ซ่อน
แสดง

20 เรื่องจริง “กายอุปกรณศาสตรบัณฑิต” เปิดสอนที่เดียวในไทย ที่แรกในอาเซียน []

วิว
20 เรื่องจริง “กายอุปกรณศาสตรบัณฑิต” เปิดสอนที่เดียวในไทย ที่แรกในอาเซียน
        หากพูดถึงวิชาชีพใหม่ที่ประเทศไทยเรามีความต้องการบุคลากรอีกมาก เชื่อว่า “นักกายอุปกรณ์” จะต้องติดหนึ่งในนั้นแน่นอน การเรียนด้านนี้มีความเฉพาะทาง และใช้ต้นทุนที่สูงมากในการผลิตบัณฑิตต่อรุ่น 

20 เรื่องจริง “กายอุปกรณศาสตรบัณฑิต” เปิดสอนที่เดียวในไทย ที่แรกในอาเซียน
 
        วันนี้ Dream Campus จะพาน้องๆ ไปทำความรู้จักสาขากายอุปกรณ์ จากประสบการณ์ของรุ่นพี่ศิษย์เก่า “โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล” ที่จบมาอย่างมีคุณภาพมากๆ “พี่กรณ์ ไชยวาด” ผู้จัดการและนักกายอุปกรณ์ประจำคลินิกของบริษัท Ottobock ค่ะ ไปเลย!  

        1. กายอุปกรณ์ คือสาขาวิชาในโรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร สังกัดคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แต่เดิมจบมาจะได้รับวุฒิปริญญาตรีในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต แต่ปัจจุบันเป็นหลักสูตรกายอุปกรณศาสตรบัณฑิตโดยตรง 

        2. โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร จัดการเรียนการสอนด้านกายอุปกรณ์ ในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ซึ่งถือเป็นหลักสูตรแรกของประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ตอนนี้เริ่มมีประเทศอื่นที่เปิดสอนด้านกายอุปกรณ์ตามมาบ้างแล้ว เช่น ฟิลิปปินส์ แต่ในไทยยังยืนหนึ่งที่เดียว) 

        3. สาขากายอุปกรณ์ ค่อนข้างใช้วัสดุอุปกรณ์และเครื่องไม้เครื่องมือในคอร์สเรียนสูงมาก ประกอบกับงบประมาณมีอยู่อย่างจำกัด จึงทำให้รองรับนักศึกษาต่อรุ่นได้ไม่มาก แบ่งเป็นนักศึกษาไทย ไม่เกิน 30 คนต่อปี และนักศึกษานานาชาติ 15 คนต่อปี จากข้อมูลล่าสุดรวม TCAS 62 รอบที่ 1 - 3 เปิดรับไปแล้ว 6 คน และในปี 61 รอบแอดมิชชั่น เปิดรับ 18 คน 

        อย่างไรก็ตาม แต่เดิมสาขากายอุปกรณ์มีสอนอยู่ที่ รพ.เลิดสิน ในระดับอนุปริญญา และปัจจุบันมีการเรียนการสอนในเนื้อหาที่ค่อนข้างใกล้เคียงกันคือ สาขาเทคนิคกายอุปกรณ์ ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ได้วุฒิ ปวส. ทำให้ช่วงหลังๆ โรงเรียนกายอุปกรณ์เริ่มเปิดรับเยอะขึ้น เพราะจะมีช่างตามโรงพยาบาล กับน้องๆ ระดับ ปวส. สายช่าง มาสมัครเรียน เพื่อให้ได้รับวุฒิปริญญาตรี และได้เป็นนักกายอุปกรณ์เหมือนกัน มาดูกันว่าตัวเลขสุดท้ายของรุ่นนี้จะรับนักศึกษากี่คน 

        4. ด้วยความที่โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร เปิดสอนในหลักสูตรนานาชาติ จึงทำให้มีนักศึกษาต่างชาติเดินทางมาเรียนจากทั่วโลก โดยเฉพาะในโซนอาเซียน พอมาร่วมคลาสกันเลยทำให้เนื้อหาที่เรียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด นี่คือข้อดีที่เด็กกายอุปกรณ์ขอยกนิ้วให้ เพราะจ่ายค่าเทอมแบบเด็กไทยในหลักหมื่นต้นๆ แต่ได้เรียนแบบอินเตอร์เนชั่นแนล 

