แชร์เทคนิค "พี่มิส" อ่านสอบ 9 วิชาสามัญภายใน 1 อาทิตย์ กับประสบการณ์ตามฝันจนถึงรอบ 4 []

วิว
แชร์เทคนิค "พี่มิส" อ่านสอบ 9 วิชาสามัญภายใน 1 อาทิตย์ กับประสบการณ์ตามฝันจนถึงรอบ 4

สวัสดีค่ะ TCAS IDOL วันนี้พี่มิ้นท์มีประสบการณ์ลุ้นๆ ของ "พี่มิส" นักเรียนแลกเปลี่ยนที่กลับมาก็เจอการเปลี่ยนแปลงระบบครั้งใหญ่ TCAS รุ่นแรก และสับสนกับการเลือกคณะ จนเกือบเตรียมตัวสอบไม่ทัน เรียกว่ามีเวลาเหลืออ่านหนังสือสอบวิชาสามัญแค่สัปดาห์เดียว และยังสับสนต่อจนต้องตัดสินใจสละสิทธิ์รอบ 3 มาลุ้นใหม่ใน TCAS รอบ 4
 
สิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนจริงๆ แต่ในที่สุดพี่มิสก็ได้เรียนในคณะที่ต้องการ ว่าแล้วไปทำความรู้จักพี่มิสกันเลยค่ะ
 
แชร์เทคนิค "พี่มิส" อ่านสอบ 9 วิชาสามัญภายใน 1 อาทิตย์ กับประสบการณ์ตามฝันจนถึงรอบ 4

ไปแลกเปลี่ยนกลับมา จนได้เป็น TCAS รุ่นแรก
รวิสรา จันทร์วาววาม หรือ พี่มิส (มาจากคำว่ามิสเตอร์ที่แปลว่า นาย แต่คนส่วนใหญ่จะรู้จักสั้นๆ คือมิส (นางสาว)) จบการศึกษาจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม สายวิทย์คณิต GPAX 3.21 ปัจจุบันเรียนอยู่คณะรัฐศาสตร์ ภาคสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา จุฬาฯ ชั้นปีที่ 1 ซึ่งเป็นภาคที่เรียนเกี่ยวกับชีวิตทางสังคมของมนุษย์ และวิถีชีวิตของมนุษย์ในทุกแง่มุม

ม.ปลาย ของพี่มิส ไปแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศ 1 ปี ซึ่งพี่มิสได้ยินข่าวเรื่องการปฏิรูประบบสอบเข้ามาตั้งแต่ก่อนไปแลกเปลี่ยน ขนาดทำใจมาแล้ว ก็ยังตกใจเพราะ TCAS ต่างจากรับตรงปี 60 มากๆ เพื่อนๆ รุ่นเดียวกันที่สอบไปแล้วก็ได้แต่ตบบ่า นอกจากจะมีการสอบติดๆ กันของ TCAS ก็ยังมีการสอบกลางภาคและปลายภาคของที่โรงเรียนด้วย ทุกวันนี้ภาพที่เพื่อนกางหนังสือโรงเรียนฝั่งซ้าย หนังสือสอบวิชาสามัญฝั่งขวา อ่านพลิกไปพลิกมา ยังจำติดตาอยู่เลย

 
แชร์เทคนิค "พี่มิส" อ่านสอบ 9 วิชาสามัญภายใน 1 อาทิตย์ กับประสบการณ์ตามฝันจนถึงรอบ 4

