/>
ซ่อน
แสดง

"พี่ออฟโรด" แชร์ประสบการณ์เลือกคณะที่ต้องวัดใจ ที่สุดในชีวิต ใน TCAS 61 รุ่นปั่นป่วน []

วิว
          สวัสดีน้องๆ ชาว Dek-D ทุกคนค่ะ กว่าจะมาเป็น TCAS 63 ในวันนี้ ต้องย้อนกลับไปใน TCAS 61 หรือ TCAS รุ่นแรก เป็นปีที่ ม.6 ต้องวัดใจกับความไม่แน่นอนอยู่หลายอย่าง เชื่อว่าถ้าไปถามพี่ๆ TCAS ปีแรกเป็นยังไง พี่ๆ ของเราก็คงมีเรื่องเล่ากันเป็นชั่วโมงแน่นอนค่ะ อย่างรุ่นพี่ที่พี่มิ้นท์จะพามาแนะนำในวันนี้ "พี่ออฟโรด" ดีกรี เดือนคณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม มศว ก็ผ่านมาได้แบบต้องลุ้นใจหายใจคว่ำ แต่เรื่องราวจะเป็นยังไง ลองไปตามอ่านกันดูค่ะ


 
ความฝันเปลี่ยนเพราะ Open House
          พี่ออฟโรด กันตภณ จินดาทวีผล จบการศึกษา ม.ปลาย จากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปี 2 คณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม วิชาเอกการเงิน  (แต่เดิมอยู่ในคณะสังคมศาสตร์) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เข้าสอบในระบบ TCAS 61
          ย้อนกลับไปสมัยเด็กๆ ที่บ้านปลูกฝังให้เรียนวิศวะฯ โดยเฉพาะวิศวกรรมปิโตรเลียม เพราะเป็นสาขาที่ได้รายได้สูง เราก็ตั้งใจมาตลอดว่าจะเรียนสาขานี้  จึงเลือกเรียนสายวิทย์-คณิต ตอน ม.4 แบบไม่ลังเลใจเลย
          จนวันนึงได้ไปงาน Open House ที่จุฬาฯ ซึ่งเพื่อนอยากเรียนบัญชี ก็เลยเข้าไปที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีพร้อมเพื่อน  พอเข้าไปดูวิธีการเรียนการสอน ได้อะไรมาเยอะเลย แล้วก็รู้สึกว่าคณะนี้มันเหมาะกับตัวเราดี ก็เลยถามตัวเองว่าแล้ววิศวะฯ เรายังอยากเรียนอยู่มั้ย ก็ไปดูที่คณะวิศวะฯ ต่อ ไปคุยกับรุ่นพี่ว่าเรียนอะไรบ้าง ซึ่งแปลกมาก พอคุยแล้วเรากลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรา นี่เป็นจุดแรกที่ทำให้เริ่มสนใจสายบริหาร หลังจบ ม.4 ก็เลยตัดสินใจย้ายห้อง จากวิทย์มาเรียนศิลป์-คำนวณ พอย้ายแล้ว ก็ดูทุกอย่างเข้าทางไปหมด เกรดที่เคยได้ 3 ต้นๆ ก็พุ่งมาเป็น 3.8 เลย  

แรงบันดาลใจต่อมาคือ "อยากรวย"
          พอเริ่มสนใจคณะด้านบัญชี-บริหารแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าเรียนสาขาอะไรดี ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่าเรียนจบแล้วอยากรวย ก็หาข้อมูลต่อเรื่อยๆ ว่าแต่ละสาขาเรียนอะไรบ้าง จนมาเจอสาขาวิชาการเงิน ซึ่งจะได้เรียนเกี่ยวกับการเงินและการลงทุนล้วนๆ มันน่าสนใจ ครอบครัวก็เคยแนะนำเรื่องการลงทุนมาบ้าง เมื่อเจอสาขาที่ตอบโจทย์เราตรงประเด็นขนาดนี้ ก็เลยตั้งเป้าหมายที่จะเข้าคณะนี้ให้ได้
          ในสาขานี้ก็จะสอนให้เรารู้ว่าการเงินสำคัญยังไง ใช้ยังไงให้เกิดประโยชน์และไว้ตรงไหนถึงจะทำให้เงินของเราเติบโตได้ ไม่ว่าจะเป็นการฝากเพื่อให้ได้ดอกเบี้ย หรือ ลงทุนในหุ้น ให้เงินทำงานของมันเอง ที่สำคัญคือ ทำให้เรารู้จักวางแผนการเงินไปจนถึงวัยเกษียณเลย
 