        5. เพราะเรียนอังกฤษล้วน เด็กกายอุปกรณ์จึงต้องมีพื้นฐานทางภาษาอังกฤษตั้งแต่แรกเริ่ม ด้วยการกำหนดคะแนนภาษาอังกฤษ เช่น TCAS รอบ 3 กำหนด O-NET อังกฤษ ไม่ต่ำกว่า 35% พอผ่านด่านมาแล้วต่อให้เรียนไม่รู้เรื่อง อย่างน้อยก็ต้องอยู่ในระดับที่สื่อสารได้ 

20 เรื่องจริง “กายอุปกรณศาสตรบัณฑิต” เปิดสอนที่เดียวในไทย ที่แรกในอาเซียน
 
        6. กายอุปกรณ์ ความหมายโดยรวมคือการเรียนเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้กับร่างกายภายนอก เพื่อช่วยเหลือการเคลื่อนไหว ป้องกัน แก้ไข หรือทดแทนลักษณะความผิดปกติของร่างกาย ถ้าจะอธิบายให้ลึกไปอีก สามารถแบ่งได้ 2 ประเภท 

        (1) อุปกรณ์เทียม คือ อุปกรณ์ที่ใช้ทดแทนให้กับคนที่สูญเสียอวัยวะ เช่น ขาเทียม แขนเทียม 
        (2) อุปกรณ์เสริม คือ อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับคนที่ไม่ได้สูญเสียอวัยวะ แต่มีความผิดปกติอย่างคนพิการแต่กำเนิดเป็นโปลิโอแขนขาลีบ ร่างกายผิดรูป อ่อนแรง เช่น อุปกรณ์ประคองแขน ขา ดามหลัง  

        7. กายอุปกรณ์ ใช้เวลาเรียน 4 ปี การเรียนจะเน้นผนวกความรู้ 3 อย่างเข้าด้วยกัน คือความรู้ทางการแพทย์ ความเป็นศิลปะ (งานช่างฝีมือ) และความรู้ทางวิศวกรรม 

        - ปี 1 เรียนวิชาพื้นฐานทั่วไป ที่วิทยาเขตศาลายา ม.มหิดล 
        - ปี 2 เรียนวิชาพื้นฐานทางการแพทย์ เช่น Anatomy , Physiology , Psycology , Rehabilitation , Phathology เป็นต้น ที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
        - ปี 3 - 4 เรียนเนื้อหาด้านกายอุปกรณ์ ที่โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร 

        8. เหตุผลที่เด็กกายอุปกรณ์ต้องเรียนวิชาพื้นฐานทางการแพทย์ เพราะใช้ความรู้ร่วมกับการทำกายอุปกรณ์ เช่น การออกแบบอุปกรณ์ให้เข้ากับคนไข้แต่ละคนให้มีความเหมาะสม  

        9. เด็กกายอุปกรณ์ทุกคนมีฝีมือและใส่ใจคนไข้มาก โดยรวมอุปกรณ์หลักๆ เช่น เท้า แกนหน้าแข้ง ข้อเข่า จะมีแบบสำเร็จรูปมาอยู่แล้ว เวลาทำอุปกรณ์ให้คนไข้ จะต้องพิจารณาเป็นรายคนว่า คนไข้คนนี้เหมาะที่จะใช้อุปกรณ์แบบไหน เช่น คนไข้ที่มีอายุมากจะต้องใช้เท้ารุ่นหนึ่งที่ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ 

        สมมติว่ามีเคสคนไข้ขาขาด หน้าที่ของนักกายอุปกรณ์จะต้องทำเบ้าขนาดพอดีไว้สวมเข้ากับตอขาคนไข้เพื่อยึดกับขาที่ขาดไป แล้วประกอบจัดแนวให้เข้ากับขาคนไข้ ถ้าหมอฟันต้องหล่อแบบฟันเพื่อทำฟันปลอม นักกายอุปกรณ์ก็ต้องหล่อเบ้าหรือหล่อแบบขาขึ้นมาก่อนเหมือนกัน 

