในการคัดเลือกแต่ละคณะควรต้องระบุระดับของพื้นความรู้ที่ต้องมีมาก่อน แล้วค่อยนำมาออกแบบข้อสอบ ซึ่งถ้าพิจารณาดูดีๆ ก็จะพบว่าน่าจะมี


      1. วิชาสามัญระดับพื้นฐาน > ใช้วัดความรู้พื้นฐานประมาณโอเน็ต ใช้กับคณะกลุ่มที่ 1 ข้างบน

      2. วิชาสามัญระดับยากขึ้น > ใช้วัดความรู้ที่ต้องนำไปต่อยอดในคณะที่ต้องแม่น ประมาณวิชาสามัญ ใช้กับคณะกลุ่มที่ 2 โดยให้สอบวิชาสามัญระดับพื้นฐานด้วย


      ข้อ 1 กับ 2 นี้จะเอามาสอบรวมกันก็ได้ ให้จำนวนข้อเยอะๆ จะได้มีข้อยากง่าย แยกระดับได้ และให้สอบวิชาละ 3 ชม.ไปเลย ก็จะเหมือนเอ็นทรานซ์สมัยก่อน


      3. ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ > GAT เชื่อมโยง

      4. ความถนัดเฉพาะวิชาชีพ > PAT1-2 ไม่จำเป็น


      อีกส่วนก็คือเรื่องเกรดหรือ GPAX ที่กระทรวงศึกษาอยากให้มหาวิทยาลัยใช้เพื่อต้องการให้เด็กสนใจเรียน แต่เกิดปัญหามาตรฐานไม่เท่ากัน ผมเสนอว่า ให้มี "ตัวปรับลด" หรือ Reduction Factor เป็นตัวคูณเกรดของแต่ละโรงเรียนครับ อาศัยผลการสอบโอเน็ตเป็นตัวสอบเทียบก็ได้ เช่น โรงเรียนหนึ่งมีเกรดเฉลี่ยของเด็กจบ ม.6 ทั้งรุ่นเท่ากับ 3.00 แต่คะแนนสอบโอเน็ตเฉลี่ยได้แค่ 50% เทียบกับอีกโรงเรียนหนึ่งที่มีเกรดเฉลี่ยทั้งรุ่นเท่ากับ 2.50 แต่คะแนนสอบโอเน็ตเฉลี่ยได้เท่ากันคือ 50% แบบนี้โรงเรียนแรกจะมีตัวคูณปรับลดที่ต่ำกว่า ผลที่อาจจะได้ก็คือ เด็กจะตั้งใจสอบโอเน็ตมากขึ้น (ข้อสอบก็ไม่ยากเกินไป) แถมโรงเรียนก็จะไม่ปล่อยเกรดด้วย เพราะจะโดนตัวคูณปรับลดต่ำๆ ... อะไรทำนองนี้ครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ส่วนตัว อยากให้สอบแค่เฉพาะวิชาที่เขาต้องใช้เรียนจริงๆ ไม่ใช่ว่าสอบไปหลาบอบ่างแล้วสรุปที่สอบไปไม่ได้ใช้มากนัก ควรจะสอบไม่เกิน 3-4 วิชา ต่อคณะนึงเลยที่เขาเรียน คณะไหนเรียนอะไรหนักๆก็สอบอันนั้นไป เกณฑ์ไม่ต้องตั้งสูงมากเพราะเด็กบางคนที่เขาทำได้เกือบถึงเกณฑ์แล้วสุดท้ายเขาไม่ได้ ก็ต้องเบนเข็มไปเรียนคณะอื่น จริงๆ ถ้าไม่ใช้เกรดแต่วัดกันที่คะแนนสอบไปเลยมันก็ดูแฟร์ๆดีนะเป็ฯการพิสูจน์ว่าคุณเก่งจริง ผมว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องปรับปรุงแต่ก็ไม่ควรจะไปหยิบมุขเดิมๆที่ใช้ในการสอบมาแล้ว ยุบ o-net ได้ก็ยุบไปเลย https://pantip.com/topic/38818416

      ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?