/>
ซ่อน
แสดง

ย้อนประสบการณ์ TCAS "กัปตันมิ้นท์" เตรียมสอบสายชิลล์ ไม่ตึง ไม่หย่อน + ติ่งแก้เครียด []

วิว
             สวัสดีน้องๆ ชาว Dek-D.com ค่ะ TCAS Reality ของรุ่น 63 ก็ออกอากาศตอนแรกไปเรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับใครที่คิดถึงพี่ๆ กัปตันรุ่นก่อน วันนี้พี่มิ้นท์พา "กัปตันมิ้นท์" มานั่งคุยเปิดอกให้หายคิดถึง ถามประสบการณ์แอดมิชชั่น และเทคนิคต่างๆ ในการเตรียมตัวสอบ ว่าแล้วก็ไปดูกันเลยค่ะ
 


 
เรียนสายวิทย์ แต่สนใจเศรษฐกิจและการเงิน!
          ชุติกาญจน์ ศรีสอาดรักษ์ หรือ พี่มิ้นท์ จบ ม.6 จากโรงเรียนดรุณสิกขาลัย (โครงการ วมว.) ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 คณะพาณิชยศาสตร์ และ การบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
          ขอเกริ่นก่อนว่า ตอน ม.ต้น มิ้นท์ได้เรียนห้องเรียนพิเศษทางวิทย์-คณิต ของโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ตอนนั้นมองแค่ว่าเราเรียนสายวิทย์ ก็ควรต่อ ม.ปลาย สายวิทย์ ส่วนหนึ่งก็เพราะความหัวโบราณ มองว่าเรียนวิทย์แล้วจะมีโอกาสเรียนต่อได้หลากหลายคณะ ตอนนั้นก็ตามเพื่อน มีแต่หมอและวิศวะเลย บวกกับคะแนนสอบเราไม่ได้แย่ พอมาเรียน ม.ปลาย เนื้อหาแต่ละวิชามากขึ้น ลึกขึ้น ทำให้รู้เลยว่าวิทย์ไม่ใช่มิ้นท์เลย วิชาที่แฮปปี้มีแค่คณิตกับพลศึกษา
          จนกระทั่งตอน ม.4 ช่วงนั้นเริ่มสนใจพวกเศรษฐกิจ เรื่องเงินๆ ทองๆ และมีโอกาสได้ทำ  research ได้เลือกทำเรื่องกลยุทธ์การตลาดของเครื่องดื่มบริษัทหนึ่ง ซึ่งต่างจากเพื่อน ๆ ที่ส่วนใหญ่ทำสายวิทย์กัน ช่วงนั้นน่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้มิ้นท์สนใจคณะบัญชี กับ เศรษฐศาสตร์ และมิ้นท์ก็ได้ไปค่ายต่างๆ ตามมหาลัยด้วย ซึ่งช่วยในการตัดสินใจที่จะศึกษาต่อในคณะบัญชี

การเตรียมตัวที่ต่างจากเพื่อน
          เมื่อรู้ตัวว่าเบนไปสายบัญชีแล้ว การเตรียมตัวก็ค่อนข้างต่างกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียน ที่ไปสายวิทย์กันเกือบหมดเลย ถ้าเปรียบเทียบเลยคือ เราดูชิลล์กว่ามากๆ และดูอ่านหนังสือน้อยกว่า เพราะคณะที่สนใจ ใช้แค่ PAT1 + GAT จึงโฟกัสแค่ คณิต อังกฤษ GATเชื่อมโยง ส่วนตัวมิ้นท์จะเน้นไปที่ตัวคณิตศาสตร์ เพราะ PAT1 ค่าน้ำหนักสูงกว่า แม้จำนวนวิชาจะดูน้อยกว่าสายวิทย์มากๆ แต่เราก็ไม่ได้ประมาท เพราะจำนวนวิชาน้อย น้ำหนักก็จะมาก การสอบมันวัดกันที่ตรงนี้

