/>
ซ่อน
แสดง

อยากเรียนหมอต้องรู้! ขึ้นคลินิกปี 4-6 ต้องเจอ "วอร์ด" ไหนบ้าง []

วิว

         การเรียนในคณะกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ เมื่อขึ้นปีสูงก็จะถึงเวลาต้องไปเรียนและฝึกภาคปฏิบัติจริงในโรงพยาบาลจริงหรือสถานที่จริง คณะแพทยศาสตร์เองก็เป็นที่พูดถึงเยอะ เพราะปี 4-6 หรือที่เรียกว่าชั้นคลินิก จะต้องไปเรียนและฝึกในหอผู้ป่วยจริง เริ่มต้นมีหน้าที่คอยช่วยอยู่ห่างๆ พอปีสูงขึ้นก็อาจจะมีบทบาทในการรักษา เป็น "หมอ" แล้ว ไปดูกันว่าหอผู้ป่วยที่นิสิตนักศึกษาแพทย์จะต้องเจอ มีอะไรบ้าง!


Major Ward (หอผู้ป่วยหลัก )
         คือ หอผู้ป่วยที่จะได้เรียนกันตลอด 3 ปี หรือเรียกว่า Major แทบทุกสถาบันจะกำหนดให้เรียน จำให้ขึ้นใจ “สู ศัลย์ Med เด็ก”

สูตินรีเวชวิทยา
         แผนกที่ว่าด้วยการทำคลอดและดูแลแม่ๆ ที่ตั้งครรภ์ ไปจนถึงการรักษาอาการผิดปกติของผู้หญิง จะได้ราวน์วอร์ดทั้งผู้ป่วยที่เป็นคุณแม่ก่อนคลอด คุณแม่หลังคลอด และผู้ป่วยนรีเวช ได้สังเกตการณ์การทำคลอดโดยเฉพาะเคสที่คลอดธรรมชาติ
         พอขึ้นปี 5 ก็จะเริ่มได้ลงมือตรวจคนไข้เองบ้างแล้ว จะได้ทำจริงจังเหมือนเป็นคุณหมอคนนึง ก็ตอนปี 6 ปีนี้จะมีการทำคลอดภายใต้การดูแลของแพทย์ประจำบ้าน และมีน้องๆ ปี 4-5 มาคอยสังเกตการณ์ นอกจากนี้สิ่งที่ยังพอทำได้คือ ทำหมัน ขูดมดลูกให้คนไข้ที่แท้ง เป็นต้น

ศัลยกรรม
         แผนกที่รักษาผู้ป่วยด้วยการผ่าตัด ตั้งแต่เล็กไปจนถึงผ่าตัดใหญ่ ดังนั้นศัลยกรรมในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงทำสวยที่หน้าอย่างที่เราเข้าใจกัน แผนกศัลยกรรม มีแผนกย่อยอีกหลายแผนก เช่น ศัลยกรรมทั่วไป ศัลยกรรมตกแต่ง ศัลยกรรมระบบประสาท ฯลฯ นิสิตนักศึกษาแพทย์ปี 4 จะยังไม่ได้ทำอะไรมาก อาจได้ช่วยทำแผล หรือ สังเกตการณ์การผ่าตัดอยู่ด้านนอก และออกตรวจพร้อมกับคุณหมอ
         พอขึ้นปี 5 จะได้เวียนเรียนในแผนกย่อยต่างๆ การสังเกตการณ์จะเริ่มจริงจังมากขึ้นโดยได้ใส่ชุดปลอดเชื้อเข้ามาสังเกตการณ์ในห้องผ่าตัด ถ้าโชคดีเป็นการผ่าตัดเล็ก ก็อาจได้ลงมือทำภายใต้การดูแลของคุณหมอ ส่วนปี 6 ก็ยังได้ราวน์วอร์ดและมีกิจกรรมคล้ายๆ เดิม เพิ่มเติมคือ สามารถผ่าตัดไส้ติ่งได้ (แต่ผ่าตัดอย่างอื่น ต้องเป็นแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น)


