/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

อยากเรียนภาษาเพราะ Taylor Swift! "พี่แพร" ผู้ที่ใช้ความชอบเป็นพลัง จนติดเอก Eng สมใจ! []

วิว

 
             สวัสดีน้องๆ ชาว Dek-D ทุกคนค่ะ "แรงบันดาลใจ" เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็มีได้ อยู่ที่ว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ได้มากแค่ไหน ในวัยเรียนแบบน้องๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นแรงบันดาลใจในเรื่องการเรียน โดยมีบุคคล IDOL เพื่อเป็นแบบอย่างตามรอยไป
             แต่สำหรับพี่แพร รุ่นพี่เอกภาษาอังกฤษ คณะศิลปศาสตร์ ม.มหิดล  ก็มีแรงบันดาลใจจากนักร้องดังระดับโลก    ทำให้กลับมาชอบภาษาอังกฤษอีกครั้ง เป็นเสมือนได้กลับมาเจอตัวตนของตัวเองอีกครั้ง และในที่สุดพี่แพรก็สามารถเอาความชอบไปเป็นความพยายาม จนสอบติดได้จริงๆ! เราไปทำความรู้จักพี่แพรกันเลยย
 

 
Taylor Swift คือแรงบันดาลใจในการเรียนภาษาอังกฤษ
              พี่แพร ปรยา ดอกรักษ์ หรือพี่แพรรี่ เป็น #dek62 ที่สอบผ่านในรอบโควตา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จบจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใต้ จ.นครศรีธรรมราช แผนการเรียน ศิลป์-ภาษาญี่ปุ่น
              เดิมที พี่แพรได้เรียนในโรงเรียนประถมที่เน้นการสอนเรื่องภาษา เลยรู้สึกชอบและอยากพัฒนาภาษาของตัวเองให้ดีขึ้น แต่พอขึ้น ม.ต้น ดันเปลี่ยนไปเลือกเรียนห้องวิทย์-คณิต จนแล้วจนรอดรู้สึกไม่ใช่แนวเลย เลยมานั่งคิดว่าเลขคงไม่ใช่ทาง และช่วงนั้นชอบฟังเพลงสากลมากๆ กลับมามีแรงบันดาลใจเรียนภาษาอีกครั้ง ก็เพราะ Taylor Swift เลย (อยากกราบเทเลอร์งามๆ) ช่วงนั้นฟังเพลงทุกวัน ร้องตาม คำศัพท์ไหนที่ไม่เคยเห็นก็ไปหา จำ และนำไปปรับใช้ ทำแบบนี้เรื่อยๆ จนคิดว่าเอาล่ะ!!! "ฉันจะเลือกเรียนภาษา และฉันจะไม่เสียใจเด็ดขาดที่เลือกเรียนมัน!" เพราะเราเลือกด้วยความถนัด ความชอบ ความหลงใหล เชื่อว่ามันจะไม่ทำร้ายฉันแน่นอนนน

ทำ Portfolio เพื่อสะท้อนตัวตนของเราให้ได้
              ถ้าไปดูรายละเอียดการรับสมัครโควตาคณะศิลปศาสตร์ ม.มหิดล จะเห็นว่ารับน้อยมากๆ แต่พี่แพรก็ยังตัดสินใจจะสมัคร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคุณแม่เป็นคนแนะนำ และคอยซัพพอร์ตให้เราลองยื่นที่นี่
              ความคิดแรกก็คิดว่าคงไม่ติด เพราะรับน้อย แต่ลึกๆ ก็มีความหวังเลยตัดสินใจที่จะทำมันก่อน โอกาสอยู่ข้างหน้าแล้ว สุดท้ายแล้วตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่ได้ แต่ก็ทำเต็มที่และเต็มความสามารถ ไม่ได้ก็ไม่เสียใจถ้าเลือกที่จะลองทำ
              ซึ่งในรอบโควตา คณะศิลปศาสตร์ ม.มหิดล พี่แพรได้นำ Portfolio ไปด้วย แนะนำว่าการทำ Portfolio ในรอบนี้ ควรมีการนำเสนอในลักษณะที่บ่งบอกความเป็นตัวของตัวเอง (แต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมด้วย) นอกจากเกียรติบัตรที่ได้รับรางวัลมา สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือ กิจกรรมที่เราได้เคยทำและเข้าร่วม เพราะตรงนี้กรรมการเห็นก็จะถามว่า นี่ไปทำอะไรมา ไปทำที่ไหน เป็นยังไงบ้าง ได้อะไรจากการทำกิจกรรม คือ จะเน้นกิจกรรมไปเลย มันบ่งบอกถึงบุคลิก ความสนใจ ที่ไม่ได้มีดีแค่การเรียน