พอรู้ว่าเปลี่ยนระบบ รีบทำความเข้าใจแล้วอ่านหนังสือเลย
          เตรียมตัวแอดมิชชั่นมาตั้งแต่ ม.4 แต่ดวงดีดันมาเปลี่ยนระบบเป็น TCAS ตอนอยู่ ม.6 พอดี ถามว่ากังวลมั้ย ต้องบอกว่ากังวลมากๆ เพราะไม่สามารถอ้างอิงคะแนนสอบอะไรได้เลย และรูปแบบการสอบก็เปลี่ยนไปด้วย พอรายละเอียดเริ่มทยอยออกมา แล้วเราตั้งหลักได้ ก็เข้าไปดูระบบว่าระบบ TCAS เป็นยังไง จนได้รู้ว่ามีการสอบ 5 รอบ แต่ละรอบก็จะใช้เกณฑ์ไม่เหมือนกัน ตอนนั้นได้ไปดูเฉพาะเกณฑ์คณะที่อยากเข้า แล้วรีบไปอ่านหนังสือ เตรียมตัวเฉพาะรอบ 3 อย่างเดียว ไม่ได้สมัครรอบ 1 และ 2 เลย
          หลังจากเตรียมตัวสอบมาจนถึงรอบ 3 ก็ได้เลือก 4 คณะที่ไปในทางเดียวกันทั้งหมดคือ
          ตัวเลือกที่ 1 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต จุฬาฯ
          ตัวเลือกที่ 2 คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
          ตัวเลือกที่ 3 คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการเงิน ม.เกษตรศาสตร์
          ตัวเลือกที่ 4 คณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม เอกการเงิน ม.ศรีนครินทรวิโรฒ

เรื่องวุ่นๆ 3/1 และ 3/2
          เมื่อถึงวันประกาศผล ปรากฏว่าสอบติดเอกการเงิน มศว เพียงที่เดียว ยิ่งพอรู้คะแนน (ของคนที่มาโพสว่าไม่ติด) ทำให้รู้ว่าคะแนนเฟ้อมาก ซึ่งก่อนที่พี่ออฟโรดจะสมัครรอบ 3 ก็ค่อนข้างมั่นใจในคณะที่เลือก แต่พอผลออกมาแบบนี้ก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ยังดีใจที่ติด มศว มา
          ย้อนกลับไปช่วง TCAS รอบ 3 ปี 61 ซึ่งเป็นปีแรกที่ให้รับตรงทุกมหาวิทยาลัยรับสมัครพร้อมกัน เลือกได้สูงสุด 4 อันดับ สามารถติดได้ทุกอันดับและมาเลือกได้ว่าจะเรียนที่ไหน ช่วงนี้นี่เองที่เกิดความโกลาหล เพราะหลังจากประกาศผลแล้วทุกคณะคะแนนสูงขึ้นมาเมื่อความไม่แฟร์เกิดขึ้น tcas รอบ 3/2 ก็เลยเกิดขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
          รอบ 3/2 คือ รอบที่ให้ลุ้นผลได้ใหม่จากข้อมูลเดิมที่สมัครไว้ แต่คนที่มีรายชื่อติด 3/1 แล้ว ถ้าจะมาลุ้นในคณะที่เหลือก็ต้องสละสิทธิ์ของเดิมก่อน นั่นแปลว่า ถ้าพี่ออฟโรดจะไปลุ้น 3 คณะที่เหลือ ก็ต้องสละสิทธิ์ของ มศว แต่ถึงจุดนั้นความกลัวของเด็กแอดมิชชั่นมีจริง พี่ออฟโรดจึงตัดสินใจยืนยันสิทธิ์เอกการเงิน ของ มศว ไม่ขอไปลุ้นใหม่ในคณะอื่น
 