สละสิทธิ์รอบ 3 ไปต่อรอบ 4 เกือบตกลงกับที่บ้านไม่ได้
แม้จะเป็นเวลาแค่ปีเดียวที่ไปแลกเปลี่ยน แต่ตอนกลับมาใหม่ๆ ก็ยังปรับตัวไม่ทันเพราะภาวะ Reverse culture shocked พอต้องมาคิดก็ค้นพบว่าเรามีความสนใจในหลายๆ ด้าน ทุกคณะมีความน่าเรียนไปหมด ยิ่งต้องมานั่งตอบตัวเองว่า แล้วคณะไหนล่ะที่อยากจะเข้า? ในหัวตอนนั้นกลับไม่มีอะไรเลย ตอนสมัครสอบจึงสอบสุ่มไป ทั้งสายวิทย์คณิตและสายภาษาก็ลองสอบไปหมดไม่ได้วางแผนล่วงหน้า

ความไม่แน่นอนของตัวเอง ในท้ายที่สุด พี่มิสไม่ได้ยืนยันสิทธิ์มหาวิทยาลัยใดในรอบ 3 เลย เพราะรู้สึกว่าคณะที่สอบติดยังไม่ใช่ตัวเอง ตอนนั้นที่บ้านก็อยากให้มีที่เรียนไวๆ แต่เราก็ดึงดันสละสิทธิ์ ขอลองใหม่อีกที โดยลองถามความคิดเห็นจากคนรู้จัก ศึกษาหลักสูตรของแทบจะทุกคณะที่ตนเองสนใจ เอามากางเทียบๆ กัน แล้วดูว่าอันไหนที่ชอบหรือไม่ชอบ

 
เริ่มวางแผนรอบ 4 แอดมิชชั่นใหม่
ในที่สุดก็รู้ว่า สิ่งที่เป็นตัวเองที่สุดคือสิ่งที่เรียนตอนไปแลกเปลี่ยน เพราะเป็นเด็กสายวิทย์ แต่ขอเลือกเรียนสายสังคม ตอนนั้นคิดแค่ว่าเรียนสนุกแน่ และมันสนุกจริงๆ ได้ลองเรียนอะไรหลายอย่าง เช่น ท่องเที่ยวประเทศเพื่อนบ้าน เรียนประวัติศาสตร์โดยตรงจากพิพิธภัณฑ์ ศึกษาอารยธรรมมนุษย์ เรียนจิตวิทยาเบื้องต้น ประวัติศาสตร์การเมือง ได้เรียนหลายภาษาเช่น ดัตช์ เยอรมัน สเปน อิตาลี ฝรั่งเศส เพื่อเข้าถึงวัฒนธรรมของเจ้าของภาษานั้นๆ

มีโอกาสเลือกได้ว่าอยากจะเรียนภาษาไหนบ้าง และเรียนภาษาละกี่ชั่วโมง มีวิชาจิปาถะแปลกๆ อย่างโมเดลลิ่ง ขี่ม้า หรือบอร์ดเกมด้วย ซึ่งทำให้รู้จักกับเพื่อนห้องอื่น สายอื่น ได้มีโอกาสพูดคุยกัน เป็นการเปิดโลกครั้งใหญ่ บวกกับติดเกมออฟโทรนส์ด้วย ก็เลยปิ๊งขึ้นมาว่าอยากเรียนรัฐศาสตร์ ซึ่งตอบโจทย์เราได้และเปิดรับรอบ 4 คือคณะรัฐศาสตร์ ภาคสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา แล้วก็ต้องเป็นที่จุฬาฯ เพราะเป็นที่เดียวที่มีหลักสูตรแบบนี้

แชร์เทคนิค "พี่มิส" อ่านสอบ 9 วิชาสามัญภายใน 1 อาทิตย์ กับประสบการณ์ตามฝันจนถึงรอบ 4
 
จากนั้นพี่มิส จะกลับมาสำรวจตัวเองว่ามีคะแนนอะไรบ้าง คือมี O-NET GAT PAT และ GPAX แล้วก็ตรวจดูหลักสูตรที่ตัวเองอยากจะเรียนและสามารถยื่นได้ จากนั้นก็เริ่มจัดอันดับ โดยให้อันดับ 2,3,4 เป็นอันดับที่มั่นใจว่ายังไงๆ ก็ติดแน่นอน หรือคะแนนไม่หลุดจากคะแนนต่ำสุดของปีที่แล้ว
 