        10. กายอุปกรณ์มีเรียนเขียนแบบทางวิศวกรรม แต่หลักสูตรนี้คนละเรื่องกับวิศวกรรมชีวการแพทย์ สายนั้นจะเป็นการเรียนเกี่ยวกับการผลิต ซ่อมบำรุงเครื่องมือแพทย์ รวมถึงใช้ความรู้ทางวิศวกรรมมาแก้ปัญหาทางการแพทย์ แต่กายอุปกรณ์ของเราจะทำอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับร่างกายให้คนไข้เป็นหลัก คนละอย่างกับการผลิตเครื่องมือแพทย์เลย   

20 เรื่องจริง “กายอุปกรณศาสตรบัณฑิต” เปิดสอนที่เดียวในไทย ที่แรกในอาเซียน
 
        11. วิชาหลักที่เด็กกายอุปกรณ์ต้องมีความรู้แน่นมาก! คือชีวกลศาสตร์ (Biomechanics) และพยาธิวิทยา (Phathology) เพราะการรู้จักกลไกการเคลื่อนไหวของร่างกาย และโรคของคนไข้แต่ละราย มีความสำคัญมากกับการออกแบบกายอุปกรณ์ให้คนไข้   
 
        12. หลักสูตรกายอุปกรณ์ เริ่มฝึกงานจริงจังตอน ปี 3 เทอม 2 มีทั้งฝึกงานในไทยและต่างประเทศ สำหรับการศึกษาดูงานต่างประเทศจะไปในช่วงปิดเทอม ถ้าฝึกงานตามโรงพยาบาลในไทย ปกติโรงพยาบาลจะมีเคสให้ในแต่ละการฝึก เช่น ทำอุปกรณ์ที่ช่วยให้คนไข้เดินได้ดี พอฝึกเสร็จกลับมาที่โรงเรียนกายอุปกรณ์ฯ ก็จะมีการนำเสนอเคสที่น่าสนใจอีกครั้ง  

        13. ปี 4 เริ่มทำวิจัยด้านกายอุปกรณ์ เช่น คิดค้นอุปกรณ์สำหรับคนไข้ ทดลองกายอุปกรณ์ใหม่ๆ  โดยมีทุนสำหรับทำวิจัยให้บ้าง งานกายอุปกรณ์จะมีหลายอย่าง หน้าที่ของนักกายอุปกรณ์คือ ออกแบบอะไรก็ได้ที่ช่วยให้คนไข้ดีขึ้น 

        14. เมื่อเรียนจบมีสอบใบประกอบโรคศิลปะสาขากายอุปกรณ์ และสอบใบ ISPO qualifying examination ขององค์กรวิชาชีพกายอุปกรณ์สากล (International Society for Prosthetics and Orthotics) เพราะนี่คือใบวัดมาตรฐานว่าเราได้ผ่านการสอบด้านกายอุปกรณ์มาแล้ว และสามารถไปทำงานต่างประเทศได้ ต่างประเทศมีหลายที่เปิดรับนักกายอุปกรณ์ไปทำงาน เพียงแค่มีใบ ISPO ยื่นผ่านด่าน เช่น องค์กรมูลนิธิที่ช่วยเหลือคนพิการในสิงคโปร์ แต่อาจจะต้องมีประสบการณ์การทำงานมาก่อน 5 ปี 

        15. หากต้องการศึกษาต่อระดับปริญญาโท สามารถศึกษาต่อด้านกายอุปกรณ์โดยตรงที่โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นหลักสูตรทางด้านวิชาเอกกายอุปกรณ์เทียม เอกกายอุปกรณ์เสริม และเอกกายอุปกรณ์เสริมสำหรับเท้า และหากต้องการศึกษาต่อด้านอื่น ก็สามารถทำได้เช่นกัน เช่น วิศวกรรมชีวการแพทย์ จิตวิทยา เทคโนโลยีการกีฬา เป็นต้น 

