/>
ซ่อน
แสดง

แชร์ประสบการณ์ "พี่พิมพ์" สอบหมอรอบ Portolio [สอบ 4 ติด 3] พร้อมรีวิวเกณฑ์แต่ละสนาม []

วิว

 
          สวัสดีค่ะ รอบ Portfolio นอกจากจะขึ้นชื่อว่าเป็นรอบที่น้องๆ อยากสอบติดมากที่สุด เพราะติดไวและมีแบบไม่ต้องสอบด้วย รวมทั้งมีคณะแพทยศาสตร์เปิดรับในรอบนี้อยู่หลายแห่ง ถึงจะมีเงื่อนไขที่ต่างจากรอบยอดฮิตอย่าง กสพท แต่ ม.6 หลายคนก็ทุ่มเทฝึกฝนเพื่อจะติดในรอบนี้ให้ได้
          พี่มิ้นท์ได้พูดคุยกับพี่พิมพ์ นิสิตแพทย์ จุฬาฯ รุ่นพี่ #TCAS62 ที่สอบติดคณะแพทยศาสตร์ รอบ Portfolio ถึง 3 ที่ วันนี้เลยชวนมาแชร์ประสบการณ์การเตรียมตัวสอบสักหน่อย ถ้าพร้อมแล้วไปทำความรู้จักพี่พิมพ์กันเลยค่ะ


 

แรงบันดาลใจจากคุณแม่ที่เป็นพยาบาล
          พิมพ์ชนก กิจเลิศพรไพโรจน์ หรือ พี่พิมพ์ จบจากโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
          พี่พิมพ์เล่าว่า มีความติดที่อยากเป็นหมอตั้งแต่เด็กๆ แล้ว และยิ่งมาชัดเจนขึ้นตอนช่วงมัธยม เพราะคุณแม่เคยเป็นพยาบาล และช่วงวัยเด็กคุณแม่จะชอบเล่าให้ฟังอยู่ตลอดว่ารู้สึกดี ภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือคนไข้เวลาเขาเจ็บป่วยมาแล้วเราได้ไปช่วยดูแล เลยได้แรงบันดาลใจจากตรงนี้เต็มๆ และคิดว่าเส้นทางนี้ เราสามารถเดินไปได้โดยมีความสุขกับชีวิตการทำงาน

เห็นรุ่นพี่สอบ BMAT เลยเตรียมตัวด้วยเหมือนกัน
          พอรู้ตัวว่าอยากเรียนหมอแล้ว ก็เริ่มเตรียมตัวทันที โดยเริ่มเตรียมตัวจริงๆ จังๆ ก็ตอน ม.ปลาย ถือว่าเป็นโชคดีของตัวเองที่รู้ตัวเร็ว ก็เลยมีเวลาค่อนข้างเยอะ พอเราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยมาเป็น TCAS ในปี 2561 เห็นรุ่นพี่ต้องสอบ BMAT กัน ก็เลยเริ่มสนใจและเตรียมตัวด้วยตั้งแต่ตอนนั้น
          ย้อนกลับไปตอนช่วง ม.ปลาย พิมพ์เป็นคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือเอง จะมีเรียนพิเศษเพิ่มด้วยเสริมในจุดที่เรายังไม่มั่นใจ และพยายามเก็บเนื้อหาทั้งหมดให้จบก่อน ม.6 ช่วงระหว่าง ม.4-6 ก็ทยอยสอบ IELTS, SAT subjects ไปเรื่อยๆ ซึ่งสอบสนามละ 3 ครั้ง หรือ ประมาณปีละ 1 ครั้ง  และมีสอบ IELTS UKVI เพิ่มด้วย ที่ต้องสอบไว้เยอะ เพราะคะแนนเหล่านี้สามารถเก็บได้ เพื่อใช้ยื่นในรอบ Portfolio ช่วง ม.6 ก็เตรียม BMATเป็นหลัก ฝึกจากหนังสือรวมโจทย์ กับพวกข้อสอบปีเก่าๆ แล้วก็มีสอบคะแนนอังกฤษอื่นๆช่วง ม.6 เทอม 1 เช่น CUTEP ของจุฬาฯ, KEPT ของ ม.ขอนแก่น
          ที่พิมพ์ต้องเตรียมตัวและไปสอบหลายสนามแบบนี้ เพราะว่าช่วงที่เริ่มเตรียมตัว ได้ไปหาข้อมูลมาว่าคณะแพทย์ที่เราอยากเข้าใช้คะแนนอะไรบ้าง ก็มีทั้ง CUTEP KEPT IELTS BMAT มีบางที่รับ SAT subjects ด้วย จากที่ไปลองสอบเก็บไว้เฉยๆ ก็เลยจริงจังกับ SAT เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ก็จะเริ่มเก็บผลงานและทำกิจกรรมสะสมเพื่อลง Portfolio เพิ่มเติม ดังนั้นเรื่องนี้ค่อนข้างสำคัญ หากน้องๆ ได้ไปดูระเบียบการจะทำให้เราเตรียมตัวได้ง่ายขึ้น ได้รู้ว่าต้องใช้คะแนนอะไร เราก็สามารถวางแผนเพื่อให้มีคะแนนนั้นได้ง่ายขึ้นด้วย
 