อายุรกรรม
         แผนกที่วิเคราะห์และรักษาโรคโดยการใช้ยาเป็นหลัก แผนกนี้น่าจะคุ้นเคยที่สุด เพราะเวลาเราไปหาหมอด้วยโรคเล็กๆ น้อยๆ มักจะได้มาอยู่แผนกนี้ สำหรับหอผู้ป่วยแผนกนี้จะมีผู้ป่วยมากที่สุด นิสิตนักศึกษาแพทย์จะต้องราวน์วอร์ดกันตั้งแต่เช้าและโหดมากเพราะต้องจำรายละเอียดคนไข้ด้วย ปี 4 อาจมีตารางต้องลงไปที่แผนกตรวจผู้ป่วยนอกด้วย
         พอขึ้นปี 5 กิจกรรมยังคล้ายๆ เดิม แต่เมื่อลงมาที่ออกตรวจ OPD อาจได้ช่วยอาจารย์ซักประวัติคนไข้มากขึ้น และเมื่อขึ้นปี 6 จากประสบการณ์และการเรียนเลกเชอร์ต่างๆ เราต้องวิเคราะห์ได้แล้วว่าคนไข้เป็นอะไร สามารถรักษาเบื้องต้นได้แล้ว
 
กุมารเวชกรรม
         แผนกที่ดูแลและรักษาโรค ผู้ป่วยจะเป็นเด็กๆ อายุไม่เกิน 15 ปี โดยทั่วไปจะมีแผนกย่อยอีกคือ เด็กแรกเกิดและเด็กโต ในปี 4 จะได้ราวน์วอร์ดเด็กแรกเกิด ดูความเปลี่ยนแปลงของเด็กในแต่ละวัน ส่วนเด็กโต จะช่วยหมอออกตรวจ ซักประวัติ รวมถึงไปได้เข้าไปดูในคลินิกพัฒนาการเด็ก ประเภทเด็กพัฒนาการล่าช้า
         ปี 5-6 กิจกรรมก็ยังคล้ายๆ เดิมคือการราวน์วอร์ดและออกตรวจ OPD แต่ปี 6 จะได้ดูแลกันแบบถึงพริกถึงขิง ต้องดูแลคนไข้เด็กอย่างใกล้ชิด เพราะเมื่อเด็กเป็นโรคอาการมักจะรุนแรงกว่าผู้ใหญ่

Minor Ward (หอผู้ป่วยที่ไม่ใช่สาขาหลัก)
         นอกจากหอผู้ป่วยหลัก 4 หอข้างต้นแล้ว ยังมีอีกหลายแผนกที่นิสิตนักศึกษาแพทย์ต้องเวียนกันไปเรียนและฝึกปฏิบัติ จะมีหน้าที่ต้องทำอะไรบ้าง ไปดูกันต่อเลย

จิตเวชศาสตร์
         แผนกจิตเวช เป็นแผนกที่ดูแลผู้ป่วยเกี่ยวกับภาวะความผิดปกติทางจิตเวช จะได้เจอกับผู้ป่วยหลากหลายประเภทตัวจริงเสียงจริง ในการออกตรวจจะได้สังเกตการณ์อาจารย์พูดคุยกับคนไข้ หลักการในการซักประวัติให้ผู้ป่วยไว้ใจเรา รวมถึงออกไปดูงานในโรงพยาบาลข้างนอก เช่น โรงพยาบาลศรีธัญญา เป็นต้น

นิติเวชศาสตร์
         แผนกนิติเวชศาสตร์ เป็นการใช้ความรู้ทางการแพทย์ที่เน้นการใช้กฎหมายเพื่อไขคดีต่างๆ ที่จริงเป็นเรื่องเฉพาะทางมากๆ การได้เวียนมาเรียนแผนกนี้ จะไม่ได้ทำอะไรมาก สิ่งที่ได้ทำคือ ได้เห็นการผ่าศพของจริง หรือ โชคดีอาจได้อยู่เวร ได้เป็นผู้ช่วยหมอที่ชันสูตรศพ ก็มีหน้าที่ช่วยจดรายละเอียดต่างๆ

วิสัญญีวิทยา
         วิสัญญีวิทยา จะเรียกกันว่าดมยา จะได้เรียนเกี่ยวกับยาชา ยาดมชนิดต่างๆ เรียนการฝึกใส่ท่อช่วยหายใจ การบล็อคหลัง เจาะน้ำไขสันหลัง ดูแลคนไข้ทั้งก่อนและหลังผ่าตัด