          จนถึงวันประกาศผลรอบ 3/2 ลองเทียบคะแนนของตัวเอง ปรากฏว่าถ้าเรายื่นเราก็ติด ในใจตอนนั้นก็เสียดาย แต่ก็เป็นทางที่เราเลือกเองว่าไม่อยากเสี่ยงอะไรในตอนนั้นแล้ว เชื่อว่าเด็กแอดมิชชั่นทุกคนตั้งใจและเต็มที่อยู่แล้ว แต่บางทีก็เป็นเรื่องของดวงด้วย

นั่งเรียนแถวหน้า เคล็ดลับที่ช่วยเรื่องเรียนได้จริงๆ
          พี่ออฟโรดชอบและถนัดวิชาคณิตศาสตร์เป็นพิเศษ เทคนิคการเรียนที่ทำมาตลอดคือ นั่งเรียนแถวหน้าห้อง จะทำให้เราสนใจเรียน ไม่วอกแวก ไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามอาจารย์ได้ทันทีเลย ถ้านั่งหลังห้องจะทำให้สมาธิหลุดง่าย ที่สำคัญการนั่งหน้าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ใครหลายคนคิดกัน
          นอกจากนี้ เคล็ดลับสำคัญคือ การตั้งเป้าหมายให้ตัวเอง คิดไว้เลยว่าอยากให้ตัวเองในอีก 5 เดือน 10 เดือน เป็นแบบไหน พี่ออฟโรดจะทำข้อสอบเก่าย้อนหลังตั้งแต่ปี 52-57 คอยสังเกตดูว่าการจัดเฉลี่ยช้อยส์ของข้อสอบเป็นยังไง มันจะมีประโยชน์มากในการเตรียมตัวสอบ เวลาที่ไปสอบจริง ก็จะทำข้อที่มั่นใจก่อน แล้วที่เหลือตอนหลังจะเว้นไว้เพื่อดูว่าข้อไหนบ้างที่ยังไม่ได้กา ถ้าข้อไหนถูกกาน้อยที่สุดก็จะกาข้อนั้น เพราะจากที่ทำข้อสอบเก่าๆ มาจะเป็นแบบนี้
          ส่วนข้ออัตนัย จะพยายามคิดให้ได้ก่อน ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็จะใช้เทคนิคที่พอรู้มา เช่น ให้ตอบ 0 ตอบ 9 ประมาณนี้ มาผสมกับเซ้นส์คณิตศาสตร์ของตัวเอง ก็จะเดาคำตอบที่ดูเป็นเหตุเป็นผลเหมาะสม

ไม่ได้ใช้เลขเยอะอย่างที่คิด
          ด้วยความที่ชอบวิชาคณิตศาสตร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เลยคิดว่าเรียนคณะนี้คงไม่ยากมาก และคิดว่าเข้ามาต้องได้เรียนคณิตเยอะมากแน่ๆ แต่ความจริงเป็นคณิตเชิงวิเคราะห์มากกว่า เช่น วิเคราะห์หุ้น คิดเลขก็มีแค่สูตรพื้นฐานต่างๆ แต่หลายๆ เรื่องที่เรียนเช่น ตรีโกณ ไม่ได้ใช้เลย น้องๆ หลายๆ คนที่ไม่ได้ชำนาญคณิตศาสตร์ทุกเรื่องก็น่าจะเรียนสาขานี้ได้ไม่ยาก

