20 เรื่องจริง “วิทยาศาสตร์การกีฬา” สาขาที่เรียนแล้ว "หุ่นดี" []

วิว
20 เรื่องจริง “วิทยาศาสตร์การกีฬา” สาขาที่เรียนแล้ว "หุ่นดี"
 
สวัสดีค่ะน้องๆ หลังจากที่เราได้ค้นหาความจริงของแต่ละมหาวิทยาลัยไปบ้างแล้ว วันนี้พี่แนนนี่จะพาน้องๆ ไปค้นหาความจริงของบรรดาคณะ บรรดาสาขาวิชากันบ้าง และคณะที่จะพาไปล้วงลึกวันนี้ เป็นคณะทางสายวิทยาศาสตร์สุขภาพอีกคณะนึง นั่นก็คือ "วิทยาศาสตร์การกีฬา"
 
20 เรื่องจริง “วิทยาศาสตร์การกีฬา” สาขาที่เรียนแล้ว "หุ่นดี"
 
ถ้าพูดถึง "วิทยาศาสตร์การกีฬา" แล้ว หลายคนก็สงสัยว่าสาขานี้เรียนแต่กีฬารึป่าว หรือจะต้องเป็นนักกีฬาใช่ไหม ถึงจะเรียนได้...วันนี้พี่แนนนี่จะพาไปหาคำตอบจากน้องๆ ที่เรียนสาขานี้กันค่ะ (แอบกระซิบบอกเลยว่า นิสิตนักศึกษาสาขานี้หุ่นดีจริงๆ)
 
1) หลักสูตรวิทยาศาสตร์การกีฬา (วิทยาศาสตรบัณฑิต) เป็นหลักสูตรที่ผสมผสานความเป็นวิทยาศาสตร์กับการออกกำลังกาย มีการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในแขนงต่างๆ มาประยุกต์ใช้และช่วยพัฒนาการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา ทั้งสำหรับบุคคลทั่วไปและนักกีฬา
 
2) ในประเทศไทยมีการเรียนสอนหลักสูตรวิทยาศาสตร์การกีฬา อยู่ในคณะที่แตกต่างกันออกไป ทั้งคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา โดยตรง หรืออยู่คณะอื่นๆ เช่น คณะสหเวชศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ คณะพลศึกษา เป็นต้น
 
3) สำหรับในคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาเอง นอกจากจะมีหลักสูตร วท.บ. หรือ วิทยาศาสตรบัณฑิต ที่ถือว่าเป็นหลักสูตรหลักแล้ว ยังมีเปิดสอนในหลักสูตร ศศ.บ. หรือ ศิลปศาสตรบัณฑิต โดยแต่ละมหาวิทยาลัยก็มีการจัดการหลักสูตรที่แตกต่างกันออกไป เช่น สาขาการออกกำลังกาย สาขาการฝึกสอนกีฬา สาขาการจัดการการกีฬา สาขาสื่อมวลชนกีฬา เป็นต้น
 
4) ถ้าให้แยกเอก หรือจัดหมวดหมู่ในการเรียนวิทยาศาสตร์การกีฬาแล้ว สามารถแบ่งออกเป็นด้านๆ เช่น วิทยาศาสตร์การกีฬา การส่งเสริมสุขภาพ การจัดการกีฬา การจัดการนันทนาการ เทคโนโลยีการกีฬา เป็นต้น ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยก็จะมีหลักสูตรที่แตกต่างกันไป โดยบางมหาวิทยาลัยอาจจะแยกการเรียนการสอนออกมาเป็นสาขาเฉพาะด้าน
 
5) สำหรับที่มหาวิทยาลัยมหิดล มีเปิดสอนหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต เอกฟุตบอล (เรียนเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอลโดยเฉพาะ) เป็นที่เดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันเฉียงใต้ ที่ได้รับหลักสูตรมาจาก AFC สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย และเมื่อจบการศึกษาจะได้รับ C license จาก AFC ด้วย สามารถเป็นโค้ช หรือผู้ฝึกสอนระดับเยาวชน (อายุไม่เกิน 15ปี) ได้เลย
 
20 เรื่องจริง “วิทยาศาสตร์การกีฬา” สาขาที่เรียนแล้ว "หุ่นดี"
 