ให้ความสำคัญทั้งปัจจุบัน (ม.6) และอนาคต (อ่านหนังสือ)
          ย้อนกลับไปช่วง ม.ปลาย ใครที่ได้ดูรายการ Dek-D TCAS Reality จะเห็นว่าชีวิตประจำวันมิ้นท์ชิลล์มากๆ นอนโรงเรียนประจำ ตื่น 8 โมง ทำธุระส่วนตัวให้เสร็จแล้วรีบวิ่งไปเข้าแถวตอน 8.40 น. เรียนคาบเช้า 9.00-12.00 น. โดยประมาณ หลังทานข้าวเที่ยงเสร็จจะขึ้นมาทำ GAT เชื่อมโยง ให้ได้ประมาณวันละ 1-2 บทความ และเรียนคาบบ่ายต่อจนถึง 16.00 น. จากนั้นเลิกเรียนก็จะออกไปพักหาของอร่อยๆ ทาน และกลับมาห้อง นอนพักผ่อนก่อนจะออกไปกินข้าว และอ่านหนังสือตอนกลางคืน แบ่งเป็นอ่านวิชาภาษาอังกฤษ 2 ชั่วโมง และคณิตศาสตร์ 2 ชั่วโมง เข้านอนประมาณตี 1 - ตี 2 ค่ะ


          คีย์หลักของมิ้นท์คือ ไม่ตึงและไม่หย่อนเกินไป พยายามจะไม่บังคับกดดันตัวเองขนาดนั้น (แต่ก็มีแอบกดดันตัวเองบ้าง) เพราะเรียนที่โรงเรียนบางทีก็เครียดพอแล้ว มิ้นท์พยายามให้ความสำคัญกับทั้งชีวิตมัธยมปลายกับการอ่านหนังสือพร้อมๆ กัน การจัดเวลาของแต่ละคนขึ้นอยู่กับว่าให้ความสำคัญกับอะไร แนะนำว่าให้ลองจัดสรรเวลาตามที่ตัวเองสะดวก อย่าลืมอ่านหนังสือ และอย่าลืมให้เวลากับตัวเองด้วย
    

GAT เชื่อมโยงมาบตาพุดในตำนาน ถูกหมดก็สบายใจ
          พี่มิ้นท์ได้ GAT เชื่อมโยงเต็ม 150 คะแนน ซึ่งเทคนิคของพี่มิ้นท์ก็คือ การใช้เวลาในช่วงพักเที่ยงในการทำโจทย์ GATเชื่อมโยง ซึ่งมาเริ่มทำจริงจังมากๆ ช่วง ม.6 เทอม 2 แต่ส่วนตัวชอบวิชานี้เพราะทำแล้วเพลิน ฆ่าเวลาพักเที่ยงได้ดีเลย ทำจบได้ประมาณ 3 เล่ม คือของพี่ขลุ่ย, อ.ยู และของ GAT Community เล่มหินอ่อน ตามลำดับ พอ 2 สัปดาห์ก่อนสอบ ถึงเริ่มทำข้อสอบเก่าย้อนหลัง และช่วงก่อนสอบทำแค่เรื่องมาบตาพุด ในตำนาน พอถูกหมดก็สบายใจ
          วันสอบจริง ต่อให้ทำเสร็จก่อนเวลาก็จะทวนจนกว่าจะหมดเวลา โดยทำทั้ง 2 บทความประมาณ 45 นาที เลยทำใหม่อีกรอบเพื่อเทียบคำตอบ ตรวจทานจนกว่าจะหมดเวลา ใจความสำคัญของ GATเชื่อมโยงคือ อย่าลังเล !!!