ปีของมิสเป็นปีที่คะแนนแกทเฟ้อ ถ้าคณะไหนใช้แกทก็อยากจะเตือนน้องๆ ให้ระวัง เพราะเมื่อคะแนนเฟ้อ อาจมีสิทธิ์ที่คนคะแนนใกล้เคียงกันมาก และคะแนนดันกันจนสูงขึ้นมาก หากเราได้คะแนนหลุดช่วงมาก็มีโอกาสหลุดได้ง่าย

แชร์เทคนิค "พี่มิส" อ่านสอบ 9 วิชาสามัญภายใน 1 อาทิตย์ กับประสบการณ์ตามฝันจนถึงรอบ 4
 

สิ่งไหนสำคัญ ให้รีบจด
จริงๆ หลายคนอาจจะชินกับการที่จดตามอาจารย์อยู่แล้ว แต่พี่มิสคิดว่าการกรองเอาเฉพาะสิ่งที่สำคัญไว้จะดีกว่า หากจดเอามาทุกคำ จะไม่รู้ว่าสาระสำคัญอยู่ตรงไหน การกรองคำพูดด้วยมือของเราเองก่อนรอบนึงแล้วค่อยจด จะช่วยประหยัดเวลาและทำให้เราเข้าใจสิ่งที่อาจารย์ต้องการจากเราได้ดีขึ้น คือถ้าเขาเน้น ก็แสดงว่าเขาอยากจะเห็นเราทำสิ่งนี้บนกระดาษคำตอบ ฉะนั้นเราก็ไม่ควรปล่อยมันลอยหายไป ดังนั้นเวลาฟังอาจารย์สอน อะไรที่เขาพูดออกมาแล้วเรารู้สึกว่ามันสำคัญนะ เราจะรีบกรองและจดลงไป หรือไม่ก็เม็มเอาไว้ในโทรศัพท์

อีกสิ่งที่พี่มิสทำอยู่บ่อยๆ คือ การยกมือขึ้นถาม ถามจนบางทีอาจารย์ที่สอนก็รำคาญ แต่การถามนี่แหละ เป็นกุญแจสำคัญของการเรียนรู้ เวลามีคำถามอย่าเก็บเอาไว้กับตัว ให้ถามออกไป เพราะการถามจะนำมาสู่การคิดวิเคราะห์ มันไม่ใช่แค่เรื่องการได้คำตอบกลับมาเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เราได้ลองคิดตาม แถมยังทำให้เพื่อนในห้องได้คิดตามนอกตำราไปอีก

นอกจากนี้ การถามยังทำให้เราจำเนื้อหาสำคัญๆ ได้ด้วย ถ้าเราเรียนกันไปเงียบๆ เราอาจจะจำไม่ได้ว่าวันนี้ อ.สอนเรื่องอะไรไปบ้าง แต่ถ้ามีใครถามอะไรขึ้นมา เราก็จะนึกได้ว่า อ้อ… วันนี้เราเรียนเรื่อง XXX ไปนี่ เพราะว่ามีคนถามว่า YYY

 
เทคนิคฟิตเดือนสุดท้าย ตั้งเป้าสอบให้เหมือนทำเควสเกม
ความสับสนเรื่องคณะเรียนในตอนแรก ทำให้พี่มิสมีเวลาเตรียมตัวก่อนสอบไม่กี่อาทิตย์ โดยเฉพาะ 1 สัปดาห์สุดท้ายคือฟิตสุดในชีวิต แต่ส่วนตัวจะมีแพลนเนอร์ที่ทำตั้งแต่เนิ่นๆ อยู่แล้ว ว่าถ้าจะเข้าคณะนี้ ต้องใช้คะแนนอะไรบ้าง มีน้ำหนักกี่เปอร์เซนต์ และต้องได้เท่าไหร่ถึงจะติด พอมีแพลนเนอร์แล้วก็จะมีเป้าหมาย ถ้าให้เปรียบกับเกมก็เหมือนเรามีเควสหรือภารกิจให้บรรลุ ถ้าไม่ตั้งเป้าหมาย ก็จะไม่มีเกณฑ์มาวัดว่าเราพัฒนาไปได้มากแค่ไหน