20 เรื่องจริง “กายอุปกรณศาสตรบัณฑิต” เปิดสอนที่เดียวในไทย ที่แรกในอาเซียน
 
        16. สายการแพทย์ต้องทำงานเป็นทีมเวิร์ค! นักกายอุปกรณ์จะทำงานเป็นทีมหนึ่งในแผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู ได้ทำงานร่วมกับทีมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู และทีมกายภาพบำบัด สมมติว่ามีเคสคนไข้เข้ามา จะต้องประเมินเคสร่วมกับหมอ และออกแบบกายอุปกรณ์ให้ตรงกับโรคที่หมอวินิจฉัยและเหมาะสมกับคนไข้

        17. ทีมกายอุปกรณ์ บางครั้งก็จำเป็นต้องทำงานแข่งกับเวลา เนื่องจากคนไข้ในไทยส่วนใหญ่ค่อนข้างมีฐานะยากจน หากเดินทางมาทำขาเทียม ก็อยากได้อุปกรณ์แบบมาวันเดียวแล้วเสร็จเลย ซึ่งความจริงอุปกรณ์แต่ละชิ้นจะต้องใช้ระยะเวลาในการผลิต อย่างขาเทียม ถ้าทำตั้งแต่ต้นจนจบอย่างเร็วที่สุด ต้องเร่งให้เสร็จในวันเดียว แต่ถ้าเต็มที่คือ 2 วัน (ถ้าเคสเยอะก็จะมือปั่นกันสุด) สรุปยิ่งเสร็จเร็วยิ่งดี เพื่อความสะดวกของคนไข้ และไม่อยากให้คนไข้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางเยอะ     

        18. นักกายอุปกรณ์ถือว่ามีความสำคัญมาก ด้วยจำนวนคนที่จบมาน้อย อย่างในกรุงเทพฯ จะไม่ค่อยขาดแคลน แต่ตามต่างจังหวัดจะไม่ค่อยมีใครมาทำหน้าที่นี้ บางจังหวัดไม่มีนักกายอุปกรณ์เลย (ส่วนใหญ่จะประจำอยู่ รพ. ศูนย์ประจำจังหวัดใหญ่ๆ เท่านั้น) ซึ่งคนไข้ที่จำเป็นต้องรักษาทางนี้ยังมีอยู่เยอะ ถ้าขาดนักกายอุปกรณ์ไป คนไข้ที่อยู่ไกลๆ ต่างอำเภอ ก็จะเข้าไม่ถึงการรักษา

        19. อาชีพกายอุปกรณ์เป็นอาชีพที่ค่อนข้างขาดแคลน เป็นอาชีพที่ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ลำบากให้กลับมามีชีวิตที่ดีขึ้น เรียนจบมาแล้วไม่ตกงานแน่นอน ได้รับราชการรวดเร็วมาก เพราะจำนวนคนน้อยนั่นเอง 

        20. - เงินเดือนรับราชการ เริ่มต้น 15,000 บาท ไม่รวมค่าใบประกอบวิชาชีพ

             - เอกชนเริ่มต้น 25,500 - 30,000 บาท ไม่รวมโอที
             - พนักงานมหาวิทยาลัย เริ่มต้น 19,500 ไม่รวมค่าใบประกอบวิชาชีพ
             - ต่างประเทศตามเรทประเทศนั้นๆ

        เมื่ออ่านจบน้องๆ คงจะรู้ถึงความสำคัญของการเรียนกายอุปกรณ์ฯ เลยใช่มั้ยคะ พี่เมก้ามองว่าอาชีพนี้น่าสนใจและมีเสน่ห์อย่าบอกใคร เอ้ย! ต้องบอกต่อเลยล่ะค่ะ สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ “พี่กรณ์ ไชยวาด” นะคะ ที่ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การเรียนและทำงานด้านกายอุปกรณ์อย่างเจาะลึกและเห็นภาพสุดๆ ไปเลย   

ขอบคุณรูปภาพจาก
Instagram : ottobock_thailand
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#กายอุปกรณ์ #สาขากายอุปกรณ์ #กายอุปกรณ์ศาสตร์ #กายอุปกรณ์ศาสตร์บัณฑิต #โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร #คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล #ม.มหิดล #มหาวิทยาลัยมหิดล #มหาวิทยาลัยมหิดล

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?