รังสีวิทยา
         รังสีวิทยา เป็นแผนกที่เรียนเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากรังสีในทางการแพทย์ เช่น การวินิจฉัยโรคด้วยฟิล์มเอ็กซเรย์ การรักษาโรคด้วยรังสี ส่วนมากเน้นเรียนเลกเชอร์ และได้เข้าไปดูการทำงานของห้องฉายแสง

โสต ศอ นาสิก ลาริงซ์วิทยา
         คือ แผนกที่เรียนเกี่ยวกับหู คอ จมูก และกล่องเสียง จะได้ราวน์วอร์ดด้วยแต่ส่วนใหญ่จะเน้นเดินตามแพทย์ประจำบ้านมากกว่า และอาจจะได้ไปสังเกตการณ์ในห้องผ่าตัด

จักษุวิทยา
         ลักษณะการขึ้นวอร์ดนี้จะคล้ายๆ กับแผนกหู คอ จมูก และกล่องเสียง คือเป็นผู้ช่วยแพทย์ประจำบ้าน เพราะเป็นแผนกเฉพาะทางจึงทำอะไรไม่ได้มาก แต่อาจจะได้ไปตรวจผู้ป่วยนอก ดูอาจารย์ตรวจคนไข้ หรือ ช่วยเช็กการอ่านตัวเลขให้กับคนไข้ที่มาตรวจวัดสายตา ส่วนห้องผ่าตัดก็เข้าไปสังเกตการณ์เหมือนเดิม

ศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์
         คือแผนกที่เกี่ยวกับกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ แผนกนี้จะได้ออกราวน์คนไข้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูก เช่น อุบัติเหตุกระดูกหัก โรคกระดูกพรุน ข้อเสื่อม รวมถึงได้ออกตรวจผู้ป่วยนอกหรือเข้าไปสังเกตการณ์ห้องผ่าตัด ได้เรียนรู้วิธีทำเฝือกด้วย

เวชศาสตร์ฉุกเฉิน
         หลายคนคงรู้จักแผนกนี้แล้วจากซีรีส์เรื่องดัง มันคือห้องฉุกเฉินนั่นเอง เมื่อเข้ามาในแผนกนี้แล้ว จะได้เรียนรู้การปฐมพยาบาลและกู้ชีวิตผู้ป่วย ปั๊มหัวใจ ใส่ท่อช่วยหายใจ การใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ มีหน้าที่ช่วยชีวิตคนไข้เบื้องต้นก่อนจะส่งไปรักษากับแพทย์เฉพาะทางต่อ


เวชศาสตร์ชุมชน
         เป็นแผนกที่ไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาลที่เราเรียนแล้ว แต่จะได้ออกไปตามชุมชนห่างไกล เพื่อดูแลและรณรงค์ป้องกันโรคต่างๆ ในชุมชน และได้เข้าไปดูงานของโรงพยาบาลในชุมชนนั้นๆ พอขึ้นปี 5 ก็จะได้ลองทำงานเป็นหมอจริงๆ ในโรงพยาบาล

         อ่านจบแล้ว ตัดสินใจได้มั้ยว่าจะ “ไปต่อ” หรือ “พอแค่นี้” นี่เป็นประสบการณ์บางส่วนของชั้นคลินิก แต่ถ้าอยากรู้แบบละเอียดว่าสอบเข้ายังไง ปี 1-6 เรียนยังไง สอบยังไง ไปจนถึงชีวิตหลังเรียนจบ ใช้ทุน ทำงาน ประสบการณ์จากคุณหมอวิชาชีพตัวจริง มาตามอ่านต่อได้ที่หนังสือ “กว่าจะเป็น...หมอ” รับรองอ่านจบ ไฟลุก อยากเป็นหมอมากขึ้นกว่าเดิมอีกแน่นอน >>คลิก<<


 


 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mint

พี่มิ้นท์ - ผู้เขียน

พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#TCAS #tcas 63 #แพทย์ เรียนอะไร #แพทย์ ชั้นคลินิก #การเรียนคณะแพทยศาสตร์ #ราวน์วอร์ดคือ #กว่าจะเป็นหมอ #กว่าจะเป็นหมอ dek-d

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?