การอ่านหนังสือของพี่มิส จะอ่านๆ ไปก่อนแบบยังไม่ต้องเเน่นมาก แล้วลองทำข้อสอบก่อน เพราะรู้สึกว่าถ้าไม่เห็นว่าจะต้องเจอกับอะไร ที่อ่านไปก็ไม่มีผล ทำแบบนี้สลับไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าเรื่องนี้เราแน่นแล้วนะ ก็จะไปเรื่องถัดไป หรือวิชาถัดไป

การเตรียมตัว 1 อาทิตย์ก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป จะไม่โกหกว่าตอนนั้นก็ลนและเครียดมาก แต่เวลาที่เหลือน้อยมันก็ทำให้เรามีสติมากขึ้น อะไรที่ทำไม่ทันจะพยายามหาทางให้ได้มากที่สุดเท่าที่เวลาจะเอื้อ โชคดีที่มีค่อนข้างมีพื้นฐานภาษาอังกฤษ จึงได้เปรียบคนอื่นในส่วนนี้ (แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีปัญหาเลย) และหันไปโฟกัสที่วิชาภาษาไทย เพราะอยากได้ 90 คะแนน (เอาไปชดเชยวิชาสังคมที่อ่านไม่ทัน) ตอนนั้นก็ทุ่มเทให้กับภาษาไทย ทำข้อสอบวนไปจนกว่าจะได้เท่าที่หวังไว้  ยอมรับว่าเครียด แต่ที่เครียดก็เพราะเรายังแคร์ผลลัพธ์ที่ตามมา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ เด็กที่จะสอบถ้าไม่เครียดเลย ถ้าไม่ใช่เพราะเก่งมากๆ ก็หมายความว่าไม่แคร์ อันนั้นคิดว่าเริ่มน่ากลัว

 
เวลาเหลือน้อย ไทย-สังคม-อังกฤษ วิชาสามัญ อ่านอะไรดี
ทดสอบ Icon วิชาสังคมศึกษา ถ้าเป็นเรื่องศาสนา ให้ดูชุดวันสำคัญว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง-คำสอน-พระที่มีบทบาทในวันสำคัญนั้นๆ รวมทั้งจำคำสอนศาสนาพุทธให้เยอะๆ ศาสนาอื่นมีบ้างเล็กน้อย ส่วนประวัติศาสตร์ ให้อ่านเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สำคัญต่างๆ ของโลก เช่น สงครามโลก สงครามเย็น ฯลฯ รวมทั้งประวัติศาสตร์ไทยยุคต่างๆ ภูมิศาสตร์ให้ดูเรื่องการอ่านแผนที่และอัตราของแผนที่ เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ต่างๆ ปรากฏการณ์และภัยธรรมชาติด้วย

ทดสอบ Icon ภาษาไทย ให้ฝึกเรื่องการให้เหตุผล ผลแบบนี้เกิดจากเหตุแบบไหน ดูข้อสรุปของโจทย์และช้อยส์และเลือกให้ถูกต้อง รวมทั้งเรื่องระดับภาษาที่ใช้ในการสื่อสารประเภทต่างๆ การจับใจความก็สำคัญและออกข้อสอบเยอะมากๆ