PAT 1 ต้องกำจัดจุดอ่อนของตัวเอง
          อีกวิชาที่มิ้นท์ให้ความสำคัญมากคือ PAT 1 ช่วงแรกทำไปเรื่อยๆ เก็บเนื้อหา แต่ช่วงหลัง จะเริ่มกำจัดจุดอ่อนของตัวเอง เริ่มจากที่มิ้นท์ไปสอบสนามสอบจำลองต่างๆ สอบเสร็จจะมีแยกเป็นบทๆ ให้เลยว่าเราถนัดบทไหน ไม่ถนัดบทไหน แล้วกลับมาเน้นบทที่เราไม่ถนัด ทำโจทย์แยกบ้าง ทำหลายรอบบ้าง ข้อไหนที่เราชอบเป็นพิเศษ จะจดแยกใส่สมุดอีกเล่มเพื่อให้ทบทวนได้ง่ายๆ
          พอเข้าห้องสอบ จะสแกนข้อสอบก่อน การดูข้อสอบทั้งฉบับก่อนทำจะประเมินตัวเองได้ว่าเราสามารถทำได้ไหม ข้อไหนทำไม่ได้จะกากบาทไว้เลย ถ้าทำได้จะทำรูปหัวใจ พอสแกนจนถึงข้อสุดท้าย ก็เริ่มข้อสอบในส่วนที่ทำหัวใจไว้ ส่วนที่กากบาทไว้ จะทำทีหลัง โดยมิ้นท์จะแบ่งเวลาข้อช้อยส์และข้อเขียนไว้อย่างละ 90 นาที ต้องบริหารเวลาให้ได้
          สิ่งที่ต้องระวังคือ ตอนฝึกทำโจทย์ต้องฝึกจับเวลาด้วย เรื่องนี้ได้ย้ำกับหลายคนบ่อยมากๆ เพราะเป็นเรื่องสำคัญกับการสอบจริงๆ ถ้าทำไม่ได้อย่าย่ำอยู่กับที่ ตัดใจข้ามไปข้อใหม่เลย มิ้นท์ท่องไว้เสมอว่าข้อสอบไม่ได้ออกมาให้ทำได้ทุกข้อ

เคล็ดลับการเตรียมตัวสอบตลอด ม.ปลาย ฉบับพี่มิ้นท์
          1. ตอน ม.4 มิ้นท์เน้นไปค่ายตามมหาวิทยาลัย เพื่อค้นหาตัวเอง ว่าสนใจอะไร ไปทำทุกอย่างเลย ก็จะพอรู้แล้วว่าอยากเข้าสายบัญชีกับเศรษฐศาสตร์ แล้ววิชาที่ใช้ร่วมกันเลยคือ GAT, PAT1
          2. ม.5 จึงเน้นเก็บเนื้อหาคณิต อังกฤษมาเรื่อยๆ ตามสัดส่วนคะแนนที่เราอยากเข้า
          3.พอขึ้น ม.6 เราก็เริ่มทำโจทย์ โดยเริ่มจากง่ายๆ ปูพื้นฐาน เอาให้แน่น ค่อยๆ ต่อยอดไปเรื่อยๆ พอ ม.6 เทอม 2 ก็จะเริ่มทำข้อสอบเก่า
          มิ้นท์เองไม่ได้มีวิธีการเตรียมตัวที่แปลกกว่าคนอื่นสักเท่าไหร่ แต่มิ้นท์ให้ความสำคัญในการค้นหาตัวเองมากๆ เพราะเราจะได้วางแผนถูกว่าเราจะต้องอ่านอะไร ควรเน้นอะไร ไม่ทำให้เสียเวลาด้วย ตั้งเป้าแล้วพุ่งชนเลย


 

กดดันที่สุดคือ ช่วงรอบ 3
          ถ้าถามถึงช่วงเวลารอบ 3 รับตรงทั่วไป กดดันมาก เพราะคะแนนก็ไม่ได้เยอะมากขนาดที่จะทำให้เราสบายใจได้กับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี สถานการณ์ตอนนั้นคือ เข้าทวิตเตอร์ เปิดที่จัดอันดับกันเองในทวิตเตอร์ทุกวัน บวกกับตัวเองเลือกอันดับแบบสุดโต่ง เลือกจุฬาฯ ไปทั้ง 6 อันดับ ไม่กลัวอะไร คิดแค่ว่าไม่ติดก็ไปสู้ต่อรอบ 4 เพราะคำนวณไว้บ้างแล้วว่ารอบ 4 เรามีแผนการจัดอันดับไว้แล้วว่าคะแนนเราสามารถสู้ของ ม.ธรรมศาสตร์ ไหว จึงเลือกแบบวัดใจในรอบ 3 ไปเลย