6) แต่ละปีจะมีการจัดกิจกรรม “กีฬาเครือข่ายวิทยาศาสตร์การกีฬาสัมพันธ์” เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ของนิสิตนักศึกษาในสาขานี้ ซึ่งปีล่าสุดประกอบไปด้วย 14 สถาบัน ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ,มหาวิทยาลัยทักษิณ,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, มหาวิทยาลัยบูรพา, มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, มหาวิทยาลัยศิลปากร, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต
 
7) การเรียนสอนในหลักสูตรนี้ นอกจากวิชาพื้นฐานทั่วๆ ไป และวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานแล้ว ยังมีวิชาที่สอนในเรื่องของ Anatomy (กายวิภาคศาสตร์) Physiology (สรีรวิทยา) Sport Medicine (เวชศาสตร์การกีฬา) Pharmacology (เภสัชวิทยา) Psychology (จิตวิทยา) Biomechanics (ชีวกลศาสตร์) First aid (การปฐมพยาบาล) Nutrition (โภชนาการ) เป็นต้น เรียกได้ว่าต้องเรียนรู้ระบบร่างกายและการเคลื่อนไหวของมนุษย์
 
8) คนที่เรียนจบหลักสูตรนี้แล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องเล่นกีฬาเก่งทุกชนิด เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีวิชาบังคับเกี่ยวกับ “ทักษะกีฬา” ที่นิสิตนักศึกษาจะต้องเรียน แตกต่างกันออกไปตามหลักสูตรของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งแต่ละวิชาที่เรียนก็จะทำให้รู้จักพื้นฐาน กฎและกติกาในการเล่นกีฬาชนิดนั้นๆ
 
9) สำหรับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุวิชาบังคับทักษะกีฬาไว้ในหลักสูตรทั้งหมด 12 หน่วยกิต ได้แก่ พื้นฐานการเคลื่อนไหวทางกีฬา ฟุตบอล วอลเลย์บอล กรีฑาลู่ กรีฑาลาน บาสเกตบอล กระบี่กระบอง ว่ายน้ำ เทนนิส ผู้นำแอโรบิคด๊านซ์ แบดมินตัน มวยไทย และวิชาเลือกทักษะกีฬา อีก 3 หน่วยกิต (วิชาละ 1 หน่วยกิต)
 
10) หนึ่งในวิชาที่น่าสนใจ คือ วิชาชีวกลศาสตร์ เป็นการเรียนรู้และวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของร่างกาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับนักกีฬา และช่วยลดอาการบาดเจ็บ เช่น ถ้าวิเคราะห์สำหรับกีฬาตะกร้อจะทำให้รู้ความเร็ว และองศาในการเตะลูกตะกร้อให้มีประสิทธิภาพ
 
11) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีลู่กลน้ำ หรืออุโมงค์น้ำ (Swimming Flume) เปรียบเสมือนลู่วิ่ง ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย ทั้งเรื่องของความเร็ว และการหายใจ รวมถึงช่วยฟื้นฟูร่างกายได้อีกด้วย และยังนับเป็นแห่งแรกของประเทศไทยและอาเซียนอีกด้วย
 
12) เรียนจบสาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา (วท.บ.) สามารถไปทำงานได้หลากหลาย เช่น นักวิทยาศาสตร์การกีฬา Trainer/Personal Trainer ผู้ฝึกสอน/ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน/โค้ชตามทีมกีฬาต่างๆ ครู/อาจารย์ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน/สมาคม/สโมสรที่เกี่ยวข้อง นักวิจัย นักข่าว ทีมงานจัดการแข่งขัน หรือนักเวชศาสตร์การกีฬา ที่ทำงานในโรงพยาบาล เป็นต้น
 
13) การทำงานของบัณฑิตที่จบหลักสูตร ศิลปศาสตรบัณฑิต หรือ ศศ.บ. ก็จะใกล้เคียงกับของวท.บ. แต่ทางศศ.บ มักจะเป็นสาขาที่เฉพาะทางมากขึ้น เช่น Trainer/Personal Trainer ผู้ฝึกสอน/ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน/โค้ชตามทีมกีฬาต่างๆ ครู/อาจารย์ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน/สมาคม/สโมสรที่เกี่ยวข้อง นักวิจัย นักข่าว ทีมงานจัดการแข่งขัน เป็นต้น
 