ทดสอบ Icon ภาษาอังกฤษ ในส่วนของ Reading ให้ฝึกจับประเด็นเพื่อตอบคำถาม ซึ่งส่วนมากจะถามหาหัวข้อ, ถามเนื้อหาข้อใดถูกผิด, ถามคำศัพท์ในบทความ, ถามความคิดเห็นของผู้เขียน และอาจจะมีเรียงลำดับพารากราฟ ส่วนพาร์ทอื่นๆ ให้ไปทบทวนแกรมมาร์เบื้องต้น แยกหน้าที่ของคำให้ออกว่าอันไหนเป็น Adv, Adj, Verb, Noun ฯลฯ
   
พี่มิสยังเคยรีวิวหนังสือเตรียมสอบและเทคนิคอื่นๆ ไว้ด้วย หากใครอยากอ่านเพิ่ม ตามไปอ่านได้เลย
www.dek-d.com/board/view/3841978/
 
ข้อควรจำ ใช้ได้กับทุกสนามสอบ
อันดับแรกอยากเตือนน้องๆ ให้อ่านโจทย์ก่อน เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เราคิดว่าไม่จำเป็นก็ควรให้ความสำคัญกับมัน เพราะมีความเป็นไปได้ที่แนวข้อสอบจะต่างจากปีก่อนหน้า นอกจากนี้การบริหารเวลาให้ดีก็สำคัญมาก เวลาย้อนไหลกลับมาไม่ได้ ถ้าน้องพลาด ทำไม่ทัน สิ่งเดียวที่ทำได้คือรอสอบอีกครั้งปีหน้า ฉะนั้นควรพกนาฬิกาข้อมือไป หรือฟังเสียงประกาศเวลาจากผู้คุมสอบให้ดีๆ

พี่มิส มี tips ต่างๆ แนะนำในวิชาที่เคยสอบนะ

ทดสอบ Icon วิชาเลข เรื่องไหนเราไม่ถนัด ต้องพร้อมทุ่มเทให้กับการอ่านหนังสือเรื่องนั้นๆ อย่าครึ่งๆ กลางๆ กับแค่เพราะว่าไม่ชอบหรือเพราะเราไม่ถนัด เพราะจะทำให้เราเสียเวลาการอ่านหนังสือส่วนอื่น เลขเป็นวิชาที่ต้องใช้ความรอบคอบสูงมาก เพราะคำตอบมันเป๊ะ ถ้าเราพลาดแค่ขั้นตอนเดียวหรือไม่มีสมาธิ เราจะทำให้ทันได้ยาก
ทดสอบ Icon ภาษาอังกฤษ ถ้าสอบแกทอังกฤษ เราแนะนำให้ลองฝึก cloze test บ่อยๆ และท่องศัพท์ให้หลากหลาย แกทจะต่างจากวิชาสามัญตรงที่ถึงจะง่ายกว่า แต่ก็จะถามซอกแซกหลายเรื่องมากกว่า ทั้งแกรมมาร์ ศัพท์ และ ERROR ซึ่งเป็นพาร์ทที่พลาดได้ง่าย

ในขณะที่วิชาสามัญจะพึ่งพาความตั้งใจและความเชี่ยวชาญเรื่องการคิดวิเคราะห์ การอ่านมากกว่า ถ้าเทียบเป็นสายคำนวณก็เหมือนน้องๆ จะต้องเจอกับข้อที่ถึก และใช้แค่สูตรก็ยังผ่านไปไม่ได้ นอกจากจะต้องอ่านเพื่อสอบภาษาอังกฤษแล้ว ยังต้อบฝึกฝนการคิดวิเคราะห์ในตัวเองเพื่อไม่ให้โจทย์ต่างๆ หลอกเราได้ง่ายๆ อีกด้วย