เลือกรอบให้เหมาะสมกับตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ
          ปกติแล้ว คนคิดว่าการเข้าแพทย์ จะต้องไปที่ กสพท เพราะเป็นรอบใหญ่และใช้คะแนนสอบล้วนๆ แต่ความจริงแล้ว ในแต่ละรอบมีรายละเอียดแตกต่างกัน รอบบางรอบอาจเหมาะกับคนบางคน พิมพ์เองจะรู้ตัวว่าไม่เหมาะกับรอบ 3 เพราะเรียน English Program มา เลยไม่ถนัดข้อสอบภาษาไทย หรือ แนวข้อสอบของ กสพท เลย ที่สำคัญรอบ Portfolio ใช้คะแนนภาษาอังกฤษ และ คะแนน BMAT ที่เป็นข้อสอบภาษาอังกฤษอีก จึงคิดมาตลอดว่าจะต้องยื่นรอบแรกให้ติด เพราะรอบ 3 ไม่ใช่ทางของตัวเองเลย การเตรียมตัวสอบที่เล่ามาจึงเน้นไปที่รอบแรก Portfolio ดังนั้น รอบแต่ละรอบไม่ได้บอกว่าใครเก่งกว่าใคร อยู่ที่ว่าเหมาะกับเราหรือไม่มากกว่า  

ประสบการณ์สอบแพทย์รอบ Portolio สอบติดถึง 3 ที่
          รอบ Portfolio เป็นรอบที่เหมาะกับคนที่เตรียมตัวไวก็จริง แต่ก็มีความลำบากตรงที่ แต่ละคณะและมหาวิทยาลัยมีข้อกำหนดไม่เหมือนกันเลยสักที่ ทั้งคะแนนที่ต้องยื่น เกณฑ์ขั้นต่ำของคะแนนหรือเกรด รูปแบบของพอร์ต ผลงานที่ต้องใส่ลงไปเล่ม และใช้เวลาเยอะในการเตรียมตัว ทั้งช่วงเวลายื่นและการไปสัมภาษณ์ เรียกว่าเป็นรอบที่สอบติดก็สบายใจ แต่กว่าจะผ่านถึงจุดนั้น ก็เล่นเอาเหนื่อยกับขั้นตอนและการทำตามกฎเกณฑ์ของแต่ละมหาวิทยาลัย
          พิมพ์เป็น DEK62 ตั้งใจยื่นคณะแพทยศาสตร์แค่คณะเดียว โดยยื่นไป 4 แห่ง คือ แพทย์ จุฬาฯ, ม.ขอนแก่น, มศว โครงการร่วมกับ ม.นอตติงแฮม สหราชอาณาจักร และแพทย์ รามาฯ ม.มหิดล (ของแพทย์ รามาฯ ม.มหิดล ไม่ได้เรียกสัมภาษณ์) แต่ละที่จะมีเกณฑ์ที่ต่างกันคือ
          - จุฬาฯ ไม่มีเกณฑ์ขั้นต่ำ BMAT ส่วน IELTS ไม่ต่ำกว่า7.0 พอร์ตไม่เอารูปกิจกรรม ขอแค่หลักฐาน เช่นพวกเกียรติบัตร หนังสือรับรอง จดหมายรับรอง
          - ม.ขอนแก่น BMATสองพาร์ทแรกเฉลี่ยแล้วไม่ต่ำกว่า 4.5 ส่วน IELTS ขั้นต่ำ 5.0 และพอร์ตเอาแค่ผลงาน ม.ปลาย
          - มศว ใช้ IELTS UKVI 7.0 ต้องใช้ตัวนี้เพราะจะต้องไปเรียนที่อังกฤษ ซึ่งพิมพ์รู้ตอนเหลือเวลาเดือนนิดๆ จะยื่นแล้ว เลยลงสอบ 3 อาทิตย์ติดเลยค่ะ ผลของการอ่านข้อมูลไม่ดีนั่นเอง
          - รามาฯ มีเป็นเว็บไซต์ให้ลงข้อมูล ไม่ได้ทำเป็นไฟล์พอร์ตแยกเป็นเล่ม และไฟล์ .pdf
           ตรงนี้เป็นเกณฑ์ของปี 62 ซึ่งในแต่ละปีเกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ต้องเช็กก่อนสมัครทุกครั้งเพื่อไม่ให้ผิดพลาด
           และจากเกณฑ์/เงื่อนไขของแต่ละที่ที่พูดมา แนะนำว่า ให้อ่านข้อกำหนด requirements ข้อมูลต่างๆ ให้ละเอียด ทำตามอย่างเคร่งครัด แต่ถ้ายื่นหลายที่เกินไปก็อาจจะเหนื่อยมากไป เลือกยื่นไม่กี่ที่ที่ตัวเองโอเคหรือมีโอกาสติดมากก็ได้ (อันนี้แล้วแต่แต่ละคนพิจารณาตัวเองเลย) พิมพ์เลือกยื่น 4 ที่เพราะคิดว่ายังไงก็จะเอารอบพอร์ตให้ได้ ไม่ไปรอบอื่น เลยลงหลายที่เพิ่มโอกาสให้ตัวเองหน่อย และ 4 ที่ที่ตัดสินใจยื่นไปก็คิดว่า ยังไงก็จะมีความสุขกับการเรียนไม่ว่าตัวเองจะไปจบที่ไหน สุดท้ายพิมพ์สอบติด 3 ที่คือ จุฬาฯ, ม.ขอนแก่น และ มศว และตัดสินใจยืนยันสิทธิ์ที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ
          ฝากเพิ่มอีกนิดสำหรับน้องๆ ที่อยากเข้าหมอรอบ Portfolio รอบนี้เป็นรอบที่ใช้เงินเยอะ ทั้งค่าสอบ BMAT และค่าสอบภาษาอังกฤษวิชาอื่นๆ อีก ยังไม่รวมค่าเดินทาง ค่าที่พัก ถ้าตั้งใจจะมาทางนี้จริงๆ ต้องตั้งใจและทุ่มเทให้เต็มที่ที่สุด เพื่อให้คุ้มกับเงินของผู้ปกครอง แต่ถ้าทำได้แล้วก็ถือว่าคุ้มค่ามาก