ประสบการณ์สอบสัมภาษณ์ที่ชิลที่สุด
          อยากบอกให้น้องๆ อุ่นใจได้เลยว่าอาจารย์ที่ มศว นั้นใจดี ตอนไปสัมภาษณ์รอบ 3 อาจารย์ไม่ดุเลย ส่วนตัวก็ไม่ได้กลัวหรือเครียดอะไรเพราะคิดว่า เราสอบผ่านเข้ามาแล้วยังไงก็ต้องรับอยู่แล้ว มีทำ Portfolio ไปด้วย อาจารย์เปิดดูเห็นว่าเราไปแข่งพูดภาษาอังกฤษมา เขาก็จะให้เราแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ อย่างอื่นก็เป็นคำถามทั่วๆ ไป เช่น ทำไมอยากเลือกคณะ นี้ ทานข้าวหรือยัง สอบเป็นยังไงบ้าง เรียกว่าไม่เหมือนไปสอบสัมภาษณ์เลย ตอนท้ายพี่ออฟโรดมีแอบหยอดถามอาจารย์ไปว่า "ผมไปซื้อชุดนิสิตได้เลยใช่มั้ย" อาจารย์ก็ตอบกลับมาว่า "ซื้อได้เลย" ยิ่งทำให้เรามั่นใจกับการสอบสัมภาษณ์มากขึ้น
          แนะนำให้น้องๆ เป็นตัวของตัวเองที่สุด ในรอบนี้ Portfolio ส่วนใหญ่ไม่ได้คิดเป็นคะแนน แต่ทำไปเผื่อไว้ได้ หากอาจารย์สนใจก็จะชวนเราคุยจากผลงานในพอร์ต


มองปัญหาการศึกษาไทย
          เป็นรุ่นแรกที่สอบเข้าในระบบ TCAS พี่ออฟโรดเลยมองเห็นว่ามันยังมีปัญหาในระบบการศึกษาอยู่ค่อนข้างเยอะมาก เช่น
          1. วิชาสอบมีมากเกินไป ไม่ใช่แค่วิชาสอบ แต่มันคือ เรื่องที่จะชอบ ในแต่ละวิชามีหัวข้อเรื่องเยอะมากตลอดการเรียน 3 ปี ถ้าต้องอ่านเก็บให้ครบทุกหัวข้อก็จะเหนื่อยและอ่านมากเกินความจำเป็น คณะก็ไม่ได้คนที่เก่งจริง อยากให้ข้อสอบดึงเฉพาะเรื่องที่จำเป็นมาใช้สอบ เพื่อให้ได้เด็กที่มีความรู้ตรงกับที่คณะต้องการ เช่น ตรีโกณ ในสาขาการเงินไม่ได้ใช้ ก็อาจไม่ต้องดึงมาให้สอบ เป็นต้น
          2. ค่าเทอมแพง เดี๋ยวนี้มหาวิทยาลัยรัฐหลายๆ แห่งก็ค่าเทอมแพงขึ้นมาก ไม่ค่อยต่างจากเอกชนแล้ว ต้องไปกู้ กยศ. ทำให้ กยศ.มีลูกหนี้เพิ่มขึ้นเยอะมาก และโอกาสที่ลูกหนี้ไม่จ่ายก็เพิ่มสูงขึ้นอีก
          3. ติวเตอร์แข่งกันเป็นธุรกิจ ทำให้คนมีเงินก็มีโอกาสมากกว่า อยากให้มีการติวฟรี ที่ฟรีจริงๆ กับคนที่อยากเข้ามหาวิทยาลัยแต่ไม่มีโอกาสได้เข้าโรงเรียนกวดวิชา

การอ่านหนังสือที่ดี ไม่ใช่อ่าน "ทั้งวัน"
          "อยากแนะนำให้น้องๆ แบ่งเวลาให้ดี การอ่านหนังสือหนักเกินไป ไม่ได้แปลว่าเราจะได้รับความรู้เยอะ เพราะสมองมันก็จะล้าก่อน วันนึงเราควรตั้งลิมิตไว้ สมมติ  1 วันอ่าน 8 ชม. อาจจะแบ่งพักทุกๆ 2 ชั่วโมง นอกจากนั้นก็กินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าให้เกิดปัญหา อ่านจนเหนื่อยสะสมจนวันสอบไม่ไหว แบบนั้นที่เราทำผ่านมาทั้งวัน จะเท่ากับศูนย์ทันที สุดท้ายหาตัวเองให้เจอว่าเราอยากเรียนอะไร แล้วเราจะมี Passion ที่จะไปต่อ"


 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mint

พี่มิ้นท์ - ผู้เขียน

พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#TCAS #tcas รอบ 3 #รับตรงร่วมกัน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?