14) การทำงานในโรงพยาบาลของนักวิทยาศาสตร์การกีฬา จะอยู่ส่วนของการฟื้นฟูร่างกายให้กับผู้ป่วย ทำให้กลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็วที่สุด โดยอาจจะรับช่วงต่อจากแพทย์ หรือนักกายภาพบำบัด
 
15) ลักษณะการทำงานของนักวิทยาศาสตร์การกีฬา ต่างจากนักกายภาพบำบัด เพราะจะไม่สามารถวินิจฉัยอาการได้ อาจจะสามารถประเมินอาการได้เบื้องต้น หรือช่วยเหลือนักกีฬาเมื่อมีอาการบาดเจ็บได้ในเบื้องต้น
 
16) การสอบเข้าในหลักสูตรวิทยาศาสตร์การกีฬา (วท.บ.) มีเปิดรับหลายรอบใน TCAS ซึ่งเกณฑ์การคัดเลือกขึ้นอยู่กับรอบและมหาวิทยาลัย โดยจะใช้คะแนนสอบกลาง เช่น GAT PAT2 หรือ วิชาสามัญ ได้แก่ ภาษาไทย สังคมฯ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์1 ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา หรือวิชาเฉพาะของมหาวิทยาลัย
 
17) นอกจากนี้ในการสมัครเข้าหลักสูตรวิทยาศาสตร์การกีฬา แต่ละมหาวิทยาลัยจะมีการรับผ่านโควตาสำหรับนักกีฬา มีทั้งคัดเลือกจากความสามารถและผลงานอย่างเดียว หรือสอบข้อเขียนต่างๆ ด้วย ซึ่งจะอยู่ใน TCAS รอบที่ 1-2
 
18) การมาเรียนในสาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา “ไม่จำเป็นต้องเป็นนักกีฬา”  หรือเล่นกีฬาชนิดใดชนิดหนึ่งเป็น ขอเพียงแค่ชื่นชอบการออกกำลังกาย และมีใจรักที่จะดูแลตัวเอง หรือผู้อื่นก็เพียงพอ
 
19) สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา ไม่ใช่สาขา “ชายล้วน” หรือรับเฉพาะเพศชาย เพียงแต่เป็นสาขาที่มีผู้หญิงเลือกมาเรียนน้อยกว่าเท่านั้นเอง
 
20) เมื่อจบในระดับปริญญาตรีแล้ว สามารถศึกษาต่อระดับปริญญาโท ในหลายสาขาที่ต่อยอดขึ้นไป เช่น สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา หรือ สาขาเวชศาสตร์การกีฬา คณะแพทยศาสตร์
 
       หลังจากที่ได้พูดคุยกับน้องๆ ในสาขานี้ ก็ทำให้รู้ว่าเคล็ดลับที่ทำให้แต่ละคนหุ่นดี หุ่นเป๊ะ ก็คือ การดูแลตัวเองให้ถูกหลัก และยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาสามารถเสกให้บรรดาคนรอบข้างหุ่นดีตามไปด้วยได้เช่นกัน
 
     โอ้โห...นับเป็นอีกหนึ่งสาขาที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะค่ะ แล้วยิ่งทุกวันนี้ผู้คนในสังคมหันมาให้ความสนใจกับวงการกีฬา และการออกกำลังกายมากขึ้นด้วยค่ะ สำหรับน้องๆ คนไหนที่อยากเรียนสาขานี้ใน TCAS 62 นี้ หลายๆ มหาวิทยาลัยจะเปิดรับสมัครในรอบ 3-4 รอติดตามรายละเอียดได้เลยค่ะ

 
ขอบคุณข้อมูลจาก
นิสิตนักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา
และหลักสูตรของแต่ละมหาวิทยาลัย
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nanny

พี่แนนนี่ - ผู้เขียน

เด็กเอกไทย คลั่งไคล้มิกกี้(เม้าส์) หลงใหลอิตาลี คอยเฝ้าลงพื้นที่ ตามข่าว TCAS

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#TCAS #รับตรง #TCAS62 #วิทยาศาสตร์การกีฬา #วิทย์กีฬา #สหเวชซศาสตร์ #พลศึกษา #เวชศาสตร์การกีฬา #sportscience #แอดมิชชั่น

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?