 

ข้อควรระวังการทำข้อสอบ BMAT
          ต้อง manage เวลาตอนสอบดีๆ เพราะ BMATเป็นข้อสอบที่ต้องแข่งกับเวลามากๆ อย่าเสียเวลากับแต่ละข้อเยอะเกินไป ลองทำข้อสอบเก่า+จับเวลาจริงเพื่อจับทางดูก็ดีว่าจะแบ่งเวลายังไง เช่น ตอนที่พิมพ์สอบ พาร์ทแรกรู้ว่าทำไม่ทันแน่ๆ เลยเท 4 ข้อสุดท้ายที่เป็นข้อพ่วงติดกันใช้ข้อมูลเดียวกัน เพราะตัวเองไม่ถนัดโจทย์แบบนั้น แต่ถ้าใครถนัดแล้วทำตรงนั้นก็จะได้ 4 ข้อเลยเพราะข้อมูลชุดเดียวกัน เป็นต้น
          พาร์ทสาม แนะนำให้อ่านโจทย์ดีๆ แพลนดีๆ และอย่าเขียนเวิ่นเว้อมาก เพราะพื้นที่ในกระดาษที่เขาให้เขียน ไม่ได้มีมากขนาดนั้น สุดท้ายอาจไม่เกี่ยวมากแต่ก็พอช่วยได้ คือ ไปทำบุญ ภาวนาให้ข้อสอบออกแนวที่ถนัด สภาพสถานที่สอบดีๆ นาฬิกาเห็นชัดเจน ไม่เจอคนที่นั่งสอบใกล้ๆ ที่อาจส่งเสียงรบกวนเรา อย่างตอนพิมพ์สอบคือนาฬิกาอันเท่านาฬิกาห้องติดผนังธรรมดา แล้วได้ที่นั่งซ้ายสุดเกือบหน้าสุด คือมองไม่เห็นเลย ไฟก็ไม่ค่อยสว่าง แต่ปีถัดๆ ไปคงดีขึ้นแล้วเพราะเห็นปรับเปลี่ยนที่สอบให้เหมาะมากขึ้น