จะเรียนเอกภาษาอังกฤษ ก็ต้องสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ!
              เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย ถ้าจะไปเรียนเอกภาษาอังกฤษ จะต้องสัมภาษณ์เป็นภาษาอะไร? สำหรับที่นี่ สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด อาจารย์ที่เป็นผู้สัมภาษณ์ก็ถามภาษาอังกฤษ เราคนตอบก็ต้องตอบภาษาอังกฤษ
              การพูดหรือฟังไม่รู้เรื่อง เป็นปัญหาที่น้องๆ มักกังวล อยากให้เตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปสัมภาษณ์ หากฟังไม่รู้เรื่องเลยก็คิดว่าควรไปดูหนัง ดูซีรีส์ ฟัง podcasts หรือไม่ก็พวกบทสนทนาในชีวิตประจำวันที่เป็นคำถามง่ายๆ ดูมาเป็นแนวทางเพิ่มเติมไว้ ถ้าเข้าไปสัมภาษณ์แล้วบางคำถามฟังไม่รู้เรื่องจริงๆ อาจจะบอกเขาว่าช่วยพูดช้าๆ หรือขอทวนคำถามอีกครั้ง ซึ่งตรงนี้อาจารย์เขาใจดีไม่ว่าเรา เพราะท่านคงเข้าใจว่าเราเองก็มีความกดดันมาประมาณนึงอยู่แล้ว อาจจะฟังไม่ชัดในบางคำทำให้ไม่เข้าใจคำถามก็ได้
               ส่วนการพูดไม่ได้ ก็เป็นอีกปัญหาเหมือนกัน เพราะเด็กไทยไม่ได้คุ้นชินกับการพูดภาษาอังกฤษเป็นประโยค บางคนไม่มั่นใจในการพูด กลัวจะพูดผิด อยากบอกว่า พูดไม่เถอะ! ลองหัดพูดกับเพื่อน อาจารย์ที่โรงเรียน หรือพูดกับตัวเองในกระจกก็ได้ พูดสิ่งที่เจอมาในชีวิตประจำวัน ดู vlog ของชาวต่างชาติ ก็อาจจะช่วยให้มีแรงบันดาลใจในการพูดมากขึ้น ลองดูนะ^^


คำถามที่ถูกถาม มีอะไรบ้าง
              ในวันสัมภาษณ์ บรรยากาศค่อนข้างกังวลนิดหน่อย เพราะทุกคนเอาพอร์ตมาเตรียมพรีเซ้นต์กันเต็มที่ และแอบได้ยินเพื่อนๆ ซ้อมพูดกันรัวๆ เราก็มีความกังวลเล็กน้อย แต่ก็พยายามทำตัวให้ไม่เครียด คิดว่าคนอื่นทำได้เราก็ต้องทำได้ แน่นอนว่าการไปสัมภาษณ์ในรอบที่ต้องคัดคนออกเยอะ ก็จะเครียดเป็นธรรมดา เราจึงควรเตรียมความพร้อมออกมาจากบ้านด้วย และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็อย่าเสียกำลังใจ
              สำหรับคำถามที่เจอในวันนั้น ก็จะมีเช่น
              - มีผลงานภาษาอังกฤษอะไรบ้าง
              - ทำไมถึงเลือกมหาวิทยาลัยนี้
              - รู้มั้ยว่าคณะนี้มีกิจกรรมสำคัญอะไรบ้าง
              - ทำกิจกรรมอะไรบ้างนอกจากเรียน
              - ถ้ามีปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ จะแก้ไขปัญหายังไง
              - คุณได้ติดตามข่าวบ้างมั้ย
              - ช่วงนี้มีข่าวทั่วโลกอะไรที่น่าสนใจบ้าง
              โดยรวมคำถามก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเราเอง รวมถึงข่าวสารในปัจจุบัน ก่อนวันสัมภาษณ์แนะนำว่าให้ดูข่าวสารในช่วงนั้นมากๆ และลองฝึกพูดข่าวให้เป็นภาษาอังกฤษด้วยก็จะยิ่งดีมากๆ