ทดสอบ Icon ภาษาไทย เป็นวิชาที่เถรตรง ถ้าตั้งใจอ่านจริงๆ เชื่อว่าทุกคนทำได้ ถึงเนื้อหามันจะเยอะและอาจดูน่าเบื่อสำหรับใครหลายๆ คน แต่ตั้งใจทำเถอะ เพราะเป็นวิชาภาษาแม่ของพวกเรา มันไม่ได้ยากเกินกว่าความสามารถของเราแน่ๆ สมัยพี่อาศัยอ่านเอาเองตามเน็ต กับหนังสือสรุปของครูลิลลี่ แกสรุปมาดีมากนะ ลองหาเรียนดู
ทดสอบ Icon สังคมศึกษา เป็นวิชาที่มีเนื้อหาเยอะมาก พี่บอกได้อย่างเดียวว่าจะต้องอ่านล่วงหน้าเยอะ ก็อยากจะให้เตรียมตัวกันให้ดี ทบทวนจนตัวเองจำได้ ความหินของมันคือ ความเยอะนี่แหละ
 
แชร์เทคนิค "พี่มิส" อ่านสอบ 9 วิชาสามัญภายใน 1 อาทิตย์ กับประสบการณ์ตามฝันจนถึงรอบ 4

อย่าเลือกเรียนอะไรเพราะแค่มีคนบอกให้เรียน โดยที่เราไม่สมัครใจที่จะเรียน
อยากจะฝากถึงน้องๆ ทุกคนที่กำลังเตรียมตัวสอบอยู่ ณ ตอนนี้ การที่เราเครียด กลัว หรือท้อแท้ มันเป็นเรื่องปกติ พี่ก็เคยอยู่ในจุดนั้น แต่เมื่อเราผ่านมันมาได้ สุดท้ายมันก็คือเรื่องราวนึงในชีวิตที่ทุกคนจะต้องเจอ

สำหรับน้องที่หาตัวเองเจอแล้ว พี่ยินดีด้วย แล้วก็ขอเป็นหนึ่งในกำลังใจนึงให้น้องเดินไปให้ถึงฝั่งฝัน

สำหรับน้องที่ยังหาตัวเองไม่เจอ มันไม่ใช่ความผิดของน้อง เดี๋ยวเวลาที่เหมาะสมก็จะนำพาให้น้องค้นพบตัวเองได้เอง
อย่าไม่เลือกเรียนอะไรเเค่เพราะว่าคนอื่นมาบอกเราว่าไม่ควรเรียน
อย่าไม่เลือกเรียนอะไรแค่เพราะว่าคนอื่นบอกว่าไม่ดี ไม่เหมาะ ไม่มีใครรับทำงาน
อย่าเลือกเรียนอะไรเพราะแค่มีคนบอกให้เรียน โดยที่เราไม่สมัครใจที่จะเรียน
อย่าเลือกเรียนอะไรเพราะแค่คนอื่นเขาเรียนกัน หรือเพื่อนเรียน

 
การเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยจะนำพาชีวิตน้องไปบนเส้นทางไหน ตัวเราเองควรเป็นคนกำหนด น้องควรมีความสุขกับมัน มันอาจจะไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ น้องอาจจะไม่ได้แฮปปี้ตลอดเวลา แต่อย่างน้อยมันก็เป็นช้อยส์ที่เราได้เป็นคนเลือกเองนะ อย่าให้ใครมาตัดสินใจแทนเราเลย วันนึง เราก็จะต้องใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเอง ตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง หนึ่งการตัดสินใจของน้องในวันนี้ ก็จะส่งผลไปถึงตัวน้องในวันหน้า ก็ขอให้ทุกคนตัดสินใจอย่างรอบคอบ และสมหวังกับทุกสิ่งที่ตนเองเลือกค่ะ ขอให้โชคดีนะคะ สู้ไปด้วยกัน!
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mint

พี่มิ้นท์ - ผู้เขียน

พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#TCAS #tcas 5 รอบ #tcas รอบ 3 #tcas รอบ 4 #รับตรงทั่วไป #รัฐศาสตร์ จุฬาฯ #วิชาสามัญ #เตรียมตัว วิชาสามัญ #เรียนต่อ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?