การอธิบายคนอื่นคือการทบทวนตัวเองที่ดีที่สุด
          จริงๆ วิชาที่พิมพ์ชอบเรียนที่สุด คือ คณิตศาสตร์และศิลปะ รองลงมาเป็นภาษาอังกฤษและดนตรี ถึงแม้จะดูขัดกับสไตล์เด็กวิทย์ แต่ก็เป็นวิชาที่พิมพ์มีความสุขเวลาได้เรียน ส่วนวิชาชีววิทยา จะสนใจเรื่องระบบร่างกายมากที่สุด ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คิดว่าเราเรียนแพทย์แล้วน่าจะโอเค
          เทคนิคการเรียนจริงๆ อาจจะขึ้นอยู่กับความถนัดส่วนตัวของแต่ละคน ของพิมพ์จะเรียนให้เข้าใจเนื้อหาทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดตั้งแต่ในห้องเรียน เป็นไปได้ก็จะถามคำถามที่สงสัย อ่านทบทวนเพิ่มเติม และเช็กตัวเองด้วยการลองทำข้อสอบ/แบบฝึกหัด ถ้าเป็นเนื้อหาที่โรงเรียน บางทีก็จะทำสรุปไว้ และจับกลุ่มติวกับเพื่อน เพราะส่วนตัวเชื่อว่าการอธิบายเนื้อหาให้คนอื่นฟัง เป็นการทบทวนตัวเองที่ดีมากๆ


เคล็ดไม่ลับการจัดสรรเวลาในแต่ละวันช่วง ม.ปลาย
          พิมพ์แพลนในปฏิทินเลยว่าแต่ละวันจะเก็บเนื้อหาอะไรบ้าง วันนี้จะเรียนชีวะกี่เทป หรืออย่างคณิตศาสตร์เรียนออนไลน์ที่บ้าน ก็จะแพลนว่าเรียนกี่ชั่วโมง และพยายามทำให้ได้ตามแพลน หากมีหลุดจากแพลน จะพยายามเก็บย้อนให้ทัน ถ้าไม่ทันจริงๆ จะตั้งแพลนใหม่ เพื่อไม่ให้ตัวเองล่องลอยเกินไป
          ใน 1 วัน ช่วงที่อยู่ที่โรงเรียนก็พยายามเก็บงานที่โรงเรียนไปบ้างเท่าที่ทำได้ เลิกเรียนก็ไปเรียนพิเศษ กินข้าว เรียน กลับบ้าน 2 ทุ่ม ทำงานของที่โรงเรียน โดยจำกัดประมาณ 1-2 ชั่วโมง และทบทวนคณิตศาสตร์ต่อ 1 ชั่วโมง แล้วก็นอน อยากเน้นย้ำเรื่องการพักผ่อนว่าเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ต่อให้ทำกิจกรรมหรือเรียนหนักแค่ไหน สุขภาพและการพักผ่อนก็ต้องมาก่อนเสมอ ส่วนเสาร์อาทิตย์ก็วนเวียนอยู่ที่เรียนพิเศษ ทำงานที่โรงเรียนบ้าง เรียนคณิตตอนกลางคืนเหมือนเดิม พอช่วง ม.6 ไม่ได้เรียนพิเศษแล้วก็กลับบ้านไปทำ BMAT IELTS SAT แล้วก็เตรียมพอร์ตไปเรื่อยๆ หลังช่วงยื่นคะแนนแล้วก็เตรียมตัวสัมภาษณ์ พยายามเรียงลำดับความสำคัญของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย เพื่อให้เตรียมตัวได้ตรงจุด

ฝากถึงน้องๆ ชาว Dek-D
          "น้องๆ Dek63 คงแนะนำเรื่องการสอบต่างๆ ไม่ทันแล้ว เอาเป็นว่าช่วงเวลาก่อนยื่นรอบแรกกัน ขอให้เตรียมตัวทัน เช็คพอร์ทดีๆ requirementsต่างๆ ช่วงไปสัมภาษณ์อาจจะเหนื่อยบ้างเครียดบ้าง ก็ขอให้เต็มที่กับมัน เตรียมตัวไปสัมภาษณ์ดีๆ มันจะหนักมากหน่อยช่วงนี้จนกว่าจะประกาศผล แต่พอติดแล้วก็จะรู้สึกโล่งมากๆเลยนะ :) ไม่ว่าจะเป็นคณะอะไร มหาวิทยาลัยไหนก็ตาม เราขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จแล้วก็ติดที่ๆ ตั้งใจไว้นะคะ"

 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mint

พี่มิ้นท์ - ผู้เขียน

พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#TCAS #tcas รอบ portfolio #tcas idol #สอบหมอรอบ portfolio #แพทย์ จุฬาฯ #แพทย์ จุฬาฯ รอบ Portfolio #พิมพ์ พิมพ์ชนก

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?