เกณฑ์วิชาสามัญ 60% ไม่ยากเกินไป!
              บางคนเจอเกณฑ์วิชาสามัญของโครงการนี้เข้าไปแล้วอาจจะกลัว เพราะกำหนดวิชาภาษาไทย สังคมศึกษา และภาษาอังกฤษ รวมกันไม่ต่ำกว่า 60% และเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษต้องได้ไม่ต่ำกว่า 60 คะแนน
              เทคนิคของพี่แพรคือ จะต้องรู้ตัวว่าสาขาที่เราต้องการจะยื่น ใช้คะแนนประเภทไหนบ้าง หัดทำข้อสอบเก่าของวิชาภาษาไทย สังคม อังกฤษ ย้อนหลังอย่างน้อย 5 ปี และจับเวลา ทำเสร็จแล้วกลับมาเช็กคำตอบดูพาร์ทที่ผิดบ่อยๆ เพราะส่วนมากก็จะทำผิดจุดเดิมซ้ำๆ ถ้าเราไม่เรียนรู้ว่าเราพลาดตรงไหน ก็จะไปพลาดในห้องสอบอีก เพราะข้อสอบก็จะแนวเดิมๆ วนๆ ฝึกทำข้อสอบเก่าให้เข้ามือ วันไปสอบจริงจะไม่กดดันมาก นอกจากนี้การติดตามข่าวจากช่องทางต่างๆ ก็สำคัญ พยายามให้เห็นข้อมูลใหม่ๆ เทคนิคการสอบแบบต่างๆ ให้ผ่านตาตลอด

ซ้อม-จับเวลา เอาชนะ Speed Test วิชาสามัญ
              ความหินของข้อสอบวิชาสามัญส่วนใหญ่อยู่ที่เวลา เพราะมีเวลาแค่ 90 นาที แต่มีถึง 80 ข้อ ดังนั้นถ้าคำนวณคร่าวๆ ต้องใช้เวลาเฉลี่ยข้อละ 1 นาทีเท่านั้น ยังไม่นับว่ามีบทความยาวๆ ให้อ่าน การทำให้ทันจึงต้องไปลดเวลาข้อสั้นๆ ทำให้ไวขึ้นแล้วนำเวลานั้นมาใช้กับการอ่านบทความ
              หากถามถึงเทคนิคในการทำวิชาสามัญภาษาอังกฤษที่ได้ผลที่สุดคือการทำข้อสอบเก่า ฝึกบ่อยๆ จะได้เห็นความต่างของวิชาภาษาอังกฤษใน GAT O-NET หรือแม้แต่วิชาสามัญเอง นอกจากนั้นคือการจับเวลาทำข้อสอบจริง หมั่นทำย้อนหลังหลายๆ ปี ให้เราจับแนวข้อสอบได้ และควรจับเวลาทุกครั้งที่ฝึกทำ ทำบ่อยๆ เราจะชินกับข้อสอบ เมื่อเจอข้อสอบอยู่ตรงหน้า เราจะรู้ว่าต้องทำอะไรก่อนหลังโดยอัตโนมัติ


ต้องยืนอยู่ด้วยความหวังและความเป็นจริง
              "การเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยถือเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ก้าวหนึ่งในชีวิต พี่เชื่อว่าทุกคนมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ในขณะที่เพื่อนๆทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยความฝันรวมถึงภาระหน้าที่ที่ได้รับ บีบบังคับให้เราต้องเผชิญหน้า อย่าเพิ่งท้อถอยต่ออุปสรรคที่เข้ามา วันนึงหากน้องผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้และมองย้อนกลับไป น้องจะรู้สึกคุ้มค่าว่าเวลาที่เราทุ่มเทไปผลลัพธ์มันจะออกมาเท่าความพยายามที่ได้ทุ่มเทมา สำหรับน้อง ๆ บางคนที่ผิดหวังหรือรอคอยรอบต่อๆ ไป พี่คิดว่าอย่ารู้สึกท้อ แม้จะเจอเเรงกดดันที่เพิ่มขึ้น จากครอบครัว เพื่อน หรือคนรอบข้าง น้องต้องยืนอยู่ด้วยความหวังเเละความเป็นจริง พี่เป็นกำลังใจให้น้องๆทุกคนนะคะ"

                สิ่งหนึ่งที่พี่มิ้นท์เห็นในตัวพี่แพรก็คือ  การพยายามทำทุกอย่างให้เป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน  บางคนจะลุกขึ้นมาฝึกนิสัยพูด/ฟังภาษาอังกฤษได้ คือ ต้องพยายามมากๆ แต่พี่แพร ทำให้มันกลมกลืน เป็นส่วนหนึ่งในแต่ละวัน จนไม่ได้รู้สึกว่าการเตรียมตัวเป็นเรื่องยาก น้องๆ ที่อยากสอบเข้าคณะในฝันได้ ไม่ว่าจะเป็นคณะไหนก็ตาม ลองนำเคล็ดลับนี้ไปใช้ดูนะคะ^^
 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mint

พี่มิ้นท์ - ผู้เขียน

พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#TCAS #TCAS 63 #TCAS IDOL

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?