ติ่งศิลปิน ลดความเครียดได้สุดๆ
          ตลอด 1 ปีเต็มของการเป็นนักเรียน ม.6 ยอมรับว่าเครียด แต่ก็ไม่ได้เครียดขนาดนั้น ที่บ้านชอบบอกเราว่า "อย่าเครียดๆ" แต่เราเองชอบกดดันตัวเอง ไม่อย่างนั้นไม่ได้อ่านหนังสือแน่ๆ เพราะเราก็เป็นกัปตันเด็กดีด้วย แต่มิ้นท์เลือกที่จะผ่อนคลายตัวเองด้วยการตามศิลปินเกาหลีที่เราชอบ ลดความเครียดไปได้ 99% กินให้อิ่ม เครียดก็นอน ทำอะไรที่ตัวเองมีความสุข ช้อปปิ้งแล้วมีความสุขก็ซื้อไปเลย เครียดไปก็ไม่มีอะไรดี


จุดที่อยากเตือน จากประสบการณ์เด็ก 62
          เวลามันผ่านไปเร็วมากเลยค่ะน้องงงงงงงง!!!! อยากทำอะไรก็รีบทำ ไม่ใช่แค่เรื่องการอ่านหนังสือ แต่สำหรับทุกๆ อย่างในชีวิต ไม่เคยมีใครบอกหรอกว่า “ฉันพร้อมสอบแล้ว” คนที่เก่งๆ ก็ไม่เคยบอกว่าตัวเองพร้อม ดังนั้นอย่าคิดมากว่า “เราอ่านไม่ทันแล้วทำไงดี” ไปอ่านตอนนี้สิ!
          อีกเรื่องที่ฮอตมากของรุ่น 62 คือ ลืมกดยืนยันสิทธิ์ เพื่อนใกล้ตัวก็มีคนลืมกด อยากให้อ่านกำหนดการ แจ้งเตือนทุกๆ อย่างให้ดี ติดตามข่าวตลอดเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง และสุดท้ายเรื่องสุขภาพ พักผ่อนให้เพียงพอสำคัญมาก อย่าโหมเกินไป ก่อนสอบก็ต้องดูแลตัวเองดีๆ อย่าให้เจ็บไข้ได้ป่วย

ฝากถึงน้องๆ Dek63
          "สุดท้ายแล้วอยากฝากหลายๆ คนในที่นี้ ชีวิตเรามีแค่ 24 ชม.เท่ากันทุกคน อยู่ที่ว่าเราให้ความสำคัญอะไร มิ้นท์อยากให้ทุกคนจัดสรรเวลาที่ทำให้ตัวเองมีความสุขด้วยนะคะ การทำกิจกรรม อาจจะไม่ได้ทำให้เราเสียเวลาแต่อาจจะทำให้เราค้นหาตัวเองด้วย การค้นหาตัวเองคือสิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะ เพราะสิ่งที่เราจะเรียนในมหาลัยมันจะอยู่กับเราแทบจะทั้งชีวิต การซิ่วไม่ผิดนะคะ ถ้าเราไม่ชอบจริงๆ แนะนำให้ซิ่วค่ะ แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเราสามารถค้นหาตัวเองเจอแล้วทำให้เราไม่ต้องซิ่ว
          มิ้นท์อยากจะเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ ที่กำลังจะสอบปีนี้ หรือปีอื่นๆ ทำให้ดีที่สุด แล้วคุณจะไม่เสียใจค่ะ ยังมีโอกาสเข้ามาในชีวิตคุณเสมอ วันก่อนทำไม่ดีวันนี้เริ่มใหม่ได้ค่ะ อย่าคิดว่าฉันจะเริ่มทำวันไหนดี ไม่มั่นใจ กลัว กังวล เปลี่ยนความรู้สึกไม่ดีพวกนั้นมาเป็นแรงบันดาลใจในการอ่านหนังสือนะคะ สู้ค่ะ !!"
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mint

พี่มิ้นท์ - ผู้เขียน

พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#TCAS #tcas63 #กัปตันมิ้นท์ #คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?